<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์อยากเป็นมิตรกับรัสเซีย แต่เป็นมิตรเพื่อใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : เป็นมิตรดีกว่าเป็นศัตรู
ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724.393301.153080620724/10161273941595725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากผู้แทนรัฐสภาทั้ง 2 พรรคใหญ่ ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงว่าตนพูดผิด จริงๆ แล้วต้องการพูดว่า &amp;ldquo;ผมคิดว่า &amp;lsquo;มี&amp;rsquo; เหตุผลว่าทำไมรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง&amp;rdquo; แทนคำว่า &amp;lsquo;ไม่มี&amp;rsquo; เหตุผลที่รัสเซียจะแทรกแซงเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนแรกประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ใช่คนเดียวที่เปลี่ยนท่าทีมองรัสเซียเป็น &amp;ldquo;คู่แข่งขัน&amp;rdquo; แทนการเป็น &amp;ldquo;ปรปักษ์&amp;rdquo; (enemy) ส.ส. ส.ว.บางคนคิดเห็นตรงกับทรัมป์ รอดูผลงานของรัฐบาล แต่เมื่อการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐกับรัสเซียดำเนินไปสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนทิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกรัฐสภาหลายท่านทั้งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครตตำหนิทรัมป์อย่างเปิดเผย ยกตัวอย่าง วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต มาร์ค วอร์เนอร์ (Mark Warner) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) แถลงข่าวร่วมกันว่าประชาคมโลกต้องรับรู้ว่าชาติประชาธิปไตยเข้าไม่ได้กับรัฐบาลปูติน หรือระบอบอำนาจนิยมใดๆ ต้องร่วมกันต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน เบน ซาซ์ (Ben Sasse) กล่าวว่า &amp;ldquo;ชาวอเมริกันผู้รักชาติทุกคนควรเข้าใจว่าปูตินไม่ใช่เพื่อนอเมริกา และไม่ใช่คู่หูของประธานาธิบดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอล ไรอัน (Paul Ryan) แกนนำสำคัญของพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า &amp;ldquo;เรายืนเคียงพันธมิตรนาโตและทุกประเทศที่กำลังเผชิญการรุกรานจากรัสเซีย&amp;rdquo;
รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งอเมริกาหรือไม่ :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่สิ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปลายปี 2016 กระแสข่าวรัฐบาลรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งดังหนาหูขึ้นทุกที ประธานาธิบดีโอบามาใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของท่านลงนามให้สืบสวนเรื่องนี้และดำเนินเรื่อยมา ล่าสุดคณะลูกขุนใหญ่ชี้ว่าจารชนรัสเซีย 12 คนเกี่ยวข้องกับการแฮกข้อมูลพรรคเดโมแครตหวังช่วยทรัมป์ให้ชนะเลือกตั้ง บ่งชี้ว่ารัฐบาลรัสเซียแทรกแซงกิจการภายใน บ่อนทำลายประชาธิปไตย เป็นภัยความมั่นคงร้ายแรง จำต้องปฏิบัติต่อรัสเซียในฐานะปรปักษ์ ลงโทษรัสเซียอย่างใดอย่างหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาคดีของศาลมาจาก กลุ่มหน่วยงานข่าวกรองที่ได้ร่วมสรุปแล้วว่ารัฐบาลปูตินแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการประชุมสุดยอด ทรัมป์เชื่อว่ารัสเซียไม่ได้แทรกแซงเลือกตั้ง เหตุเพราะประธานาธิบดีปูตินปฏิเสธอย่างแข็งขัน คำพูดนี้อาจตีความว่าประธานาธิบดีสหรัฐเชื่อคำพูดของผู้นำรัสเซียมากกว่าหน่วยงานข่าวกรอง สถาบันศาลสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังถูกวิพากษ์อย่างหนัก ทรัมป์กล่าวซ้ำว่าตนยังเชื่อมั่นหน่วยงานข่าวกรองทั้งหมด แต่หากต้องการสร้างอนาคตที่ดีกว่าจำต้องมองข้ามอดีต เพื่อ 2 มหาอำนาจนิวเคลียร์จะเดินหน้าไปด้วยกัน
การพูดกลับไปกลับมา :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าพิจารณาอย่างละเอียด เมื่อทรัมป์เอ่ยถึงรัสเซียจะมีลักษณะเหมือนหลายประเด็น คือ กลับไปกลับมา (flip-flop) บางครั้งพูดแง่บวก บางครั้งพูดแง่ลบ บางครั้งบอกว่าจะทำแล้วเปลี่ยนเป็นยังไม่ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังที่ได้เสนอในบทความก่อนว่าในช่วง 100 วันของตำแหน่งประธานาธิบดี ลักษณะหนึ่งของโดนัลด์ ทรัมป์ คือนโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนกลับไปกลับมา ไม่ตรงกับที่หาเสียง เรื่องนี้อาจตีความว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ &amp;ldquo;คาดเดาไม่ได้&amp;rdquo; (unpredictable) ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ล่วงหน้า จะไม่พูดตรงความจริง ดังที่ทรัมป์เคยพูดในช่วงหาเสียงว่าเป็นความลับ ไม่อาจเปิดเผยความจริง (บางครั้งที่พูดจึงเป็นเท็จ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลจากการที่เป็นเช่นนี้อาจมองว่าทำให้ &amp;ldquo;สามารถพูดเท็จ&amp;rdquo; หรือพูดโกหกสาธารณะ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่ากำลังพูดความจริงหรือโกหก ทั้งยังสามารถพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตามความเหมาะสม เช่น เรื่องที่ทรัมป์พูดเป็นนัยโทษรัฐบาลเยอรมนีทรยศนาโต พร้อมๆ กับที่ชื่นชมว่าเป็นพันธมิตรในช่วงเวลาเพียง 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์กลายเป็นบุคคลที่สามารถสร้างข่าวเท็จ (fake news) ในขณะที่มักกล่าวโทษสื่อหรือผู้อื่นว่ากุข่าวเท็จ ไม่น่าเชื่อถือ มีเจตนามุ่งร้าย หว่านความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง เป็นศัตรูต่ออเมริกา
ทรัมป์อยากคืนสัมพันธ์ปกติกับรัสเซีย :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าประชุมสุดยอดกับปูติน ประธานาธิบดีทรัมป์เปรยว่าควรให้รัสเซียอยู่ในที่ประชุม G-7 อีกครั้ง หลังถูกขับออกจากกลุ่มในยุคโอบามาครั้งเหตุการณ์รัสเซียยึดไครเมียเมื่อปี 2014&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยว่าอยากคืนสัมพันธ์ระดับปกติกับรัสเซีย แม้ว่าปัจจุบันจะขัดแย้งกันหลายเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงประชุมนาโต ทรัมป์กล่าวว่าอียูคือปรปักษ์ (foe) ตัวสำคัญที่สุดของสหรัฐในขณะนี้ รัสเซียเป็นปรปักษ์เช่นกัน จีนเป็นปรปักษ์ทางเศรษฐกิจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเลวร้าย ความหมายคือพวกเขาเป็นคู่แข่ง (competitor) ผมเคารพผู้นำประเทศเหล่านี้ ผมรักประเทศเหล่านี้ แต่ในเรื่องการค้าพวกเขาเอาเปรียบเราและหลายประเทศที่ว่าคือสมาชิกนาโต อีกทั้งพวกเขาไม่เพิ่มงบกลาโหมอย่างที่ควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่าปรปักษ์หรือศัตรู (foe) ตามความหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ในที่นี้ ตีความได้ว่าไม่ใช่ศัตรูที่ต้องทำลายล้าง มองในเชิงคู่แข่งการค้าทำนองบริษัทคู่แข่ง เน้นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การเอ่ยว่าทั้งอียู จีน และรัสเซียล้วนเป็นปรปักษ์ทำให้เกิดภาพว่ารัสเซียไม่แตกต่างจากอียู (พันธมิตรนาโต) เพราะทั้งหมดคือคู่แข่ง เป็นการลดทอนภัยคุกคามจากรัสเซีย สวนทางกับที่นักยุทธศาสตร์ นักการเมืองอเมริกันหลายคนเห็นว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามองในแง่บวก การลืมอดีตเริ่มสัมพันธ์ใหม่เป็นแนวทางที่ใช้กัน แต่ต้องลงรายละเอียดว่าจะไปด้วยกันอย่างไร ในเรื่องใด เพราะมีหลายประเด็นที่สหรัฐกับรัสเซียขัดแย้งชัดเจน เช่น กรณีความมั่นคงของยูเครน ซีเรีย อิหร่าน เรื่องเยอรมันกับหลายประเทศในอียูซื้อน้ำมันจากรัสเซีย (ที่ทรัมป์เพิ่งกล่าวหารัฐบาลแมร์เคิลว่าร่วมมือกับศัตรูนาโต) ประเด็นสงครามการค้ากับจีนที่กำลังร้อนแรง การที่รัสเซียเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สำคัญของจีน ฯลฯ มีคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมจะให้รัสเซียฟื้นฟูประเทศเต็มที่ บนพื้นฐานที่รัสเซียมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนใช่หรือไม่
เป็นมิตรเพื่อใคร :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงระหว่างประเทศ การเป็นมิตร หรือแม้กระทั่งเพียงลดความเป็นปรปักษ์ ลดการเผชิญหน้า จะส่งเสริมบรรยากาศสันติภาพโลกได้เป็นอย่างดี ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค หลายประเทศจะลดลง แต่แนวทางนี้สวนทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐที่มองเรื่อยมาว่ารัสเซียกับจีนเป็นปรปักษ์ เป็นภัยคุกคามร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จะเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่หากรัฐบาลทรัมป์เปลี่ยนท่าทีต่อรัสเซีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่หลายคนกังวลคือทรัมป์ใช้โอกาสนี้เจรจาลับกับปูตินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่มีผู้ใดรู้เพราะเป็นการพูดคุยในที่ลับ มีเพียงล่ามส่วนตัวเท่านั้นที่เข้าร่วม (แต่ล่ามส่วนตัวของทรัมป์อาจถูกเชิญออกนอกห้องก่อนการหารือจริงๆ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสหรัฐคืนดีกับรัสเซีย ย่อมเป็นไปได้ว่าจะยุติคดีที่หน่วยงานหลายฝ่ายกำลังเดินหน้าจับผิดรัฐบาลรัสเซียที่แทรกแซงเลือกตั้ง ช่วยให้ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเป็นมิตรย่อมดีกว่าศัตรู คำถามคือเป็นมิตรเพื่อใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีอย่างน้อย 2 บุคคลสำคัญที่พูดต่อสาธารณะว่าประธานาธิบดีทรัมป์ &amp;ldquo;ขายชาติ&amp;rdquo; (treasonous) นั่นคืออดีตผู้อำนวยการ CIA จอห์น เบรนนัน (John Brennan) กับแกนนำรีพับลิกัน พอล ไรอัน
แก้ไขอย่าแก้ตัว นิวเคลียร์อเมริกา :&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาหลังการประชุมสุดยอด ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความว่าบางคนเกลียดความจริงที่ว่าผมกับประธานาธิบดีรัสเซียไปด้วยกันได้ดี &amp;ldquo;พวกเขาต้องการทำสงคราม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ทดสอบความจริงใจของทรัมป์ หากรัฐบาลทรัมป์รักสันติจริง ข้อเสนอที่หลายฝ่ายเอ่ยถึงเสมอมาคือให้ลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์
ปัจจุบันสหรัฐมีนิวเคลียร์เกือบ 6,800 หัวรบ รัสเซีย 7,000 หัวรบ ฝรั่งเศสมีราว 300 หัวรบ อังกฤษ 225 จีนมีเพียง 270 หัวรบ อินเดียมี 120-130 หัวรบ ปากีสถานมี 130-140 หัวรบ อิสราเอล 80
ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่าในโลกนี้มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่มีเป็นพันหัวรบ สามารถทำลายล้างโลกได้หลายรอบ หากสหรัฐกับรัสเซียต่างปรับลดเหลือ 2,000 หัวรบ จำนวนเท่านี้เพียงพอต่อการเป็นมหาอำนาจ ป้องปรามได้ทุกประเทศทั่วโลก การปรับลดจำนวนหัวรบให้เหลือไม่กี่พันจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์หวังสันติภาพจริงตามที่พูดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือว่าเป็นอีกเรื่องที่ทรัมป์พูดกลับไปกลับมา เอาแน่เอานอนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับไปสู่แนวคำถามเดิม พูดกลับไปกลับมาเพื่อใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือคำถามที่ควรถาม สังคมควรหาคำตอบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13843</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏซีเรีย, ทีมชาติอิหร่าน, พรรคเดโมแครต, พอล ไรอัน, มาร์ค วอร์เนอร์, มาร์โก รูบิโอ, ยูเครน, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b5339b8ca9a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 03:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 03:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรตุเกสเสมอหืดจับรอบ16ทีมเจออุรุกวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โปรตุเกส บดเอาชนะ อิหร่าน ไม่ลงเมื่อคืนวันจันทร์ หลังทีมคู่แข่งยังมีลุ้นเข้ารอบต่อไปได้ หากพลิกชนะได้ในนัดนี้ แต่ก็ทำได้ดีที่สุดแค่ไล่ตีเสมอแชมป์ยุโรปได้ในช่วงท้าเกม ก่อนเสมอกันไป 1-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลเสมอ และชนะหนึ่งจาก 2 แมทช์แรก ยังทำให้ โปรตุเกส มีอันดับตามหลัง สเปน อยู่ แม้จะมี 4 แต้มเท่ากัน ขณะที่ อิหร่าน มีอยู่หนึ่งแต้มก่อนลงสนาม หากแมทช์นี้ทำเซอร์ไพรส์ ชนะ โปรตุเกส ได้ ก็เข้ารอบแน่นอนโดยไม่ต้องลุ้นผลอีกสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรตุเกส บุกหนัก แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำก็ต้องรอถึงนาทีสุดท้ายครึ่งแรก จาก ริคาร์โด กาเรสม่า ยิงไกลจากปีกขวาไปเข้าเสาไกลอย่างสุดสวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง กลับมาเริ่มเล่นได้แค่ 6 นาที โปรตุเกส ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ คริสเตียโน่ โดนเบียดล้มในเขตโทษ กองหน้าจากเรอัล มาดริด ลุกขึ้นมาสังหารเอง แต่โดนเซฟได้ สกอร์ยังไม่ขยับห่างกันลูกเดียวเท่าเดิม กระทั่งช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 93 อิหร่าน มาได้จุดโทษบ้าง และ คาริม อันซาริฟาร์ด สังหารเข้าไปไม่เหลือ และ 2 นาที เกือบพลิกชนะและเขี่ย โปรตุเกส ตกรอบแทนได้ โชคร้ายที่ยิงไปเข้าข้างตาข่าย อามิรี่ ก่อนจบเกม เสมอกันไป 1-1 อิหร่าน ตกรอบเป็นทีมล่าสุด ส่วน โปรตุเกส เข้าไปเจอ อุรุกวัย แชมป์กลุ่ม เอ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12117</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติอิหร่าน, ทีมชาติโปรตุเกส, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b31516bb47c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยสตาฟอิหร่านเกือบหัวใจวายรอผลVAR</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
คาร์ลอส กีรอซ ผู้จัดการทีมชาติอิหร่าน รับรู้สึกเสียดายที่ลูกยิงของ เอซาโตลาห์ ไม่เป็นประตู หลัง ผู้ตัดสินชาวอุรุกวัย ไปเช็คกับ VAR แล้วเห็นว่าเป็นลูกล้ำหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมระหว่าง สเปน กับ อิหร่าน ในการลงสนามนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา จบลงด้วยผล สเปน เป็นฝ่ายชนะไป 1-0 โดยที่ อิหร่าน มีโอกาสได้ตีเสมอแล้วจากลูกยิงของ ซาอิด เอซาโตลาห์ ที่ซัดผ่านมือ ดาวิด เด เคอา เข้าไปได้ แต่ แต่ผู้ตัดสินชาวอุรุกวัย อันเดรส คุนญา ไม่ให้เป็นประตูหลังขอดู VAR และเห็นว่าเป็นออฟไซด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กีรอซ เผยว่า ความเครียดในช่วงขณะที่รอการตัดสินใจจาก VAR ถึงกับทำให้สตาฟคนหนึ่งของทีมต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะโรคหัวใจกำเริบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี เราทุกคนขอเอาใจช่วยและภาวนาให้เขาปลอดภัย&amp;quot;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11824</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, คาร์ลอส กีรอซ, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติอิหร่าน, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b4824c6367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 06:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทิงไม่ดุชนะอิหร่านแค่หวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;quot;กระทิงดุ&amp;quot;สเปน ใส่เกียร์ล่าประตูเต็มที่ หวังเก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้ในการเจอกับ อิหร่าน เกมคู่ดึกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา หลังพลาดเสมอ โปรตุเกส ในนัดเปิดสนาม แต่สุดท้าย ได้แค่ประตูเดียว ชนะ ทีมรองบ่อนจาก เอเชีย ไปหวุดหวิด แค่ 1-0&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน คุมเกมไว้ได้หมดตั้งแต่ครึ่งแรกแต่ทำอย่างไรก็เจาะแนวรับของ อิหร่าน ที่ช่วยกันปิดพื้นที่ป้องกันการเสียประตูอย่างเต็มที่ โอกาสลุ้นที่ดีที่สุดมาจาก ดาวิด ซิลบา จากทั้ง ฟรีคิก และ โอเวอร์เฮด แต่ก็ยังเรียกสกอร์แรกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิเอโก คอสตา ยังแสบไม่เลิก และมีจังหวะที่เป็นปัญหาเพราะดูเหมือนว่าเขาจะจงใจไปเหยียบเท้าผู้รักประตูอิหร่าน อาลิเรซา เบรานวานด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ สเปน พยายามยิงเองอยู่นานทำไม่ได้ สุดท้ายมาได้ประตูขึ้นนำแบบโชคช่วย รามิน เรเซเยียน เตะบอลอัดไปโดน คอสตา แล้วบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปเอง หลังเริ่มเกมครึ่งหลังมาได้ 9 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ สเปน ก็ยังมีดวงพอที่จะเก็บ 3 คะแนนเต็มในนัดนี้ หลัง ซาอิด เอซาโตลาห์ ซัดผ่านมือ ดาวิด เด เคอา เข้าไปได้ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตูหลังขอดู VAR และเห็นว่าเป็นออฟไซด์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11818</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ดิเอโก คอสตา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติอิหร่าน, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b3dbfb0146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 00:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดราม่าทดเจ็บ!โมร็อคโกยิงตัวเองแพ้อิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อิหร่าน ทำเซอร์ไพรส์คว่ำ โมร็อคโก ได้หวุดหวิด 1-0 ในเกมนัดเปิดสนาม กลุ่ม บี &amp;nbsp;ในศึกเวิลด์คัพ 2018 เมื่อคืนวันศุกร์ หลังได้ประตูชัยจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ผู้เล่นสำรองของ โมร็อคโก อัสซิส บูฮาดดูซ โหม่งสกัดผิดเหลี่ยมส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายทีมเองในช่วงต่อเวลา นาทีที่ 95 ก่อนผู้เล่นโมร็อคโกจบเกมไปแบบใจสลาย พ่ายเป็นประเดิม ก่อนเจอ สเปน กับ โปรตุเกส ในอีก 2 นัดที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11456</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติอิหร่าน, ทีมชาติโมร็อคโก, ฟุตบอล, ฟุตบอลโลก กลุ่ม บี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b23f41661171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
