<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 01:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นริเก้&quot;ป้อง&quot;โมราต้า&quot;ฝืดจัด โทษสนามแย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;กระทิงดุ&amp;quot; สเปน ออกสตาร์ทไม่น่าประทับใจ เตะในถิ่นของตัวเอง แต่ทำได้แค่เสมอ สวีเดน ไปแบบไร้สกอร์ ในนัดแรก กลุ่ม อี ศึกยูโร 2020 เมื่อคืนวันจันทร์&amp;nbsp; เอเมริก ลาปอร์ก มั่นใจ อัลบาโร โมราต้า จะกลับมาแก้ตัวในนัดหน้า หลังพลาดโอกาสทองที่จะใส่สกอร์ให้ทีมถึง 2 ครั้งในนัดเปิดสนาม ขณะที่บอส หลุยส์ เอ็นริเก้ ป้องดาวยิงจากยูเวนตุส และโทษพื้นสนามแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลบาโร โมราตา กองหน้า ยูเวนตุส ถึงกับโดนแฟนบอลเป่าปากโห่ หลังพลาดโอกาสทองถึง 2 ครั้งในเกมที่ เซวิลล์ ก่อนที่ สเปน จะประเดิมด้วยผลเสมอในนัดแรก ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 โดยแม้ทีมแชมป์ยูโร 3 สมัย จะครองเกมได้มากกว่าแบบเทียบไม่ติด แต่ก็เกือบไม่มีแต้มในนัดเปิดสนาม หลัง สวีเดน สวนแล้วเกือบได้ประตูหลายครั้ง ทั้งจังหวะที่ มาร์คัส เบิร์ก ได้ยิงจ่อๆใส่ประตูโล่งๆ แต่ก็หลุดกรอบไม่น่าเชื่อ และยังมีอีก 2 ครั้งที่มีเสามีคานช่วยทีมกระทิงดุไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบเกม เอเมริค ลาปอร์ก กองหลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าว &amp;quot;มันยากที่จะเข้าใจ และมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด ความสามารถของนักเตะหลายๆคนของเราไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เกมนี้จะทำไม่ได้ แต่เกมต่อไปเขาอาจยิงได้ถึง 3 ลูก เพื่อสยบเสียงวิจารณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลุยส์ เอ็นริเก้ เฮ้ดโค้ชทีมชาติสเปน เลือกที่จะตำหนิพื้นสนามแข่งขันมากกว่า โดยยืนยันว่า โมราต้า เล่นได้ดีแล้วในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โมราต้า ทำหลายอย่างมากที่ดีใในนัดนี้ เขาแค่โชคไม่ดีกับโอกาสหน้าปากประตู แต่เขาเป็นคนที่สามารถกลับมาได้แน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พื้้นสนามวันนี้ไม่เอื้อต่อการเล่นของเรานัก ผู้เล่นหลายคนบ่นให้ฟัง แต่เราไม่ต้องการใข้มันเป็นข้อแก้ตัว เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่เปลี่ยนมันให้เป็นประตูมไได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเล่นได้ดีกว่าทีมรคู่แข่งที่มาเอาแต่รับรับรับในวันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดว่า อัลบาโร่ เล่นได้เยี่ยมแล้ว แน่นอนเราทุกคนต้องการให้ทุกโอกาสเป็นประตู เขามีโอกาส คนอื่นก็มีโอกาสเหมือนกันและก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ผมคิดว่าเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องการเห็นกำลังใจจากแฟนๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นริเก้ เกมนี้เลือกใช้ทีมที่มีผู้เล่นอายุน้อยอยู่หลายคน และการส่ง เปดรี ลงสนาม ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยเล่นในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ ด้วยวัย 18 ปี กับอีก 201 วัน และมิดฟิลด์ดาวรุ่งจากบาร์เซโลน่า ก็โชว์ฟอร์มได้เยี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้อุณหภูมิ 29 องศา และสนามที่อาจไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ สเปน ก็ครองบอลได้มากกว่า คิดเป็นเปอร์เซนต์คือ 86% ต่อ 14%&amp;nbsp; สวีเดน ได้แค่รอโอกาสโต้กลับ โดย สเปน มีโอกาสยิงถึง 17 ครั้ง ตรงกรอบ 5 ขณะที่ สวีเดน ได้ยิง 4 ตรงกรอบครั้งเดียว โดย สเปน ยังสร้างสถิติของทัวร์นาเมนท์ด้วยการผ่านบอลกันถึง 419 ครั้งเฉพาะในครึ่งเวลาแรก รวมสองครึ่งคือ 954 ครั้ง เทียบกับ สวีเดน ผ่านบอลกันแค่ 174 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชสค์ ฟาเบรกัส ที่เคยคว้าแชมป์ยูโร กับ สเปน ในปี 2008 และ 2012 รวมถึง เวิลด์ คัพ ปี 2010 ยอมรับว่า สถิติไม่เกี่ยวกับที่พวกเขายิงคู่แข่งไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหลือเชื่อมาก เกมนี้ทีมไม่ได้ประตูแม้แต่ลูกเดียว เรารู้ว่าเกมนี้สิ่งสำคัญคือต้องยิงให้ได้และต้องไม่เสียประตู และสเปน น่าจะได้ประตูพอๆกับที่เกือบเสียประตูด้วยเหมือนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลฟุตบอล ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันจันทร์ มีดังนี้ สเปน เสมอ สวีเดน 0-0, สกอตแลนด์ แพ้ สาธารณรัฐเชก 0-2 เตะที่ แฮมป์เดน ปาร์ค และ โปแลนด์ แพ้ สโลวะเกีย 1-2 เตะที่ เคสตอฟสกี สเตเดี้ยม รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติสเปน, ฟุตบอล, ยูโร 2020, หลุยส์ เอ็นริเก้, อัลบาโร่ โมราตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c8eec460640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 23:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงโตคำรามทะลุเข้ารอบรองฯ&quot;แม็คไกวร์-อัลลี่&quot;โขก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังกฤษ ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 90 ได้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กับ เดเล่ อัลลี่ ช่วยกันโขกเอาชนะ สวีเดน ไปอย่างง่ายดาย เมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิงโตคำราม&amp;quot;ทีมชาติอังกฤษ ได้เปิดศึกรอบควอร์เตอร์ไฟนอล กับ สวีเดน ในเวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ตั้งเป้าจะทะลุเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 และก่อนเกมที่ ซามาร่า อังกฤษ&amp;nbsp;ก็ดูจะเหนือกว่าต่างจากทีมขุนพลไวกิ้งที่ไม่มีตัวทีเด็ดนักแม้จะถีบเยอรมนี ตกรอบแรกมาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ ขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 30 จากลูกโหม่งของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่เทคตัวขึ้นโขกลูกเปิดจากคอร์นเนอร์ของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปอย่างเต็มแรง จากนั้นครึ่งหลัง เดเล่ อัลลี่ มาบวกลูกที่สองให้ทีมสิงโตคำรามด้วยลูกโหม่งอีกเช่นกัน คราวนี้มาจากการครอสบอลของ เจสซี่ ลิงการ์ด จบเกม 90 นาที อังกฤษ ชนะไป 2-0 ผ่านเข้าไปรอเจอผู้ชนะระหว่าง รัสเซีย เจ้าภาพ กับ โครเอเชีย ในรอบรองชนะเลิศ ต่อไปวันเสาร์หน้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12955</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, รอบควอร์เตอร์ไฟนอล, เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ แม็ึคไกวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40e8675c7c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 23:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 23:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวีเดนเฉือนสวิสลิ่วก่อนรองฯครั้งแรกนับแต่ปี94</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ซัดแฉลบกองหลัง เป็นประตูชัย ช่วยให้ สวีเดน ทะลุเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอล ศึกเวิลด์ คัพ ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1994
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อคืนวันอังคาร สกอร์ไม่ขยับอยู่นานจนเข้าสู่ช่วงกลางของครึ่งหลัง และเป็นลูกยิงของ ฟอร์สเบิร์ก ที่หวดหน้ากรอบเขตโทษพุ่งเรียดมากลางประตู ตรงตัว ยาน ซอมเมอร์ ผู้รักษาประตู แต่ อาคานจี กองหลังสวิส เตะสกัดบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่าย กลายเป็นโชคดีของ สวีเดน ขึ้นนำ ในนาทีที่ 66&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวิตเซอร์แลนด์ พยายามตอบโต้ หวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่จังหวะสุดท้ายไม่มีความเด็ดขาด กระทั่งเข้าสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 93 โอลเซ่น ตัวสำรองของสวีเดน ได้กระชากหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ แต่ไปโดน ไมเคิล แลงก์ ผลักล้ม ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที พร้อมกับให้ใบแดงนักเตะสวิสที่ทำฟาวล์ แต่หลังจากได้ดู VAR เหตุการณ์เกิดขึ้นนอกเขต เปลี่ยนให้เป็นฟรีคิกนอกเขตโทษ ซึ่งก็ยิงไปถูกเซฟได้ ก่อน ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา สวีเดน ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม เป็นทีมที่ 7 เหลือทีมสุดท้ายระหว่าง อังกฤษ กับ โคลอมเบีย ที่ตัดสินเป็นเกมถัดไปที่อีกสนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12695</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, ทีมชาติสวีเดน, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3ba31292496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาถรรพ์ยังแรง!แชมป์เก่าร่วงช็อคโลกพ่ายพลังโสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี ก็ยังหนีอาถรรพ์แชมป์เก่าตกรอบแรกไม่ได้ ลงเตะนัดสุดท้าย ขอแค่ชนะ เกาหลีใต้ ก็ยังทำไม่สำเร็จ ซ้ำโดนทีมพลังโสมจากเอเขีย ถล่มหน้ายับกลับบ้านไปด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์ชี้เป็นชี้ตายในกลุ่ม เอฟ ระหว่าง ทีมแชมป์โลกปี 2014 เยอรมนี กับ เกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองทีมต่างยังมีโอกาสที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ แต่เยอรมนีดูจะมีภาษีค่อนข้างดีที่จะเข้ารอบ โดยก่อนเกมรั้งที่สอง ตามหลังเม็กซิโอ จากที่มี 3 แต้มจาก 2 นัด ขณะที่ ทีมโสมขาว รั้งบ๊วยอยู่ มี 0 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สุดท้าย เยอรมนี ก็เหมือนเจออาถรรพ์เล่นงาน ทำยังไงก็เจาะตาข่าย คู่แข่งไม่ได้ เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ข่าวอีกสนาม สวีเดน นำห่าง เม็กซิโก เท่ากับว่า หากจบสกอร์นี้ เยอรมนี จะตกรอบทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คิม ยัง กวอน ได้ส้มหล่นหน้าปากประตู ซัดเสยตาข่ายเข้าไป ไลน์แมนยกธงเป็นล้ำหน้า แต่ผู้ตัดสินเจอประท้วง และได้รับคำแนะนำจากผู้ช่วยให้ไปดู VAR และกลับมาพร้อมการตัดสินให้ เกาหลีใต้ ได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 92
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนี ต้องโหมหนักในช่วง 4 นาทีที่เหลือในช่วงทดเจ็บ โอลิเวอร์ นอยเออร์ เติมขึ้นไปช่วยแล้ว พลาด เกาหลีใต้ วางบอลยาวจากหลังให้ ซอน ฮุง มิน ควบหลุดเดี่ยว แปเข้าประตูโล่งๆไปง่ายดาย ในนาทีที่ 96&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบเกม เกาหลีใต้ สร้างประวัติศาสตร์ ล้มทีมแชมป์โลก ได้ในเวิลด์คัพ ขณะที่ เยอรมนี ตกรอบแบบหมดสภาพ แพ้ทีมจากเอเชีย 2-0 โดยอีกสนาม สวีเดน ถล่ม เม็กซิโก ไป 3-0 ลุดวิก ออกุสตินส์สัน น.50, อันเดรียส กรันควิสต์ จุดโทษ น.62 และ เอ็ดสัน อัลวาเรซ ทำเข้าประตูตัวเอง น.74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป กลุ่ม เอฟ หลังจบ 3 นัด สวีเดน อันดับหนึ่ง มี 6 คะแนนเท่ากับ เม็กซิโก เข้ารอบ 16 ทีมไปด้วยกัน เกาหลีใต้ กับ เยอรมนี มี 3 คะแนนเท่ากัน แต่ทีมอินทรีเหล็ก เป็นทีมบ๊วย เพราะประตูได้เสียติดลบ 2 ลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12271</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติเกาหลีใต้, ทีมชาติเม็กซิโก, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33b9d333b59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
