<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 23:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 23:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เซาธ์เกต&quot;จวกแฟนสิงโตโห่&quot;โกเมซ&quot;/&quot;สเตอร์ลิง&quot;วอนจบเห็นใจเพื่อนร่วมทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีมชาติอังกฤษ ลอยลำ ศึกยูโร 2020 แน่นอนแล้ว เมื่อคืนวันพฤหัสฯ หลังจัดหนักไล่ถล่มโหด มอนเตเนโกร นับถึง 7-0&amp;nbsp; แฮร์รี่ เคน ทำลายสถิติยิงของ เวย์น รูนี่ย์ ด้วยการทำแฮทริก ฉลองเเกมที่ 1,000 ของทีมสิงโตคำราม ขณะที่ โจ โกเมซ คู่กรณีของ ราฮีม สเตอร์ลิง โดนโห่ตอนถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงท้าย ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความเห็นใจ วอนแฟนจบ ขณะที่ เซาธ์เกต ย้ำไม่สมควรมีนักเตะทีมชาติอังกฤษคนไหนโดนโห่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮทริกของ แฮร์รี่ เคน ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก ช่วยให้ทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ค่อยๆปิดเกมเอาชนะ มอนเตเนโกร ไปได้แบบสบายๆ ด้วยสกอร์ถึง 7-0 ทำให้ อังกฤษ ตีตั๋วรอศึกรอบสุดท้าย ตอนซัมเมอร์หน้า ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ เซาธ์เกต กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ต้องช่วยกันเตือนสถิติกองเชียร์ของทีมบางส่วน ที่โห่ โจ โกเมซ กองหลังจาก ลิเวอร์พูล ตอนถูกเปลี่ยนตัวลงในครึ่งหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเมซ กับ สเตอร์ลิง มีเรื่องวิวาทกันในโรงอาหารของทีมชาติที่ เซนต์ จอร์จส ปาร์ค เมื่อวันจันทร์ เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลให้ เซาธ์เกต ตัดสินใจหั่นกองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดโผไปไม่ได้มีส่วนร่วมในชัยชนะฉลองนัดที่ 1,000 ของทีมชาติอังกฤษ ที่มีนักเตะชื่อดังในอดีตของทีมสิงโตคำรามมากมายมาร่วมเป็นแขก เมื่อคืนวันพฤหัสฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบเกมการแข่างขัน สเตอร์ลิง โพสต์ข้อความลงทวีตเตอร์ &amp;quot;ถึงแฟนทีมชาติอังกฤษทุกคน ผมต้องการที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ช้างหลัง แต่ค่ำคืนนี้ผมต้องขอพุดอีกสักที คือผมก็รู้สึกไม่ดีนักที่เห็นเพื่อนร่วมทีมโดนโห่จากบางสิ่งที่เป็นความผิดของมเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจไม่ได้ทำอะไรผิด และสำหรับผมที่ได้เห็นใครคนหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหนักหลังสัปดาห์ที่ยาก ต้องมาโดนโห่เอาตอนลงสนามในค่ำคืนนี้ ผมว่ามันไม่ถูกต้อง ผมต้องแสดงความรับผิดชอบและยอมรับผลของการกระทำของตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ เซาธ์เกต ปกป้อง โกเมซ ว่าไม่ได้ทำอะไรผิดต่อแฟนๆ แต่ก็ยังโดนโห่ในเกมที่เวมบลี่ย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนอื่นผมต้องบอกว่านักเตะทุกคนในห้องแต่งตัวต่างรู้สึกผิดหวังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้เล่นของเรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีคนไหนสมควรถูกโห่ ผมไม่เข้าใจ นักเตะทุกคนเสียใจมาก ผมเองก็เช่นกัน แต่เขาได้รับกำลังใจจากทุคนในห้องแต่งตัว ผมเคยพูดกับเขาแล้ว และจะพูดกับเขาอีกในวันพรุ่งนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกมที่เวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ที่โชว์ฟอร์ได้อย่างโดดเด่นสุดก็คือ แฮร์รี่ เคน ทำแฮทริกได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ ตลอดทั้งเกมทำแอสซิสต์ไป 3 นอกนั้นเป็นผลงานของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่ซัดประตูแรกในทีมชาตินับตั้งแต่ มิ.ย.2017 และเป็นประตูนำร่องของเกมตั้งแต่นาที่ 11 มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็มีสกอร์ให้ทีมด้วยเช่นกันช่วงครึ่งชั่วโมงแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลังมีอีกสองประตู หนึ่งในนั้นเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ โซฟรานัส และ แทมมี่ อับราฮัม ปิดท้ายา ก่อนหมดเวลา 6 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่ามันเป็นกลุ่มที่เราควรชนะได้สบาย แต่คุณน่าจะเห็นได้ว่าหลายทีมใหญ่ในยุโรป มีปัญหาในการถล่มประตูคู่แข่งอย่างที่เราทำได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ถูกถามว่า เพราะทีมของเขาเจอกับทีมคู่แข่งที่อ่อนกว่ามากหรือไม่ในรอบคัดเลือก หรืออังกฤษสมควรได้รับเครดิตเป็นพิเศษอย่างผลงานในแต่ละนัดรวมถึงเกมล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอดีต เรามักมีปัญหาเวลาเจอทีมที่ต่ำชั้นกว่า ที่มักให้นักเตะช่วยกันเล่นเกมรับกันหลายคน ตอนนี้เรามีผู้เล่่นทีสามารถเปิดช่องทีมเหล่านั้นได้ เรามีสไตล์การเล่นที่สามารถทำอย่รางนั้นได้ แน่นอนมันเป็นกลุ่มที่เราคาดว่าจะเข้ารอบเป็นที่หนึ่งของสายได้ แต่ที่สำคัญคือเราทำได้อย่างเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50381</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติมอนเตเนโกร, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dced4c54af39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราฮีมโดนดร็อป!เก็บตัวทีมชาติหวิดบู๊นักเตะหงส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้ลงเล่นให้ ทีมชาติอังกฤษ ในศึกรอบคัดเลือก ฟุตบอลยูโร 2020 กับ มอนเตเนโก หลังอารมฌ์ยังค้างจากเกมที่แอนฟิลด์ จนหวิดซัดกับนักเตะลิเวอร์พูลระหว่างเข้าแคมป์ทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพนักเตะสิงโตคำราม รวมตัวซ้อมกันที่ เซนต์ จอร์จส ปาร์ค เมื่อวันจันทร์ หลังจบโปรแกรมพรีเมียร์ลีกครบทุกคู่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งไฮไลท์คือเกมบิ๊กแมทช์ระหว่าง 2 ทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าฝูง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-1 แบบมีข้อกังขาในการตัดสินของ ไมเคิล โอลิเวอร์ ที่ภายหลังถูกแฟนบอลบางคนนำมาล้อเลียนทางโซเชียลว่าเป็นผู้เล่นอีกคนของ เจอร์เกน คล็อปป์ เกมนั้น สเตอร์ลิง มีปัญหากับแนวรับของทีมเจ้าบ้านบางคนที่ตามสกัดและเล่นนอกเกม อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ รวมถึงเหตุการณ์ที่จะมีเรื่องกับ โจ โกเมซ ในช่วงท้าย ที่นักเตะหลายๆคนต้องเข้าไปขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวออกมาว่า ทั้งคู่มามีเรื่องกันอีกหลังเจอกันระหว่างเก็บตัวในทีมชาติ เมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้ สมาคมฟุตบอล ต้องออกแถลงการตามมาในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในแถลงการณ์ของทาง เอฟเอ ยืนยันออกมาว่า ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ลงสนามในเกมรอบคัดเลือก ศึกยูโร 2020 กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะทีมชาติ ที่ เซนต์จอร์จสปาร์ค แต่ ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงเก็บตัวอยู่กับทีมต่อไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์นี้ อังกฤษ น่าจะค่อนข้างมั่นใจ ถึงยอมพักนักเตะที่เป็นคู่กรณีกันออกไปหนึ่งคน แม้เกมกับ มอนเตเนโกร หากทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต คว้าชัยได้ ก็จะลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ทันที นอกจากนั้นแล้วแมทช์นี้จะเป็นเกมนัดที่ 1,000 ของทีมชาติอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต บอสทีมสิงโตคำราม กล่าว &amp;quot;เราได้ตัดสินใจกันแล้วว่าจะไม่พิจารณา ราฮีม สำหรับแมทช์กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนึ่งในความท้าทายและเป็นจุดแข็งสุดสำหรับเรา คือเราสามารถที่จะตัดความเป็นอริกันในทีมสโมสรออกจากทีมชาติได้มาตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โชคไม่ดีที่อารมฌ์จากเกมเมื่อวานนี้ยังคงระอุกันอยู่ ความรู้สึกของผมก็คือ เราต้องมีแอคชั่นเพื่อสิ่งที่ถูกต้องสำหรับทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ณ ตอนนี้ การตัดสินใจที่ออกมา มาจากการตกลงร่วมกันของทั้งทีม สิ่งสำคัญคือเราสนับสนุนผู้เล่นแต่ละคนและโฟกัสกับเกมในคืนวันพฤหัสฯนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดสำหรับ อังกฤษ โดยซัดไปถึง 8 ประตู ทำแอสซิสต์ไป 5 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเมซ ที่ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 87 ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ มาแล้ว 7 นัด โดยนัดสุดท้ายเป็นเกม เนชั่นส์ ลีก นัดเพลย์ออฟ ชิงที่สาม กับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน สเตอร์ลิง อดีตนักเตะของ ลิเวอร์พูล ภายหลังจากที่รู้ชะตากรรมว่าโดนดร็อปจากเกมทีมชาตินัดต่อไป ได้ใช้โซเชียล มีเดีย เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันดับแรกสุดทุกคนรู้ว่าเกมนั้นมีความหมายสำหรับผม ทั้ง โจ และผมมีการปะทะคารมกัน และเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ไปใส่ใจแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในกีฬาที่มีเรื่องอารมฌ์ร่วมของเกมมีสูงมาก และผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับว่าปล่อยให้อารมฌ์เหล่านั้นครอบงำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวโจมตี เซาธ์เกต สำหรับการจัดการเรื่องของ สเตอร์ลิง ที่เขามองว่าไม่ดีพอ โดยชี้ว่าเรื่องแบบนี้ควรจะเคลียร์กันเป็นการภายในมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ว่ากันว่า คว้า โกเมซ เข้าที่คอตอนที่มีเรื่องกันในโรงอาหารของแคมป์ทีมชาติ ได้ออกมากล่าวขอโทษและยอมรับว่าระงับอารมฌ์ไม่อยู่เอง ซึ่ง เฟอร์ดินานด์ คิดว่า เซาธ์เกต น่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้เป็นการส่วนตัว แต่กลับเปิดเผยออกมาให้สื่อได้เอาไปชำแหละต่อ เรื่องนี้น่าจะเคลียร์กันได้แล้วและให้จับมือเลิกรากันไป ที่ผ่านไป ริโอ บอกว่าที่ผ่านมาเขาเจอหนักกว่านี้เยอะทั้งชกเข้าที่หน้า อัดกันซี่โครงหัก ดั้งจมูกหัก หัวโดนเตะเหมือนลูกฟุตบอล แค่จับคอเรื่องแบบนี้ไม่น่าให้กลายมาเป็นประเด็นใหญ่ น่าจะจัดการเป็นการภายในเงียบๆมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติมอนเตเนโกร, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcae7d92b8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
