<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039;ฉะเพื่อไทยกลับไปกลับมา นายกฯไม่ลงพื้นที่ก็หาว่าไม่สนใจปชช.พอลงพื้นที่ก็บอกหาเสียง   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64- น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพือไทยกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมแค่สร้างภาพ หาเสียงหรือวัดกระแสกันเองภายในพรรคว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความจริงใจในการทำงานในฐานะผู้นำ ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อหาเสียงหรือวัดกระแสภายในพรรคแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้นำ ยิ่งในสถานการณ์วิกฤติ นอกจากกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและแก้ไขปัญหาแล้ว การลงพื้นที่ยังสร้างขวัญและกำลังใจให้พี่น้องประชาชนและผู้ปฏิบัติ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ หรือ กนช.โดยตรง การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เป็นการปฏิบัติภารกิจปกติ&amp;nbsp; และในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีบุคคลากรที่อยู่ในฝ่ายบริหารยังได้กำชับให้รัฐมนตรีในพรรคลงพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งจะเห็นว่ารัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐกระจายกันลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ แต่พรรคเพื่อไทยกลับมาโฟกัสที่พล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.ประวิตร เพื่อหวังเสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งและเป็นเรื่องการเมือง อาจหวังกลบข่าวผลงานการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน แต่ไม่เป็นผลเชื่อว่าพี่น้องประชาชนไม่หลงเชื่อตามการชี้นำของนักการเมือง เพราะทุกวันนี้ตนลงพื้นที่ก็ได้รับแต่เสียงสะท้อนชื่นขอบมาตรการขช่วยเหลือของภาครัฐ
&amp;nbsp;
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตของลุ่มน้ำสำคัญทั้งลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ที่มวลน้ำจากแม่น้ำชีจะไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่อ.เมืองอุบลราชธานี ช่วงวันที่ 12-21 ตุลาคมนี้ นายกรัฐมนตรีจึงต้องติดตามสถานการณ์การเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทยมีส.ส. จ.อุบลราชธานี น่าจะต้องทราบดีว่า จ.อุบลราชธานี มีโครงการสำคัญของรัฐบาลหลายโครงการ&amp;nbsp; ท่านนายกรัฐมนตรี จึงไปติดตามความคืบหน้ารวมถึงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและสอบถามข้อมูลในพื้นที่จริง ดังนี้ โครงการบริหารจัดการน้ำอุบลราชธานี &amp;ndash;โขงเจียม ระหว่างปี 2559-2564 จำนวน 34 โครงการ โดยมีครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์ 63,673 ครัวเรือน มีพื้นที่รับประโยชน์ราว 557,686 ไร่&amp;nbsp; ซึ่งในนี้จะเป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม จำนวน 10 โครงการ สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 374,896.75 ไร่ และในระหว่างปี 2565-2567 อีก 129 โครงการ โดยพื้นที่ที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ 2.40 ล้านไร่ และในนี้จะเป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม จำนวน 20 โครงการ สามารถป้องกันน้ำท่วมราว 84,582 ไร่&amp;nbsp; ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ มีผลสำเร็จและคืบหน้าอย่างไรบ้าง ติดขัดตรงไหนหรือไม่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp; ได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าและรวดเร็วที่สุด
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกข้อที่เสนอมา 8 ข้อ นั้นหากหาข้อมูลจริงๆ จะพบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่แล้ว และขณะนี้ก็กำลังลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนอยู่&amp;nbsp; ซึ่งในยามวิกฤติเช่นนี้ จุดยืนของพรรคเพื่อไทยคืออะไรกันแน่ หากนายกรัฐมนตรีไม่พบปะประชาชนหรือไม่ลงพื้นที่ก็กล่าวหาว่าไม่สนใจประชาชน พอลงพื้นที่ก็บอกหาเสียงแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้&amp;nbsp; การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้กลับไปกลับมาไม่เอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะการลงพื้นที่ไปตามที่ต่างๆ ก็จะทำให้รัฐบาลทราบถึงปัญหามากขึ้น แล้วนำมาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว
&amp;nbsp;
น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า สิ่งส.ส. พรรคเพื่อไทย ในจังหวัดอุบลฯ ก็น่าจะดีใจและให้ความร่วมมือสื่อสารถึงประชาชนในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนด้วยซ้ำ แต่วันนี้เหมือนต้องการขัดขวางระหว่างนายกฯกับประชาชนใช่หรือไม่&amp;nbsp; และเพราะเหตุใด หรืออาจรู้สึกหวั่นไหวกลัวจะเสียฐานเสียง จึงมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ไปลงพื้นที่หาเสียง&amp;nbsp; หากเป็นเช่นนั้น พรรคเพื่อไทยต่างหากที่คิดเป็นแต่เรื่องทางการเมือง ไม่คิดถึงพี่น้องประชาชน ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์มุ่งทำงานเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในทุกๆพื้นที่&amp;nbsp; เก็บข้อมูลจากพื้นที่จริง และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนที่เดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ว่านายกฯไม่ทอดทิ้ง&amp;nbsp; ที่สำคัญตามหลักการศาสตร์พระราชา คือ &amp;quot;เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา&amp;quot; เข้าใจภูมิประเทศ เข้าใจผู้คน ไม่ใช่รอรับรายงานและสั่งการอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, ลงพื้นที่น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20211015/image_mid_61691893d39e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; เผยนายกฯไม่นิ่งนอนใจ กำชับทุกหน่วยเร่งคลี่คลายน้ำท่วม สั่งทุกเหล่าทัพช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี&amp;nbsp; กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์โดยเร่งด่วน โดยเฉพาะได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ รวมทั้งกำลังพลในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผกระทบให้ครอบคลุมและทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ทางกรมการทหารช่าง ได้จัดชุดปฏิบัติการเรือยาง เข้าไปช่วยเหลือในหลายพื้นที่ พร้อมนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปดูแลประชาชนและแจกถุงยังชีพ โดยได้เข้าไปช่วยในพื้นที่อบต.ธารปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนสนสูง จ.นครราชสีมา มอบอาหารและน้ำดื่มเข้าช่วยเหลือชาวบ้านหมู่ 14 และหมู่ 16 โดยจัดชุดปฏิบัติการออกเป็น 3 ชุด ชุดที่ 1 เข้าไปช่วยเหลือผู้ประภัยที่หมู่ที่ 14 บ้านหัวทำนบ มอบถุงยังชีพจำนวน 160 ชุด ชุดที่ 2 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย หมู่ที่ 16 บ้านงิ้วตะแบก มอบถุงยังชีพ จำนวน 300 ชุด และชุดที่ 3 สนับสนุนงานทาง อบต. และจัดสถานที่พร้อมทำความสะอาดสำหรับพักอาศัยของชุดปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นอกจากนี้กรมการทหารช่าง ยังสนับสนุนสะพานเครื่องหนุนลอยพับได้แบบ 79A (ribbon bridge)&amp;nbsp;จำนวน 2 ทุ่น เพื่อจัดตั้งตำบลส่งกำลังเคลื่อนที่ ในพื้นที่ประสบภัย บริเวณลำน้ำจักราช รร.พิมายวิทยา ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมาด้วย ซึ่งตลอดระยะเวลาทหารได้เข้ามาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในหลายครั้งที่ผ่านมาเช่น วิกฤตโควิด -19 ก็เช่นกัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ที่ทุกฝ่ายคอยดูแลอย่างใกล้ชิด จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118544</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทิพานัน ศิริชนะ, น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61512518ac1c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนสุโขทัยซาบซึ้งนายกฯช่วยน้ำท่วม แนะฝ่ายค้านรีบลงพื้นที่อย่ามัวดิสเครดิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุโขทัยเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมว่า โดยภาพรวม จ.สุโขทัย ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ในพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งขวา&amp;nbsp; 9 อำเภอ 56 ตำบล 288 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร 169,297 ไร่ บ่อปลา 1,326 ไร่ ถนน 118 สาย สะพาน 6 แห่ง ท่อระบายน้ำ 7แห่ง ตลิ่งและคันกั้นน้ำ 6 แห่ง ฝาย 9 แห่ง ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าเป็นการเร่งด่วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ล่าสุด สิ่งที่นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในภาวะฉุกเฉินเร่งด่วนนี้ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการ 9 ภารกิจเร่งด่วนคือ 1.อพยพผู้ประสบภัยและสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย โดยคำนึงมาตราการป้องกันโควิด-19 ด้วย&amp;nbsp; 2.จัดเตรียมศูนย์อพยพชั่วคราวและต้องประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้ผู้ประสบภัยได้ทราบและมาพักอาศัยกรณีเกิดภาวะน้ำท่วมฉุกเฉินไว้&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในส่วนพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้นั้น ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาอาหารแห้ง น้ำดื่มและยารักษาโรค 4.อำนวยความสะดวกการใช้ไฟฟ้าแก่พี่น้องประชาชนให้มีใช้อย่างเพียงพอต่อเนื่อง รวมทั้งแนะนำข้อปฏิบัติเกี่ยวกับไฟฟ้ากรณีเกิดน้ำท่วมให้มีความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด 5.จัดให้มีชุดปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็วทางเรือเพื่อให้การรักษาพยาบาลพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.สำรวจและขจัดสิ่งขวางทางน้ำไหลเพิ่มให้เหมาะสม 7. ด้านการคมนาคมนายกรัฐมนตรีได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแสดงสัญลักษณ์และเตือนภัยเส้นทางสัญจรที่เป็นอันตราย ไม่ควรผ่านให้ประชาชนได้เตรียมตัวได้ทัน มีจุดบอกระดับน้ำท่วมในจุดที่มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อความปลอดภัย 8.ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตให้ช่วยเฝ้าระวังสัญญาณให้การได้อยู่เสมอ 9.ให้เร่งสำรวจความเสียหายของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอย่างทั่วถึงและโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการเยียวยา และฟื้นฟูโดยเร็วที่สุดและครบถ้วน&amp;nbsp; ซึ่งทุกข้อสั่งการหากติดขัดตรงไหนก็ขอให้ผู้เกี่ยวข้องรีบรายงานมาที่นายกรัฐมนตรีโดยด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯห่วงใยสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ฉะนั้นกำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ และการลงพื้นที่&amp;nbsp; นายกฯจะติดตามข้อสั่งการเสมอๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชนให้รวดเร็ว&amp;nbsp; อย่างวันลงพื้นที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ต่างมีความซาบซึ้งในความห่วงใยและความปรารถนาดีอย่างจริงใจของนายกฯ เข้าใจว่านายกฯ ต้องการดูแลประชาชนทั้งประเทศอย่างดีที่สุด จึงต้องรับรู้ถึงสถานการณ์ สัมผัสปัญหาเพื่อเข้าใจสภาพความเป็นจริง&amp;nbsp; ไม่ใช่รอรับรายงานเพียงอย่างเดียว เพื่อเสริมความคล่องตัวในการทำงานให้มากขึ้น โดยยึดหลักการกระจายอำนาจและบูรณาการการทำงาน&amp;rdquo; น.ส.ทิพานัน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่า เมื่อเกิดสถานการณ์ที่น้ำท่วมในหลายพื้นที่ เป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาร่วมมือร่วมใจกันเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน ไม่ใช่หาช่องโจมตีหรือดิสเครดิตทางการเมือง ฝ่ายค้านเองก็ควรลงพื้นที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเช่นกัน เพื่อจะได้สัมผัสถึงปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117958</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, นายกฯ, น้ำท่วม, บิ๊กตู่, สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61512518ac1c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่แบ่งภาค &#039;ทิพานัน&#039; ชี้นายกฯ ลงพื้นที่สุโขทัย เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคเหนือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่ได้รับผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำแม่ม่อมล้นอ่าง จากฝนตกหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งรับฟังการเตรียมพื้นที่รับน้ำแก้มลิงบริเวณแม่น้ำยมฝั่งซ้าย ในวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายนว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน จึงต้องการรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ หากติดขัดสิ่งใด นายกรัฐมนตรีจะได้พิจารณาสั่งการในการรับมือได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า จ.สุโขทัยนั้นยังเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคเหนือ เนื่องจากภาคเหนือเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของประเทศ จึงมีแผนงานปรับปรุงประสิทธิภาพและระบบระบายน้ำทั้งระบบของแม่น้ำยม &amp;nbsp;เช่นประตูระบายน้ำบ้านหาดเสี้ยว อีกทั้งยังมีโครงการปรับปรุงคลองยม - น่าน จังหวัดสุโขทัย ที่ครม. ได้เคยอนุมัติกรอบวงเงินไป 2,875 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำในระยะยาวของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นโครงการ 5 ปี (ปี 2563 -2567) ในขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ และมีแล้วเสร็จไปบ้างแล้ว ซึ่งมีเป้าหมายให้สามารถรองรับน้ำที่ไหลผ่านอำเภอศรีสัชนาลัยได้สูงสุด1,400 ลบ.ม./วินาที ประกอบด้วยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในลำน้ำสาขาและประตูระบายน้ำแม่น้ำยมในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนและตอนกลางเพื่อเก็บกักน้ำในลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม ลดยอดน้ำของแม่น้ำยมตอนบนและตอนกลางที่จะไหลลงพื้นที่แม่น้ำยมตอนล่าง ปรับปรุงคลองผันน้ำและประตูระบายน้ำเพื่อให้สามารถผันน้ำเลี่ยงเขตเศรษฐกิจเมืองสุโขทัยออกทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำยม ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จจะบรรเทาและป้องกันน้ำท่วมไปได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. ทิพานัน กล่าวต่อว่า ท่านนายกฯ เห็นความสำคัญต่อการบูรณาการการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ดังนั้น จึงต้องการเห็นภาพรวมของจังหวัดต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ การลงพื้นที่ของนายกฯยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ และหากมีปัญหาอุปสรรคก็จะได้แก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการรอรายงานลงไป และให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ เพื่อให้ผ่านสถานการณ์ไปได้อย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;การทำงานของนายกรัฐมนตรีเปิดกว้างในกระบวนการการทำงาน ไม่มีแบ่งภาค หรือฐานเสียงว่าเป็นของพรรคใด ฝ่ายใด เป็นนายกรัฐมนตรีของคนทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้มีพี่น้องประชาชนชาวสุโขทัยที่ติดตามใน เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;อ้น ทิพานัน ศิริชนะ พอทราบข่าวว่านายกจะลงพื้นที่สุโขทัย ต่างเข้ามาสอบถามด้วยความดีใจและต้องการมารอต้อนรับ พร้อมกับถามเวลาเพื่อจะเตรียมขนม รวมถึงอาหารต่างๆ มาให้นายก เพื่อจะได้ชิมของอร่อยๆของสุโขทัย และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายกลุงตู่ในการทำงานอีกด้วย&amp;quot; น.ส. ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610293e3e05ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; อบรมโฆษก พท.มองเปิดประเทศแค่มิติท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ วอนอย่าขัดขาทุกเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณที่น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาวิจารณ์รัฐบาลให้ทบทวนกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเปิดประเทศ เตรียมเปิดพื้นที่กรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ทั้งที่ไม่มีความพร้อมว่า ต้องถามกลับโฆษกพรรคเพื่อไทยว่า ได้อ่านรายละเอียดของแผนการเปิดประเทศหรือไม่ หรืออ่านเพียงแค่ 3 บรรทัดแล้วไปนำเอาความเห็นที่ตรงกันข้ามมาต่อยอดเพื่อโหนกระแส เพียงหวังสร้างพื้นที่ข่าวเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีสาระหรือมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์อื่นใดกับพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า แผนการเปิดประเทศนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี กำชับให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบและปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งจะต้องมีการประเมินความพร้อมทุกด้านในกลุ่มจังหวัด อำเภอและเขตที่จะมีการเปิดประเทศ โดยมีแผนรองรับเตรียมความพร้อมในทุกด้าน สำหรับการเตรียมความพร้อมเปิดประเทศในระยะที่ 2 เดือนตุลาคมนี้ ใน 5 จังหวัด คือกรุงเทพมหานคร ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในส่วนของกทม.เอง ที่เลื่อนออกไปเนวันที่ 15 ตุลาคม ไม่ได้เปิดพร้อมกับจังหวัดอื่นในวันทื่ 1 ตุลาคม เนื่องจากคำนึงถึงเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% เป็นหลักก่อน ซึ่งคาดว่าจะฉีดได้ครบ 70% ในเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การจะเปิดประเทศได้นั้นมีรายละเอียดการตัดสินใจมีความละเอียดรอบด้าน มีการประเมินผลเสมอ และต้องเข้าใจว่าเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นเกี่ยวพันกับธุรกิจในหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ค้าปลีก เศรษฐกิจในชุมชน ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว จะมองเพียงมิติด้านท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าเมื่อมีแผนการเปิดประเทศออกมา ก็มีกระแสตอบรับจากทั้งนักลงทุนและภาคเอกชนต่างๆ ทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจดีขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้นไม่ใช่เรื่องของการหารายได้อื่นไม่เป็น&amp;nbsp; แต่เป็นการใช้กลยุทธ์การท่องเที่ยวมาเป็นตัวนำเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในด้านอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเป็นฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นจะขัดแย้งขัดขารัฐบาลไปเสียทุกเรื่อง บางเรื่องไม่พูดบ้างอาจเป็นประโยชน์กว่าการพูดทุกเรื่อง พี่น้องประชาชนมองเห็นแล้วว่าวันนี้รัฐบาลมีความตั้งใจทำงาน&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน มุ่งเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ แต่มีบางกลุ่มที่ต้องการฉุดรุ้งการแก้ไขปัญหาเพื่อหวังผลทางการเมือง&amp;rdquo; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116926</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทิพานัน ศิริชนะ, อรุณี กาสยานนท์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142ff523fb1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039;เผยชาวบ้านดีใจรัฐบาลปรับมาตรการล็อกดาวน์ทำค้าขายคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2564 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ชุมชนต่างๆในเขตจอมทอง-ธนบุรี มีเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนว่า &amp;nbsp;มีความรู้สึกผ่อนคลายและดีใจที่สามารถกลับมาใช้พื้นที่สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมสวย และรับประทานอาหารนอกบ้านได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการและพนักงานห้างร้านต่างๆ คนขับรถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจมีการเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา แม้จะยังไม่กลับมาเป็นปกติเหมือนกับช่วงก่อนล็อกดาวน์ ซึ่งในสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาดเช่นนี้แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้หายป่วยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ตนได้ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและขอความร่วมมือในการเคร่งครัดเรื่องการป้องกันตามมาตรการควบคุมโรคเพื่อความปลอดภัย ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและไม่ต้องการให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ขึ้นซึ่งจะเป็นการทำลายบรรยากาศเศรษฐกิจ นอกจากนี้ตนยังได้ให้ข้อมูลแผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ว่าจะมีวัคซีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยจะเข้ามาอีก 24 ล้านโดส มีทั้งวัคซีนจากซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตร้า เซนเนก้า 10 ล้านโดส ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส และซิโนฟาร์มอีก 6 ล้านโดส ซึ่งในเดือนนี้ทาง ศบค.ตั้ง เป้าหมายฉีดให้กับประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 50 ของทุกจังหวัด และร้อยละ 70 อย่างน้อย 1 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ที่สำคัญในเดือนตุลาคมนี้จะเริ่มแผนฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ด้วยความยินยอมของผู้ปกครอง &amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเป้าหมายนักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 &amp;ndash; 6 หรือปวช. ปวส. หรือเทียบเท่าเพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปิดภาคเรียน และฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือบูสเตอร์ให้กับคนที่ฉีดซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม และยังมีการสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์อีก 30 ล้านโดส และในปีหน้า จะสั่งซื้ออีก 50 ล้านโดส โมเดอร์นา เป็นวัคซีนทางเลือกอีก 5 ล้านโดส จะเห็นได้ว่า เมื่อเราติดอาวุธวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนบวกกับมาตรการป้องกันตามมาตรการทางสาธารณสุข ก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่พี่น้องประชาชนยังกังวลกับปัญหาการเมือง กลุ่มป่วนเมือง ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนที่มีภาพความรุนแรง จะกระทบต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดและทำลายบรรยากาศในการค้าขายต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการควบคุมการชุมนุม ที่พยายามสร้างความเกลียดชังและโกรธแค้นให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิดกำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อวัคซีนเข้ามามากจะเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับพี่น้องประชาชนในการทำธุรกิจทางเศรษฐกิจ ภาพรวมของประเทศก็จะผ่อนคลายและดีขึ้น &amp;rdquo;น.ส.ทิพานัน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116426</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อคดาวน์, ทิพานัน ศิริชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114a703697fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; ปกป้องลุง อัดโฆษกสาวเพื่อไทย เละ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีใช้เวลา 7 ปีปฏิรูปตำรวจล้มเหลว จากกรณีเกิดคดีของพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ เค้นสอบทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตว่า บ่อยครั้งที่โฆษกพรรคเพื่อไทยแสดงความคิดเห็นสะท้อนตรรกะที่ผิดเพี้ยน พยายามบิดเบือนเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคม &amp;nbsp;ดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี ไม่เข้าใจโครงสร้างของการบริหาร หรือจงใจเชื่อมโยงเพื่อดิสเครดิตทางการเมือง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ผลักดันการปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นรูปธรรม ในเชิงโครงสร้างและนโยบาย เพื่อสะสางปัญหาต่างๆในหลายๆเรื่อง &amp;nbsp;โดยครม.ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในชั้นของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภา จะเห็นว่าในส่วนอำนาจการของฝ่ายบริหารงานไม่ได้เตะถ่วงรีรอใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ประกอบกับครม.ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้เป็นบุคคลสูญหาย ให้สภาฯบรรจุวาระการประชุมแล้ว ดังนั้นจะเห็นได้ว่า รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ มีความจริงใจในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ห่วงใยและป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นที่น่าสังเกตว่า โฆษกพรรคเพื่อไทยพยายามโยงคดีที่เกิดขึ้น กับการปฏิบัติหน้าที่เผชิญเหตุการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นการพยายามจับแพะชนแกะที่มั่วที่สุด &amp;nbsp;ยังอาจสะท้อนเจตนาแอบแฝงที่ไม่ชอบมาพากล &amp;nbsp;เหมือนจงใจ &amp;nbsp;สร้างแรงกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยั่วยุกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ใช่หรือไม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องระมัดระวังการแสดงความเห็นของโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนการชุมนุมให้กระทำผิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรงหรือไม่ด้วย&amp;rdquo;น.ส.ทิพานัน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114733</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทิพานัน ศิริชนะ, ปฏิรูปตำรวจ, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612890804126a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
