<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักร้องทำงาน &#039;เรืองไกร&#039; ยื่น  ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน  &#039;พิธา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พบหลายประเด็นที่น่าสงสัย อันเป็นเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ นายพิธา แจ้งว่ามีคู่สมรส และคู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่นายพิธากลับไม่แสดงรายได้ รายจ่าย หรือหุ้น ของคู่สมรสต่อป.ป.ช. นายพิธา ได้นำอาคารของน้องชายมูลค่า 15,000,000 บาท มาแสดงในบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ในทางบัญชีควรตรวจสอบว่า ทรัพย์สินรวมที่แจ้งสูงเกินจริง (Overstate assets) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพิธา แจ้งที่ดินรายการหนึ่งว่า เป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งแปลกมาก เพราะนายพิธา ไม่น่าจะมีกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ แม้จะไม่ได้แจ้ง เลขที่ เนื้อที่ และมูลค่าไว้ก็ตาม แต่การแสดงรายการที่ดินเช่นนี้ อาจเข้าข่ายแจ้งข้อความโดยไม่ตรงความจริงหรือไม่ นายพิธา ไม่ได้แจ้งมูลค่าที่ดินและบ้านของคู่สมรสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เห็นได้จากมีการแจ้งรายการอาคารของคู่สมรสไว้ด้วยแต่ไม่แสดงมูลค่า ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า คู่สมรสมีอาคารดังกล่าว ซึ่งควรตั้งอยู่บนที่ดิน แต่กลับไม่มีการแจ้งมูลค่าอาคารและที่ดินไว้ &amp;nbsp;ทำให้มีประเด็นที่ควรตรวจสอบทางบัญชีตามมาว่า บัญชีทรัพย์สินรวมของคู่สมรส แสดงไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง (Understate assets) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเรืองไกรกล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนมาจากการตรวจสอบรายการในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่นายพิธา ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อคราวรับตำแหน่งส.ส. &amp;nbsp;รวมทั้งข่าวในสื่อต่างๆ ดังนั้น จึงมีเหตุที่ต้องร้องขอให้ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนายพิธากับคู่สมรส ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ไว้นั้น เข้าข่ายตามความใน พรป. ป.ป.ช. มาตรา 114 หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตนยังได้รับข้อมูลที่ขอไว้ในชั้นกมธ.งปม.65 ว่ามี ส.ส. และ ส.ว. ยังถือครองที่ดิน ส.ป.ก.อยู่ รวม 5 ราย จึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ยื่น ป.ป.ช., สอบทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1dcc3c4627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039; โคม่า! &#039;แรมโบ้&#039; ถล่มยับ อยากมีอำนาจ อยากเป็นนายกฯเหลือเกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีมีศิลปินดาราบางคนได้โพสต์ ข้อความดูหมิ่นด้วยการโฆษณา และนายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือคตส.ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับมิลลิ นักร้องแรปเปอร์สาว ที่สน.นางเลิ้งตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นการทำหน้าที่ของนายอภิวัฒน์ฯในฐานะผู้ช่วยรมต.และประธานคตส.เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร ได้ไปยื่นหนังสือถึงผบ.บชน.ขอให้ตักเตือนตรวจสอบคนที่ออกมาโพสต์ดูหมิ่นดูแคลนสร้างความแตกแยกในบ้านเมือง มีบุคคลใดทำผิดกฎหมายหรือไม่นั้นเป็นการทำในสิทธิส่วนตัวของนายสนธิญาเอง ไม่ได้รับคำสั่งจากใครเช่นเดียวที่ตนไปร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ที่กองปราบปรามฯก็ใช้สิทธิ์ตามหน้าที่ส่วนตัวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจึงขอเตือนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะที่นายพิธาเป็นนักการเมืองรุ่นน้องว่า การสนับสนุนคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในทางที่สร้างสรรค์นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าสนับสนุนให้คนออกมาโพสต์ในทางดูหมิ่นดูแคลนใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น และยังส่งผลให้สังคมแตกแยก ทำลายขวัญกำลังใจบุคคลากรที่ทุ่มเททำงาน นายพิธา อย่าใช้วิธีการแบบนี้เพื่อตีกินทางการเมือง สุดท้ายสังคมจะประณามนายพิธาเป็นคนสนับสนุนอยู่เบื้องหลังคนบางคนเหล่านี้ออกมาโพสต์ด่าทอด้อยค่าคนอื่นให้เสียหายด้วยคำหยาบคาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ตามที่เป็นข่าวนั้น นายพิธามีจุดประสงค์ให้สังคมแตกแยกวุ่นวาย หวังเพียงเพื่อล้มรัฐบาลเพราะนายพิธาอยากมาเป็นนายกฯรัฐบาลเสียเองอย่างนั้นใช่ไหม ตนว่า คิดว่าถ้ามีพฤติกรรมให้สนับสนุนให้คนใช้คำหยาบคายเช่นนี้ไม่มีทางที่คนไทยจะยอมรับได้อย่างแน่นอน สังคมไทยไม่ต้องการผู้นำที่ส่งเสริมเยาวชนใช้คำไม่สุภาพหยาบคายเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าสมมติลูกหลานนายพิธา ไปใช้คำหยาบคายกับคนอื่นบ้าง หรือมีคนอื่นมาใช้คำนี้กับนายพิธาบ้างนายพิธาจะยอมรับได้ใช่ไหม &amp;nbsp;ทั้งที่ปู่ย่าตาตายสั่งสอนมาว่าอย่าให้คำหยาบคายนี้ไปพูดจาด่าใคร นายพิธาเองก็คงถูกผู้ปกครองอบรมสั่งสอนมาเช่นนี้เหมือนกันมิใช่หรือ หรือว่าไม่เคยมีใครอบรมสั่งสอนมาว่า คำเหล่านี้ เป็นคำที่ไม่เหมาะสม ไม่สุภาพอย่างยิ่ง คนในสังคมไทยรับไม่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ถ้านายพิธาคิดว่าเป็นคำสุภาพเป็นคำเหมาะสม นายพิธาชอบคำหยาบคายคำนี้ เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งนายพิธาหรือผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่หาเสียง ตนจะได้ไปเชิญชวนป่าวประกาศ บอกให้พี่น้องประชาชนทั่วทุกพื้นที่ ที่นายพิธาและคณะไปหาเสียง ช่วยกันตะโกนเรียกคำนี้ ใช้เรียกชื่อนายพิธาและผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล ถ้าพวกนายพิธาชอบคำนี้และคิดว่าเป็นคำสุภาพในความคิดของนายพิธา จะได้ให้พี่น้องประชาชนจัดให้ตามความต้องการ ต้องการเช่นนั้นใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านายพิธายังไม่เข้าใจกฎหมายก็คงเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้ ตนจึงขอแนะกฎหมายสิทธิขั้นพื้นฐานให้นายพิธาเข้าใจสักนิดว่า&amp;quot;การแสดงสิทธิเสรีภาพทางความคิดผ่านโซเชียล ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่ในการใช้สิทธินั้นต้องไม่ไปกระทบสิทธิของผู้อื่น ไม่ใช่อ้างว่ามีสิทธิตามกฎหมายแล้วจะพูดอะไรก็ได้ ในความผิดที่เกิดขึ้นแยกเป็น 2 ส่วน ถ้าไปพาดพิงถึงบุคคลใดในเรื่องความผิดต่อส่วนตัว ก็เป็นเรื่องของผู้เสียหายนั้นๆ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่กล่าวถึง ยกเว้นถ้าพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน บุคคลทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้ทันที ข้อกฎหมายเหล่านี้นายพิธาควรไปศึกษาใส่สมองบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอร้องนายพิธาควรหยุดสนับสนุนหรือยุยงให้คนออกมาสร้างความแตกแยกในสังคมไทย สิ่งที่ช่วยประชาชนที่กำลังเดือดร้อนได้รับความทุกข์จากโควิดร้าย ขณะนี้คือ ขอให้ทุกคนลงมือช่วยกัน จับมือกันเดินไปข้างหน้าเพื่อเอาชนะสงครามโควิดไปด้วยกัน หันมาพูดสร้างสรรค์ให้กำลังใจกันและกัน ให้ก้าวผ่านวิกฤตไปให้ได้ ประเทศไทยเป็นของพวกเราทุกคนมิใช่หรือ นายพิธาโปรดช่วยเก็บกิเลสความอยากมีอยากได้ในอำนาจ อยากมีตำแหน่งใหญ่โตพักเอาไว้ก่อน หันหน้ามาช่วยประชาชนคนไทยให้ปลอดภัยก่อน นี่คือสิ่งที่ นายกฯและคนไทยส่วนใหญ่ต้องการมากที่สุด นายพิธาและส.ส.ก้าวไกลควรมีจิตสำนึกทำความดีได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110814</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, เสกสกล, แรมโบ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa3f507b466.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ๊ต๊ะ &#039;ก้าวไกล&#039; เปิดอีกช่องทางไว้ประชาสัมพันธ์ผลงานพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 64 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ว่าฝากติดตามก้าวไกลทูเดย์ &amp;nbsp;@mfptoday &amp;nbsp;ด้วยนะครับใบหน้ายิ้มเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;@mfptoday ช่องทางนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จัดทำขึ้นเพื่อ สำหรับสื่อสาร ผลงาน ข่าวสาร และกิจกรรมของพรรคทั้งในและนอกสภาโดยแนวร่วมที่ยึดมั้นในอุดมการณ์เดียวกัน สุดท้ายนี้ฝากกดติดตามช่องทางนี้และให้กำลังใจเพื่อเป็นการสนับสนุนพวกเราต่อไป #พรรคก้าวไกล หัวใจสีส้ม&lt;/p&gt;



&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;ฝากติดตามก้าวไกลทูเดย์ @mfptoday ด้วยนะครับ? https://t.co/n6ebEWTqqa&lt;/p&gt;
&amp;mdash; Pita Limjaroenrat (@Pita_MFP) July 14, 2021


&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60ef8df9f38f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หัวหน้าทิม&#039; ว่าอย่างไร &#039;ทิพานัน&#039; เดือด!จี้สอบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง&amp;ndash;ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์กล่าวหา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ในขณะที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคว่า เข้าใจว่าต้องการสร้างประเด็นขึ้นมา เพื่อหวังกลบกระแสที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลไม่พอใจที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลยอมรับเข้าฉีดวัคซีนซิโนแวค และถูกวิจารณ์ว่าฉีดไปด่าไป ดังนั้นเกรงว่าจะกระทบต่อฐานเสียง จึงพยายามสร้างเรื่องขึ้นมาแก้เกี้ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากก่อนหน้านี้พยายามปลุกกระแสต่อต้านวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา แต่สุดท้ายก็ยินดีที่จะฉีดวัคซีนเพราะอาจรู้อยู่แก่ใจดีว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและไม่มีอันตรายอย่างที่สร้างภาพให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและลังเลที่จะฉีดวัคซีน หวังให้กระแสดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายรัฐบาลเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่เข้าใจว่าไม่ห่วงใยประชาชนหรืออย่างไร แทนที่จะเห็นแก่ประโยชน์ของสาธารณะ ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตและรักษาสุขภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สิ่งนายประเสริฐพงษ์ กำลังทำอยู่ คือการสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม ลักษณะใช้เกมทางการเมืองทำลายฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้จริยธรรม ทั้งที่ไม่มีข้อมูลหลักฐานที่น่าเชื่อถือ โดยใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือในการสร้างสังคมที่เหลื่อมล้ำ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ส.ส. ของพรรคนี้มีลักษณะปั้นน้ำเป็นตัว ทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เข้าข่ายสร้างเรื่องโกหกประชาชน และที่สำคัญที่รับไม่ได้ก็คือ การใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนักอย่างไม่เป็นธรรมว่าพวกเขาเลือกปฏิบัติ ก่อให้เกิดสองมาตรฐานระหว่างส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล กับส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงอยากเรียกร้องให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมและมีบทลงโทษนายประเสริฐพงษ์อย่างเร่งด่วน และให้ขอโทษบุคลากรทางการแพทย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายพิธาต้องเลือกว่าหากเพิกเฉย ปล่อยให้ ส.ส. ปั้นน้ำเป็นตัว กระทำการที่เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 ในการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จและฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 12 ที่ว่า ต้องไม่ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใดหรือนำเอาความเท็จมาแสดงโดยจากการที่ ส.ส.ดังกล่าวใส่ร้ายว่ามีการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และกล่าวเท็จว่าเฉพาะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่จะได้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเท่านั้น โดยถ้าทางพรรคก้าวไกลไม่ทำอะไร ไม่ตรวจสอบ ไม่มีบทลงโทษ และไม่ขอโทษ นายพิธาในฐานะหัวหน้าพรรคก็ต้องยอมรับว่าประชาชนจะมองเห็นถึงมาตรฐานที่ตกต่ำของพรรค อาจยิ่งตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของพรรคเด็กเลี้ยงแกะเข้าไปอีกด้วย&amp;rdquo;น.ส.ทิพานัน กล่าว.&lt;/p&gt;


	&amp;nbsp;&amp;#39;เพชรชมพู&amp;#39; จี้ ส.ส.ก้าวไกล รับผิดชอบ ปล่อย &amp;#39;เฟคนิวส์&amp;#39; สร้างความแตกแยก​
	ก้าวไกล เละหนัก! ดร.เสรี ซัด &amp;#39;เควี้ย&amp;#39; จงใจโกหกตอแหล

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e44da820fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้าว!&#039;พิธา&#039;นำทีมส.ส.ก้าวไกล รับละอองแก๊สน้ำตาไปเต็มๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63-เวลา 16.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทิม พิธา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และส.ส.ของพรรค ออกมาสังเกตการณ์บริเวณแยกเกียกกาย ได้รับละอองแก๊สน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ จนต้องใช้น้ำล้างออก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, แก๊สน้ำตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3a328a765b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์:ได้ยินเสียงทุกอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตอบ &amp;quot;อานันท์&amp;quot; รับฟังข้อเสนอผู้ชุมนุมมาตลอด ย้ำต้องยึดกฎหมายและ รธน. ไม่มีใครอยากทำปฏิวัติ ลั่นเรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องสืบสาน รักษา และต่อยอด​ไม่ใช่ทำลายทุกอย่าง &amp;quot;องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่&amp;quot; เรียงหน้าโต้ &amp;quot;อานันท์&amp;quot; ชี้ข้อเสนอม็อบทะลุเพดาน นายกฯ ลาออกก็ไม่จบ เหน็บหวังตำแหน่งนายกฯ จะหล่นใส่เหมือนในอดีต &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ฟันธงคำว่าสมานฉันท์เป็นคำล้มละลาย ศึกษาแล้วไม่มีใครเอามาทำ เลขาฯ สถาบันพระปกเกล้าเรียกนักวิชาการถกออกแบบ กก.สมานฉันท์ยอมรับกดดันทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ด้วยความเคาพเป็นการส่วนตัว นายอานันท์เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ตนก็รับฟังข้อเสนอมาโดยตลอด ทั้งทางสื่อโซเชียลและจากคำพูดที่ออกมา ตนได้ยินทุกอย่าง ขอให้เข้าใจซึ่งกันและกันด้วย โดยการเปิดรัฐสภาประชุมสมัยวิสามัญที่ผ่านมา ตนก็รับฟังความคิดเห็นเรื่องความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่แล้ว ถือว่าจบ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็เป็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่ามีประเด็นไหนที่เป็นไปได้ และประเด็นไหนที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งต้องยึดหลักการกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้อยู่ถึงปัจจุบัน ส่วนวันหน้าจะแก้ไขอย่างไรก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสนอให้ทำการปฏิวัติแล้วตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องไปถามคนพูด เราไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้ ต้องระมัดระวังสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปเรื่อยๆ ตนไม่ได้หมายความว่าจะมีการปฏิวัติหรือไม่มี เพียงแต่ไม่มีใครอยากทำ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีก็ตอบไปแล้วว่าไม่ทำปฏิวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติเป็นการซื้อเวลา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นี่คือกลไกของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา เมื่อเราปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องเคารพ ระบบรัฐสภา และคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ อยากให้ไปทบทวนตรงนี้ว่าควรเป็นอย่างไรต่อไป ยังมีอีก 2 พรรคฝ่ายค้านที่ไม่ได้เข้าร่วม ตนถามว่าแล้วจะเข้าร่วมประชุมรัฐสภาทำไม ในเมื่อเป็น ส.ส.ที่เป็นผู้แทนสะท้อนความคิดเห็นจากประชาชนทุกคนและทุกฝ่าย ไม่ใช่นำความคิดเห็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเสนอกดดันและเร่งรัด ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง นี่หรือประชาธิปไตยไทย เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่ ตนคงพูดได้แค่นี้ ไม่มีความคิดเห็นใดเพิ่มเติม ต้องดูที่เจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน เวลา 16.00 น. ที่ถนนข้าวสาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานพิธีเปิดงาน &amp;ldquo;สวัสดีข้าวสาร&amp;rdquo; เพื่อเปิดตัวถนนข้าวสารโฉมใหม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามนโยบายของรัฐบาล โดยทันทีที่​ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงได้เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งมีประชาชนบางส่วนให้กำลังใจ รวมถึงนายกฯ ได้ทักทายนักศึกษาที่มาเดินภายในงาน โดยได้เข้าไปสอบถามว่าเรียนที่ไหน พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;ช่วยๆ กันนะ&amp;quot; จากนั้นได้ ชมการแสดงดนตรีสดจากวงคันทรีที่ขอมอบบทเพลง &amp;quot;You are my &amp;nbsp;sunshine&amp;quot; ให้กับนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น​ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้มีหลายส่วนมาร่วมกัน ทั้งในส่วนของรัฐบาล พรรคการเมือง และตัวแทนหลายภาคส่วน ซึ่งทุกคนคือคนไทย มีอะไรดีๆ เรามาร่วมกันได้ จึงขอขอบคุณที่ร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโควิดนี้ ที่เราต้องมองหาศักยภาพมาขับเคลื่อนก่อน เหมือนถนนข้าวสาร รวมทั้งเรามีมาตรการผ่อนคลายเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่รู้จะพูดอะไร มันตื้นตัน​ พอมาเจอสิ่งดีๆ ผมมีความสุข มีความสุขได้พบปะพวกเรา ได้ส่งรอยยิ้มให้กัน​ นี่คือประเทศไทย นี่คือศักยภาพของประเทศไทย มีรอยยิ้ม มีอาหารอร่อยและ ธรรมชาติที่สวยงาม เราอย่าทำลายสามสิ่งนี้ เราแตกแยกกันไม่ได้แตกต่างกันได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
อย่าตัดทอนประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญเราต้องสร้างสตอรี เรื่องราว ซึ่งเรามีประวัติศาสตร์ โดยเอาสิ่งดีๆ ให้จดจำ เรามีประวัติศาสตร์เป็นเล่มๆ แต่ก็พยายามตัดทอนออกไป​ ผมว่ามันไม่ใช่ ต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไปในสิ่งที่ดีๆ ส่วนสิ่งที่ไม่ดีอย่าทำ เพื่อเดินหน้ากันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเกิดที่นี่และตายไปตามวัฏจักรชีวิต เกิดและตายกันแบบนี้ และมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งสถาบันไม่ใช่แค่วันนี้ แต่สถาบันมียาวนานจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น​ต้องสืบสาน รักษา และต่อยอด​ ไม่ใช่ทำลายทุกอย่าง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นภายหลังเปิดงานเสร็จ​ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายและเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ​ โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนตะโกนให้ &amp;quot;นายกฯ สู้ๆ&amp;quot; ตลอดเส้นทาง​ ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอบใจพร้อมชูนิ้วโป้งมือให้เป็นการขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน ให้รัฐบาลควรฟังเสียงกลุ่มผู้ชุมนุมน่าจะเป็นทางออกหนึ่งของประเทศในขณะนี้หรือไม่ ว่าก็ดีแล้ว ถ้าตั้ง กก.สมานฉันท์ทุกอย่างควรไปสู่ที่ตรงนั้น และสามารถรับเอาความคิดเห็นของใครต่อใครมา แล้วมาคิดดูว่าจะหาทางออกอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าเขายังไม่ปฏิเสธการเข้าร่วม เพราะเขาเองยังไม่เห็นรูปแบบว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ทุกคนยังไม่รู้ว่าหน้าตาของคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นอย่างไร อย่าว่าแต่ฝ่ายค้านเลย ฝ่ายไหนก็ยังไม่เห็นรูปแบบ เพราะฉะนั้นคงจะลังเลอยู่ เท่าที่ฟังในการประชุมรัฐสภา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมีความเห็นตรงกันให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูในเรื่องเหล่านี้ เอาปัญหาขึ้นมาพูด ทุกอย่างต้องใช้เวลาทั้งนั้น เพียงแต่ว่าถ้าใช้เวลานานเกินไปมันก็ซื้อ ถ้าใช้เวลาไม่นานมันก็ไม่ได้ซื้อ แต่อย่าไปหวังว่าทุกอย่างจะจบที่คณะกรรมการชุดนี้แล้วเลิก แฮปปี้แล้ว มันคงไม่ใช่แบบนั้นแน่ การเสนอทางออกอาจจะเป็นหลายทางก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า นายกฯ มีความตั้งใจและจริงใจที่จะเดินหน้าแก้ไขบ้านเมืองให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น นายอานันท์เองก็เคยเป็นถึงอดีตนายกฯ มาก่อน ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีในการทำงานในตำแหน่งนายกฯ รวมถึงกฎกติกาของบ้านเมือง และที่ผ่านมานายกฯ รับฟังเสียงประชาชนทุกคน แต่เสียงของผู้ชุมนุมนั้นไม่เป็นไปตามกฎกติกา เพราะการที่นายกฯ จะลาออก นายอานันท์ช่วยบอกว่าจะให้ใครมาทำงานเสียสละทุ่มเทดังเช่น พล.อ.ประยุทธ์ หรือนายอานันท์อยากเข้ามาเป็นเองในรอบที่สองหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดนายอานันท์ถึงต้องออกมาพูดในลักษณะนี้ หรืออาจเป็นเพราะหวังว่าหากนายกฯ ลาออกจริง ตำแหน่งนายกฯ จะหล่นใส่ท่านอานันท์เหมือนในอดีต ท่านยังหลงใหลอยากกลับมาสู่อำนาจแบบเดิมเช่นนั้นหรือไม่&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ยินเสียงของผู้ชุมนุมและติดตามรับฟังมาโดยตลอด มีการถอยให้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงฯ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกประเทศ หรือการสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จากข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ของผู้ชุมนุม จะพบว่ามีบางข้อเสนอที่ทะลุเพดาน โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ที่ไม่สามารถกระทำให้ได้ โดยเป้าหมายที่แท้จริงของผู้ชุมนุมไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่สูงกว่าเหนือกว่านายกฯ ดังนั้น การลาออกของนายกฯ จึงไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะการชุมนุมเรียกร้องจะยังคงมีต่อไป เพราะยังไม่สำเร็จตามเป้าหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านอานันท์เป็นอดีตนายกฯ น่าจะมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันได้ดีกว่านี้ และมาช่วยกันแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ ไม่ควรโยนปัญหาไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่กล่าวถึงรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;อานันท์&amp;quot;ได้ยินเสียงม็อบด่าไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เห็นต่างจากท่านนายกฯ อานันท์ ท่านพูดอยู่บริบทเดียว นั่นคือเด็กมองว่านายกฯ เป็นตัวปัญหา เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เลยไม่มั่นใจว่าเสียงม็อบที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก ท่านได้ยิน แต่ท่านได้เห็นเสียงที่ม็อบพูดหรือกระทำเรื่องอื่นอีกหรือไม่ เช่น ท่านได้ยินเสียงม็อบด่าพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ ท่านเห็นม็อบล้อมรถขบวนเสด็จฯ ของพระราชินีและพระองค์ทีหรือไม่ ท่านเห็นม็อบชูนิ้วกลางใส่ขบวนเสด็จฯ หรือไม่ เห็นม็อบเชิญชวนไปคุกคามพระมหากษัตริย์ที่ธรรมศาสตร์หรือไม่ เห็นม็อบกุเรื่องใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัวที่สถานทูตเยอรมนีไหม เห็นม็อบโบกธงชาติอุยกูร์ ทิเบต ไต้หวัน และฮ่องกงไหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านคิดอย่างไรผมต้องขอโทษท่านด้วย และขออนุญาตเห็นต่างจากท่านครับ เพราะถ้าไม่นำเสนอ เกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีนำเรื่องที่ท่านพูดไปขยายผลเพื่อหวังผลประโยชน์ หลังจากนั้นก็จะรุกคืบเรื่องอื่นๆ จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยากแก่การควบคุม&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวปฏิวัติในช่วงนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดชัดเจนไปแล้วในช่วงระหว่างประชุมรัฐสภาสมัยประชุมวิสามัญที่ผ่านมา ในการสนับสนุนที่จะให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มาจากหลายฝ่ายทั้ง ส.ส., ส.ว., รัฐบาล, ฝ่ายค้าน และผู้ที่มีความคิดเห็นต่างกันจากหลายกลุ่มที่นำมาซึ่งการเจรจาหาทางออกของประเทศ มาสรุปกันว่าประเทศชาติจะเดินหน้าไปทางไหน อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาสถาบันพระปกเกล้ามีส่วนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเคยมีข้อเสนอแนะที่ดีในเรื่องต่างๆ แต่ไม่ใช่แค่สถาบันพระปกเกล้าอย่างเดียว ยังมีอีกหลายองค์กรที่จะมาช่วยกันออกความคิดเห็น ขณะนี้มีทูตานุทูตและองค์กรระหว่างประเทศก็มีคำถามเข้ามาเช่นเดียวกัน ให้สนับสนุนให้มีการเจรจา นายกฯ เองต้องการให้เกิดบรรยากาศของการพูดคุยกัน ไม่อยากให้กลุ่มต่างๆ ที่มีความเห็นต่างกันมาเผชิญหน้ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝากสถาบันพระปกเกล้าให้เร่งพิจารณาหาข้อสรุปส่งให้ประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปให้ทันสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เร็วและแรงมากขึ้นทุกวัน ส่วนที่วิตกกังวลว่าเป็นการซื้อเวลานั้น ก็พอจะเข้าใจได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เสนอโดยรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลมาซื้อเวลาแต่อย่างใด การมีเวทีให้พูดคุยกันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าไม่มี เชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ข้อเสนอของท่านอานันท์เป็นเรื่องที่ควรจะต้องรับฟังและนำไปไตร่ตรองให้ถ่องแท้ โบราณเคยกล่าวว่า จิ้งจกทักก็ยังต้องหยุด แต่นี้เป็นการเตือนสติในลักษณะการให้ข้อคิดที่สำคัญในยามบ้านเมืองมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ผู้ถูกเตือนก็พึงรับฟังเป็นอย่างยิ่ง ไม่ควรปล่อยให้ลิ่วล้อหรือกองเชียร์ออกมาตอบโต้การแสดงความเห็นของนายอานันท์ ที่ไม่มีส่วนได้เสียทางการเมือง มีแต่เจตนาดีและความหวังดีต่อประเทศชาติเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงแนวทางการตั้ง กก.สมานฉันท์ว่า สนับสนุนและเห็นว่าเวทีของรัฐสภานั้นจะคลี่คลายปัญหาได้ แต่การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ส่วนกรณีฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมนั้น อาจทำให้การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ทำได้ยากขึ้น คนที่จะเข้าร่วมต้องพิจารณาด้วยความอดทน มีเหตุผล และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก มากกว่ายึดความต้องการในทางการเมือง การพูดคุยที่จะเกิดขึ้น สนับสนุนให้ใช้การถ้อยทีถ้อยอาศัย และลดราวาศอกกัน ไม่ใช่คุยกันบนฐานข้อเรียกร้องของม็อบเยาวชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีกลุ่มม็อบออกมาชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่าโดนกดทับมานาน โดนอำนาจนิยมมานาน โดยเฉพาะน้องนิสิตนักศึกษาที่มองไม่เห็นอนาคตตัวเอง เขาคงออกมาสู้จนกว่าจะเห็นอนาคตตัวเอง &amp;nbsp;อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า ที่บอกว่าถอยกันคนละก้าว เพราะสถานการณ์ในขณะนี้เปรียบเหมือนกาต้มน้ำที่กำลังเดือด และไม่มีรูระบายให้อากาศมันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นคงไม่มีความจำเป็นที่จะให้ประเทศไทยจะต้องไปอยู่ในลักษณะนั้น ต้องถอยคนละก้าวกันจริงๆ
สมานฉันท์เป็นคำล้มละลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า เป็นเพียงการยอมรับแบบเสียไม่ได้ ทั้งนี้ ประชาชนหวั่นใจว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดูเหมือนคณะกรรมการปรองดอง แห่งชาติหลายชุดที่มีการตั้งมาก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะใช้ชุดคณะกรรมการดังกล่าวซื้อเวลาและหวังหลอกประชาชนว่ารัฐบาลตั้งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า บทเรียนตั้ง คกก.สมานฉันท์นั้น ตลอดเวลากว่า 10 ปีมานี้ คำว่าสมานฉันท์เป็นคำล้มละลาย คำว่าปรองดอง แปลความว่าเป็นเรื่องหลอกลวงกัน เพราะไม่เคยมีอยู่จริง ปัญหาของชาติที่ผ่านมา การตั้ง คกก.สมานฉันท์กี่ยุคสมัยนั้น ไม่เคยนำมาแก้ไขปัญหาชาติได้แม้แต่เพียงครั้งเดียว หากการตั้ง คกก.สมานฉันท์มีผลรูปธรรมแล้ว ประเทศนี้สมานฉันท์กันมานานแล้ว แต่ตลอดเวลาประเทศไทยกลับอยู่ในวังวน อยู่กับการตั้งกรรมการสมานฉันท์ เมื่อศึกษาครบถ้วนแล้วไม่มีใครเอามาทำแม้แต่รายเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวเช่นกันว่า เชื่อว่าจะเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น เพราะหากมีการประมวลข้อเสนอแนะจากพรรคฝ่ายค้านที่มีการนำเสนอในการอภิปรายในสภาจากการเปิดประชุมสมัยวิสามัญที่ผ่านมา เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันพระปกเกล้า เพื่อออกแบบโครงสร้างและรูปแบบวิธีการทำงานของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ว่า สถาบันพระปกเกล้าในฐานะเป็นหน่วยงานกำกับของประธานรัฐสภา มีหน้าที่หาคำตอบให้กับสภาเท่านั้น ไม่ได้เป็นฝ่ายดำเนินการเองทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างคิดค้นโครงสร้างที่เหมาะสม โดยเฉพาะโครงสร้างกรรมการปรองดองในอดีต และข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายหาทางออกร่วมกันของรัฐสภาเมื่อ 26-27 ต.ค.ที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะรวบรวมเสนอต่อประธานรัฐสภาอย่างเร็วสุด 2 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะเสนอให้เห็นว่าโครงสร้างแต่ละโครงสร้างมีข้อดีข้อเสีย และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง รวมถึงข้อห่วงใยของสถาบัน แต่ยอมรับว่ายังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการไปถึงจุดไหนอย่างไร ดังนั้นสถาบันออกแบบได้เพียงโครงสร้างและวิธีการทำงานในเชิงหลักการวิชาการเท่านั้น รวมถึงรวบรวมประสบการณ์จากต่างประเทศมานำเสนอด้วย ส่วนโครงสร้างกรรมการชุดนี้จะมีองค์ประกอบใดบ้าง เป็นเรื่องที่ประธานรัฐสภาต้องกลับไปหารือผู้เกี่ยวข้อง สถาบันพระปกเกล้ามีหน้าที่เสนอทางเลือกต่างๆ ให้เท่านั้น&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่นายชวนเสนอให้มีทุกฝ่ายเข้าร่วมเป็น กก.ปรองดอง นายวุฒิสารเห็นว่า โดยหลักการแล้วสถานการณ์ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องมีพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายได้รับฟังกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เงื่อนไขสำคัญของการออกแบบโครงสร้างคือ ทำแล้วต้องให้มีความเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง สถาบันพระปกเกล้ามีความพยายาม ตั้งใจดำเนินการตามที่จะได้รับมอบหมายให้รอบคอบที่สุด ไม่ใช่หน่วยงานที่ไปซื้อเวลา ยอมรับว่ามีความกดดัน แต่คิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในสังคมที่จะต้องทำให้เกิดอนาคตที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ ให้ความขัดแย้งถือเป็นเรื่องปกติ และทุกฝ่ายต้องใช้ความอดทน สติ ระงับตัวเองไม่ให้สร้างความรุนแรง เพื่อปกป้องไม่ซ้ำรอยเหมือนในอดีต ยอมรับว่าคือการสร้างความมั่นใจกับทุกฝ่ายว่าจะให้เกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไร. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82324</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พนิต วิกิตเศรษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, วุฒิสาร ตันไชย, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุชา บูรพชัยศรี, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9c259ab118c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อานันท์:ผิดมา7ปีแล้ว ชี้&#039;ประยุทธ์-ม็อบเด็ก&#039;พูดคนละภาษา/&#039;พระปกเกล้า&#039;หนักใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ปัดข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ พูดชัดไม่มีปฏิวัติ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ยัน กก.สมานฉันท์ไม่ใช่ซื้อเวลา วอนทุกฝ่ายเข้าร่วม &amp;quot;พปชร.-ปชป.&amp;quot; หนุนตั้ง กก.สมานฉันท์ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ย้อนถามรายงาน กก.ปรองดองชุด คสช.อยู่ที่ไหน &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ย้ำเงื่อนไข &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลาออก สถาบันพระปกเกล้าคาดส่งโครงสร้าง กก.ปรองดองให้ประธานรัฐสภาได้ 2 พ.ย.นี้ รับหนักใจหวั่นซ้ำรอยเดิม มีเรื่องสถาบันหลักเข้ามาเกี่ยวข้อง &amp;ldquo;อานันท์&amp;rdquo; โผล่ชี้ม็อบเด็กเทียบไม่ได้กับยุคตุลา แค่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ซัดรัฐบาลผิดมา 7 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) วันที่ 29 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสนอทางออกประเทศให้ปฏิวัติ ถวายคืนพระราชอำนาจ เปิดทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าไม่มีการปฏิวัติ เมื่อถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่มีข้อเสนอดังกล่าวมาออกมาช่วงนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการเดินทางมากระทรวงดีอีเอสว่า ไม่ได้มามอบหมายอะไรเป็นพิเศษกับดีอีเอส เป็นเพียงการตรวจการปฏิบัติงาน ส่วนผู้ชุมนุมใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นสื่อหลักรวมพล จะกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาติดตามอยู่แล้ว และเมื่อถามถึงที่หลายกระแสระบุว่าภาครัฐยังเข้าถึงโซเชียลไม่เท่ากับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น พล.อ.ประวิตรย้อนถามสื่อมวลชนว่า &amp;ldquo;คุณรู้ได้อย่างไร ผมเข้าถึง เข้าถึงมากกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงข้อเสนอนายสนธิ โดยหัวเราะแล้วกล่าวว่า &amp;quot;ไม่กล้ามองเรื่องนี้ และไม่ทราบเรื่องว่ามีข้อเสนออย่างไร ถ้าเขาพูดให้ไปถามเขา เพิ่งทราบจากคำถามนี้แหละ และไม่เคยได้ยินข้อเสนอนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังกล่าวถึงข้อเสนอการตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์เพื่อหาทางออกร่วมกันผ่านกลไกรัฐสภาว่า ไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ส่วนการเสนอให้สถาบันพระปกเกล้าเข้ามาเป็นตัวกลาง และให้ตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าร่วมด้วยหรือไม่นั้น อยู่ที่นายชวนจะกำหนดรายละเอียด ซึ่งต้องมาจากข้อเสนอแนะของ ส.ส. และ ส.ว. และเห็นพ้องกันทุกฝ่าย ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการโยนให้ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาที่จะดำเนินการ เนื่องจากเคยทำแล้วสมัยนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานรัฐสภา และตั้งนายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี เป็นประธานมาแล้ว
วอนทุกฝ่ายร่วม กก.สมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ได้มอบให้ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ประสานไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อสอบถามถึงการบรรจุระเบียบวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ญัตติในวาระรับหลักการ ว่าจะให้รอพิจารณาไปพร้อมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์หรือไม่ เท่าที่ทราบบางพรรคบอกว่าสมควรรอ บางพรรคบอกว่าขอนำกลับไปหารือในพรรคก่อน แต่ยังไม่มีพรรคใดปฏิเสธว่าไม่สมควรรอร่างไอลอว์ ขณะนี้ยังมีเวลาประสานงานอยู่ เพราะสภากว่าจะเปิดประชุมจริงๆ คือวันที่ 4 พ.ย. แต่ถ้าจะรอพิจารณาไปพร้อมกับร่างของไอลอว์ต้องรอหลังจากวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งคาดว่าน่าจะชัดเจนออกมาในช่วงวันที่ 13-17 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกประเทศ ที่นายกฯ มอบให้รัฐสภาเป็นผู้รับผิดชอบว่า ได้ประสานไปยังเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแล้ว เพื่อให้ไปศึกษาและกำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการชุดดังกล่าว โดยสถาบันต้องไปคุยกับผู้ที่เสนอให้ตั้งกรรมการว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร จะได้รู้แนวทางในการตั้งว่ามีหน้าที่อะไรบ้าง ส่วนตัวบุคคลที่จะมาเป็นประธานค่อยว่ากันทีหลัง ขอให้ได้รูปแบบก่อน แต่เรามีคนที่มีความรู้และมีประสบการณ์อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเป็นการซื้อเวลานั้น นายชวนย้อนถามกลับว่า ใครซื้อ ใครเป็นคนขาย เรื่องนี้ไม่ขอวิจารณ์อะไร แต่ทุกคนต้องทำหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบของตัวเอง และอยากให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด อย่าเพิ่งไปมองว่าเป็นฝ่ายค้านหรือนักศึกษา อยากให้มองภาพรวมว่าทุกคนที่มีบทบาท มีความรู้ความสามารถ และมีประโยชน์ก็ควรเข้ามาร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร รวมทั้งคณะรัฐมนตรี มีความจริงใจที่จะร่วมแก้ปัญหากับทุกฝ่าย ทั้งนี้ขอให้ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นถึงความตั้งใจจริงนี้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนแนวทางการจัดตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์เพื่อหาทางออกร่วมกันผ่านกลไกรัฐสภา ฝ่าวิกฤติประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พปชร.พร้อมสนับสนุนแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คาดว่ารัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วนในเดือน พ.ย.นี้&amp;quot; น.ส.พัชรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงข้อเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เรื่องตั้ง กก.สมานฉันท์ว่า ได้รับเสียงตอบรับเห็นพ้องจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี มีเจตนารมณ์คือ ต้องการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ การพูดคุยเพื่อแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันจากทุกฝ่ายจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ
เชื่อหาทางออก ปท.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห่วงว่าฝ่ายค้านและฝ่ายผู้ชุมนุมจะไม่เข้าร่วมใน กก.ชุดดังกล่าว นายราเมศกล่าวว่า ไม่อยากให้คิดไปก่อนล่วงหน้า เพราะจากการพูดคุยกับหลายคนที่อยู่ฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วยที่จะเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่าตัวแทนผู้ชุมนุมจะส่งตัวแทนมาร่วมด้วย การตั้งต้นด้วยการยึดประโยชน์ของประเทศเชื่อว่าไม่มีใครปฏิเสธเรื่องนี้ มาช่วยกันคิด ร่วมกันทำ เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้วจะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า ถ้าแนวความคิดการตั้ง กก.สมานฉันท์ได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย จะเป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศ แต่เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีแล้วว่าไม่เห็นด้วย เป้าหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการ คือ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว จึงทำให้หนทางความสำเร็จของ กก.สมานฉันท์เพื่อหาทางออกให้ประเทศดูริบหรี่และเลือนรางขึ้นมาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การตั้ง กก.สมานฉันท์เป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรืองอำนาจ มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรเรียกทุกกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และประชาชนในหลายพื้นที่มาให้ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานสร้างความสามัคคีปรองดองก่อนจะสรุปความคิดเห็นร่างสัญญาประชาคม อยากทราบว่ารายงานฉบับนั้นอยู่ที่ไหน เพราะครั้งนั้นใช้งบประมาณมหาศาลในการจัดทำ จึงเป็นการใช้งบประมาณที่สูญเปล่ามาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะต่างกัน เพราะหลักเกณฑ์อะไรก็ไม่มี จะไปเชิญกลุ่มไหนมาก็ไม่ชัด แล้วจะใช้อะไรเป็นแนวทางในการแก้ไขความขัดแย้ง&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้เกิดจากการขาดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำประเทศ คือตัวนายกฯ หนทางเดียวในขณะนี้คือต้องยอมรับถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาต้องแก้ให้ถูกจุด ตัวนายกฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก
ย้ำนายกฯ ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงข้อเสนอการตั้ง กก.สมานฉันท์ว่า ต้องขอดูรายละเอียดกรรมการ สัดส่วน จุดประสงค์ เนื้อหาเป็นอย่างไร ต้องพูดคุยกันเยอะ ทำด้วยความระมัดระวัง ต้องดูองค์ประกอบ แก้ปัญหาให้บ้านเมืองจริงหรือไม่ หรือเพิ่มความขัดแย้งประวิงเวลาอย่างที่เคยมีมา ถ้ายื้อเวลาหรือยื้ออำนาจเราก็ไม่ต้องการให้คณะกรรมการนี้เป็นเครื่องมือ ต้องพิจารณาอย่างประณีตถี่ถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ ครม.ไม่ควรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผูกติดของการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ขาดความชอบธรรมในการเข้ามีส่วนการปรองดองไปแล้ว การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ อันดับแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก และเปิดทางการสรรหาคนที่จะมาเป็นนายกฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค ก.ก. กล่าวว่า การตั้ง กก.สมานฉันท์ชุดนี้ต้องไม่ใช่การตั้งเพื่อยืดอายุและซื้อเวลาให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่ต้องเป็นไปเพื่อปลดล็อกความขัดแย้งในสังคม ขั้นตอนแรกจำเป็นต้องปลดล็อก พล.อ.ประยุทธ์ออกจากการเป็นนายกฯ ก่อน เพราะหากไม่ปลดล็อกจะไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งที่มีอยู่ในสังคมขณะนี้ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการกลัดกระดุมเม็ดแรกต้องกลัดให้ถูกจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ที่นายพิธานำเสนอ แต่เป็นการเสนอการกลัดกระดุมด้วยมือข้างเดียว ย่อมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ การให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกยังมีเหตุผลไม่เพียงพอ ประชาชนส่วนข้างมากทั่วประเทศอาจยังไม่เห็นด้วย การกลัดกระดุมเม็ดแรกที่จะแก้ไขปัญหาได้ต้องใช้สองมือช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องเริ่มจากการที่รัฐสภาร่วมกันหาวิธีทำประชามติขอความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะแก้อย่างไร แก้แค่ไหนก่อน เมื่อมีประชามติออกมาแล้ว ทุกฝ่ายต้องยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย ความขัดแย้งหลักในสังคมไทยจึงจะลดลงได้ กระดุมเม็ดที่ 2 คือรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติของคนไทยทั่วประเทศ และกระดุมเม็ดที่ 3 เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้นายกฯ ยุบสภา จัดเลือกตั้งใหม่ ให้ได้นายกฯ ใหม่ตามรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;quot; นพ.ระวีกล่าว
พระปกเกล้ารับหนักใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกรณีที่ประธานรัฐสภามอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้า พิจารณาโครงสร้าง กก.ปรองดองสมานฉันท์ว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน ซึ่งได้รับมอบหมายหลัง จากนี้จะพิจารณาทำโครงสร้างเสนอกลับไปให้นายชวนพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสนอได้ภายในวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าโครงสร้างจะเป็นอย่างไร ต้องรอเสนอให้กับประธานรัฐสภาพิจารณาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า วันที่ 30 ต.ค. เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้านัดหารือเป็นการภายในก่อน เบื้องต้นจะเตรียมความพร้อมและข้อมูล รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง โดยรูปแบบไม่ควรซ้ำกับกรรมการชุดต่างๆ ที่ผ่านมา เพราะไม่เคยมีฝ่ายใดนำไปปฏิบัติ แนวทางที่ทำได้คือการทำหน้าที่คนกลาง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คู่ขัดแย้งหลัก คือ รัฐบาล และกลุ่มผู้ชุมนุม พูดคุยเพื่อตกลงและหาทางออกร่วมกัน ซึ่งรูปแบบคล้ายกับการพูดคุยสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ และเชิญแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พูดคุย แต่รอบนั้นไม่ได้ข้อเสนอ เพราะเกิดการเผชิญหน้ากัน สิ่งที่ต้องพิจารณาคือการออกแบบ รูปแบบการทำงาน และกำหนดองค์คณะ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธการร่วมวง กก.สมานฉันท์ เพราะมองว่าซื้อเวลาให้รัฐบาลปัจจุบัน นายสติธรกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยควรฟังและพิจารณาถึงรูปแบบการทำงานก่อนประกาศจุดยืน เพราะอาจตกขบวนได้ ซึ่งยอมรับถึงความหนักใจที่สถาบันได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สนับสนุน เพราะประเด็นที่ต้องหาทางออกไปไกลกว่าการขัดแย้งหรือปัญหาทางการเมือง แต่มีเรื่องของการปฏิรูปสถาบันหลักของชาติ ดังนั้นสิ่งที่เป็นไปได้ คือ กรรมการที่เกิดขึ้นต้องร่วมออกแบบ และคิดว่าจะนำปัญหาใดพูดคุยกันก่อน ส่วนเรื่องละเอียดอ่อนนั้นจะพิจารณาภายหลัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการจัดเวทีนักคิดดิจิทัลครั้งที่ 13 &amp;ldquo;จากรุ่นแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล เราจะลดช่องว่างการสื่อสารด้วยความจริงใจและความงามได้อย่างไร&amp;rdquo; โดยนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้หลายคนเข้าใจว่าสถานการณ์บ้านเมืองเราอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่คนในรุ่นตนมองว่าไม่ได้ผิดปกติอะไร เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งในระยะ 88 ปีของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสายตาของผม พูดได้เลยว่าอันนี้เป็นข้อขัดแย้งระหว่างคนละรุ่น สำหรับผมนั้นเป็นดิจิทัล อิกนอแรนท์ เพราะไม่ได้ต้องการและไม่มีความอยากเข้าสู่ดิจิทัลเลย ถ้าเปรียบเทียบประวัติศาสตร์โลก ข้อขัดแย้งของเมืองไทยทุกสมัยเป็นข้อขัดแย้งข้อพิพาทที่ไม่ใช่ระหว่าง 2 ฝ่าย จริงๆ แล้วระหว่างคน 2 กลุ่มเท่านั้น เป็นข้อพิพาททางการเมืองโดยมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง เป็นเรื่องส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ ความวุ่นวายในปัจจุบันจะไม่พูดถึงข้อเรียกร้องของเขา ความวุ่นวายในปัจจุบันมันอ่อนดีกรีมากกว่าในอดีต ไม่ว่าจะเป็น 14 ต.ค.16 หรือ 6 ต.ค.19 ซึ่งเป็นข้อพิพาททางด้านการเมือง ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์จบด้วยการปะทะกัน&amp;rdquo;
ผิดมา 7 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานันท์ยังตอบคำถามผู้ร่วมสัมมนาเกี่ยวกับประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญว่า การเขียนรัฐธรรมนูญต้องเขียนหลักการสำคัญ &amp;nbsp;แต่ของเรามีปัญหาคือเริ่มต้นจากนักกฎหมายก่อน โดยไม่ได้เน้นที่ประชาชน หมกมุ่นอยู่กับแบบฉบับหรือวิธีการเลือกตั้ง เขียนยาวละเอียดมากเกินไป และหมกเม็ดในเรื่องต่างๆ มีผลใช้เมื่อมีกฎหมายลูก โดยให้นักการเมืองเขียน ถ้าผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนกฎหมายลูกเองมันจะสอดคล้องกันได้อย่างไร การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เราต้องวางหลักเกณฑ์ว่าควรให้สั้น ไม่ลงรายละเอียดมากเกินไป และต้องดูมาตราที่สร้างปัญหา ที่มีปัญหาแน่นอนคือการแต่งตั้ง 250 ส.ว. และให้อำนาจตั้งนายกฯ อันนี้ต้องออกไปแน่ๆ เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการเดินขบวนเป็นสิ่งที่เยาวชนรุ่นใหม่ และเยาวชนรุ่นเก่าอย่างตนเองอยากที่จะเห็นว่าไม่มีมาตรานี้อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป รวมทั้งมาตรา 112 คุณจะเขียนอย่างไรก็ได้ แต่จะต้องไม่เป็นคดีอาญา คือไม่มีการลงโทษ และเป็นคดีแพ่ง มีค่าปรับเท่านั้น และไม่ใช่ปรับในอัตราที่สูงเกินไป ต้องวางหลักเกณฑ์แน่นอนว่าอยากเห็นอะไร อีกหลายมาตราก็ต้องปรับปรุงกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกเรื่องที่จะเป็นปัญหา ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดว่าจะทำหรือไม่ทำ เด็กยืนยันว่านายกฯ เป็นตัวปัญหา คนรุ่นใหม่มองว่านายกฯ เป็นคนเดียวที่ปลดล็อกได้ จะปลดล็อกด้วยวิธีลาออกหรือไม่ผมไม่รู้ ถ้าไม่ลาออกผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะเป็นสิทธิของท่าน แต่ต้องรู้ว่าเขาเรียกร้องอย่างนั้น ท่านฟังหรือได้ยินหรือไม่ผมก็ไม่รู้ แต่ถ้าเกิดจะเถียงกับเด็กรุ่นใหม่โดยอ้างกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ มันไปไม่ถึงไหน เพราะเริ่มต้นมันผิดมาตลอดแล้ว มันผิดมา 7 ปีแล้ว คุณอาจไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยทุกอย่าง แต่พยายามเข้าใจสถานะของท่านนายกฯ สถานะของรัฐบาลเหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจซึ่งกันและกันก็ต้องคุยกัน ผมไม่สนใจที่จะเข้าไปร่วมด้วยทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเริ่มต้นก็ผิดแล้ว เด็กมันเริ่มต้นมาตั้ง 7 ปีแล้ว ท่านนายกฯ ถามว่าผมทำอะไรผิด เป็นการพูดคนละภาษา เด็กพูดภาษาดิจิทัล แต่รัฐบาลยังพูดภาษาแอนาล็อก สงครามการต่อสู้ก็คนละสนาม เด็กเล่นสนามนี้ ผู้มีอำนาจเล่นอีกสนามหนึ่ง ผมเห็นว่าสังคมโลกเขาพูดกันว่า คุณจะมีสันติภาพไม่ได้ถ้าไม่มีความยุติธรรม และคุณจะไม่มีความยุติธรรมถ้าคุณไม่มีความจริงใจระหว่างกัน&amp;rdquo; นายอานันท์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82239</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ชัยธวัช ตุลาธน, ดร.สติธร ธนานิธิโชติ, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นพ.ระวี มาศฉมาดล, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ราเมศ รัตนะเชวง, วิษณุ เครืองาม, วุฒิสาร ตันไชย, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9ad5ad76d24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
