<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเป็นเหตุ! “กนง.”หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 1.8% สั่งตรึงดอกเบี้ย 0.50% หลังประเมินเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 64 - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ต่อปี พร้อมปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2564 เหลือ 1.8% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 3% และปี 2565 จะขยายตัวที่ 3.9% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 4.7% โดยประเมินว่าการระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้าและไม่ทั่วถึงเมื่อเทียบกับประมาณการเดิม และระยะต่อไปมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำจากการระบาดระลอกใหม่ ส่วนการเร่งดำเนินมาตรการทางการเงิน โดยเฉพาะสินเชื่อฟื้นฟู การปรับโครงสร้างหนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบได้ตรงจุดมากกว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินที่มีจำกัดในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107372</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส, ธปท., หั่นจีดีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_60924564ded90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.สั่งคงดอกเบี้ย พยุงเศรษฐกิจอ่วมพิษโควิดรอบ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 64 - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ต่อปี โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลงลงมากจากการระบาดของโควิด-19 รอบ 3 ซึ่งส่งผลกระทบการใช้จ่ายในประเทศและแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบันคือการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ทันการ ขณะที่มาตรการด้านการเงินต้องเร่งกระจายสภาพคล่องไปยังภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ที่จะช่วยเหลือได้ตรงจุดมากกว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบันอยู่ระดับต่ำ และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงดอกเบี้ยนโยบาย, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_60924564ded90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กนง.สั่งคงดอกเบี้ยนโยบายพยุงเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีการประเมินถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ไม่รุนแรงเท่ากับระบาดระลอกแรก และเศรษฐกิจยังได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐที่ออกมาเร็วและตรงจุด รวมถึงการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ แม้ว่าจะต่ำกว่าคาดการณ์เดิมมาก เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมการระบาดระลอกใหม่ และระยะถัดไปมีความเสี่ยงสำคัญ จากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอาจเชื่อมโยงถึงประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนภายในประเทศ ที่อาจจะเชื่อมโยงถึงนโยบายในการเปิดประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส, สายนโยบายการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef35759df094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กนง.&#039;เชื่อโควิดระลอกใหม่ไม่สะเทือนเศรษฐกิจตรึงดอกเบี้ย 0.50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค. 2563 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำและความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า จึงยังต้องการแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการนเงินที่มีจำกัด เพื่อใช้ในจังหวะที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิผลสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กนง. ยังได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2563 จะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ที่ติดลบ 6.6% จากคาดการณ์เดิมที่ ติดลบ 7.8% จากการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.2% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.6% ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นที่ระดับ 4.8% ในปี 2565 ส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชณะนี้นั้น มองว่าจะมีผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะมองว่าการระบาดจะอยู่ในวงจำกัด และกินระยะเวลาไม่นานเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น รวมทั้งเชื่อว่าภาครัฐจะสามารถบริหารจัดการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในไตรมาส 3/2563 เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยต่อเนื่องมาถึงไตรมาส4/2563 โดยเป็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและดีกว่าที่คาด มาจากการบริโภคและการส่งออกเป็นสำคัญ ส่วนการระบาดของโควิด-19 นั้น เชื่อว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะมีมาตรการควบคุมออกมา โดยจะเป็นมาตรการในลักษณะที่ตรงจุด โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มการฟื้นตัวได้ แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำสูงมากในระยะสั้น ดังนั้นหลังจากนี้จึงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการจากภาครัฐที่ออกมาว่าจะเข้มข้นแค่ไหน อย่างไร&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิตนันทิ์ กล่าวอีกว่า ตัวเลขจีดีพีในปี 2564 ถูกปรับลดลงพอสมควร ส่วนหนึ่งมาจากสมมุติฐานเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงเหลือ 5.5 ล้านคน จากเดิมที่ 9 ล้านคน ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า รวมถึงประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 2/2564 ประชากรของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศสำคัญมากกว่า 30% จะเข้าถึงวัคซีน และในไตรมาส 3/2564 ประเทศนักท่องเที่ยวหลักของไทยจะเข้าถึงวัคซีนได้เกินกว่า 30% ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะเข้าถึงวัคซีนได้ประมาณ 20% ภายในสิ้นปี 2564 ส่วนปี 2565 คาดว่าภาพรวมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป โดยนโยบายการเงินยังต้องผ่อนคลายต่อเนื่อง มาตรการทางการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและทันการณ์ ขณะที่มาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายด้านอุปทานเพื่อปรับรูปแบบธุรกิจและยกระดับทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ รวมถึงรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการ กนง. ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ รวมถึงติดตามความเพียงพอของมาตรการภาครัฐและปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87800</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงดอกเบี้ยนโยบาย, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2fcf5e3393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง. สั่งคงดอกเบี้ยที่ 0.50% หวังประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และให้เน้นมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดมากขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นกว่าคาด แต่ก็ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า และยังต้องการแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84250</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงดอกเบี้ยนโยบาย, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef35759df094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่พระเอกอีกต่อไป! “กนง.” คงดอกเบี้ย0.50%ต่อปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2563 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะ กนง. เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2563 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี โดยเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลังจากนี้ไม่ใช่พระเอกอีกต่อไป เพราะอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันได้ลดต่ำมามากเมื่อเทียบกับในอดีต ต่ำเป็นประวัติการณ์ และถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุดในภูมิภาค โดยทิศทางของเศรษฐกิจหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การดูแลเศรษฐกิจให้เกิดการฟื้นตัว เน้นเรื่องการจ้างงาน จำเป็นต้องประสานนโยบายทั้งมาตรการด้านการคลัง ควบคู่กับมาตรการด้านการเงินที่ต้องผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยในส่วนนโยบายการเงินยืนยันว่ายังมีกระสุนเพียงพอ และพร้อมที่จะนำออกมาใช้ตามความจำเป็น

ทั้งนี้ คณะกรรมการ กนง. ได้มีการหารือกันภายหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศได้ดำเนินนโยบายใส่สภาพคล่องลงไปในระบบ ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์และทองคำปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัญหาสภาพคล่องจำนวนมากในระบบการเงินโลกนี้ถือเป็นความเสี่ยง ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามากดดันค่าเงินบาท คณะกรรมการ กนง. เห็นว่าจำเป็นต้องติดตามดูแลทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งตัวจนกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ครึ่งหลังของปีนี้ดุลบัญชีเดินสะพัด คาดว่าจะยังเกินดุล แต่เป็นการเกินดุลที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับในอดีต เป็นไปตามปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันและการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้นแรงกดดันค่าเงินบาทจากดุลบัญชีเดินสะพัดจึงลดลง

นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการ กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ และการทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ยังต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากโอกาสในการเกิดการระบาดระลอกที่ 2 โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาด แต่การฟื้นตัวจะแตกต่างกันมากระหว่างภาคเศรษฐกิจ

&amp;ldquo;กนง. เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในไตรมาส 2/2563 ดีขึ้นกว่าที่ประมาณการไว้เดิมแต่ก็ยังหดตัวอยู่ ส่วนตัวเลขคงต้องรอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ชี้แจงในช่วงกลางเดือนนี้&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว

ด้านการส่งออกสินค้า เริ่มฟื้นตัวแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ การส่งออกบริการ นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่นักท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ด้านอุปสงค์ในประเทศหดตัวทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การจ้างงานและรายได้ครัวเรือนได้รับผลกระทบรุนแรงจากเศรษฐกิจที่หดตัว และจะใช้เวลาฟื้นตัวนาน

นอกจากนี้ คณะกรรมการ กนง. เห็นว่ามาตรการภาครัฐในระยะข้างหน้า จำเป็นต้องสนับสนุนการจ้างงาน ส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการด้านการคลังที่ตรงจุดและทันการณ์ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง มาตรการด้านการเงินและสินเชื่อที่ช่วยเสริมสภาพคล่อง รวมถึงนโยบายด้านอุปทานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การปรับรูปแบบการทำธุรกิจ และการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องบริบทใหม่หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง

&amp;ldquo;กนง. เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากตั้งแต่ต้นปี มาตรการการคลังของรัฐบาล รวมทั้งมาตรการการเงินและสินเชื่อที่ออกมาเพิ่มเติม ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น และจะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้หลังจากการระบาดคลี่คลาย เอื้อให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย และลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจให้เกิดผลในวงกว้างมากขึ้น และเร่งรัดการให้สินเชื่อผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องให้ตรงจุดและทันการณ์&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นบ้างตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีแนวโน้มติดลบในปีนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปี 2564 ตามราคาน้ำมันดิบที่จะทยอยปรับสูงขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย ด้านภาวะการเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารพาณิชย์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทรงตัวในระดับต่ำ สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อทดแทนการส่งออกตราสารหนี้

สำหรับสภาพคล่องโดยรวมในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง ต้องเร่งดำเนินการกระจายไปสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น ด้านอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาทยังผันผวนสูงขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทกลับมาแข็งค่าตามกรอบการอ่อนค่าของดอลล่าร์ โดยคณะกรรมการ กนง. เห็นว่าหากเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นเร็วอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ จึงควรติดตามสถานการณ์ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินความจำเป็นของการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม




&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงดอกเบี้ย, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b75d25974d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.คงดอกเบี้ย หั่นจีดีพีลบ8.1% ส่งออกพค.ตํ่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% หั่นจีดีพีปีนี้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ติดลบ 8.1% เหตุพิษโควิดเล่นงาน ศก.สาหัสกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง พาณิชย์เผยส่งออก พ.ค.63 ทำได้มูลค่า 16,278.39 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดิ่งสุดในรอบ 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวติดลบมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรงกว่าที่คาดไว้ และรัฐบาลหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องดำเนินมาตรการควบคุมการระบาด ซึ่งส่งผลกระทบให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก รวมทั้งจะมีผลกระทบที่มีความไม่แน่นอนสูงต่อโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ รูปแบบการทำธุรกิจ วิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กนง.ยังได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2563 จะขยายตัวติดลบ 8.1% ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวติดลบ 5.3% พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวติดลบ 10.3% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 8.8% และคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทยเพียง 8 ล้านคนเท่านั้น ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 15 ล้านคน ส่วนการบริโภคภาคเอกชนคาดว่าติดลบ 3.6% จากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 1.5% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนติดลบถึง &amp;nbsp;13.8% จากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 4.3% โดยมีเพียงการลงทุนภาครัฐเท่านั้นที่คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกที่ระดับ 5.8% เท่าคาดการณ์เดิม ส่วนเศรษฐกิจไทยปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกที่ 5% จากเดิมที่คาดว่าไว้ 3%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงครึ่งหลังของปีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มติดลบกว่าที่ประเมินไว้ แต่มีแนวโน้มกลับสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปี 2564 เสถียรภาพระบบการเงินเปราะบางมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ กนง.เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากตั้งแต่ต้นปี รวมทั้งมาตรการการคลังของรัฐบาลและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อที่ออกมาเพิ่มเติม ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นและจะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้หลังการระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย เอื้อให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย และลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน กนง.จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมครั้งนี้&amp;quot; นายทิตนันทิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์อีก ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกลับมารุนแรงอีกหรือไม่ ซึ่งเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ติดลบลึกที่สุดในไตรมาส 2/2563 เพราะผลกระทบโควิด-19 กระทบทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าที่คาด ทำให้ในช่วงดังกล่าวเศรษฐกิจติดลบมาก และช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวแบบติดลบน้อยลงเรื่อยๆ ก่อนจะกลับมาเป็นบวกในปีหน้า ส่วนจะฟื้นตัวอย่างไรขึ้นอยู่กับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในการประชุม กนง.ได้มีการหารือว่าโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งรูปแบบการทำธุรกิจ วิถีชีวิตการประกอบอาชีพของประชาชน จึงจำเป็นที่รัฐบาลต้องมีการทำมาตรการในด้านของอุปทาน ให้มีการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทิตนันทิ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยมาจากค่าเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมหลักและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะมีผลกระทบกับผู้ส่งออก ดังนั้นจึงให้ทีมงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินมาตรการจำเป็นเพิ่มเติมในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะเกินดุลมาก แต่ไม่มากเหมือนเดิมจนกว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจ ธปท. กล่าวว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ล่าสุดที่ติดลบ 8.1% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะเมื่อเทียบกับวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เศรษฐกิจไทยขยายตัวติดลบ 7.6%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน พ.ค.63 มีมูลค่า 16,278.39 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 22.50% โดยมูลค่าลดลงมากที่สุดในรอบ 4 ปี นับจาก เม.ย.59 ที่การส่งออกมีมูลค่า 15,609.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ &amp;nbsp;และอัตราขยายตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 130 เดือน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 13,583.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 34.41% เกินดุล 2,694.58 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนของปี &amp;nbsp;2563 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 97,898.69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 3.71% นำเข้ามูลค่า 88,808.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 11.64% โดยเกินดุลการค้า 9,090.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะมีการกระจายไปทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ทำให้การผลิตและการบริโภคหดตัว ซึ่งต่างจากตอนน้ำท่วมที่กระทบด้านการผลิตเป็นหลัก ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว และยังได้รับผลกระทบจากการขนส่งที่ยังไม่เพียงพอและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทำให้ผู้นำเข้าชะลอการสั่งซื้อแม้จะมีความต้องการสูง ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ยังไม่มาก กระทบต่อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และเงินบาทเริ่มแข็งค่า มีผลกระทบต่อการแข่งขันของสินค้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสินค้าส่งออก สินค้าอุตสาหกรรมลดลง 27% เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบลดลง &amp;nbsp;62.6% สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันลดลง 33.2% อัญมณีและเครื่องประดับลดลง 68.6 คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบลดลง 21.3% ผลิตภัณฑ์ยางลดลง 22.2% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบลดลง 39.5% แต่ทองคำเพิ่มสูงถึง 735.1% อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไอโอดเพิ่ม 29.1% เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเพิ่ม 5% ส่วนสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่ม 2.5% เช่น ผัก ผลไม้สดแช่แข็งกระป๋องและแปรรูปเพิ่ม 83.5% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเพิ่ม &amp;nbsp;8% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเพิ่ม 5.6% อาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่ม 17% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งเพิ่ม 13% &amp;nbsp;แต่ยางพาราลด 42% น้ำตาลทรายลด 25.4% ข้าวลด 4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมจะลดลง แต่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการในช่วงล็อกดาวน์ของโลกยังคงขยายตัวได้ดี และทำให้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 22.7% &amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 17.1% ของการส่งออกทั้งหมด ทำให้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหาร และยังทำให้รายได้กระจายลงสู่เกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก&amp;quot; น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สนค.กล่าวด้วยว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยแม้จะติดลบมาก แต่ก็ทำได้ดีกว่าหลายประเทศ และน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยคาดว่าความต้องการสินค้าของประเทศต่างๆ จะเพิ่มขึ้นในเดือนต่อๆ ไป &amp;nbsp;แต่การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะมีการกลับมาระบาดรอบ 2 ของโควิด-19 หรือไม่ และยังมีปัญหาการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ยังไม่คล่องตัว โดยหากการส่งออกจากนี้ไป ทำได้เฉลี่ยเดือนละ 1.7-1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกทั้งปีจะติดลบ 5% แต่ถ้าทำได้มากกว่าการติดลบก็จะน้อยลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน นาครทรรพ, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส, พิมพ์ชนก วอนขอพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3579d151d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
