<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์คณะอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง&#039;ทักษิณ&#039;คดีแทรกแซงฟื้นฟูทีพีไอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย. 62 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คนที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อธ.อม.4/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โจทก์ ยื่นอุทธรณ์คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.61 ด้วยคะแนนเสียงข้างมากยกฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อายุ 70 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 จำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

กรณีกล่าวหาเมื่อปี 2546 นายทักษิณ ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้นำเสนอให้กระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ และจำเลยร่วมกับ ร.อ.สุชาติ ยินยอมให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผน และเป็นผู้เสนอชื่อ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ เป็นประธานคณะผู้บริหารแผน และนายทนง พิทยะ เป็นผู้บริหารแผน

โดยคดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องนายทักษิณแบบไม่มีตัวจำเลยเมื่อปี 2561 เนื่องจากหลบหนีคดีอื่นอยู่ในต่างประเทศ และศาลพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย ตามขั้นตอน พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 28, 33, 59 ซึ่งศาลออกหมายจับนายทักษิณแล้วโดยชอบแล้วไม่ได้ตัวมาศาล ชั้นพิจารณาจำเลยไม่มาศาลถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และเป็นสำนวนคดีแรก ในจำนวน 4 สำนวนที่อัยการสูงสุด และ ป.ป.ช. ยื่นพิจารณาคดีไต่สวนลับหลังจำเลยตาม วิ อม.ใหม่ แล้วศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษายกฟ้อง (4 สำนวน ที่อัยการสูงสุด และ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องไว้ตั้งแต่ปี 2550-2551 และภายหลังยื่นขอพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย ตามกฎหมายใหม่ปี 2560 ประกอบด้วย คดีกล่าวหาร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานครที่ยกฟ้องเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2562 , คดีกล่าวหาปล่อยกู้ธนาคารเอ็กซิมแบงค์ให้รัฐบาลพม่า 4,000 ล้านบาท เพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มชินคอร์ป ให้จำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา , คดีกล่าวหาดำเนินโครงการออกสลากพิเศษหวยบนดินโดยมิชอบ ให้จำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา , คดีกล่าวหาแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือชินคอร์ปฯ รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ยังอยู่ในกระบวนไต่สวนพยานโจทก์)

ขณะที่ วันนี้มีเพียงผู้แทน ป.ป.ช.โจทก์ เดินทางมาศาล ซึ่งศาลอ่านคำพิพากษาให้ฝ่ายโจทก์ฟัง และถือว่าจำเลยรับทราบคำพิพากษา

โดยองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ พิจารณาประเด็นที่ ป.ป.ช.โจทก์ ยื่นอุทธรณ์แล้วเห็นว่า แม้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงให้อำนาจกระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนของ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ลูกหนี้ก็ตาม แต่กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่หลักในการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะรวมถึงการพยุงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้เกิดความเสียหายมากจนยากแก่การแก้ไข

การเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอ ซึ่งประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานหากทีพีไอไม่สามารถฟื้นฟูได้และตกเป็นผู้ล้มละลาย กิจการเหล่านั้นอาจหยุดชะงักประเทศชาติและประชาชนย่อมได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พฤติการณ์ย่อมมีความจำเป็นอย่างยิ่งและเร่งด่วนที่กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการเมื่อได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ กระทรวงการคลังจึงเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอได้

ส่วนที่ ป.ป.ช.โจทก์ อุทธรณ์ว่า นายทักษิณ จำเลยเป็นผู้ริเริ่มผลักดันสั่งการและเป็นตัวการร่วม รวมถึงไม่ทักท้วงการพิจารณาของ ครม.เพื่อเปลี่ยนจากวาระเพื่อทราบ เป็นวาระเพื่อพิจารณา มีผลให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอโดยมีเจตนาครอบงำกิจการของทีพีไอ กับเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องนั้น ข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่า จำเลยเชิญตัวแทนของเจ้าหนี้และผู้บริหารของทีพีไอเข้าหารือที่บ้านพิษณุโลกเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของทีพีไอและการตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่เท่านั้น แต่ที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่ได้เลือกกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนตามข้อเสนอของจำเลย หลังจากนั้นจำเลยก็ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับเหตุในคดีนี้ อีกทั้งต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งไม่ตั้งบริษัทบริหารแผนไทย จำกัด เป็นผู้บริหารแผนตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้โดยเห็นควรขอให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนหากกระทรวงการคลังยินยอม ซึ่งในท้ายที่สุดที่ประชุมเจ้าหนี้และทุกฝ่ายยินยอมให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้ดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ส่วนข้ออ้างเกี่ยวกับการครอบงำกิจการของทีพีไอโดยอ้างคำกล่าวนายอยากได้ คำว่า &amp;quot;นาย&amp;quot; หมายถึงจำเลย ผู้ที่พูดข้อความคือ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ ไม่ใช่จำเลย จึงเป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ส่วนที่จำเลยเสนอชื่อคณะผู้บริหารแผนของทีพีไอ เป็นเพียงการเสนอความเห็นเบื้องต้นแก่ รมว.คลังในเรื่องที่นำมาปรึกษาเท่านั้น และจะได้รับการแต่งตั้งหรือไม่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอีกชั้นหนึ่ง เมื่อไม่ปรากฏว่า นายทักษิณ จำเลย เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ หรือการบริหารกิจการ หรือเข้าไปรับโอนถือครองหุ้นของทีพีไอจึงรับฟังไม่ได้ว่า การเสนอชื่อคณะผู้บริหารแผนของจำเลย เป็นการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง

สำหรับข้ออ้างที่ว่าการขายหุ้นเพิ่มทุนของทีพีไอ ให้แก่หน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้กระทรวงการคลังคืนเงินค่าจ้างบริษัท ซินเนอจี โซลูชั่น จำกัด ที่บริหารจัดการกิจการทรัพย์สินของทีพีไอให้แก่ทีพีไอ ทำให้ทีพีไอและกระทรวงการคลังได้รับความเสียหายนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอแล้ว หากทีพีไอหรือกระทรวงการคลังได้รับความเสียหายอย่างไร ทีพีไอหรือกระทรวงการคลังก็อาจไปว่ากล่าวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป เมื่อไม่ปรากฏในทางไต่สวนว่าจำเลยได้เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นหรือมีพฤติการณ์ที่บ่งชี้ได้ว่าจำเลยมีเจตนาพิเศษประสงค์ต่อผลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของจำเลย จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตามฟ้อง ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของ ป.ป.ช.โจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว ผลคดีจึงถือเป็นที่สุด ยุติตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยนายทักษิณ อดีตนายกฯ ไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบในกรณีดังกล่าว โดยขณะนี้คดีดังกล่าวถือเป็นคดีเดียวที่ศาลฎีกาฯ และองค์คณะวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนให้ยกฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ทีพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d69282c20add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 07:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศในราชกิจจาฯ คำพิพากษายกฟ้อง &#039;ทักษิณ&#039; แทรกแซงฟื้นฟูกิจการทีพีไอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61 - ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำพิพากษาคดีหมายเลขดําที่ อม.๔๐/๒๕๖๑ และคดีหมายเลขแดงที่ อม.๑๔๔/๒๕๖๑ ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp;ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ หรือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จําเลย &amp;nbsp;ในความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ &amp;nbsp;กรณีแทรกแซงฟื้นฟูกิจการบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ&amp;nbsp;คลิกอ่านคำพิพากษาทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ทีพีไอ, บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทยจำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba62d744ef90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายจับ&#039;ทักษิณ&#039;อีกใบคดีฮุบทีพีไอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาครั้งแรกคดีหมายเลขดำ อม.44/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ให้ความเห็นชอบกระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ถือเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2546 มาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนีจึงให้ออกหมายจับ และร่นระยะเวลาการติดตามตัวจากเดิมที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 28 วรรคสอง กำหนดไว้ 3 เดือน ก่อนที่จะให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องทำต่อหน้าจำเลยเป็น 1 เดือน ตามกฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา 19 วรรค 1 ที่กำหนดว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.นี้ หรือในกฎหมายอื่นที่บทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.นี้นำมาใช้บังคับ หรือในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาหรือตามที่ศาลกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความมีคำขอ ศาลอาจย่นหรือขยายเวลาได้ตามความจำเป็น และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการแต่งตั้งทนายความเพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีแล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากจำเลยถูกออกหมายจับในหลายคดี โดยให้ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ติดตามตัวจำเลยมาศาลต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยไม่มาศาลถือเป็นการปฏิเสธตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 33 วรรค 3 ที่บัญญัติว่า ในวันพิจารณาครั้งแรกเมื่อจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลและศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไร คำให้การของจำเลยให้บันทึกไว้ ถ้าจำเลยไม่ให้การก็ให้บันทึกไว้ และถ้าจำเลยให้การปฏิเสธหรือไม่ให้การ ก็ให้ศาลกำหนดวันตรวจพยานหลักฐาน โดยให้โจทก์จำเลยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 40 วัน ในกรณีที่จำเลยมิได้มาศาลในวันพิจารณาครั้งแรกไม่ว่าด้วยเหตุใดให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะยังได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้วันที่ 7 ส.ค. 2561 เวลา 13.30 น. นัดไต่สวนในวันที่ 10 ส.ค. 2561 และ 21 ส.ค. 2561 และให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นบัญชีระบุพยานกำหนดแนวทางไต่สวนก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐาน 14 วัน โดยให้ส่งหมายแจ้ง หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่ศาลฎีกาฯ นัดอ่านคำพิพากษากรณีนางไพจิตร อักษรณรงค์ ศิลปินคนเสื้อแดง, อดีตข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และภรรยานายวิสา คัญทัพ ศิลปินคนเสื้อแดง คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 24 ก.ย. 2561 เวลา 9.30 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ทีพีไอ, ปกปิดทรัพย์สิน, ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ, วิสา คัญทัพ, ศาลฎีกานักการเมือง, ศิลปินคนเสื้อแดง, ไพจิตร อักษรณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6bb8143871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือด&#039;แม้ว&#039;ผิด157ฮุบTPI ชี้คลังไร้อำนาจจุ้นเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โดนตามเชือดอีก ป.ป.ช.หอบสำนวน 120 แฟ้มยื่นฟ้องเองคดีเห็นชอบให้ฟื้นฟูกิจการ &amp;quot;ทีพีไอ&amp;quot; หลังยืดเยื้อเกือบ 8 ปี ชี้ทั้งที่รู้ว่ากระทรวงคลังไม่มีอำนาจตามกฎหมายเข้าไปจัดการทรัพย์สินบริษัทเอกชน สร้างความเสียหายระบบราชการ ผิด ม.157 ด้าน &amp;quot;แม้ว-ปู&amp;quot; ออกจากสิงคโปร์ &amp;nbsp;เข้าดูไบก่อนไปยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และโฆษก ป.ป.ช.เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานคดี สำนักคดี สำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 กรณีนายทักษิณเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ประกอบพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 จึงมีอำนาจกำกับและควบคุมกำกับหน่วยงานของรัฐในฝ่ายบริหารทั้งหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเมื่อปี พ.ศ.2546 นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบและยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (TPI) ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าปรึกษา จนนำไปสู่การทำหนังสือยินยอมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (TPI) โดยมีรายชื่อคณะผู้บริหารแผนตามที่นายทักษิณเสนอ และกระทรวงการคลังได้เข้าไปเป็นผู้บริหารแผน การกระทำของนายทักษิณเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงเป็นการกระทำทั้งที่รู้อยู่ว่ากระทรวงการคลังซึ่งเป็นส่วนราชการ ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนกิจการหรือจัดการทรัพย์สินให้บริษัทเอกชน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงการคลัง และเสียหายต่อระบบราชการ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และได้ส่งอัยการสูงสุดดำเนินคดี&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดและฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขึ้นมาเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกัน แต่คณะทำงานดังกล่าวไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีได้ ดังนั้นในวันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงได้มอบหมายให้พนักงานคดี สำนักงาน &amp;nbsp;ป.ป.ช.ดำเนินการยื่นฟ้องเองต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นคดีหมายเลขดำที่ อม. 40/2561 โดยคดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องพร้อมคำร้องขอให้ศาลประทับรับฟ้องไว้พิจารณา กรณีไม่ปรากฏตัวจำเลยต่อหน้าศาล โดยอาศัยเหตุตามเงื่อนไขการยื่นฟ้องโดยไม่ปรากฏตัวจำเลยต่อหน้าศาล ตามนัยมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 เนื่องจากจำเลยไม่มารายงานตัวและศาลได้เคยออกหมายจับในคดีอื่นไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับในคดีที่เคยฟ้องไว้แล้ว และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติให้ดำเนินการยื่นคำร้องขอยกคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีขึ้นพิจารณาใหม่อีก 2 คดี คือ คดีทุจริตการอนุมัติให้กู้เงินแก่รัฐบาลสหภาพพม่า 4,000 ล้านบาท (Exim &amp;nbsp;Bank) และคดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (คดีหวยบนดิน) นั้น มีความคืบหน้า ดังนี้ 1.คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ &amp;nbsp;อม. 4/2551 คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ นายทักษิณ ชินวัตร จำเลย กรณีทุจริตการอนุมัติให้กู้เงินแก่รัฐบาลสหภาพพม่า 4,000 ล้านบาท (Exim Bank) ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 4 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.คดีหมายเลขดำที่ อม. 1/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 คตส. โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ นายทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 47 คน จำเลย กรณีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (คดีหวยบนดิน) ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 25 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้อำนวยการสำนักคดี สำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมเจ้าหน้าที่ได้หอบสำนวน 21 กล่อง 120 แฟ้ม คดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;หรือทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มายื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว โดยได้รับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ &amp;nbsp;40/2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.53 โดยมี ร.อ.สุชาติ เชาว์ศิษฐ อดีต รมว.การคลัง ร่วมกระทำผิดด้วย แต่เจ้าตัวถึงแก่กรรมจึงจำหน่ายคดีไป จากนั้นมีการส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้อง แต่อัยการไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการและ ป.ป.ช. แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติที่ตรงกันได้ ป.ป.ช.จึงตัดสินใจยื่นฟ้องเอง รวมระยะเวลาดำเนินการก่อนส่งศาลฎีกาฯ ยาวนานเกือบ 8 ปี ซึ่งถือเป็นคดีสุดท้ายของนายทักษิณที่ค้างอยู่ในขั้นตอนของ ป.ป.ช. และยังมีอีก 4 คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบด้วยคดีหวยบนดิน, คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้พม่า 4 พันล้านบาท, คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทในเครือกฤษดามหานครกว่า 9 พันล้านบาท และคดีแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ซึ่งเพิ่งมีการรื้อคดีมาพิจารณาลับหลังจำเลยที่หลบหนีคดีไป ตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่เปิดช่องให้ทำได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ช่วงที่นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ระหว่างสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสมาชิกและแกนนำพรรคเพื่อไทยไปเข้าพบจำนวนมาก &amp;nbsp;โดยวันที่ 7 พ.ค.ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และจะเดินทางออกจากสิงคโปร์มุ่งสู่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในวันที่ 8 พ.ค. จากนั้นใช้เวลาอยู่ดูไบไม่นานนักแล้วเดินทางไปยังทวีปยุโรปต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8721</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตการอนุมัติให้กู้เงินแก่รัฐบาลสหภาพพม่า, คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษ, ทีพีไอ, นายทักษิณ ชินวัตร, นายวรวิทย์, นายวรวิทย์ สุขบุญ, บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด, ป.ป.ช., ฟื้นฟูกิจการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชือดอีก ป.ป.ช., แม้ว-ปู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0621b7de25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.หอบสำนวนยื่นฟ้อง &#039;ทักษิณ&#039; ทุจริตฟื้นฟูกิจการทีพีไอแล้วหลังยืดเยื้อเกือบ 8 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้อำนวยการสำนักคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ หอบสำนวน 21 กล่อง 120 แฟ้ม คดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มายื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว โดยได้รับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 40/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2553 &amp;nbsp;โดยมี ร.อ.สุชาติ เชาว์ศิษฐ์ อดีต รมว.คลัง ร่วมกระทำผิดด้วย แต่เจ้าตัวถึงแก่กรรมจึงจำหน่ายคดีไป จากนั้นมีการส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องแต่อัยการไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการและ ป.ป.ช.แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติที่ตรงกันได้ ป.ป.ช.จึงตัดสินใจยื่นฟ้องเอง รวมระยะเวลาดำเนินการก่อนส่งศาลฎีกาฯ ยาวนานเกือบ 8 ปี ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีสุดท้ายของนายทักษิณที่ค้างอยู่ในขั้นตอนของ ป.ป.ช. และยังมีอีกสี่คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบด้วยคดีหวยบนดิน คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยูกู้พม่า 4 พันล้านบาท คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทในเครือกฤษฎามหานครกว่า 9 พันล้านบาท และคดีแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ซึ่งเพิ่งมีการรื้อคดีมาพิจารณาลับหลังจำเลยที่หลบหนีคดีไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่เปิดช่องให้ทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ทักษิณ, ทีพีไอ, ปปช., ร.อ.สุชาติ เชาว์ศิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8636b11e276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
