<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสู้รบไวรัสร้าย ทางสองแพร่ง กู้หรือซ้ำ รบ.ประยุทธ์   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่มีใครคาดคิดว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 จะแพร่พิษเข้าใส่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองดูแลประชาชนไม่ให้ติดเชื้อและเสียชีวิตจะมีจำนวนมากขึ้นเพียงนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองในมุมกลับ การที่โรคร้ายโควิด-19 มาเยือนไทยจริงๆ จังๆ ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้รัฐบาลประยุทธ์ได้ต่อลมหายใจไปอีกหลายเฮือกใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งๆ ที่รัฐบาลออกอาการป้อแป้ โซซัดโซมาตามลำดับ ด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องชาวบ้าน โศกนาฏกรรมจ่าคลั่งกราดยิง 30 ศพที่โคราช กระทบบิ๊กตู่และกองทัพอย่างรุนแรง และปัญหาการเมือง และมาจุดปะทุเริ่มที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ วันที่ 21 กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซ้ำเข้าไปอีกจากศึกซักฟอกวันที่ 24-27 ก.พ. หลายข้อกล่าวหาเป็นชนักปักหลังจนถึงวันนี้ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่รัฐบาลฮั้วกับพรรคเพื่อไทยจนบิ๊ก ครม.บางคนไม่ถูกแตะต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไฟร้อนการเมืองแห่งการขับไล่และกดดันให้แก้รัฐธรรมนูญจากนักเรียน และนิสิต นักศึกษา ปรากฏการณ์แฟลซม็อบจุดติดลามทุ่งไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายปมร้อนหายไปทันที เมื่อพิษไวรัสโควิด-19 ออกฤทธิ์อาละวาด เพราะต่างก็กลัวตาย ไม่อยากตายแบบจีน และหลายประเทศในยุโรป เช่น อิตาลี สเปน สหรัฐ อิหร่าน อังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดพลิกผันของสถานการณ์ปราบโควิด-19 เปิดฉากขึ้นเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมวันที่ 24 มีนาคม ให้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม &amp;ndash; 30 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็น &amp;ldquo;ยาแรง&amp;rdquo; ตามเสียงเรียกร้องของสังคมอยากให้ปิดประเทศ ปิดเมือง ล็อกกรุงเทพฯ จังหวัดปริมณฑล และในต่างจังหวัด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยาแรงที่ฉีดเข้าเส้นด้วยข้อกำหนด 16 รายการ ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผลตั้งแต่ 26 มีนาคม ในข้อห้าม 16 รายการ มี 2 รายการ คือ หนึ่ง การห้ามชุมนุม ห้ามทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอง ห้ามเสนอข่าว หรือทำให้แพร่หลายทางสื่อต่างๆ ซึ่งมีข้อความหรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอันไม่เป็นความจริง....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายใต้มาตรการกรอบใหญ่ &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; ซึ่งอาจกระทบสิทธิเสรีภาพของชาวบ้านอยู่บ้าง หากเทียบกับผลประโยชน์ส่วนรวมถือว่าสำคัญอย่างยิ่งยวดกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านขอรัฐบาลให้ยึดหลักการสำคัญของการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควรมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาล เช่น การออกมาตรการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนกลุ่มต่างๆ การแก้ปัญหาทางด้านงบประมาณ ฯลฯ ให้ตอบโจทย์ประชาชนและเข้าถึงทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในรอบ 15 ปี พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ถูกรัฐบาลหลายชุดนำเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ ผู้มีอำนาจก็ใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์เพื่อให้ตนเองและหมู่คณะอยู่ในอำนาจและมีตำแหน่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วิกฤติครั้งนี้เป็นเรื่องโรคระบาดที่รัฐบาลต้องการให้คนเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ให้สัญจรเดินทางไปไหน หรือจำเป็นต้องไปก็ต้องพร้อมถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เกรงจะแพร่เชื้อให้ระบาดหนักจนเกินกำลังควบคุม อีกทั้งไม่ต้องการให้ห้างสรรพสินค้า สถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆ เป็นแหล่งรวมคนจำนวนมาก ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความสำเร็จของการยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวชี้วัดสำคัญคือผู้ติดเชื้อที่มีสถิติสูงขึ้นทุกวันจะต้องไม่เพิ่มทวีขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักแสน ผู้เสียชีวิตไม่เพิ่มเป็นหลักร้อยหลักพัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่นับความเดือดร้อนของผู้ประกอบธุรกิจ พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง โรงงานปิดกิจการ พ่อค้าแม่ขายขาดทุน ประชาชนมีหนี้สิน ฯลฯ ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือแบบฝนทั่วฟ้าหรือไม่อย่างไร แล้วจะตกไปที่นายทุนเจ้าสัวอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อการรับมือกับความสับสนอลหม่านถึงขั้นรวมกลุ่มรวมตัวกันประท้วงไม่พอใจมาตรการรัฐบาล จึงต้องตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo; นายกฯ เป็นประธาน ยึดอำนาจการบริหารงานสั่งการให้มารวมศูนย์อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แม้จะมีอำนาจเต็ม แต่ก็ดีทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่จะให้สำเร็จ สิ่งสำคัญต้องผสมผสาน 3 ส่วนสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ประการแรก ความร่วมมือของประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนด ประการที่สอง การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และประการที่สาม บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรับมือไหว มีอุปกรณ์ต่างๆ เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะเดียวกัน ผลของการรวมศูนย์สั่งการ จึงเกิดคำถาม 2 แพร่ง ที่จะตามมาเป็นบทสรุป แพร่งแรก หากจัดการไวรัสร้ายสำเร็จ จะส่งเสริมเพิ่มความชอบธรรม ยืดอายุรัฐบาลให้อยู่ยืนยาว เพราะ &amp;ldquo;เอาอยู่&amp;rdquo; สู้ไหว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่หากล้มเหลวก็จะพบแพร่งที่สองซ้ำเติมให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน อาจถึงขั้นล้มครืน เพราะ &amp;ldquo;เอาไม่อยู่&amp;rdquo; ถูกเชื้อร้ายไวรัสคุกคามจนสุดจะรักษา ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกแพร่งไหน ซ้ายหรือขวาก็อยู่ที่ศักยภาพของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากประด็นข้างต้นแล้วก็ยังมีข้อห่วงใย และกระแสเรียกร้องและท้าทาย พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะจัดการกับคนใกล้ตัวอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการกักตุนหน้ากากของคนในรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หรือแม้กระทั่งกระแสการวิพากษ์อย่างหนักหน่วง ถึงการจัดแข่งขันชกมวยที่เวทีลุมพินี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ซึ่งถือว่าขัดต่อข้อสั่งการของนายกฯ ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 มี.ค. จนเป็นแหล่งใหญ่ของการแพร่เชื้อ ผู้ที่ไปงานวันนั้น หลายคนต่างติดเชื้อโควิด-19 นัดนี้หลายร้อยคน ไม่เว้นแม้แต่เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเป็นนายสนามมวย พิธีกรบนเวที และบรรดาเซียน ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยสำนักข่าวอิศรารายงานว่า ผู้เกี่ยวข้องกับสนามมวยดังกล่าวประกอบด้วย หนึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอง พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เป็นนายสนามมวยลุมพินี พ.อ.วสันต์ พึ่งสำเภา รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก คนที่ 1 เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี คนที่ 1 พ.อ.กฤษดา จินดาลัทธ เป็นรองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก คนที่ 2 เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี คนที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พ.อ.สมสกุล วิจิตรภาพ เป็นเลขาธิการนายสนามมวย พ.อ.ธวัชชัย ศิริปรุ เป็นผู้ช่วยนายสนามมวยคนที่ 1 พ.อ.สุภร สัมมา เป็นผู้ช่วยนายสนามมวยคนที่ 2 สาม พล.ต.ดาบศักดิ์ กองสมุทร เป็นหัวหน้าฝ่ายแพทย์สนามมวย พ.อ.มงคล บุตรดาวงษ์ เป็นหัวหน้าธุรการสนามมวย พ.อ.สุดเขตต์ ชื่นภิรมย์ เป็นหัวหน้าฝ่ายพิจารณาโทษและปราบมวยล้มฯ พ.อ.ชำนาญ ใจทัน เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดรายการสนามมวย พ.อ.พสิษฐ์ รัชพลพงศ์ เป็นหัวหน้าฝ่ายสิทธิประโยชน์และต่างประเทศ พ.อ.สมเกียรติ ถนอมคุ้ม เป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์สนามมวย พ.อ.เอกฉันท์ ชาญเฉลิม เป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคสนามมวย พ.อ.จตุพร ดิสราพร เป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินสนามมวย (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.lumpineemuaythai.com/about-2/executive-director/)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กระทั่ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และสั่งเด้งเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกไปช่วยราชการสังเวยไปรายแรกในวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อกระแสเรียกร้อง หากการตรวจสอบดำเนินไปอย่างไม่โปร่งใส สามคนผิดมาลงโทษ ไม่มีกำหนดแล้วเสร็จ เหมือนกับกรณีจ่าคลั่งกราดยิง 30 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมากกลางเมืองโคราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์&amp;rdquo; ให้คำมั่นกับสังคมหลายประการ แต่จนบัดนี้ก็เงียบ ไม่มีอะไรคืบหน้า อาทิ การเปิดให้กำลังพลร้องเรียนความไม่เป็นธรรมหน่วยงานถูกผู้บังคับบัญชาเอาเปรียบ การใช้ค่ายทหารทำธุรกิจ การให้ทหารที่เกษียณออกจากบ้านหลวง ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จึงเป็นเรื่องที่ &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์&amp;rdquo; จะต้องเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็วและทันใจประชาชน ปิดช่องไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีหยิบโยงมาผสมผเสเตะตัดขารัฐบาลบิ๊กตู่ให้สภาพร่างกายทรุดไปกว่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หรือสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องมีใครพลีชีพแสดงความรับผิดชอบเพื่อรักษารัฐบาล และกองทัพหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องติดตามกันต่อไป. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61278</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรองสถานการณ์, ทีมข่าวการเมือง, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หลังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสู้รบไวรัสร้าย ทางสองแพร่ง กู้หรือซ้ำ รบ.ประยุทธ์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f5da01d452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มรสุม “บิ๊กตู่” ฝ่าไวรัสโควิด ในวิกฤติ “เฟกนิวส์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ &amp;ldquo;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo; ขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดการหยุดโรคระบาดดังกล่าว โดยระดมบุคลากรกว่า 20 กระทรวงร่วมปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มี.ค. หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ชุดใหญ่ ที่ใช้เวลายาวนานเกือบ 6 ชั่วโมง ทำให้รองนายกรัฐมนตรีทุกคนต้องยกเลิกวาระงานกะทันหัน เพื่อทุ่มเทเวลาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ชูกำปั้นปลุกคนไทยฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ด้วยประโยคทิ้งท้ายที่ว่า &amp;ldquo;ประเทศไทยต้องชนะ&amp;rdquo; ซึ่งประโยคดังกล่าวติดเทรนบนโลกออนไลน์ไปในพริบตา แต่ก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลากหลายแง่มุมด้วยเช่นกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ดำเนินการตามมาตรฐานสากล ขอให้หยุดกระจายข่าวที่ไม่เป็นความจริง สร้างความแตกตื่น ก่อนจะกระจายข่าวใดๆ ขอให้มีการตรวจสอบความถูกต้องก่อน และอย่ากักตุนของ โดยให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะจัดการให้มีหน้ากากอนามัย เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้อย่างเพียงพอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ของประเทศไทย ที่ถึงแม้จะมีผู้รักษาตัวจนหายจากเชื้อไวรัสดังกล่าวจนสามารถกลับบ้านได้แล้ว แต่ขณะเดียวกันยอดผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ประกอบกับรัฐบาลต้องเผชิญกับยุคที่ &amp;ldquo;พลังโซเชียลมีเดีย&amp;rdquo; มีความสำคัญ การสื่อสารไปอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งกลายเป็นสงครามข่าวสาร ที่มีการโจมตี ให้ร้ายกันผ่านโลกออนไลน์ ที่เรียกว่าข่าวปลอม หรือ &amp;ldquo;เฟกนิวส์&amp;rdquo; ซ้ำเข้ามาอีก ทำให้การทำงานเพื่อแก้วิกฤติของรัฐบาลที่ยากอยู่แล้ว กลับยากขึ้นอีก ช่วงนี้จึงเห็น &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ดูซูบผอมลง เพราะโหมงานหนัก และต้องรับมือกับสงครามเฟกนิวส์ไปพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างกรณีข่าวปลอมพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่หมู่บ้านในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่เมื่อมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกระทรวงสาธารณสุข พบเป็นข้อมูลเท็จ หรือข่าวปลอมว่าศูนย์ราชการตรวจเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พบติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน ซึ่งไม่เป็นความจริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีโลกออนไลน์แชร์ข่าว &amp;ldquo;ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง&amp;rdquo; เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 ก็ไม่เป็นความจริง กรณีการแชร์ในเฟซบุ๊กพบผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ ทางภาครัฐตรวจสอบเป็นข่าวเท็จ หรือที่มีการแชร์ว่า พยาบาลศิริราชบอกให้ตุนของจะปิดเมือง ซึ่ง นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรโรงพยาบาลศิริราช ยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;rdquo; (Anti-Fake News Center) โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นแม่งานจัดการกับข่าวปลอมที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งปัจจุบันศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมีกระบวนการทำงานร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่ข่าวปลอมนั้นส่งผลให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงาน สามารถรวบรวมข้อมูลและแจ้งต่อ ศปอส.ตร.เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในทางคดีได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่การดำเนินการประชาสัมพันธ์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ในประเด็นไวรัสโควิด-19 พบว่ามีทั้งข่าวปลอม ข่าวจริง และเรื่องที่บิดเบือนเผยแพร่ในโซเชียล ซึ่งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจะดำเนินการตรวจสอบและติดตาม ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมีความเป็นกลาง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับต่อสาธารณชน และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 คณะ คือ 1.คณะทำงานด้านวิชาการการสร้างการรับรู้ มีนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ เป็นประธานคณะทำงาน และมีนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะทำงานให้ความรู้เชิงวิชาการ สร้างความตระหนักและการรับรู้เพื่อให้เท่าทันเฟกนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 2.คณะทำงานวิเคราะห์และคัดเลือกข่าว ก่อนส่งให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมดำเนินการต่อ โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดีอีเอส เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีผู้แทนองค์กรต่างๆ ร่วม เช่น ผู้แทนจากกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ข่าวจริงประเทศไทย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)&amp;nbsp; เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังมีในส่วนของเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูล COVID-19&amp;rdquo; ที่ออกมาชี้แจงข่าวปลอมต่างๆ แก่ประชาชนรายวันได้ทันท่วงที รวมถึงมีศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การเผชิญสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกและในประเทศไทย ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา ให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ต้องปวดหัว แต่ทุกอย่างจะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือการทำงานในสมัยที่ 2 ของรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ทีมข่าวการเมือง, มรสุม “บิ๊กตู่” ฝ่าไวรัสโควิด ในวิกฤติ “เฟกนิวส์”, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70f1dee219d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลอ่วม วิกฤติซ้อนวิกฤติ  พิสูจน์ฝีมือ &quot;ประยุทธ์&quot; แก้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์โควิด-19 ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก หลายๆ ประเทศ มียอดผู้ติดเชื้อ เสียชีวิต ตัวเลขไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายลงทุกนาที ประเทศไทยได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน แม้ตัวเลขที่ทางการออกมายืนยัน ผู้ป่วยทะลุ 80 ราย เสียชีวิต 1 ราย ตัวเลขขยับเข้าใกล้ 100 ราย และขอภาวนาให้ตัวเลข หยุดลงเพียงเท่านี้ ไม่มีคนติดเชื้อ คนต้องมาเสียชีวิตเพิ่มไปมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาประกาศให้โควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่ นักกีฬา นักแสดงชื่อดัง เซเลบ บุคคลมีชื่อเสียงในสังคม ตลอดจนประชาชนทั่วไป ชาวต่างประเทศ ติดเชื้อโควิด-19 โรคนี้พร้อมที่จะเข้ามาเยือนทุกคนโดยไม่ได้ทันตั้งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกระทบเศรษฐกิจ การส่งออก นำเข้า การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง ธุรกิจอาหาร บันเทิง กีฬา หยุดชะงักงัน ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะซึมยาว มาเจอ ไวรัสโควิด-19 ซ้ำเติมลงไปอีก ไทยได้รับผลกระทบอันหนักหนาสาหัส เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นมหาวิกฤตการณ์อย่างแท้จริง และยังไม่รู้ว่ ไวรัสร้ายจะคลี่คลายไป การฟื้นฟู สร้างความเชื่อมั่นต้องใช้ระยะเวลาอีกนานเท่าใด เศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาดีดังเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อในไทยที่มีการเปิดเผยออกมาขยับขึ้นสูงทุกวัน แม้ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งแถลงการณ์ ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แต่คงไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ออกมารายวัน สถานการณ์เลวร้ายเข้าสู่ระดับ 3 บางพื้นที่ ประชาชนเริ่มกว้านซื้อเวชภัณฑ์ ยาสามัญประจำบ้าน น้ำ ข้าวสาร อาหารแห้ง ตัดเย็บหน้ากากอนามัยใช้เอง คนไทยตื่นตัว เฝ้าระวัง ป้องกัน และคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด สนใจไวรัสโควิด-19 ที่เป็นเหมือนภัยร้าย พร้อมคืบคลานเข้ามาถึงตัวเองและคนใกล้ชิดได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ ในแง่ความมุ่งมั่นหวังดี ช่วยเหลือให้ประเทศชาติ ประชาชนพ้นภัย เพียงแต่ในขั้นตอนการปฏิบัติ การสั่งการบางครั้งที่ขยับปรับตัวช้า สถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนทุกชั่วโมง ทุกวัน ทำให้ประชาชนคนที่เฝ้ารอ ติดตาม อึดอัดบ่นออกมาดังๆ และโทษไปถึงรัฐบาลที่แก้ปัญหาไม่ได้ดั่งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน มีคนฉวยจังหวะความทุกข์ร้อนผู้อื่น กักตุน ค้าขาย ปัญหาระหว่างหน่วยงานที่ไม่ลงตัว นำมาสู่ปัญหาตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรมการค้าภายในกับสมาคมร้านขายยา ที่กำลังเป็นประเด็นเรื่องการติดต่อ ประสานงานหน้ากากอนามัย ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐเริ่มไม่เชื่อมั่นในกระบวนการจัดการ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) โดยเหตุผลที่ขอลาออก คือขอแสดงความรับผิดชอบที่บริหารจัดการศูนย์ EOC ไม่ดี จนมีกรณีผีน้อยหลุดออกไปจากการคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังวางใจไม่ได้ ปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังสร้างผลกระทบในวงกว้าง ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ปัญหาการชุมนุมเคลื่อนไหว นักศึกษาแฟลชม็อบ ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ปัญหาการเมืองภายในพรรคร่วมรัฐบาลกันเองแบ่งก๊กแบ่งเหล่า แย่งชิงอำนาจ ล่าสุดปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โควิด-19 เพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลต้องรับมือแก้ไขเพิ่มเข้ามาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางกระแสความนิยมรัฐบาลประยุทธ์ตกต่ำลงเรื่อยๆ ปัญหาเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไขในทิศทางที่ดีขึ้น ยังมาเจอปัญหาไวรัสโควิด-19 ซ้ำเติมอีก เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้ขยับปรับตัวรับมือกับโรคร้ายแรงของมนุษยชาติ เต็มไปด้วยความล่าช้า มึนงง สับสน เสียงติติงในทางลบออกมาอย่างต่อเนื่อง การรับมือโควิด-19 ครั้งนี้ ร้อยทั้งร้อยอยากให้จบและผ่านพ้นไปโดยเร็ว ข้อเสนอต่างๆ ที่ออกมา ไม่มีพรรค ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีการเมือง ทุกข้อเสนอ แนะนำ ล้วนเต็มไปด้วยความประสงค์ดี สิ่งไหนหากเป็นประโยชน์ หากนำไปปรับใช้ได้ คนที่ส่งข้อเสนอแนะไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ศูนย์ปฏิบัติการที่รับมือโควิด-19 ควรมีเพียงศูนย์เดียว นายกฯ ใช้อำนาจสั่งการตั้งผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการที่มีอำนาจเต็มเบ็ดเสร็จ ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ในศูนย์ มหาดไทย สาธารณสุข พาณิชย์ คมนาคม ต่างประเทศ กฤษฎีกา ฯลฯ เอาปลัดหรือราชการหัวหน้าส่วนเข้ามาอยู่ในส่วนนี้ ตรงไหนมีปัญหา ติดขัดข้อกฎหมาย ระเบียบอะไร แก้ทันที ภายใต้การตัดสินใจแบบ one single one command การให้ข่าวให้มีผู้บัญชาการเพียงคนเดียว ป้องกันการพูดคนละที สร้างความสับสนกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีอำนาจ ช่องทางที่สามารถทำได้ในการ ออกพระราชกำหนด ซึ่งสามารถออกมาควบคุม จัดการสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาโควิดได้ทันที เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ปัญหาหน้ากากอนามัย ที่มีกระแสข่าวมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีบางคน อาจจะเข้าไปมีส่วนร่วมกักตุนหน้ากากอนามัย โดยทำกันเป็นขบวนการ ในทางสืบสวน สอบสวน ทำอย่างตรงไปตรงมา ใครเกี่ยวข้อง มีเอี่ยว จัดการอย่างเด็ดขาด ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อสังคม กระทบกระเทือนความรู้สึกผู้คน หากินบนความทุกข์ร้อนประชาชน ไม่ต่างอะไรจากอาชญากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -หน้ากากอนามัยขาดแคลน ไม่เพียงพอ ยอดผลิต ยอดที่ต้องส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ ต้องจัดลำดับให้ชัด กลุ่มแรก แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสกับผู้ป่วย รองลงมา ญาติผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย จัดอันดับกลุ่มที่สมควรได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -หน้ากากขาดแคลน ยังมีวัสดุอื่นทดแทนได้หรือไม่ มีบุคลากรทางการแพทย์เสนอว่า ผ้าเทฟลอน หากนำมาตัดเย็บทำเป็นหน้ากาก คุณสมบัติแทบไม่ต่างอะไรจากหน้ากาก N95&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในวันนี้ที่มีข้อจำกัด รัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรประสานไปยังโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ให้เปลี่ยนไลน์การผลิต ช่วยจัดหาวัตถุดิบ อุปกรณ์ เปลี่ยนมาผลิตหน้ากากอนามัยแทน นอกจากนี้ ในพื้นที่ห่างไกลก็สอนให้ประชาชนที่ไม่เจ็บป่วย ยังไม่ใช่พื้นที่เสียง รวมกลุ่มเรียนรู้การทำหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าที่มีคุณภาพ คุณสมบัติทัดเทียมกับหน้ากากอนามัย เพื่อให้สามารถป้องกันตน จากการผลิตของตัวเอง รวมไปถึงการให้ความรู้ผ่านสื่อทุกช่องทาง ป้องกันไม่ให้มีผู้ป่วยเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในส่วนของการควบคุม คนไทย ชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ก็ควรให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ประสานไปยังโรงแรมที่มีความพร้อม เป็นสถานที่เฝ้าระวัง พักพิง ควบคุม ดูแล น่าจะดีกว่าปล่อยให้คนเหล่านั้นกลับไปกักตัวกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางวิกฤติ ปัญหาอันหนักหน่วง ไม่เพียงรัฐบาลประยุทธ์ต้องเผชิญเพียงลำพัง คนไทยก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ในวิกฤติย่อมมีโอกาส พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล หากบริหารจัดการไม่ดี คงเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย จากวิกฤติศรัทธาที่รัฐบาลและนายกฯ ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก ผลกระทบสุดท้ายส่งผลไปถึงเสถียรภาพรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยามสถานการณ์ที่ยากลำบาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นอีกครั้งที่จะพิสูจน์ทั้งฝีมือ ปัญหา และภาวะผู้นำ ในการแก้ปัญหา หากพลิกจากร้ายให้กลายเป็นดี ไม่เพียงวิกฤติไวรัสโควิด-19 จะได้รับการคลี่คลาย เรื่องอื่นๆ ก็จะส่งสัญญาณดีขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ถือธงนำพาประเทศ ประชาชน พล.อ.ประยุทธ์จะใช้สติ ปัญญา และความกล้าหาญ นำพาประเทศและประชาชนไปทิศทางใด ครั้งหนึ่งเข้ามาหยุดสถานการณ์ความสูญเสียของคนในชาติ ยืนบนขาความเสี่ยง กบฏกับผู้กอบกู้ และเหตุการณ์นี้ก็จะเป็นอีกบทพิสูจน์อันท้าทายสติ ปัญญา ภาวะผู้นำ ยามเกิดวิกฤติในบ้านเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59763</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ทีมข่าวการเมือง, รัฐบาลอ่วม วิกฤติซ้อนวิกฤติ  พิสูจน์ฝีมือ &quot;ประยุทธ์&quot; แก้โควิด-19, วิกฤติซ้อนวิกฤติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6cde8837d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชนะในเกม-แพ้ศรัทธาคน  ปรับครม.-รัฐบาลไปต่อพอหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านพ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแบบโล่งอก..นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลได้รับคะแนนเสียงในสภาฯ แตกต่างกันไป แต่ผลที่ออกมาเหมือนกันคือได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อไปบริหารราชการแผ่นดินต่อ พร้อมกับมีสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านบางคนที่สร้างความกังขา ด้วยการลงคะแนนไว้วางใจรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความแตกแยกในพรรคฝ่ายค้านจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งเรื่องการประวิงเวลาของสมาชิกพรรคเพื่อไทย จนไปกินเวลาของสมาชิกอดีตพรรคอนาคตใหม่ กลายเป็นปมคำถามเรื่อง &amp;quot;ชกไม่สมศักดิ์ศรี&amp;quot; แถมวางเกมให้คนในฝ่ายเดียวไม่ได้ขึ้นชก สร้างร่องรอยความไม่พอใจของแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ในการออกมาแถลงตั้งคำถามกันแบบตรงไปตรงมา สร้างบาดแผลระหว่างการทำงานร่วมกันของนักการเมืองเก๋าเกมเขี้ยวลากดินที่มี ส.ส.ตลาดล่างเป็นส่วนมาก กับพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ ที่สร้าง ส.ส.ตลาดบน ปฏิเสธระบบอุปถัมภ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะเดียวกันยังพบว่าการทำพรรคการเมืองที่รวบรวมคนรุ่นใหม่ และไม่ได้มีระบบก๊วน มุ้ง ในการดูแล ส.ส.เหมือนการเมืองแบบเก่า ทำให้รับรู้ความจริงว่า อุดมการณ์ที่แท้จริงของผู้ที่สมัครเข้าพรรคไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าจะปักหลัก ยึดมั่นในฝ่ายของตนเองได้อย่างตลอดรอดฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ของพรรคฝ่ายค้านที่ยังไม่เป็นเอกภาพในการทำงาน และไม่ได้เป็นปึกแผ่นพอที่จะสร้างพลังในการล้มรัฐบาลได้ แถมยังมี &amp;quot;อีแอบ&amp;quot; และ &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; ที่พร้อมเคลื่อนไหว ย้ายข้างไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากสภาพบักโกรกที่ขาดการส่งกำลังบำรุงมานาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดร่วมในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการขับเคลื่อนของฝ่ายค้านเอง ในช่วงเริ่มต้นดูเหมือนว่ายังเน้นการ &amp;quot;โชว์เดี่ยว&amp;quot; และบางครั้งก็ไม่สนใจข้อเสนอ และความคิดเห็นจากฝ่ายอื่น แต่เมื่อสถานการณ์ผ่านไปพบว่ามีแนวร่วมที่พร้อมผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญมาจากหลายภาคส่วน ไม่ใช่มีเฉพาะแค่ฝ่ายของตัวเอง ทำให้เกิดการปรับตัวและใช้ช่องทางแสวงหาแนวร่วมจากสังคมเพื่อผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงการชุมนุมของนักศึกษาที่วางตารางจัด &amp;ldquo;แฟลชม็อบ&amp;rdquo; ไปทั่วทุกมหาวิทยาลัย รัฐบาลกำลังติดตามดูอยู่ห่างๆ และยังไม่มีไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดแรงกระเพื่อมจนเป็นเหตุให้ม็อบขยายตัวกว่าที่ควรจะเป็น อีกทั้งการมารวมตัวของคนหมู่มากเสี่ยงเกินไปในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การเดินหน้าของ &amp;quot;แฟลชม็อบ&amp;quot; จึงชะลอออกไป เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นรัฐบาลก็มีสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เข้ามาคั่น ทำให้จุดโฟกัสของคนในสังคมพุ่งไปที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกและในประเทศไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมต้องเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารจัดการการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อปกป้องพลเมืองให้รอดพ้นจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายไปแบบน่าสะพรึงกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่ข่าวสารการแพร่ระบาดของเชื้อ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; รัฐบาลบริหารจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่กระแสเสียงของประชาชนยังไม่พอใจในการดำเนินการ เริ่มตั้งแต่ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดตลาด การกระจายและการจัดลำดับความสำคัญในการลงไปสู่มือประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ดูจะผิดฝาผิดตัว ไม่ตรงกับความเร่งด่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการควบคุมโรคที่ยังห่วงหน้าพะวงหลังจากผลกระทบของธุรกิจท่องเที่ยว แต่ในที่สุดก็ต้องเข้มงวดเพิ่มมาตรการไปตามการแพร่ระบาดที่ขยายวงกว้างมากขึ้น การขยับตัวในการหาแนวทางจัดการกับแรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ที่จะเดินทางกลับประเทศล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิด ไม่ได้ดั่งใจคนไทย แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการทำงานของรัฐบาลที่มีเป้าหมายจะบรรเทาผลกระทบของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากธุรกิจที่ชะลอตัวจากผลกระทบของการแพร่กระจายของเชื้อโรคให้เดินเครื่องต่อไป โดยออกมาตรการด้านการเงินและภาษีออกมาชุดใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้แก่ มาตรการด้านการเงิน คือ 1.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ในอัตราดอกเบี้ย 0.01% เพื่อให้สถาบันการเงินต่างๆ ไปปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% 2.การปรับโครงสร้างหนี้ โดยให้สถาบันการเงินพักชำระเงินต้น ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ 3.การปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) และเป็นเอ็นพีแอล โดยจะให้มีการยืดเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ขยายเวลาการกู้เงินให้เป็นระยะเวลายาวมากขึ้น รวมถึงลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรการนี้จะครอบคลุมทั้งลูกหนี้รายใหญ่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต ให้ผ่อนขั้นต่ำน้อยกว่า 10% และ 4.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสำนักงานประกันสังคม โดยจะให้นายจ้างและลูกจ้างกู้ได้ เพื่อบรรเทาภาระและเป็นเงินทุนเวียน โดยหลังจากนี้สำนักงานประกันสังคมจะกลับไปพิจารณาหลักการดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมาตรการด้านภาษี ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่ 1.มาตรการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการเป็นการชั่วคราว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ 2.ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กู้เงินซอฟต์โลน และผู้ประกอบการที่ทำบัญชีเดียว ให้สามารถนำภาระดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าวมาคำนวณเป็นรายจ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 3.ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จ้างงานลูกจ้างต่อโดยไม่ให้ตกงาน ให้นำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า ในช่วง 1 เม.ย.-31 ก.ค.2563 และมาตรการที่ 4 ให้กระทรวงการคลังเร่งดำเนินภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศให้เร็วขึ้น ไม่เกิน 15 วัน สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และไม่เกิน 45 วันสำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาตรการแจกเงินให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรและอาชีพอิสระ จำนวน 2,000 บาทต่อราย โดยจะทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาท โดยประชาชนที่ได้รับเงินจะสามารถกดเงินสดไปใช้จ่ายตั้งแต่เดือน เม.ย.และ พ.ค.นี้ ผ่านระบบพร้อมเพย์...ซึ่งเป็นมาตรการที่เกิดคำถามว่าเป็นห้วงเวลาที่ควรใช้มาตรการเช่นนี้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และยังต้องรับมือผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่จะตามมาหลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไปที่คาดว่าจะหนักหนาสาหัสมากพอสมควร ก็เชื่อว่าจะเป็นเวลาเดียวกับที่การเมืองต้องกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพราะมรสุมหลายลูกตั้งเค้า และพร้อมจะถล่มรัฐบาลพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องยกเครื่องการทำงานและ &amp;quot;สะสาง&amp;quot; ปัญหาเก่าที่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานของรัฐบาลให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประชาชนหลังจากผ่านวิกฤติมาตั้งแต่ต้นปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะผู้นำรัฐบาลที่เห็นการทำงานในช่วงที่ประเทศประสบปัญหาย่อมรู้ว่า รัฐมนตรีคนใดมีจุดอ่อนที่ต้องปรับออกจาก ครม. แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีรัฐมนตรีมาจากหลายพรรคการเมือง และพึ่งพาเสียง ส.ส.ของพรรคร่วมในการหนุนรัฐบาลในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ฯ แต่ก็ถึงเวลาแล้วต้อง &amp;quot;กลืนเลือด&amp;quot; สังคายนาให้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นมืออาชีพเข้ามารับไม้ต่อ เพราะในที่สุดเสียงสนับสนุนของประชาชนยังเป็นสิ่งสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนลดลง แนวร่วมที่เคยผลักดันเริ่มอ่อนแรงจากปมปัญหาที่เกิดขึ้นจากเรื่องเทาๆ ของคนในรัฐบาล และยังเจอกับเกมการเมืองเก่าๆ ที่ไม่ต่างจาก &amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; ที่ใช้มาในอดีต จึงทำให้แนวร่วมเหล่านั้นเริ่มตีจาก ส่งผลให้กลุ่มและฝ่ายที่เหลืออยู่กับฝ่ายรัฐบาลเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์และอานิสงส์จากรัฐบาลเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงน่าสนใจว่า การปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้นต่อไป เพียงพอที่จะเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับคนในสังคมที่รู้สึกไม่ดีกับรัฐบาลหรือไม่ เพราะจังหวะนั้นเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดคงเริ่มเปิดเผยตัวจะซ้ำเติมคนในสังคมเข้าไปอีก!!.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59116</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ชนะในเกม-แพ้ศรัทธาคน  ปรับครม.-รัฐบาลไปต่อพอหรือไม่, ทีมข่าวการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e639ea8aac4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความนิยมต่อ &quot;ภาวะผู้นำ&quot; พิสูจน์ &quot;บิ๊กตู่&quot; ในภาวะวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่โพลหรือผลสำรวจความคิดเห็นสะท้อนออกมา แม้จะไม่ใช่ ฉันทามติ ที่สังคมทั้งหมดเห็นไปตามนั้น แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้ทิศทางและความพึงพอใจได้พอสมควร ที่สำคัญหากนำ &amp;quot;โพล&amp;quot; ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็จะทำให้แนวทางการทำงานและนโยบายที่ออกมาตอบสนองต่อประชาชนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ตำรวจ ต้นทางของกระบวนการยุติธรรม กลายเป็นบุคลากรด้านความมั่นคงที่ประชาชนไม่พึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ มีการเรียกร้องให้ &amp;quot;ปฏิรูป&amp;quot; มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงานกันแบบ &amp;quot;จุดพลุ&amp;quot; แล้วก็หายไป กลายเป็นเรื่อง &amp;quot;ลอยลม&amp;quot; ที่ไร้ผลในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์กรสีกากียังอยู่ใน เงา ของการเมือง และถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางอำนาจ บดบัง &amp;quot;ฝีมือ&amp;quot; และ &amp;quot;ผลงาน&amp;quot; ในการพิทักษ์รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำหน้าที่ ที่ประชาชาพึงพอใจในงานด้านนี้ ตามแนวทางของ &amp;quot;รัฐสมัยใหม่&amp;quot; ที่ตำรวจควรจะเป็น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความคิดเห็นต่อผลงานตำรวจ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศต่อกรณีตำรวจสามารถจับคนร้ายปล้นยิงชิงทองที่ลพบุรี ได้จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,062 คน ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมาพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.5 ทราบข่าวตำรวจจับคนร้ายปล้นร้านทองลพบุรีได้ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 ของคนที่ทราบข่าวมีความสุข พอใจ ที่ตำรวจรวบตัวคนร้ายได้ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ระบุคำคมตำรวจที่เป็นจริงคือ ร้อยละ 82.6 ระบุ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ และร้อยละ 81.3 ระบุ หลับเถิดปวงประชา ตำรวจกล้าจะคุ้มภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ ผลเปรียบเทียบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ระหว่างก่อนและหลังจับคนร้ายปล้นยิง ชิงทองที่ลพบุรี พบว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 91.0 ในช่วงก่อนจับคนร้าย มาอยู่ที่ร้อยละ 97.4 ในช่วงหลังจับคนร้ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนยังมองเรื่องศักยภาพของภาวะผู้นำ ในการเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ที่สังคมให้ความสนใจ ตามบทบาทหน้าที่ที่ควรจะเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่โพลหลายสำนักสะท้อนให้เห็น ทัศนคติ ของคนในสังคม ที่เริ่มไม่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เหมือนเมื่อก่อน ปัจจัยสำคัญยังเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ ที่มีผลต่อปากท้อง ความเป็นอยู่ของคนในประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ประชาชนจะเข้าใจว่า รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จะพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในพริบตา อีกทั้งปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมีผลต่อเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเร็ว แต่ในแง่ความรู้สึกและการแสดงออกของผู้นำต้องมีผลในเชิงจิตวิทยาในการทำให้คนในสังคมรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความไม่พอใจพื้นฐานถูกซ้ำด้วย วิกฤติ อันเกิดจาก ธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นตัวแปรที่มีผลอย่างยิ่งต่อความรู้สึกนึกคิดของคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบในกรุงเทพมหานครในช่วงเวลานี้เป็นประจำ ซึ่งรัฐบาลก็เพิ่งประกาศแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น &amp;quot;วาระแห่งชาติ&amp;quot; หลังประชุมคณะรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการออกมาตการหลายข้อ ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์ PM 2.5 เลยจุด &amp;quot;พีก&amp;quot; ไปแล้ว 2 วัน โดยระหว่างที่จะมีการ &amp;quot;ขยับ&amp;quot; ก็ต้องใช้เวลาในห้วงปกติ ทั้งที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นผ่านเลยมาถึง 2-3 วันแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคง โฟกัส แต่คำวิจารณ์ทางลบ และใช้เวลาตอบโต้-ชี้แจง แบบรายวัน สาละวนกับปมการเมือง และเฟกนิวส์ ทั้งที่ควรจะเลิกสนใจ และเรียกประชุมเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เลิกทำงานรูทีน ตามวันเปิด-ปิดราชการ อีกทั้งลดความสำคัญกับ &amp;quot;อีเวนต์&amp;quot; การประชาสัมพันธ์ที่ไร้ประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยน &amp;quot;โฟกัส&amp;quot; ในการทำงาน มุ่งไปข้างหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรามีแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหา แต่ทั้งหมดอยู่ที่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน เพราะปริมาณรถยนต์ใน กทม.มีมากถึง 10 ล้านคัน ต้องไปดูว่ารถประเภทใดสร้างปัญหามลพิษมากที่สุด ซึ่งปริมาณรถที่ทำให้เกิดปัญหาจราจรถือเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของปัญหาฝุ่น เราก็ต้องแก้ไขต่อไป ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนก็อาจจะได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องไปเข้มงวดกับรถเก่าที่มีควันดำ รัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบวัวพันหลักไปเรื่อยๆ แต่แนวทางยังมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แต่จะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศก็มี PM 2.5 สูง เช่น จีน แต่สามารถคุมได้ ซึ่งต่างจากของไทยที่สั่งไม่ได้ เพราะมีเรื่องสิทธิมนุษยชน เหล่านี้คือความแตกต่าง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่อาจเกิด &amp;quot;วิกฤติ&amp;quot; จากสถานการณ์หลากหลายรูปแบบ จากสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรในการรับมือ ทั้งปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง ไฟป่า ควันไฟ การแพร่กระจายของเชื้อโรคสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะไวรัสโคโรนาที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังบอกว่าเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ &amp;quot;วัวพันหลัก&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้า &amp;quot;ภาวะผู้นำ&amp;quot; ของ พล.อ.ประยุทธ์โดดเด่นแต่เรื่องการเมือง ความสงบเรียบร้อย และประชาชนยังไม่เห็นว่า ได้ใช้ &amp;quot;อำนาจ&amp;quot; และศักยภาพเหล่านั้นอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ก็เชื่อว่า ความนิยม ในตัว พล.อ.ประยุทธ์ก็จะตกลงไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถ้ายิ่งชอบฟังแต่ &amp;quot;ขุนพลอยพยักจมื่นรักษ์สอพลอ&amp;quot; สื่อที่เชลียร์เพื่อหวังผลประโยชน์ ไม่ใช่ให้กำลังใจด้วยใจจริง ก็ยิ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แก้ไข หรือปรับตัว และมองเสียงสะท้อนที่หวังดีว่าเป็นปฏิปักษ์และเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองไปเสียหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ทุกวันนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังมีเสียงที่เหนียวแน่น และก็ยังมีแนวโน้มที่จะมีนักการเมืองจากฝ่ายค้านไหลมาอยู่กับฝ่าย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อีกเป็นระลอก แต่นั่นไม่ใช่เครื่องการันตีว่า &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; จะมั่นคง เพราะเสถียรภาพด้วยเสียงในมือ หากไม่มีเสียงของประชาชนเป็นลมใต้ปีก และเป็นปราการหนุนหลังก็ใช่ว่าจะอยู่ได้ยาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิพักต้องเจอกับปัญหาภายในอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ส่อเค้าเกิดปัญหา และต้องล่าช้าในการประกาศใช้ไปอีก 1-2 เดือน หลังจากที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งความผิดพลาดบกพร่องคงโทษใครไม่ได้ แม้แต่คนที่ออกมาแฉ ในฐานะที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง เพราะความผิดพลาดเหล่านั้นก็เกิดจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเอง สะท้อนให้เห็นการทำหน้าที่ของวิปรัฐบาล-วิปพรรค ที่ไม่สามารถควบคุมดูแลการทำงานของ ส.ส.รัฐบาลที่เสียงปริ่มน้ำอยู่แล้วให้อยู่ในกรอบการทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่นับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าการอภิปรายในสภาฯ ของ ส.ส.หน้าใหม่ ทำการบ้านในเชิงข้อมูล ชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่องได้อย่างเห็นผล ไม่ต้องหวังพึ่ง ส.ส.หน้าเก่า ที่ส่อเสียด-เล่นเกม จนประชาชนเบื่อหน่ายมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แน่นอนว่าต้องมีการ &amp;quot;จี้ปม&amp;quot; ภาวะผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้มี ม.44 หรือมีทหารหนุนหลังอย่างชัดแจ้งเหมือนตอนทำหน้าที่ควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมือนก่อนมีรัฐบาลชุดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวิกฤติเดียวที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำได้สำเร็จคือ แก้ไขวิกฤติการเมืองที่เกิดจากการเผชิญหน้าระหว่างคนสองขั้วความคิดทางสังคม จนนำไปสู่การรัฐประหาร แต่ปัญหาอันเกิดจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังมองว่าเป็นความไม่พอใจอันเกิดจากขั้วการเมืองอย่างเดียว โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นปัญหาจริงๆ ที่ต้องใช้ศักยภาพของ &amp;quot;ผู้นำ&amp;quot; รับมือ&amp;nbsp; ก็ยิ่งทำให้ปัญหาถูกแขวนไว้กับระบบราชการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องตั้งสติ และเดินหน้าแก้ไขวิกฤติในแต่ละเรื่องด้วย &amp;quot;ภาวะผู้นำ&amp;quot; เลิกกังวลกับปมการเมืองจนเสียเวลา&amp;nbsp; เพราะในที่สุดเมื่อผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรม กระแสสังคมและคนที่ไม่ได้มองแค่เรื่องการเมืองก็จะกลับมาเป็นปราการหนุนหลังให้รัฐบาลเดินต่อไปได้อย่างเข้มแข็งเอง!!.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55479</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ความนิยมต่อ &quot;ภาวะผู้นำ&quot; พิสูจน์ &quot;บิ๊กตู่&quot; ในภาวะวิกฤติ, ทีมข่าวการเมือง, ภาวะผู้นำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c5919bede3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ดีลลับ’ เขี่ย ‘บิ๊กป้อม’ พ้นเขียง ตอกลิ่มระบบ​ &#039;ถ่วงดุลอำนาจ&#039;​ รวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ที่ละชื่อ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เพราะมองว่ามีแต่ข้อมูลเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ไม่เห็นด้วยในการใส่ชื่อ พล.อ.ประวิตร ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นั้น เนื่องจากเห็นว่าหากเป็นข้อมูลเก่า อย่างเรื่องบัญชีทรัพย์สิน แหวนและนาฬิกา ประเด็นนี้ถือว่ามันจบไปแล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการชี้มูล วินิจฉัยแล้วว่าไม่ผิด ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะไปอภิปรายในประเด็นนี้ ก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำคนที่อภิปรายต้องรับผิดชอบตัวเอง อาจจะมีความผิดติดคุกกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี แม้ในแง่กฎหมายจะฟังขึ้นว่า เป็นเรื่องเก่าที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยกคำร้องไปแล้ว จึงไม่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อเป็นคดีความได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมือนกับบรรทัดฐานในอดีต ที่การเปิดแผลจากฝ่ายค้านมักเริ่มจากเวทีซักฟอกก่อน แล้วค่อยนำเรื่องไปร้องต่อองค์กรอิสระ เฉกเช่นเดียวกับสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก เปิดประเด็นการทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสภาฯ ก่อน แล้วจึงไปสู่มือ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากแต่มุมมองจากภายนอกที่มีต่อการตัดสินใจตัดชื่อ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ออกจากลิสต์รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ร.ต.อ.เฉลิมนั้น ดูมีพิรุธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีความย้อนแย้ง ทั้งในตัวตนของ ร.ต.อ.เฉลิม และทั้งในแง่ความเป็นจริง แม้จะอ้างว่า การโค่น บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ไม่ต่างอะไรกับการล้มรัฐบาล ในฐานะผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากแต่ในทางปฏิบัติแล้ว ควรจะมี &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พ่วงเข้าไปด้วย ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล และศูนย์กลางอำนาจที่แท้จริงตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตัดสินใจหลายเรื่องทั้งบนดินและใต้ดิน ต่างต้องได้รับสัญญาณไฟเขียวจาก &amp;ldquo;บ้านมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด&amp;rdquo; แทบทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุค คสช.ต่อเนื่องมาถึงยุคนี้ ข่าวคราวไม่ดีมักจะถูกจับโยงไปถึงพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ประหนึ่งว่า &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; คือ &amp;ldquo;มิสเตอร์สายล่อฟ้า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หมู่บ้านกระสุนตก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรจะเป็น 1 ใน 2 รายชื่อแรกของฝ่ายค้านที่จะพุ่งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยิ่ง &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ไม่ค่อยถนัดการพูด ยิ่งเข้าทางประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทยอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม ที่มีลีลาและวาทศิลป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ชื่อของ พล.อ.ประวิตร กลับหลุด หลุดชนิดที่ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยหลายคนไม่เห็นด้วย และพยายามเรียกร้องให้ใส่ชื่อเอาไว้ดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การให้เหตุผลว่า การอภิปรายเรื่องเก่าของ พล.อ.ประวิตร จะนำไปสู่การถูกฟ้องกลับ สวนทางกับตัวตน ร.ต.อ.เฉลิม ที่เคยลุกขึ้นยืนซักฟอกอดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยืนยันว่า เรื่องจบไปแล้ว ขัดแย้งกับลิสต์รัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ ร.ต.อ.เฉลิมเลือกมาให้ทีมงานเอาไปเชือดในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะประเด็นที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ล้วนแล้วแต่อดีตรัฐมนตรีในยุค คสช. ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องเก่าเฉกเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อหลักของฝ่ายค้านในการอภิปรายเองก็เน้นการผสมเรื่องเก่ากับเรื่องใหม่ เนื่องจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2/1 เพิ่งจะบริหารราชการแผ่นดินมาได้เพียง 5-6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความลักลั่นในตัว ร.ต.อ.เฉลิม มาพร้อมๆ กับข่าวลือว่ามี ซุปเปอร์ดีล ระหว่างคนในรัฐบาลกับ &amp;ldquo;บ้านริมคลอง&amp;rdquo; อันเป็นเหตุให้ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ไม่ปรากฏชื่อในบัญชีเชือด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในทันทีที่เกิดข่าวลือ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึง &amp;ldquo;งูเห่าระดับพญานาค&amp;rdquo; ราวกับขยายให้เห็นถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องที่คนกำลังพูดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รายชื่ออภิปรายได้แค่บรรดาน้องๆ ส่วนพี่ใหญ่เอาไว้ใช้ขู่เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน อย่างงี้งูเห่าแบบ 12 ตัวนั้น มันยังไม่มีบารมีทำได้ และยังยอมรับว่าเป็นงูเห่าแบบหน้าชื่นตาบาน แต่ไอ้ที่อยู่เบื้องหลังนี่สิ น่าจะเรียกว่า เผด็จการฝ่ายค้านไปเลยก็ได้ ผมเห็นชัดเหมือน 10 ปีก่อน ที่จับปลาไหลคามือมาแล้ว การเมืองไม่ได้เปลี่ยนเลยสักนิด เล่นการเมืองแบบนี้มันลึกซึ้งนัก ได้ประโยชน์มากกว่า แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล งูเห่าระดับพญานาค หรือจะเรียกว่าระดับอนาคอนด้า ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นในสภาฯ เหมือนระดับงูเห่ากระจอกๆ บารมีก็ได้ ชื่อก็ไม่เสีย ไม่ต้องให้คนด่า ไม่ต้องไปวิ่งไล่ใครให้เห็น ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ เพราะมีคนไปร้องให้กวนใจ นั่งจิบไวน์สบายแฮที่บ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่เหล็กกำลังร้อน การปฏิเสธจากนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กรณีความพยายามวิ่งล็อบบี้จากฝ่ายรัฐบาล ดูจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักถึงข้อสันนิษฐานเรื่องนี้ให้ดูร้อนแรง โดยเฉพาะการพบปะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ระแวงกันไปเอง เพราะผู้ใหญ่ของพรรคคุยกันได้ทุกฝ่าย แต่ทุกคนก็ต้องมีจุดยืนของตัวเอง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเราก็คุย มีการดื่มไวน์ร่วมกัน แต่ไม่ใช่ว่ากินแล้วจะซูเอี๋ยกันทุกครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยในตัวของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่แม้จะไม่ได้เข้าสภาฯ มาอภิปรายเอง แต่ถือว่ามีอำนาจในการตัดสินเลือกบุคคล ในฐานะตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ซึ่งไม่ได้แต่งตั้งขึ้นเอง หากแต่ได้รับฉันทานุมัติมาจากคนแดนไกล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยคือพี่ใหญ่ของฝ่ายค้านในศึกนี้ ในฐานะที่มีจำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ได้รับการจัดสรรเวลามากกว่าพรรคอื่นๆ แม้พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลือจะไม่เห็นด้วยที่จะตัดชื่อ พล.อ.ประวิตร โดยเฉพาะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า การอภิปรายก็คงทำได้ไม่เต็มที่ เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ จะได้เวลาลดหลั่นกันไปตามสัดส่วนจำนวนสมาชิก ทำได้แค่เพียงแตะ แต่ไม่ถึงชำแหละ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นหากมีใครสักคนต้องการจะหลบเลี่ยงคมหอกคมดาบในการอภิปราย &amp;ldquo;บ้านริมคลอง&amp;rdquo; จึงเป็นเป้าแรกๆ ที่ถนนทุกสายจะมุ่งตรงไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญของการไร้ชื่อ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เพราะจะขาดสีสัน หรือความสะใจ หากแต่กำลังสะท้อนถึงทิศทางการเมืองไทยในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ กระแส &amp;ldquo;งูเห่า&amp;rdquo; ที่ไหลทะลักจากฟากฝ่ายค้านมาสู่อ้อมกอดรัฐบาล แลกกับคดีความ และประโยชน์โพดผลอื่นๆ ทำให้ช่องว่างที่เคย &amp;ldquo;ปริ่มน้ำ&amp;rdquo; ค่อยๆ สู่โซนปลอดภัยขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอและความเป็นปึกแผ่นของฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงกรณี &amp;ldquo;ดีลลับ&amp;rdquo; ที่หากเป็นจริง เท่ากับว่าระบบการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติกำลังเข้าสู่จุดวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฝ่ายรัฐบาล&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ฝ่ายค้าน&amp;rdquo; มีรอยเชื่อมไปสู่การ &amp;ldquo;เกี๊ยเซียะ&amp;rdquo; นั่นยิ่งทำให้อำนาจของฝ่ายบริหารมีมากขึ้นกว่าเดิม และยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งอันตราย ดังบทเรียนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบบตรวจสอบพัง ประชาชนหมดศรัทธา จะกลายเป็นหัวเชื้อสู่คลื่นความขัดแย้งระลอกใหม่ในอนาคต เหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายๆ ครั้ง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54916</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ทีมข่าวการเมือง, ‘ดีลลับ’ เขี่ย ‘บิ๊กป้อม’ พ้นเขียง ตอกลิ่มระบบ​ &#039;ถ่วงดุลอำนาจ&#039;​ รวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200118/image_big_5e23080da0f21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง วัดเรตติ้งรัฐบาล-จุดเปลี่ยนการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 8-11 ม.ค.ยืดเยื้อถึง 4 วัน จากที่คาดว่าจะใช้เวลาเพียง 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการอภิปรายมีการลงมติเป็นรายมาตรา ปรากฏว่าที่ประชุมลงมติโหวตเห็นชอบทุกมาตรา โดยฝ่ายรัฐบาลคุมเสียงส่วนใหญ่ 258 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 241 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นการการันตีเสถียรภาพรัฐบาลว่าไร้ปัญหา แม้จะถูกจับตาว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะนำพา นาวาเรือเหล็ก ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นกัปตันไปได้สักกี่น้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จำนวนเสียงข้างมากไม่ใช่เครื่องค้ำประกันว่าเสถียรภาพรัฐบาลจะมั่นคงตลอดไป ดังตัวอย่างของรัฐบาลชุดก่อนๆ หากมีพฤติกรรมที่ฝืนความรู้สึกของสังคม และหมดความชอบธรรมก็ล้มครืนได้ไม่ยากเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในยุคสมัยปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนเกิด Disruption-หยุดชะงัก ในทุกองคาพยพของสังคม หากองค์กรใดไม่ปรับตัวหรือรับมือกับการเปลี่ยนแปลงก็เจ๊งได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สั่งใช้โดรนลอบสังหาร นายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอย่างน้อย 2 แห่งในอิรัก สร้างความหวาดวิตกไปทั่วโลกว่าจะเกิดสงครามครั้งใหญ่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ก็ดับไฟสงครามด้วยตนเอง ระบุว่า อิหร่านผ่อนคลายลงแล้วหลังจากได้ยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรัก แต่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระหว่างที่รัฐบาลไทยสั่งทุกหน่วยงานเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ม.ค. ทางสหรัฐได้ประสานมายังไทยเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่ามีเหตุว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ และมีการติดต่อกับอาเซียนอยู่แล้ว โดยแจ้งก่อนล่วงหน้า 1 วัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าทีของนายดอนถูกก่นด่าจากทั่วสารทิศว่าเป็น รมว.ต่างประเทศ ที่ไม่รู้กาลเทศะ ไร้วุฒิภาวะ กำลังจะดึงประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งทั้งที่ประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทำให้นายดอนกลับลำว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคสมัยปัจจุบันมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คนเป็นผู้นำจึงต้องใช้วิสัยทัศน์ และตัดสินใจที่รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ทางการเมือง หากตัดสินใจพลาดพลั้งก็แพ้ทั้งกระดาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.กุมอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จมากว่า 5 ปี กระทั่งมีการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.2562 แล้วก็ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กุมอำนาจรัฐที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้รัฐบาลผสมจะมีเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็สามารถนำพาเรือเหล็กผ่านพ้นไปได้ แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ท้าทายรออยู่ข้างหน้ามากมาย ทั้งปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และวิกฤตการณ์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค.นี้ กลุ่มประชาชนฝั่งตรงข้ามรัฐบาล จัดกิจกรรม &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; ที่สวนรถไฟ กรุงเทพฯ เวลา 05.00-09.00 น. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดังกล่าวในต่างจังหวัดอีกหลายพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมดังกล่าว แม้จะริเริ่มจาก นายธนวัฒน์ วงค์ไชย นักกิจกรรมทางการเมืองและพวก แต่นักการการเมืองฝ่ายค้าน โดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำสอดรับกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ซึ่งเป็นการทำงานนอกสภาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ก็จะไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงด้วยเช่นกัน แต่อ้างว่าไปในฐานะคนธรรมดา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกนนำพรรคอนาคตใหม่ต่างสนับสนุนเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง โดยยืนยันว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน แต่อ้างว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงถูกคุกคาม ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งก็มีความเคลื่อนไหวของ &amp;quot;เพจเชียร์ลุง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งรัฐบาล และเป็นผู้ประกาศจัดงาน &amp;ldquo;เดินเชียร์ลุง&amp;rdquo; ในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค.นี้เช่นเดียวกัน โดยจะจัดที่สวนลุมพินี ในเวลา 17.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางหฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ &amp;quot;อุ๊&amp;quot; นักร้องนักแสดง หนึ่งในแกนนำ เดินเชียร์ลุง บอกว่า การรวมตัวกันครั้งนี้เกิดจากคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันรวมตัวจากจุดเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สำหรับรายชื่อคนที่มาร่วมงานก็ต้องบอกว่ามีเซอร์ไพรส์หลายชื่อ ระดับวีไอพีหลายคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กิจกรรม วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง จะจัดคนละเวลากัน แต่หลายฝ่ายก็กังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้านำไปสู่ความรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะหากฝ่ายรัฐบาลจำกัดเสรีภาพการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แล้วหนุนฝ่ายตัวเองให้เคลื่อนไหวได้โดยสะดวก ก็ยิ่งจะสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายตรงข้าม ทำให้เกิดกระทบกระทั่งลุกลามบานปลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แกนนำ วิ่งไล่ลุง จะอ้างว่าเป็นกีฬา แต่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงและเดินเชียร์ลุงจำเป็นต้องแจ้งหรือขออนุญาตในการจัดงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นกิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่กิจกรรมทางการกีฬา ส่วนพวกที่อ้างว่าเป็นเพียงแค่กีฬานั้นเป็นพวกศรีธนญชัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นักการเมืองและหรือพรรคการเมืองที่หนุนหลังไม่ควรทำตัวเป็นอีแอบคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ต้องกล้าเปิดเผยให้ประชาชนทราบ เพราะการจัดกิจกรรมทางการเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพียงแต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน ไม่ใช่อ้างสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้แล้วจะกระทำการอย่างใดก็ได้นั้น เป็นความคิดที่ผิด หากนักการเมืองผู้ใดพูดและส่งเสริมให้กระทำเช่นนั้น อาจเข้าข่ายขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษหนัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ผู้จัดหรือแกนนำจะต้องแจ้งหัวหน้าสถานีตำรวจในท้องที่ที่จะจัดชุมนุม และหากทำผิดเงื่อนไขก็จะมีความผิดโทษถึงจำคุก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การชุมนุมของพรรคอนาคตใหม่ บนสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา หรือที่เรียกว่า แฟลชม็อบ จึงถูกตำรวจ สน.ปทุมวัน แจ้งความถึง 5 ข้อ โดยนายธนาธรพร้อมสมาชิกพรรครวมทั้งหมด 5 คน เดินทางเข้าพบตำรวจรับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้า-ออก หรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภายหลังการให้ปากคำ นายธนาธรเปิดเผยว่า ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ ชุมนุมในระยะไม่เกิน 150 เมตร จากพระราชวัง รวมเป็น 5 ข้อหา พวกตนปฏิเสธหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จะเห็นว่าการชุมนุมในปัจจุบันมีข้อจำกัดกว่ายุค ม็อบเสื้อเหลือง-เสื้อแดง จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าแกนนำผู้ชุมนุมจะยกระดับความชอบธรรมดึงประชาชนทุกภาคส่วนให้มาร่วมจำนวนมากได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการชุมนุมที่เกิดจากความไม่พอใจเรื่องส่วนตัวของนายธนาธรที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากกรณีถือครองหุ้นสื่อขัดกับรัฐธรรมนูญ และกรณีศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีล้มล้างการปกครอง และกู้เงิน 191 ล้าน ผิดกฎหมายเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แกนนำอนาคตใหม่จะยืนยันว่า การกระทำของพวกตนเองไม่มีความผิด แต่ถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอำนาจใช้ &amp;rdquo;นิติสงคราม&amp;rdquo; เล่นงานให้พ้นเวทีการเมือง และพร้อมจะสู้ทุกเวทีไม่มีถอย แต่ก็มีประชาชนฝั่งตรงข้ามมองว่าอนาคตใหม่มีความผิดจริงก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และพร้อมออกมาต่อต้านการกระทำของอนาคตใหม่เช่นกัน ขณะที่คนส่วนใหญ่ก็เบื่อหน่ายการชุมนุม และไม่อยากให้สังคมกลับไปสู่บรรยากาศแบบเดิมๆ อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แกนนำอนาคตใหม่เชื่อมั่นว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แต่สถานการณ์จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นั่นเพราะเชื่อว่ามีคนรุ่นใหม่จำนวนมากสนับสนุนแนวทางอนาคตใหม่และต่อต้านชนชั้นนำไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดย นายธนาธร บอกว่า &amp;ldquo;ปีนี้จะเป็นปีแห่งความกล้าหาญของประชาชน ซึ่งจะไม่ทนออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับตัวเอง สำหรับวันเด็กแห่งชาติ ผมไม่ได้คิดคำขวัญ แต่อยากเชิญชวนเยาวชนให้ออกมาเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตคนไทยดีกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563 ตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;รัฐบาลตระหนักดีว่าเด็กและเยาวชนทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีค่า ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังของชาติ อนาคตจะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า หากเราต้องการผู้ใหญ่อย่างไรในวันหน้า ก็ต้องทำให้เด็กเข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ในทุกเรื่อง ต้องเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีต่อร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม อะไรดีก็ทำ ไม่ดีก็อย่าไปทำ ซึ่งเด็กทุกคนสามารถจะนำพาตัวเอง ครอบครัว ประเทศชาติไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญที่สุดคือรู้รัก สามัคคีก็จะเกิดประโยชน์ด้านต่างๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;ต้องยึดมั่นในระเบียบวินัย กฎหมาย เป็นผู้มีจิตสาธารณะเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ตามสมควร ช่วยเหลือกันได้ไม่ใช่รังเกียจเขา ก็คนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่ศัตรูกันมาตั้งแต่ปางไหนชาติไหน มันอยู่ที่การทำความดี แต่จะทำถูกหรือผิดกฎหมายเท่านั้นเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต้องยอมรับว่า เด็ก เยาวชน นักศึกษา เป็นพลังบริสุทธิ์ เป็นอนาคตของชาติ แต่ก็ขาดประสบการณ์ ถูกชักจูงได้ง่าย จึงไม่ใช่คำตอบว่าการขับเคลื่อนของพลังบริสุทธิ์จะถูกต้องเสมอไป ดังเช่นคนหนุ่มสาวในฮ่องกงชุมนุมต่อต้านผู้บริหารฮ่องกงจนเมืองฮ่องกงเกิดมิคสัญญี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การ วิ่งไล่ลุง เดินเชียร์ลุง และการเคลื่อนไหวชุมนุมต่างๆ จึงอยู่ที่ความชอบธรรมว่าจะได้รับการยอมรับจากสังคมมากน้อยแค่ไหน รัฐบาลจะบริหารจัดการความแตกต่างทางความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมแค่ไหน.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ทีมข่าวการเมือง, วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง วัดเรตติ้งรัฐบาล-จุดเปลี่ยนการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e19c971d38a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
