<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 00:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 00:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซาธ์เกตชมสิงโตรัว6ลูกสู้เหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ กล่าวชมนักเตะสิงโตคำราม ยืนหยัดต่อสู้กับกองเชียร์เหยียดผิวในกีฬาฟุตบอล หลังไล่ถล่ม บัลแกเรีย ย่อยยับ 6-0 ที่กรุงโซเฟีย ศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ อังกฤษ ดาหน้าถล่มเอาชนะ เจ้าบ้าน บัลแกเรีย ได้สบายๆ มีประตูสวยๆให้เห็นอยู่หลายลุก แต่แมทช์นี้กลังด่างพร้อยด้วยกองเชียร์ที่มีพฤติกรรมเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ ที่ส่งเสียงสบถด่าพุ่งเป้าเล่นงานนักเตะสิงโตคำรามบางคน โดยเฉพาะ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกผิวสีจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ไทโรน มิง ที่เพิ่งประเดิมเกมแรกกับทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เซาธ์เกต ให้สัมภาษณ์หลังเกม กล่าวชมทีมงานของผู้ตัดสินทั้งหมดภายหลังจากที่ผู้ตัดสิน อิวาน เบเบ็ค ตัดสินใจหยุดเกมไป 2 ครั้งในครึ่งเวลาแรก ตามกฎยูฟ่าในการรับมือกับสภานการณ์เหยียดผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมต้องบอกว่าทาเงจ้าหน้าที่ตัดสินพยายามทุกอย่างแล้ว เรารายงานทุกสิ่งในทันทีเมื่อเราได้ยินสิ่งเหล่านั้น&amp;quot; บอสทีมชาติอังกฤษ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรามีการสื่อสารกันอยู่ตลอดวเลากับผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 4 และผู้ตัดสินในสนาม และผมยังสื่อสารกับผู้เล่นหลายๆคนตลอดในช่วงครึ่งเวลาแรก และอย่างละเอียดอีกครั้งตอนพักครึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรารู้ว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่ยอมรับไม่ได้ และผมคิดว่าเราจัดการตอบโต้ได้ 2 อย่าง อย่างแรกโดยการเอาชนะเกมนี้ได้ นอกจากนั้นแล้วยังทำให้เกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับสถานการณ์เช่นนี้กับทุกคน เกมนี้มีการหยุดเกมไป 2 ครั้ง และผมรู้ว่าสำหรับบางคนก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ เวลานี้ ได้เดินทางกลับสโมสรของตัวเองเรียบร้อยแล้ว หลังจากช่วยให้ทีมเตรียมลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอลยูโร 2020 ด้วยเกมนัดต่อไป ที่จะเจอกับ มอนเตเนโกร ในเดือน พฤศจิกายน นี้ ซึ่งพวกเขาขอเพียงแค่แต้มเดียวก็ตีตั๋วรอทัวร์นาเมนท์ใหญ่ในซัมเมอร์หน้าได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกมที่ โซเฟีย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผานมา อังกฤษ ได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 7 จาก มาร์คัส แรชฟอร์โ จากนั้น รอสส บาร์คลี่ย์ ซัดรวดเดียว 2 ประตู นาทีที่ 20, 32 ต่อด้วย ราฮีม สเตอร์ลิง นาทีที่ 45+4 และ 69 ก่อน แฮร์รี่ เคน ปิดท้าย นาทีที่ 85
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้าน คราซิเมียร์ บาลาคอฟ เฮ้ดโค้ช บัลแกเรีย หลังเกม อ้างว่าเขาไม่ได้ยินหรือพบเห็นการเหยียดผิวระหว่างเกมกลุ่ม เอ นัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมมีสมาธิอยู่แต่กับเกมการแข่งขัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมไม่ได้ยินอะไรแบบนั้นระหว่างเกม ผมได้คุยกับสื่อจากอังกฤษที่ด้านล่างแล้ว ผมบอกพวกเขาว่าถ้ามีหลักฐานก็เอามาพิสูจน์ว่าจริง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเราก็รู้สึกเสียใจและต้องขอโทษด้วย แต่เรื่องนี้ต้องมาพิสูจน์ให้เห็นก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักเตะหนึ่งคนที่ดูเหมือนจะเป็นพยานที่ดีได้เกี่ยวกับพฤติกรรมเหยียดผิวของแฟนบอล คือ กัปตันทีมบัลแกเรีย อิเวลิน โปปอฟ ที่ แรชฟอร์ด ถึงกับเข้าไปขอบคุณเขาทางทวิตเตอร์ ที่ช่วยปรามแฟนบอลตอนพักครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ บาลาคอฟ เชื่อว่า การสนทนาระหว่างกัปตันทีมกับแฟนบอลนั้นน่าเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ของ บัลแกเรีย มากกว่า เรื่องเหยียดผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากประเด็นนี้แล้ว เกมนัดนี้ ยังมีแนวโน้มว่าจะสร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรง โดย นายกรัฐมนตรีบัลแกเรีย ออกมาเรียกร้องให้ ประธานเอฟเอของตัวเอง ลาออกหลังจากมีภาพแฟนบอลทำสัญลักษณ์นาซี และแสดงพฤติกรรมเหยียดผิวในแมทช์นี้ ขณะที่ผู้จัดการทีมชาติก็ดูจะพยายามโบ้ยไปที่กองเชียร์ทีมสิงโตคำราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นายกรัฐมนตรีบัลแกเรีย บอยโก บอริซอฟ บอกว่าทางรัฐบาล จะหยุดความสัมพันธ์ทุกอย่างกับทางสมาคมฟุตบอลบัลแกเรีย ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการสนับสนุนด้านการเงินทุกอย่าง จนกว่า บอริสลาฟ มิไฮลอฟ จะยอมลงจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48134</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติบัลแกเรีย, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da60395862c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคนปลื้มแซงสถิติเฮิร์สทแต่ย้ำถ้วยแชมป์สำคัญกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฮร์รี่ เคน ดีใจทำสถิติยิงประตูให้ทีมชาติอังกฤษ แซง เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ได้แล้ว แต่เจ้าตัวยอมรับว่าท้ายที่สุดแฟนบอลจะตัดสินตรงที่เขาจะสามารถพาทีมสิงโตคำราม คว้าแชมป์ได้หรือไม่ หลังเพิ่งกดแฮทริก ถล่ม บัลแกเรีย 4-0 ที่ เวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคน ทำแฮทริกได้ในศึกยูโร รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันเสาร์ เป็นการทำแฮทริกให้กับทีมชาติได้เป็นครังที่ 2 พา ทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต เปิดเวมบลี่ย์ ถล่มเอาชนะ บัลแกเรีย ได้ 4-0 พร้อมรักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 ประตูในเกมล่าสุดนี้ ทำให้ ผลงานของ เคน กับทีมชาติอังกฤษ รวมแล้ว ซัดไป 25 ประตูจาก 40 นัด แซง เฮิร์สท เจ้าของสถิติ 24 ประตู และ สแตน มอร์เทนเซ่น 23
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อไหร่ก็ตามที่การทำลายสถิติเกิดขึ้น มันย่อมเป็นช่วงเวลาของความภาคภูมิใจสำหรับผม และมันแสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างหนักที่ผมทุ่มเทให้ไปนั้นส่งผลออกมาให้เห็น&amp;quot; เคน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะต้องรักษาฟอร์มเช่นนี้และทำให้ดีขึ้นอีกในทุกนัด ทำประตูให้ได้มากขึ้นอีก และหวังว่าผมจะสามารถทำประตูให้อังกฤษได้อีกมากมายต่อไปอีกหลายปี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษในเวลานี้ไม่สามารถคว้าแชมป์ในรายการใหญ่มากกว่า 50 ปีแล้ว เฮิร์สท เคยทำแฮทริกได้ในนัดชิงชนะเลิศ เวิลด์คัพ ปี 1966 ซึ่งเคน ยืนยันว่าความสำเร็จส่วนบุคคล มาเป็นอันดับสอง รองจากผลงานของทีมในฟุตบอลโลก และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นั่นคือสิ่งที่คุณจะถูกตัดสินว่าประสบความสำเร็จแค่ไหนเมื่อปิดฉากอาชีพไปแล้ว แน่นอนว่าผลงานส่วนตัวก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม การทำประตูได้มากกว่าใคร แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการคว้าแชมป์ร่วมกับทีม และที่สำคัญ อังกฤษ ทำไม่ได้มาเป็นเวลานานมากแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีม นอกเหนือจากกล่าวชม เคน ที่ทำแฮทริก ได้ในนัดนี้ เขายังให้เครดิตกับ ราฮีม สเตอร์ลิง มากเป็นพิเศษ ถึงกับชี้ว่า สเตอร์ลิง ในเวลานี้ เป็นนักเตะที่แตกต่างจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วยังเห็นได้ชัด และกุนซือทีมสิงโตคำราม เชื่อว่าการที่เขามีความเด็ดขาดมากขึ้นสำหรับโอกาสหน้าปากประตู ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างที่เขาควรได้รับอย่างแท้จริง หลังกองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้หนึ่งประตูในเกมเมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราฮีม ตอนนี้ ทำประตูให้ทีมชาติไปถึง 7 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ จาก 7 เกมหลังสุดกับทีมชาติ เขาเคยถูกวิจารณ์อย่าหนักสำหรับผลงานกับทีมสิงโตคำรามในอดีต แต่เกมล่าสุด เขาได้รับการยื่นปรบมือให้ตอนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย และ เซาธ์เกต รับว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมากในชัยชนะ 4-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45264</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติบัลแกเรีย, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, แกเร็ธ เซาธ์เกต, แฮร์รี่ เคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d74b39ddc99f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
