<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการ&#039;ตอกย้ำ 335คดีโกงข้าว ไม่มีขาดอายุแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกอัยการฯ เผย คณะทำงานทยอยฟ้องศาลปกครองแล้วหลัง อคส.และ อ.ต.ก.ส่งหลักฐานเพิ่มเติมเรียกค่าเสียหายเอกชนในโครงการจำนำข้าว 335 คดี ยันไม่มีปัญหาเรื่องอายุความแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีทางแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร (อ.ต.ก.) ได้ส่งเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้คณะทำงานอัยการสำนักคดีปกครอง ซึ่งคณะทำงานอัยการคดีปกครองทยอยพิจารณาสำนวน 335 คดี แยกเป็นสำนวนคดีจาก อคส. จำนวน 246 คดี และสำนวนคดีจาก อ.ต.ก. 89 คดี และได้ทยอยฟ้องคดีในนาม อคส.และ อ.ต.ก.ต่อศาลปกครองกลางแล้ว &amp;nbsp;ขอให้สบายใจได้ว่าไม่เกิดความเสียหายในชั้นพนักงานอัยการเรื่องอายุความดำเนินคดีแน่นอน อย่างไรก็ดี สำหรับคดีที่ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับกลุ่มเอกชนนั้น อยู่ระหว่างรอศาลไต่สวน ยังไม่มีคดีใดที่ศาลมีคำตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีที่อัยการยื่นฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งกับกลุ่มเอกชน ทยอยเข้าสู่ศาลปกครองกลางตั้งแต่ต้นปีนี้นับร้อยคดี ซึ่งในส่วนสำนวนคดี อคส.ล่าสุด ได้ยื่นฟ้องเพิ่มเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรณีบริษัทผิดสัญญาฝากเก็บรักษาข้าวสาร โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2555 ส่วนสำนวนคดี อ.ต.ก. ยื่นฟ้องเอกชนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรณีผิดสัญญาจ้างตรวจสอบและรับผิดชอบคุณภาพชนิด และน้ำหนักข้าวสาร โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 กับอีกคดีล่าสุดยื่นฟ้องเพิ่มวันที่ 14 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการบังคับคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ทั้งในส่วนกระทรวงการคลังมีคำสั่งทางปกครองบังคับคดีให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้มูลค่า 35,717,273,028.23 บาท (คดีอาญาถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา ไม่มีการยื่นอุทธรณ์) และส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ชดใช้ 1,768,973,012.66 บาท (ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 42 ปี คดีรอฟังผลอุทธรณ์) ให้นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ชดใช้ 2,242,571,739.68 บาท (ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 36 ปี คดีรอฟังผลอุทธรณ์)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 40 ปี คดีรอฟังผลอุทธรณ์), นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็น ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ (ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 32 ปี คดีรอฟังผลอุทธรณ์), นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ (ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 24 ปี คดีรอฟังผลอุทธรณ์) ต้องคำสั่งให้ร่วมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยรายละ 4,000 ล้านบาทนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ยิ่งลักษณ์และกลุ่มผู้ได้รับคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดทั้ง 6 รายดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องกลับ รมว.การคลัง และกระทรวงการคลัง เป็นคดีปกครองต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ซึ่งในส่วนคำขอทุเลาการบังคับคดีนั้น ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด ส่วนคำฟ้องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และกลุ่มผู้ได้รับคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองเรื่องการชดใช้ค่าสินไหนทดแทนนั้น ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองกลาง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิฆัมพร นาทวรทัต, ประยุทธ เพชรคุณ, ภูมิ สาระผล, มนัส สร้อยพลอย, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03adde968e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
