<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 22:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศส  คว้าแชมป์ เนชั่นส์ ลีก กู้หน้าหลังร่วงศึกยูโร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังพลิกเอาชนะ สเปน 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ กู้หน้าแชมป์โลก หลังจากเสียฟอร์มตกรอบ 16 ทีม ศึกยูโร 2020 เมื่อตอนซัมเมอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนัดชิงชนะเลิศ ที่ซานซีโร่ เมืองมิลาน เอ็มบัปเป้ ได้เป็นฮีโร่ของทีมตราไก่อีกหน โดยเป็นคนซัดประตูชัย ในนาทีที่ 80 ในเกมกับ ทีมชาติสเปน ก่อนนำ ฝรั่งเศส บวกแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เพิ่มเติมจาก ถ้วยแชมป์เวิลด์คัพ ที่ทำได้เมื่อ 3 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน จาก มิเกล โอยาร์ซาบาล ในนาทีที่ 64 แต่แค่ 2 นาที ฝรั่งเศส ก็ตามตีเสมอได้จาก คาริม เบนเซมา น.66 ก่อนที่ประตูตัดสินแชมป์จะมาจากฝีเท้าของ ดาวยิงจาก ปารีส แซงต์ แฌร์แม็ง ช่วยให้ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส ชนะไป 2-1 และครองแชมป์รายการนี้ไปได้เป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฟุตบอล เนชั่นส์ ลีก เป็นทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์ของทางยูฟ่า ต้องการมาทดแทนแมทช์กระชับมิตรของฟีฟ่า หวังให้เป็นการแข่งขันที่จริงจังมากขึ้น จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อฤดูกาล 2018/19 จัดอันดับดิวิชั่นจากค่าสัมประสิทธิ์ จากชาติสมาชิกยูฟ่าทั้ง 55 ชาติ แบ่งเป็น 4 ลีก คือ ลีก เอ ลีก บี ลีก ซี และ ลีก ดี ซอยย่อยลีกละ 4 กลุ่ม มีเลื่อนชั้นและตกชั้น ทีมอันดับหนึ่งหรือทีมแชมป์ของแต่ละกลุ่ม ในลีก เอ จะได้สิทธิไป รอบสุดท้าย เพื่อลุ้นแชมป์ ขณะที่ 4 ทีมจากแต่ละลีก จะได้สิทธิไปลุยศึกยูโร รอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปี 2018-19 โปรตุเกส ซึ่งเป็นเจ้าภาพ คว้าแชมป์ไปครอง หลังเฉือนชนะ เนเธอร์แลนด์ 1-0 ขณะที่ อังกฤษ เพลย์ออฟได้ที่ 3 หลังดวลจุดโทษชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 6-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สมัยสอง อิตาลีเป้นเจ้าภาพ แชมป์ตกเป็นของ ฝรั่งเศส ที่เฉือนชนะ สเปน 2-1 ส่วน อิตาลี ได้ที่ 3 หลังชนะ เบลเยี่ยม 2-1
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติสเปน, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_616459959a40a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 03:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มันชินี่&quot;ซูฮกลูกทีมดวลโทษพิชิตกระทิง/สื่อโว&quot;ก็อด อิส อิตาเลียน&quot;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อิตาลี ดับฝัน สเปน ในดวลจุดโทษ ผ่านเข้าไปยืนรอในนัดชิงชนะเลิศ ศึก ยูโร 2020 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา โรแบร์โต้ มันชินี่ บอสทีม&amp;quot;อัซซูร์รี่&amp;quot; กล่าวทีมของตนต้องรวบรวมพลังกันอีกครั้งสำคัญเกมสุดท้าย หลังจากเตะกันทรหด 120 นาที เสมอ กระทิงดุ 1-1 ขณะที่สื่อแดนมะกะโรนีพาดหัวตัวโตว่า &amp;quot;ก็อด อิส อิตาเลียน&amp;quot; แต่สื่อสเปน มองว่า ทีมของหลุยส์ เอ็นริเก้ ตกรอบไปแบบเจ็บปวดเพราะสมควรเข้ารอบมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ คู่แรก เตะเมื่อคืนวันอังคาร ที่สนามเวมบลีย์ เป็นการพบกันระหว่าง อิตาลี กับ สเปน และกว่าที่จะตัดสินแพ้ชนะกันได้ก็ยื้อกันถึงฎีกาดวลจุดโทษตัดสินชี้ขาด หลังจบ 120 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษ ยังเสมอกันอยู่ 1-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟเดริโก คิเอซ่า ยิงให้ อิตาลี ออกนำได้ก่อนในครึ่งเวลาหลัง น.60 ก่อนที่ อัลบาโร โมราต้า จะถูกเปลี่ยนตัวลงไปทันที และทำประตูตีเสมอให้ สเปน ได้ในนาทีที่ 80
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งเกม สเปน ครองบอลได้มากกว่า 71% ต่อ 29% และก็ยังมีโอกาสยิงมากกว่า ที่ 16 ครั้ง ตรงกรอบ 5 ขณะที่ อิตาลี ได้ยิง 7 ครั้ง ตรงกรอบ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เกมเป็นรอง แต่ อิตาลี มาทำได้ดีกว่าในตอนดวลจุดโทษ ชนะไป 4-2 จอร์จินโญ่ ทีในเกมเล่นไม่ออกมาเป็นคนยิงลูกตัดสินแพ้ชนะ หลังจากที่ โมราต้า ยิงจุดโทษพลาด ส่งผลให้ทีมขุนพลอัซซูร์รี่ ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอล รายการระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ศึกยูโร 2012
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรแบร์โต้ มันชินี่ ยอมรับว่า ทีมของตนเกมเป็นรองอย่างมาก โดนบดอย่างหนัก ก่อนจะมาเอาชนะ สเปน ได้ในการดวลจุดโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะยอมรับในความสุดยอดของทีมคู่แข่ง แต่ มันชินี่ ก็ขอยกเครดิตให้กับความมุ่งมั่นของผู้เล่นของตน ที่จะได้เจอ อังกฤษ หรือ เดนมาร์ก ในเกมนัดชิงชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์ ที่เวมบลี่ย์ แห่งนี้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แทบไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้ แต่ตอนนี้เราผ่านเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศได้แล้ว&amp;quot; มันชินี่ กล่าวหลัง จอร์จินโญ่ ส่งบอลไปเป็นคนสุดท้ายของการชู๊ตเอาท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;quot;จากวันแรกเราเชื่อว่าเราสามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อให้เกิดขึ้นได้ แต่มันยังเหลืออีกหนึ่งนัดที่เราต้องลุยกันต่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราดีใจมากที่สามารถทำค่ำคืนมหัศจรรย์บันเทิงสำหรับชาวอิตาเลี่ยนได้ และเราหวังว่าจะทำได้อีกในนัดสุดท้าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่ามันจะต้องเป็นเกมที่หนักมาก ในแง่ของการครองบอล สเปน ทำได้ดีกว่าจริงๆ พวกเขาสร้างปัญหาให้กับเรามากมาย และเราต้องพยายามอย่างมากเป็นพิเศษเมื่อถึงโอกาสสำคัญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน หลุยส์ เอ็นริเก้ บอสทีมกระทิงดุ สเปน ให้สัมภาษณ์ด้วยความภาคภูมิใจในตัวผู้เล่นของทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจ เรากลับบ้านโดยรู้ว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วและเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนท์ เราได้แสดงให้เห็นว่าเราเป็นของจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นริเก้ ยังกล่าวชมมิดฟิลด์ดาวรุ่ง อย่าง เปดรี เป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีนักเตะอายุ 18 ปีคนไหนทำในสิ่งที่เขาทำได้ในการแข่งขันรายการนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิธีการที่เขาอ่านเกม เลือกพื้นที่ที่จะเล่น สไตล์ของเขา ผมไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน มันสยบทุกตรรกะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกริยาของสื่อหลังผลการแข่งขัน บรรดา นสพ.สเปน ยืนยันว่า ทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ เล่นดีกว่ามาก สมควรเป็นฝ่ายได้เข้าชิงมากกว่า ขณะที่สือแดนมะกะโรนี กล่าวยกย่องสดุดีทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ และมีเล่มหนึ่งพาดหัวว่า &amp;quot;เทพเจ้าเป็นชาวอิตาเลี่ยน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติอิตาลี, ฟุตบอล, ยูโร 2020, โรแบร์โต้ มันชินี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e607299f31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 23:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะสเปนจะปราบอิตาลีได้ต้องหยุดจอร์จินโญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า ย้ำสิ่งสำคัญที่ สเปน ต้องทำให้ได้ในเกมรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอล ยูโร 2020 คืนวันอังคารนี้ คือต้องหยุด จอร์จินโญ่ จอมทัพเพื่อนร่วมทีมเชลซี ของ อิตาลี ให้ได้ หากคิดที่จะผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลี่่ย์ วันที่ 11 กรกฎาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า เตือน ทีมชาติสเปน ต้องจำกัดตัวอันตรายอย่าง จอร์จินโญ่ เพื่อนร่วมทีมของเขาจาก เชลซี ให้ได้เท่านันในศึก ยูโร 2020 nรอบเซมิไฟนอล&amp;nbsp; โดยเขาย้ำว่ารู้ดีถึงคุณภาพความสามารถของมิดฟิลด์อิตาเลียนรายนี้จากที่เล่นอยู่ในสโมสรเดียวกัน แต่ศึกสำคัญในคืนวันอังคารนี้ ที่ เวมบลี่ย์ พกเขาต้องเผชิญหน้ากันในฐานะทีมคู่แข่งบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่า ฟูลแบ็คชจากเชลซี คาดว่า สเปน จะต้องเจองานหนักแน่ แต่ก็เชื่อมั่นว่า ทีมของตน จะต้องมีโอกาสดีแน่ที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้าหยุด จอร์จินโญ่ ได้ ซึ่ง เขามองว่าเป็นนักเตะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเกมแดนกลางของ อิตาลี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีกลุ่ม WhatsApp ของเพื่อนในทีมเชลซี แต่ผมยินดีมากที่จะได้พบเขาอีก ในสนาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการแข่งขันฟุตบอลถึงเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ตอนนี้เราจะทุ่มสุดตัวเพื่อทีมชาติของเรา จอร์จินโญ่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากสำหรับ อิตาลี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขามีความสามารถที่สำคัญหลายอย่าง เขาชอบเก็บบอลและคอนโทรลเกม หากเราจำกัดการมีส่วนร่วมของเขาได้ เราจะมีโอกาสมากขึ้นในการเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอร์จินโญ่ ถือเป็นขุนพลตัวหลักสำหรับ อิตาลี ในทัวร์นาเมนท์นี้ จากที่ได้ลงเป็นตัวจางในแต่ละนัดจนถึงบัดนี้ ซึ่งทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกลางวัย 29 แม้จะไม่ได้ถูกกล่าวถึง ถูกชื่นชมมากเท่ากับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ แต่การเล่นของเขายังคงสำคัญมากในการช่วยให้ อิตาลี ผ่านเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน อัซปิลิกูเอต้า ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ สเปน โดนเขาทำประตูได้ด้วยในเกมที่ถล่ม โครเอเชีย 5-3 และลงเป็นตัวจริงในเกมกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเผชิญหน้ากันระหว่าง สเปน กับ อิตาลี คืนวันอังคารนี้ น่าจะเป็นเกมที่สนุกน่าติดตามชมที่สุดคู่หนึ่ง เพราะทั้งสองทีมต่างก็เป็นทีมที่มีเกมรุกที่โดดเด่น สร้างโอกาสจบสกอร์ได้มากมายมาตลอดตั้งแต่รอบแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ชนะระหว่างคู่นี้ จะเข้าไปเจอ เดนมาร์ก หรือ อังกฤษ ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง นักเตะเชลซ๊ จะได้เจอกันเองอีก ไม่ว่าจะเป็ฯ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจกับ เดนมาร์ก และ เมสัน เมาท์ ผู้เล่นตัวอันตรายของทีมสิงโตคำรามของ แกเร็ธ เซาธ์เกต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าเกมรอบเซมิไฟนอล&amp;nbsp; ที่ เวมบลี่ย์ สเปน กำลังลุ้นเรื่องความฟิตของ ปาโบล ซาราเบีย หลังจากที่เขาได้ัรับบาดเจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่เกมครึ่งแรก ในนัดที่ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ มาเมื่อวันศุกร์ และถูกเปลี่ยนตัวออกตอนพักครึ่ง แนวโน้มยังไม่น่าจะพร้อมที่จะกลับมาลงสนามได้ อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพแนวรุกของทีมกระทิงดุไปบ้างหลังจากที่เขาทำไปแล้ว 2 ประตู และ แอสซิสต์ไป 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน อิตาลี มีการยืนยันแล้วว่า จะขาดกองหลัง ลีโอนาร์โด สปินาซโซลา ที่เจ็บเอ็นร้อยหวาย จากนัดที่ชนะ เบลเยี่ยม มาในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล เพราะรุนแรงถึงขันที่วิงแบ็คจากโรม่า ต้องเข้ารับการผ่าตัด และเตรียมต้องพักยาวไปหลายเดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จอร์จินโญ่, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติอิตาลี, ฟุตบอล, เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e32cc84b07c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูสปิริตสวิสเหลือเชื่อคืนชีพช็อคแชมป์โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ยานน์ ซอมเมอร์ ช่วย สวิตเซอร์แลนด์ ได้ฉลองชัยอย่างบ้าคลั่ง หลังน็อคทีมแชมป์โลก ฝรั่งเศส ตกรอบแบบหักปากกาเซียนทุกสำนัก ด้วยการเซฟจุดโทษของ คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ ที่ออกมายิงให้ ทีมตราไก่เป็นคนสุดท้ายในการดวลเป้าชี้ชาดหลังเตะกัน 120 นาทียังเสมอกัน 3-3 ผ่านเข้าไปเจอกับ สเปน ที่ดวลเดือดสอย รองแชมป์โลก โครเอเชีย ในช่วงต่อเวลา คืนเดียวกัน ในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ศุกร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชมป์โลก ฝรั่งเศส กับรองแชมป์โลก โครเอเชีย ตกรอบไปแบบแพ็คคู่ ในเกมรอบ 16 ทีม เมื่อคืนวันจันทร์ ตาม แชมป์ยูโร โปรตุเกส ที่จอดป้ายวันก่อนหน้า โดย ฝรั่งเศส เสียฟอร์มหนักกว่า เสียท่าให้ทีมรองบ่อนอย่าง สวิส ทั้งที่นำอยู่ 3-1 ในช่วงไม่ถึง 10 นาทีสุดท้ายย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่ แนชันนัล อารีน่า ในกรุงบูคาเรสต์ สวิตเซอร์แลนด์ ชื่อชั้นเป็นรอง แต่ก็ออกสตาร์ทได้ดีกว่า ออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 15 จาก ฮาริส เซเฟโรวิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กวาที่ แชมป์โลก จะตามตีเสมอได้ ก็ต้องบดไปจนถึงครึ่งหลัง คาริม เบนเซม่า ซัดประตูตีเสมอ นาทีที่ 57 ก่อนบวกลูกสองให้ทีมตราไก่พลิกึ้นนำทันที นาทีที่ 59 จากนั้นประตูที่ 3 ก็มาทจาก พอล ป็อกบา ยิงไกลเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสุดสวย นาทีที่ 75
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ สวิส ก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไล่ขึ้นมาเป็น 3-2 ในนาทีที่ 81 จาก เซเฟโรวิช คนเดิม ก่อนมาได้ประตูตีเสมอในนาทีสุดท้าย จาก มาริโอ กาวราโนวิช น.90
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเวลาอีก 30 นาที ทั้งสองทีมยิงประตูเพิ่มไม่ได้ ต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะ และต่างฝ่ายต่างก็ยิงเข้าไปตุงตาข่ายกัได้หมด กระทั่งถึง คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ ออกมายิงเป็นคนที่ 5 ของทางฝรั่งเศส เพื่อเสมอ แต่ยิงไปโดน ยานน์ ซอมเมอร์ ปัดทิ้งออกไปได้ ผู้รักษาประตูยังไม่แน่ใจว่าจบแล้วหรือยัง เหลอหลามองหาผู้ตัดสิน กระทั่งเพื่อนร่วมทีมกรูหาแบบเต็มสปีดและพากันวิ่างไปฉลองชัยกันอย่างสุดเหวี่ยงกับกองเชียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซอมเมอร์ คือ ฮีโร่ของ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ อย่างปฏิเสธไม่ไดด้ ซี่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ยกย่องหัวใจหัวใจของเพื่อนร่วมทีม สู้จนตีเสมอในเช่วงเวลาปกติจนได้ 3-3 ทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึง 10 นาทีและตามหลัง 2 ลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมนี้มันเหลือเชื่อมาก เป็นคืนที่สุดมันของฟุตบอล&amp;quot; ซอมเมอร์ กล่าว &amp;quot;ตอนจบมันช่างบ้าบอ มันคือความสวยงามแต่เรากลับมาในเกมจากตามหลัง 2 ประตูได้อย่างไร ผมภูมิใจกับทีมนี้จริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่นั่นเพราะเราเชื่อโดยตลอด เว่าพูดอยู่เสมอว่าถ้าเราตามหลังเราจะสู้สุดตัวจนนาทีสุดท้าย ไม่ยอมถอดใจเด็ดขาด มันคือโอกาสของเราที่จะผ่านเข้ารอบ มันเหลือเชื่อกับที่เราทำได้ในวันนี้ ถึงเราเป็นประเทศเล็กๆแต่มีนักเตะคุณภาพมากมาย เรามีประสบการณ์ในทีม เราแสดงให้เห็น อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราเชื่อในคำๆนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่ฝรั่งเศสโดนวิจารณ์เละ อย่าง รอย คีน จวกยับครึ่งแรกเล่นกันแบบไม่มีความกระตือรือร้น ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ คุยว่าเขารู้อยู่แล้วว่า เอ็มบัปเป้ จะต้องยิงจุดโทษไม่เข้าหลังเค้นฟอร์มไม่ออก แต่เชื่อว่านี่จะเป็นบททอสบที่ดีสำหรับกองหน้าดาวรุ่งที่ได้รับการยกย่องที่สุดเมื่อครั้งที่พาทีมคว้าแชมป์โลกเมื่อ 3 ปีก่อน ส่วนสื่ออย่างเลกิ๊ป ให้คะแนน เอ็มบัปเป้ แค่ 4 และมี 3 คนที่ได้แค่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วน สเปน ตบเท้าเข้ารอบด้วยชัยชนะในเกมที่ต้องเป็นที่จดจำเช่นกัน หลังถล่ม โครเอเชีย รองแชมป์โลกปีล่าสุด ไปในช่วงต่อเวลาอย่างสุดมัน 5-3 คู่นี้เตะ พาร์เกน สเตเดี้ยม ประเทศเดนมาร์ก และ โครเอเชีย ได้ประตูนำก่อนแบบที่ยังไม่ได้ยิงตรงกรอบสักครั้งจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เปดรี ที่ปั่นบอลส่งคืนผู้รักษาประตูจับไม่อยู่เข้าไปตุงตาข่ายตั้งแต่นาทีที่ 20
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน จากนั้นไล่ถล่มคืน 3 ลูกรวด จาก ปาโบล ซาราเบีย น.38 เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา น.57 และ เฟอร์ราน ตอร์เรส น.77 แต่ทีมตราหมากรุกก็สู้ตายได้ 2 ประตูตีเสมอในช่วง 5 นาทีสุดท้าย จาก มิสลาฟ ออร์ซิช น.85 และ มาริโอ ปาซาลิช น.90+2 เสมอกัน 3-3 ต่อเวลา สเปน มาได้อีก 2 ประตู จาก อัลบาโร โมราตา น.100 และ มิเกล โอยาร์ซาบาล น.103&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติโครเอเชีย, ฟุตบอล, ยูโร 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db34986fa6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นริเก้&quot; รับ&quot;กระทิง&quot;หลังพิงฝา เตะ 2 นัดยังชนะไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;กระทิงดุ&amp;quot;สเปน ยังงัดฟอร์มสุดยอดไม่ได้ ทำผลงานได้น่าผิดหวังอีกครั้งในศึกยูโร 2020 เมื่อผ่าน 2 นัดยังชนะใครไม่ได้ เสมอ โปแลนด์ 1-1 ที่ เซวิลล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เล่นงาน สเปน จนแต้มหลุดมือไปในการลงสนามนัดที่ 2 ในกลุ่มอี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกยูโร 2020 นัดสุดท้ายต้องชนะสถานเดียวเพื่อเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน ที่เสมอ สวีเดน มา 0-0 ในนัดแรก ออกสตาร์ทได้เยี่ยมแมทช์ที่สอง เมื่อ อัลบาโร โมราต้า ยิงลูกที่ 20 ในนามทีมชาติได้ ในนาทีที่ 25 เจ้าตัวเข้าไปดีใจกับ เอ็นริเก้ ที่ช่วยปกป้องเขาหลังโดนแฟนบอลโห่เพราะความฝืดในนัดแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในครึ่งหลัง ประสบการณ์ของ เลวานดอฟสกี แสดงให้เห็นด้วยการเอาชนะ เอเมริค ลาปอร์ก กองหลังจาก ซิตี้ ขวิดลูกครอสจาก คามิล จอซเวียค เข้าไปเป็นประตูตีเสมอ นาทีที่ 54
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฆราร์ โมเรโน่ กับ โมราต้า ต้องทำงานหนักกันต่อ แต่โอกาสมาแล้วทำไม่ได้ โมเรโน่ สังหารจุดโทษพลาด โมราต้า ซ้ำแต่ออกไปเยอะ อดีตกองหน้าเชลศี มีโอกาสทำประตูชัยให้ทีมได้อีกในช่วงท้ายจากการซัดระยะใกล้แต่ก็ไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู วอยซีค เซอร์เซสนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราต้า หลังเกม ยอมรับ &amp;quot;เกมสุดท้ายของเรากับ สโลสะเกีย คือเกมนัดชิงชนะเลิศแล้วในตอนนี้ เราปล่อยให้เกมนี้หลุดมือไป ประตูที่ผมทำได้ มีผลแค่เล็กน้อยเท่านั้นเพราะเราไม่ชนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ ให้สัมภาษณ์ &amp;quot;เราเล่นดีกว่าพวกเขา แต่ไม่เพียงพอที่จะชนะเกมนี้ จุดโทษเกิดขึ้นในช่วง
เวลาที่สำคัญ แต่เราก็ไม่สามารถเอาประโยชน์จากมันได้ ไม่มีใครบอกว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่ง่าย เราต้องชนะแมทช์สุดท้ายเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคู่บิ๊กแมทช์ลงสนามก่อนหน้านั้น &amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี โชว์ฟอร์มแกร่ง ไล่ถล่ม โปรตุเกส ไปสบายๆ 4-2 แต่อาจเสียขวัญไปนิดหน่อยในช่วงต้นเกม หลังจากที่ยิงเข้าไปได้อย่างสุดสวยจาก โรบิน โกเซนส์ แต่ไม่ได้ประตูเพราะมีผู้เล่นล้ำหน้า พับสนามบุกโดนสวนทีเดียว เสียประตู คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แปบอลเข้าไปตุงตาข่ายง่ายๆ ในนาทีที่ 15
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกฝ่ายเดียวแต่เสียประตูไปก่อน เล่นเอาทีมอินทรีเหล็กเสียขบวนไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตั้งสมาธิกลับมาได้ และไล่ขย่มต่อจนได้คืน 2 ประตูรวดช่วงปลายครึ่งแรก จากการทำเข้าประตูตัวเองทั้ง 2 ลูก รูเบน ดิอัส น.35 กับ ราฟาเอล เกร์เรโร่ น.39
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลังกลับมาได้ไม่กี่นาที เยอรมนี หนีห่างได้อีก 2 ลูกรวด ไค ฮาเวิร์ตซ น.51 และ โกเซนส์ น.60 จากนั้น โจอาคิม เลิฟ เริ่มพักผู้เล่น และปิดเกมไปได้ไม่ยากเย็น แม้ โปรตุเกส จะได้ประตูคืนไปหนึ่งลูกจาก ดิเอโก โชตา น.67
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบแมทช์ เฟร์นานโด ซานโตส บอสทีมชาติโปรตุเกส บอกว่าเขารู้สึกภาคภูมิใจในความพยายามของลูกทีม ที่สู้จนถึงนาทีสุดท้าย แม้จะยอมรับว่าผิดหวังกับความพ่ายแพ้หมดรูปในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยิ้มได้เพราะความเชื่อมั่นใจทีมที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าจะจบเกมการแข่งขัน พวกเขาสู้กับเยอรมนี และสู้จนหยุดสุดท้ายจริงๆ ผมภูมิใจในตัวพวกเขาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าถ้าเลือกได้ อยากจะเป็นฝ่ายชนะหรือเปล่า คำตอบคือแน่นอนอยู่แล้ว แต่เราต้องภูมิใจกับการต่อสู้ของเราจนถึงที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซานโตส ยังอ้างอีกว่า เขาได้ส่งข้อความไปให้กับนายกรัฐมนตรีเยอรมัน อังเคลา แมร์เคิล หลังจบเกมการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมส่งข้อความให้ แมร์เคิล เพื่อแสดงความยินดีกับเธอ สิ่งสำคัญตอนนี้คือเราต้องทำแบบเดียวกันอีกครั้งในเกมนัดสุดท้ายของเราในรอบแบ่งกลุ่ม คืนวันพุธนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวโปรตุเกส พร้อมเคียงข้างเป็นกำลังใจให้กับทีมชาติในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราต้องเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน และช่วยให้คนรอบข้างเข็มแข็ง เราขึ้นนำ 1-0 แต่จบเกมแพ้ 2-4 มันไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เราต้องการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลอีกคู่ เมื่อคืนวันเสาร์ ฝรั่งเศส ทำได้แค่เสมอ ฮังการี 1-1 โดยทีมแชมป์โลก พลาดท่าโดนไปก่อนในช่วงทดเจ็บครึงแรก จาก ฟิโอลา ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอจาก อองตวน กรีซมันน์ น.66&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107025</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติโปแลนด์, ฟุตบอล, ยูโร 2020, หลุยส์ เอ็นริเก้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf62d5d2ffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 01:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นริเก้&quot;ป้อง&quot;โมราต้า&quot;ฝืดจัด โทษสนามแย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;กระทิงดุ&amp;quot; สเปน ออกสตาร์ทไม่น่าประทับใจ เตะในถิ่นของตัวเอง แต่ทำได้แค่เสมอ สวีเดน ไปแบบไร้สกอร์ ในนัดแรก กลุ่ม อี ศึกยูโร 2020 เมื่อคืนวันจันทร์&amp;nbsp; เอเมริก ลาปอร์ก มั่นใจ อัลบาโร โมราต้า จะกลับมาแก้ตัวในนัดหน้า หลังพลาดโอกาสทองที่จะใส่สกอร์ให้ทีมถึง 2 ครั้งในนัดเปิดสนาม ขณะที่บอส หลุยส์ เอ็นริเก้ ป้องดาวยิงจากยูเวนตุส และโทษพื้นสนามแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลบาโร โมราตา กองหน้า ยูเวนตุส ถึงกับโดนแฟนบอลเป่าปากโห่ หลังพลาดโอกาสทองถึง 2 ครั้งในเกมที่ เซวิลล์ ก่อนที่ สเปน จะประเดิมด้วยผลเสมอในนัดแรก ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 โดยแม้ทีมแชมป์ยูโร 3 สมัย จะครองเกมได้มากกว่าแบบเทียบไม่ติด แต่ก็เกือบไม่มีแต้มในนัดเปิดสนาม หลัง สวีเดน สวนแล้วเกือบได้ประตูหลายครั้ง ทั้งจังหวะที่ มาร์คัส เบิร์ก ได้ยิงจ่อๆใส่ประตูโล่งๆ แต่ก็หลุดกรอบไม่น่าเชื่อ และยังมีอีก 2 ครั้งที่มีเสามีคานช่วยทีมกระทิงดุไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบเกม เอเมริค ลาปอร์ก กองหลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าว &amp;quot;มันยากที่จะเข้าใจ และมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด ความสามารถของนักเตะหลายๆคนของเราไม่อาจปฏิเสธได้ แม้เกมนี้จะทำไม่ได้ แต่เกมต่อไปเขาอาจยิงได้ถึง 3 ลูก เพื่อสยบเสียงวิจารณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลุยส์ เอ็นริเก้ เฮ้ดโค้ชทีมชาติสเปน เลือกที่จะตำหนิพื้นสนามแข่งขันมากกว่า โดยยืนยันว่า โมราต้า เล่นได้ดีแล้วในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โมราต้า ทำหลายอย่างมากที่ดีใในนัดนี้ เขาแค่โชคไม่ดีกับโอกาสหน้าปากประตู แต่เขาเป็นคนที่สามารถกลับมาได้แน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พื้้นสนามวันนี้ไม่เอื้อต่อการเล่นของเรานัก ผู้เล่นหลายคนบ่นให้ฟัง แต่เราไม่ต้องการใข้มันเป็นข้อแก้ตัว เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่เปลี่ยนมันให้เป็นประตูมไได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเล่นได้ดีกว่าทีมรคู่แข่งที่มาเอาแต่รับรับรับในวันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดว่า อัลบาโร่ เล่นได้เยี่ยมแล้ว แน่นอนเราทุกคนต้องการให้ทุกโอกาสเป็นประตู เขามีโอกาส คนอื่นก็มีโอกาสเหมือนกันและก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ผมคิดว่าเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องการเห็นกำลังใจจากแฟนๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นริเก้ เกมนี้เลือกใช้ทีมที่มีผู้เล่นอายุน้อยอยู่หลายคน และการส่ง เปดรี ลงสนาม ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยเล่นในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ ด้วยวัย 18 ปี กับอีก 201 วัน และมิดฟิลด์ดาวรุ่งจากบาร์เซโลน่า ก็โชว์ฟอร์มได้เยี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้อุณหภูมิ 29 องศา และสนามที่อาจไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ สเปน ก็ครองบอลได้มากกว่า คิดเป็นเปอร์เซนต์คือ 86% ต่อ 14%&amp;nbsp; สวีเดน ได้แค่รอโอกาสโต้กลับ โดย สเปน มีโอกาสยิงถึง 17 ครั้ง ตรงกรอบ 5 ขณะที่ สวีเดน ได้ยิง 4 ตรงกรอบครั้งเดียว โดย สเปน ยังสร้างสถิติของทัวร์นาเมนท์ด้วยการผ่านบอลกันถึง 419 ครั้งเฉพาะในครึ่งเวลาแรก รวมสองครึ่งคือ 954 ครั้ง เทียบกับ สวีเดน ผ่านบอลกันแค่ 174 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชสค์ ฟาเบรกัส ที่เคยคว้าแชมป์ยูโร กับ สเปน ในปี 2008 และ 2012 รวมถึง เวิลด์ คัพ ปี 2010 ยอมรับว่า สถิติไม่เกี่ยวกับที่พวกเขายิงคู่แข่งไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหลือเชื่อมาก เกมนี้ทีมไม่ได้ประตูแม้แต่ลูกเดียว เรารู้ว่าเกมนี้สิ่งสำคัญคือต้องยิงให้ได้และต้องไม่เสียประตู และสเปน น่าจะได้ประตูพอๆกับที่เกือบเสียประตูด้วยเหมือนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลฟุตบอล ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันจันทร์ มีดังนี้ สเปน เสมอ สวีเดน 0-0, สกอตแลนด์ แพ้ สาธารณรัฐเชก 0-2 เตะที่ แฮมป์เดน ปาร์ค และ โปแลนด์ แพ้ สโลวะเกีย 1-2 เตะที่ เคสตอฟสกี สเตเดี้ยม รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติสเปน, ฟุตบอล, ยูโร 2020, หลุยส์ เอ็นริเก้, อัลบาโร่ โมราตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c8eec460640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;รับวันดับ&quot;อินทรี&quot;เจอกระทิงขวิด 6 ลูก แพ้ครั้งย่อยยับสุด ร่วงศึกเนชั่นส์ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โจอาคิม เลิฟ ยอมรับหาคำอธิบายไม่ได้หลังทีม&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี จู่ๆก็ผิดฟอร์ม บุกไปโดน สเปน ไล่ถล่มย่อยยับ 6-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคาร อดเข้าไปเล่นต่อในรอบ 4 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมของ เลิฟ เหมือนอยู่ในช่วงขาลงแล้ว นับตั้แต่โดนเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกเวิลด์ คัพ ปี 2018 โดยหลังจากนั้น ชนะมาเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นจากทั้งหมด 8 นัดในเกมทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งที่ก่อนลงสนามนัดตัดสินเกมนี้ เยอรมนี รั้งตำแหน่งท็อปของกลุ่ม A4 ได้แล้วหลังจากเอาชนะ ยูเครน มาในแมทช์ก่อนหน้านี้ ขอเพียงแค่เสมอก็จะตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่กลับมาพลาดท่ารั่วไปถึง 3 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ฟอร์มในครึ่งหลังก็ยิ่งเละเทะไปกว่าเดิมจนกู่ไม่กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม&amp;quot; เลิฟ กล่าว หลัง เยอรมนี พบกับความพ่ายแพ้ครั้งยับเยินที่สุดในรอบ 89 ปี และยังเป็นผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุดในแมทช์การแข่งขันจริงของทีมอินทรีเหล็กอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูได้เลย และในการแย่งบอลตัวๆในสนามก็เป็นฝ่ายแพ้หมด นี่มันวันมืดวันดับสำหรับเราชัดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในครึ่งหลัง เราพยายามที่จะเพรสเกมและดันสูงขึ้นเพื่อทำสกอร์ เพื่อกลับมาสู่เกม แต่ สเปน เล่นได้ดีกว่าเรา พวกเขาเร็วกว่าเรามาก และเล่นได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนเกมเราได้คุยกันว่า เราเชื่อมั่นใจผู้เล่นทุกคนในทีม และเรากำลังมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่วันนี้เราได้เห็นว่าเราไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นอย่างที่เราคิดเลยหลังจากไม่กี่เกมก่อนหน้านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์ราน ตอร์เรส กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแฮทริกให้กับทีมเจ้าบ้าน คว้าชัยครั้งถล่มทลายเหนือ แชมป์โลก ปี 2014
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรเมนี เคยแพ้ห่าง 5 ประตูเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในแมทช์การแข่งขันจริง ซึ่งเป็นสมัยที่ยังเป็น เยอรมนีตะวันตก แพ้ให้กับ ฮังการี 8-3 ในศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม ปี 1954 ก่อนจะเจ้าไปล้างตาเอาชนะ ฮังการี ในนัดชิงชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแมทช์ที่ไม่ใช่แมทช์การแข่งขันจริง เยอรมนี เคยแพ้ถึง 6-0 มาแล้ว พลาดให้กับ ออสเตรีย ในเกมกระชับมิตร ปี 1931
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์จ จีนาบรี มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เยอรมนี ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อคืนวันอังคาร กล่าวเพิ่มเติม &amp;quot;ไม่มีอะไรที่เราทำแล้วได้ผลเลยในค่ำคืนนี้ เราไม่สามารถคอนโทรลพวกเขาได้ พวกเขาสมควรที่จะเอาชนะเราได้อย่างที่พวกเขาทำได้แล้วจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สเปนทำทุกอย่างดีไปหมด ขณะที่เราทำอะไรก็ไม่ถูกซักอย่าง เราไม่รู้ว่าในเวลานี้เราเล่นอยู่ในระดับไหนแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่เรื่องปกติที่แพ้ในแมทช์การแข่งขันด้วยการเสียประตูมากมายขนาดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน โทนี่ โครส เพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด ยอมรับหลังเกม &amp;quot;นี่คือหึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งเลวร้ายที่สุดในชีวิตนักฟุตบอล ซึ่งมันเจ็บปวดจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb54ed33ddf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
