<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งเลิกด่านทั่วปท. ลั่นคดี‘น้องชมพู่’มีคนฆ่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; มอบนโยบาย &amp;quot;นายพลสีกากี&amp;quot; ทั่วประเทศ วาง 20 กฎเหล็กพัฒนาตำรวจ สั่งยกเลิกการตั้งด่านทั้งหมดจนกว่าจะทำให้โปร่งใสได้ เพิ่มกล้องวงจรปิดใน กทม. 5 พันตัว ขึงขังตู้ม้า บ่อนพนันขนาดใหญ่-ออนไลน์ต้องไม่มี ย้ำต้องไร้ซื้อขายเก้าอี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นติดตามคดีน้องชมพู่ตลอด &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ตั้งโต๊ะแจงมีคนทำให้เสียชีวิต เผยมีตัวผู้ต้องสงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐานออกหมายจับ &amp;quot;ลุงพล&amp;quot; ควงทนายนั่งฟังแถลงใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สโมสรตำรวจ วันที่ 2 ต.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการสัมมนามอบนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการ โดยมีตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปเข้าร่วมทั้งสิ้น 496 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า อยากเห็นภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อีก 5 ปีข้างหน้า ต้องคัดเลือกคนแต่ละสายงานขึ้นมาทำ ยกตัวอย่างงานป้องกันและปราบปราม พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.ดูแล แต่ท่านทำคนเดียวไม่ได้ เราจะคัดเลือกคนที่มีความคิดดีๆ ต้องการนายพลหนุ่มเป็นอนาคต ต้องการ ผกก.ที่ขยันขันแข็ง ต้องการรอง ผกก., สว.ทุกระดับชั้น มาช่วยกันทำเรื่องนี้ และเราจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้มอบนโยบายให้กับผู้บังคับบัญชาระดับ ผบก.-รอง ผบ.ตร. จำนวน 20 ข้อ ประกอบด้วย 1.จากนี้ไปการทำงานทุกสายต้องมีคณะทำงานในการงานขับเคลื่อนงานทุกสาย อย่างเป็นระบบ 2.ต้องการให้ตำรวจทุกระดับชั้นมาร่วมกันวาดภาพว่าตำรวจใน 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร 3.ต้องสอนให้ตำรวจทุกระดับมีความรู้ ทั้งด้านกฎหมายและยุทธวิธี มีแผนเผชิญเหตุ ผู้บังคับบัญชาต้องจัดฝึกให้ชำนาญ 4.อยากเห็นตำรวจนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานภาคสนาม เช่น สายตรวจใช้มือถือหรือแท็บเล็ต เก็บและตรวจสอบข้อมูลในการระงับเหตุไว้ทุกครั้งได้ 5.จะต้องฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ เหตุตีกันในโรงพยาบาล ตำรวจจะปฏิบัติร่วมกันอย่างไร 6.จะฝึกตำรวจอย่างไร อย่างแรกต้องปรับ Mind set ก่อน โดยเฉพาะการสื่อสารกับประชาชน 7.ทีมเวิร์กเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำงานเป็นทีม 8.การบริหารงาน เรามีทรัพยากรจำกัด จะต้องบริหารให้ดี เช่น ตำรวจอังกฤษลดจำนวนผู้บริหารสถานีลงเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ปฏิบัติงาน 9.ต้องช่วยกันเพื่อเป็นมรดกของคนรุ่นหลัง การตรวจตัวชี้วัด ต้องปรับให้เป็นแนวทางเดียวกัน 10.เรื่องแผนต้องบอกได้ว่าแต่ละปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น งานจราจร เรื่องตัดแต้มจะเริ่มใช้ 1 มิถุนายน 2564 นี้
สั่งเลิกตั้งด่านทั่ว ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 11.เซตซีโรจุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจเมา จนกว่าจะสามารถทำให้โปร่งใสได้ ทำอย่างไรไม่ให้มีการตรวจปัสสาวะข้างถนน ถ้าต้องตรวจให้เอาไปตรวจโรงพยาบาล ทำให้เขามั่นใจว่าไม่ถูกโกง ถ้าเรายังทำแบบนี้ไม่ได้ก็เซตซีโร 12.ติดกล้องวงจรปิด 5,000 ตัว ราคาตัวละ 3,000 บาท ในกรุงเทพมหานคร ให้เสร็จภายใน 4 เดือน ต่อไปนี้ฝ่ายสืบสวนจะมาอ้างไม่มีกล้องไม่ได้แล้ว 13.การพัฒนาการสอบสวน สำนวนไม่คั่งค้าง การพัฒนาฝึกอบรม ปรับทัศนคติ สร้างภาวะผู้นำให้ตำรวจชั้นผู้น้อย 14.การสร้างภาพลักษณ์เราต้องมีความรู้ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส 3 อย่างนี้จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีได้ 15.ตู้ม้า บ่อนการพนันขนาดใหญ่ การพนันออนไลน์ต้องไม่มี ที่ผ่านมาให้ผ่านไป นับแต่วันนี้มีกติกา ใครทำต้องรับผิดชอบ 16.ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยน mind set เรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100% แต่ต้องช่วยให้คนดีได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ 17.การฝึกงานของตำรวจใหม่ ต้องมีพี่เลี้ยงที่ดี ต้องให้ฝึกงานในสถานที่ฝึกงานที่มีตัวแบบที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.ต้องสร้างโอกาสให้ลูกน้อง อยากให้เด็กรุ่นหลังมีโอกาสได้มีไอดอลที่อยากเป็น เช่น อยากเก่งฝ่ายอำนวยการเหมือน พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. ตำรวจต้องมียี่ห้อ ต้องมีแบรนด์ ต้องสอนให้เด็กรู้จักสร้างแบรนด์ 19.ผู้บริหาร ตร. จะหาคนที่ดีที่สุดมาแนะนำ จะสร้างตัวแบบที่ดี ถ่ายทอดดีเอ็นเอที่ถูกต้องให้ตำรวจรุ่นหลัง ให้เห็นความสำเร็จของงานเป็นหลัก มากกว่าการได้ตำแหน่ง และ 20.สุดท้ายฝากดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน แม้จะอยู่คนละสายงาน ไม่สำคัญว่าจะนำคนได้อย่างไร แต่สำคัญว่ามีผู้นำเท่าไหร่ที่เราสามารถสร้างได้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำงานและช่วยกันทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ผบ.ตร.เตรียมความคืบหน้าคดีน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่หายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก่อนจะพบเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กิโลเมตรว่า ก็ดีแล้ว ไม่ดีหรือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมติดตามทุกวัน ติดตามทุกเรื่อง พอไม่พูดถึงก็บอกว่านายกฯไม่ได้ตาม นายกฯ ทำงานทุกวัน เรื่องไหนค้าง เรื่องไหนตาม ก็ว่ากันไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้ตัวคนร้ายแน่นอนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ฟังที่ ผบ.ตร.แถลง ก่อนหน้านี้เขาก็มีการรายงานมาว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร สงสัยอย่างไร สถานการณ์สอบสวนเป็นอย่างไร ก็ให้ไปฟังตำรวจแถลง แม้ตนรู้ทุกเรื่อง แต่รายละเอียดต้องให้เขาชี้แจง ไม่อย่างนั้นนายกฯ ก็ทำงานแทนอธิบดี 200 กรม เพียงแต่นายกฯ รู้เรื่องก็เก่งแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์พร้อมคณะตำรวจที่เกี่ยวข้องคดีน้องชมพู่ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวความคืบหน้า ซึ่งในการแถลงข่าวครั้งนี้นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ซึ่งเป็นลุงเขยน้องชมพู่ เดินทางมาพร้อมด้วยนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ ทนายความของลุงพล เพื่อที่จะมารอฟังคำแถลงของ ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวว่า วันนี้มีคำถามอยากฝากไปถึง ผบ.ตร.ว่าตอนนี้ลุงพลพ้นผิดหรือยัง เพราะที่ผ่านมามีแต่สังคมเป็นคนพิพากษาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้ว วันนี้จึงอยากได้ยินจากทาง ผบ.ตร. ว่าวันนี้ลุงพลเป็นผู้บริสุทธิ์
น้องชมพู่มีคนทำให้ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์แถลงข่าวโดยมีการแสดงคลิปสรุปผลการปฏิบัติงานตลอดกว่า 4 เดือนของตำรวจ รวม 3 คลิป ซึ่งในคลิปเเรกระบุถึง 8 ประการที่สนับสนุนให้เห็นว่าน้องชมพู่ไม่สามารถขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟได้ด้วยตัวเอง อาทิประเด็นสำคัญเช่น เส้นทางลาดชันเเละลำบาก มีเนินหินสูงชันกว่า 60 องศา เกินกว่าที่เด็กวัย 3 ขวบจะขึ้นได้ โดยเทียบกับบันไดบ้านที่มีความลาดชัน 45 องศา อาหารเช้าที่กินเป็นมื้อสุดท้าย เป็นไข่เจียว 3 คำ กับน้ำส้ม 1ขวด ไม่เพียงพอที่จะใช้พลังงานขึ้นไปข้างบน ศพน้องชมพู่อยู่ในสภาพเปลือย พ่อเเม่ยืนยันว่าน้องไม่สามารถถอดเสื้อผ้าด้วยตัวเองได้ พบเส้นผม 36 เส้นในที่เกิดเหตุ ซึ่งบางส่วนตรงกับน้องชมพู่ ถูกตัดหรือเฉือนด้วยมีดจากการกระทำของบุคลอื่น จึงยืนยันได้ว่ามีบุคคลอื่นอยู่กับน้องในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลิปที่ 2 เป็นการยืนยันเวลาการเสียชีวิตของน้อง จากผลการชันสูตรสภาพศพที่เน่าเปื่อย ความเห็นของนักกีฏวิทยา เเละจำลองการเน่าของเนื้อหมูเพื่อดูการเจริญเติบโตของหนอน สรุปผลยืนยันได้ว่า ช่วงเวลาที่น้องเสียชีวิตอยู่ระหว่างเวลา 14.30 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ถึงเวลา 14.30 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เเพทย์พบบาดเเผลหลายจุดเ เต่ไม่มีบาดเเผลใดทำให้เสียชีวิตได้ เเละไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศ ดังนั้นเเม้ว่าจะไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ เเต่เป็นไปได้ว่าน้องชมพู่เสียชีวิตจากการขาดน้ำเเละอาหาร เพราะไม่พบเศษอาหารในกระเพาะอาหารเเละลำไส้เล็กส่วนบน รวมถึงอวัยวะภายในมีการเน่ามากกว่าผิวหนังภายนอก ซึ่งเป็นอาการของผิวหนังขาดสารอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลิปที่ 3 เป็นเรื่องผลตรวจเส้นผมที่พบในที่เกิดเหตุไม่มีรากผม ทำให้ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอแบบระบุคนได้ ทราบเพียงว่าเป็นดีเอ็นเอของบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับน้องชมพู่ทางฝ่ายหญิงเท่านั้น เช่น ยาย เเม่ ป้า น้า น้อง รวมถึงไม่ได้หมายความว่าเส้นผมที่พบจะเป็นของคนร้ายเสมอไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ว่าต้องมีคนใกล้ชิดหรือบุคคลพยายามบังคับพาน้องชมพู่ขึ้นไปบนจุดเกิดเหตุจนน้องถึงเเก่ความตาย จะด้วยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะมีความผิด 3 ข้อหา คือ พรากเด็ก กักขังหน่วงเหนี่ยวจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต เเละซ่อนเร้นทำลายศพ&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตอนนี้มีบุคคลต้องสงสัยที่สุดเเล้วใช่หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เชื่อว่าจะต้องเป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักเส้นทางของเขาภูเหล็กไฟเป็นอย่างดี เพราะจุดที่พบศพไม่ใช่ตำแหน่งที่คนทั่วไปจะสามารถขึ้นไปได้ แต่พยานหลักฐานยังไม่สามารถเอาผิดได้ จึงจำเป็นต้องสืบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเป้าหมายของเราไม่ใช่การออกหมายจับและจับกุมตัวมาดำเนินคดี แต่ต้องการให้มีการลงโทษในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ายังทำงานต่อ ไม่พักคดีตามที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกต แต่ก็จะสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่อเนื่อง เพื่อส่งสำนวนให้อัยการภายในกรอบระยะเวลา 1 ปีนับตั้งเเต่เกิดเหตุ แต่คดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปี ซึ่งหากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมภายหลัง ก็สามารถสืบสวนต่อได้&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าอะไรเป็นอุปสรรคในการทำคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตำรวจทำงานยาก นั่นคือนิติวิทยาศาสตร์ พยานหลักฐานไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้ และน้ำหนักพยานบุคคลถูกทำลาย จากการที่มีสื่อมวลชนไปสัมภาษณ์ แต่ตำรวจก็จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจ พร้อมฝากถึงคนร้ายที่รอฟังอยู่ให้นอนเครียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์แถลงข่าวคดีน้องชมพู่ ทั้งลุงพล ป้าแต๋น ทนายโนบิตะ และหมอปลา ซึ่งมาฟังการแถลงข่าวต่างนั่งจดประเด็นที่เจ้าหน้าที่แถลง โดยเฉพาะเรื่องช่วงเวลาที่น้องชมพู่หายตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ช่วงเวลาประมาณ 09.49-10.11 น. ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้านกกกอก และประเด็นดีเอ็นเอจากเส้นผมที่พบในตัวน้องชมพู่ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของบุคคลใด ระบุได้เพียงเป็นญาติทางฝั่งแม่ 2 ประเด็นนี้ทำให้ลุงพลมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป้าแต๋นกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล หลังจากตำรวจแถลงเรื่องผลดีเอ็นเอเส้นผมที่พบใกล้ศพน้องชมพู่ว่าเป็นญาติทางฝั่งแม่ พร้อมระบุว่าในบรรดาพี่น้อง 5 คน ตัวเองมั่นใจว่าสัมผัสและยุ่งเกี่ยวกับน้องชมพู่ 2 วันก่อนที่น้องจะหายตัว ตัวเองอาบน้ำให้น้องชมพู่แล้ววันที่ขึ้นเขาภูเหล็กไฟไปค้นหา ไม่มีญาติพี่น้องทางฝั่งแม่ขึ้นไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79342</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำให้โปร่งใส, นายพลสีกากี, ยกเลิกการตั้งด่าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มกล้องวงจรปิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f77369a33b9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
