<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 01:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 23:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซาธ์เกตสุดตื้นตันสิงโตคำรามพุ่งเข้าชิงฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แกเร็ธ เซาธ์เกต ปลาบปลื้ม &amp;quot;สิงโตคำราม&amp;quot; ทีมชาติอังกฤษ ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 ได้สำเร็จ หลังต่อเวลาเตะ 120 นาที บดเอาชนะ เดนมาร์ก ได้หวุดหวิด 2-1 แฮร์รี่ เคน กดจุดโทษทำเป็นประตูชัยในช่วงเอ็กซ์ตราไทม์ ขณะที่หลายคนรุมประนาม ชี้ ราฮีม สเตอร์ลิง พุ่งล้มชัดเจน แฟนบอลเจ้าถิ่นยังยอมรับว่าโชคดีมากๆ ผู้ตัดสิน เช็ค VAR แล้วก็ยังให้เป็นจุดโทษ สื่ออิตาเลียน แขวะเจ้าถิ่นจนตรอกถึงกับต้องอาศัยผู้ตัดสิน เตือนทีมชาติ นัดชิงชนะเลิศ สุดสัปดาห์นี้ต้องระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง เตะที่สนามเวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา อังกฤษ พบ เดนมาร์ก ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที กว่าจะรู้ผลแพ้ชนะเหมือนกับอีกคู่ที่เตะไปคืนก่อน แต่ไมถึงกับต้องไปดวลจุดโทษชี้ขาด เมื่อทีมเจ้าถิ่นอย่าง อังกฤษ มาได้ประตูชัยในช่วงเอ็กซ์ตร้าไทม์ จากจุดโทษปัญหาที่ส่งให้ทีมสิงโตคำราม พุ่งเข้าไปเจอ อิตาลี ในนัดชิงชนะเลิศ คืนวันที่ 11 กรกฎาคม นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมเมื่อคืนวันพุธ เดนมาร์ก ได้ประตูขึ้นนำก่อน จากฟรีคิกสุดสวยของ ดัมสการ์ด น.30 แต่ อังกฤษ บดคืนอย่างหนักจนได้ประตูตีเสมอ โดยเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ ซิมง เกียร์ ในนาทีที่ 39
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง ทีมโคนม กลับมาออกสตาร์ทได้ดีอีกครั้ง แต่อาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลัก ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวและเปลี่ยนแผน จนเกมตกเป็นรองอย่างหนัก แต่ก็ยังยันสกอร์เดิมไว้ได้จนจบ 90 นาที ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมยังไม่ต่างไปจากเดิม อังกฤษ ทำได้ดีกว่า แต่ทำยังไงก็ยังไม่ผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล ด่านสุดท้ายของ เดนมาร์ก กระทั่ง ราฮีม สเตอร์ลิง ไปล้มในเขตโทษ หลังจากล้มในเขตโทษมาหลายครั้งในเกมนี้ ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษทันที ภาพรีเพลย์ทางทีวีจะค่อนข้างชัดว่า สเตอร์ลิง เสียหลักและล้มพุ่งไปข้างหน้าก่อนแล้ว แม้จะเช็คกับ VAR ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนคำตัดสิน ท่ามกลางเสียงประท้วงของผู้เล่นเดนมาร์ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคน รับหน้าที่สังหาร ระหว่างนั้น แฟนบอลมีการยิงเลเซอร์ไปที่หน้าที่ตาของ ชไมเคิล แต่นายทวารทีมโคนมก็ยังพุ่งไปเซฟได้ เสียดายที่บอลกระฉอกกลับออกมากลางเขตโทษซึ่ง เคนก็ปรี่ตามซ้ำเข้าไปเป็นประตูชัยให้ อังกฤษ ชนะไป 2-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมภูมิใจมากๆกับผู้เล่นชุดนี้ มันเป็นโอกาสที่เหลือเชื่อที่ได้มีส่วนร่วมกับการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสื่อจากอิตาลี หัวเราะเยาะทีมชาติอังกฤษของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผ่านเข้าสู่รอบชิงได้ ต้องขอบคุณผู้ตัดสิน มีการพาดหัวข่าวประจานอย่างโจ่งแจ้ง ว่า เซาธ์เกต จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้ตัดสินอีกแรงเพื่ได้เข้าไปเล่นในนัดชิงฯ บ้างก็บอกว่า เดนมาร์ก ทำให้ อังกฤษ จนตรอกถีงขั้นต้องใช้วิธีนี้ บ้างก็ถากถางอีกว่า ไดฟวิ่ง โฮม น่าจะเหมาะสมกับทีมสิงโตคำรามมากกว่า คัมมิง โฮม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สแตน คอลลีมอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ และอีกหลายคน เรียกร้องให้มีการลงโทษแบนแฟนบอลที่ชี้ปากาเลเซอร์ไปรบกวนที่หน้าและตาของ แคสเปอร์ ชไมเคิล โดยขอลงโทษแบนตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109107</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติเดนมาร์ก, ฟุตบอล, ยูโร 2020, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e745b9ab633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 23:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วูบคาสนามหัวใจหยุดเต้น&quot;อีริคเซ่น&quot;ส่อปิดฉากอาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสเตียน อีริคเซ่น วูบหมดสติไปคาสนามระหว่างการลงสนามนัดแรกของ เดนมาร์ก ในศึกยูโร 2020 เมื่อคืนวันเสาร์ โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมเข้าไปช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงแพยท์สนามเข้าไปช่วยทำ CPR ยื้อกลับมาได้ คาดเป็นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ราว 5 นาที ข่วงท้ายครึ่งแรก ทุกฝ่ายโล่งอก มิดฟิลด์จาก อินเตอร์ มิลาน อาการพ้นขีดอันตรายและฟื้นกลับมาพูดอะไรได้บ้างแล้วหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตอนพักครึ่ง ด้าน ดร.สกอตต์ มาร์รีย์ แพทย์หัวใจของ NHS เผย อีริคเซ่น อาจไม่ได้กลับมาเล่นฟุบอลอีก ชี้มีกฎในอิตาลีว่าอาจแบนเขาจากการลงเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมในสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช็อคกันไปทั้งสนาม และทั่วโลก สำหรับศึกยูโร 2020 เกมระหว่าง เดนมาร์ก กับ ฟินแลนด์ ที่ พาร์เคน สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; หลังจากที่ คริสเตียน อีริคเซ่น กองกลางวัย 29 ของทีมเจ้าถิ่น ล้มฟุบไปเองในสนามคาดหัวใจวายเฉียบพลัน ในข่วงท้ายครึ่แรก ข่าวอ้างว่า หัวใจหยุดเต้นไปราว 5 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กัปตันทีมชาวเดนมาร์ก ต้องรับการช่วยชีวิตเป็นการด่วน และอาการทรงตัวแล้วหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่หลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพในระยะยาว รวมถึงน่าจะส่งผลต่อเส้นทางอาชีพจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สกอตต์ มาร์รีย์ แพทย์ที่ปรึกษาโรคหัวใจของ NHS เชี่ยวชาญในการป้องกันปัญหาการทำงานของหัวใจ อ้างว่า อิตาลี ค่อนข้างมีความภาคภูมิใจในสถิติการป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นในกีฬาฟุตบอล ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับ โมิดฟิลด์ชาวเดนมาร์ก รายนี้ น่าจะทำให้เขาต้องปิดฉากการค้าแงในเซเรีย อา ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันอาจเป็นการสิ้นสุดอาชีพของเขาในอิตาลี เพราะตามกฎหมายที่นั่นห้ามใครก็ตามที่พบว่ามีความผิดปกติของหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ ลงเล่นกีฬาอาชีพอย่างเด็ดขาด พวกเขาทำอย่างนั้นมาเป็นเวลานานเกินกว่า 20 ปี พวกเขาสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นในการแข่งขันกีฬาจากกว่า 3 เปอร์เซนต์ เหลือต่ำกว่า 1 เปอร์เซนต์ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ อีริคเซ่น จะอาการทรงตัวแล้วที่โรงพยาบาล แต่แฟนบอลและอดีตนักฟุตบอลหลายคนแสดงความไม่พอใจทางยูฟ่าอย่างแรงที่ยังสั่งให้เกมต้องดำเนินต่อไปจนจบทั้งที่เพิ่งหวิดเกิดโศกนาฎกรรมในสนาม แต่ทางยูฟ่า ก็ได้มีการประกาศในสนามว่าทั้สองทีมต้องการเตะกันต่อจบจบแมทช์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดนมาร์ก ที่ลงเตะในฐานะเจ้าบ้าน หลังเจอเรื่องอกสั่นขวัญแขวนไปในช่วงท้ายครึ่งแรก และเสียผู้เล่นสำคัญอย่าง อีริคเซ่น ไป จากที่เล่นด้วยฟอร์มที่เหนือกว่า สถานการณ์ก็พลิกทันที และตกเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงต้นครึ่งหลัง จากการทำประตูของ โยเอล โปยันปาโล น.59&amp;nbsp; ก่อนจะพ่ายไปหวุคหวิด 0-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนคู่ดึกของเมื่อคืนวันเสาร์ เบลเยี่ยม ถล่ม รัสเซีย เจ้าถิ่น 3-0 ที่ เครสตอฟสกี สเตเดี้ยม โรเมลู ลูกากู ยกประตูแรกที่เขาทำได้ เป็นกำลังใจให้กับ คริสเตียน อิริคเซ่น เพื่อนร่วมทีมที่ อินเตอร์ มิลาน ที่มาประสบภาวะหัวใจวายเฉียบพลันระหว่างเกมการแข่งขัน ที่อีกสนาม ซึ่งเตะกันเป็นคู่ก่อนหน้า โดยหลังจากยิงได้เขาวิ่งไปที่กล้องถ่ายทอดสดที่ข้างสนาม พร้อมกับตะโกนว่า &amp;quot;Chris, Chris I love you!&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบลเยี่ยม ประเดิมนัดแรกในกลุ่ม บี ด้วย 3 คะแนนเต็ม ลูกากู ทำไป 2 ลูก น.10, 88 และ โทมัส เมอร์นิเยร์ น.34
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคู่แรกของเมื่อวันเสาร์ เวลส์ เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คริสเตียน อีริคเซ่น, ทีมชาติฟินแลนด์, ทีมชาติเดนมาร์ก, ฟุตบอล, ยูโร 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c62fedb152e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 23:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซาธ์เกตเตือนแม็คไกวร์เสียแดงทำสิงโตพังคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยันว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากทุกคนในแคมป์ทีมชาติอังกฤษอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมเสียท่า แพ้ เดนมาร์ก คาบ้าน ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ คืนสู่สามัญอีกครั้งหลังจากเพิ่งโค่นทีมแรงกิ้งอันดับหนึ่งของโลก อย่าง เบลเยี่ยม มาได้ในนดที่แล้ว แต่เมื่อคตืนวันพุธที่ผ่านมา เสียท่า แพ้ เดนมาร์ก คาบ้านของตัวเอง 1-0 หล่นจากจ่าฝูงของกลุ่มทันที ประตูเดียวที่เกิดขึ้นมาจาก จุดโทษของ คริสเตียน อีริคเซ่น ขณะที่จุดเปลี่ยนของเกม ก็คือการโดนไล่ออกของ แม็คไกวร์ ที่ได้รับ 2 ใบเหลืองในครึ่งแรก นั่นทำให้ เซาธ์เกต ต้องปรับหมากขยับแทคติก และทันทีที่ ทีมโคนม ได้ประตูขึ้นนำ ไม่นานหลังจากที่ แม็คไกวร์ ต้องออกจากเกมไป โอกาสที่ ทีมสิงโตคำราม เจ้าบ้าน จะไล่กลลับมาก็แทบไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เซาธ์เกต ขอกล่าวชมความพยายามของลูกทีม ที่ไม่ยอมยกธงขาวให้กับทีมคู่แข่งง่ายๆ แม้จะตัวผู้เล่นน้อยกว่า และสกอร์ตามหลังอยู่หนึ่งลูก ขณะเดียวกันก็มองว่า เดนมาร์ก ไม่ควรได้จุดโทษ ซึ่งกลายเป็นประตูตัดสินแพ้ชนะในเกมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมภูมิใจมากกับฟอร์มของนักเตะในวันนี้ ผมคิดว่าเราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตอนที่มี 11 คนเท่ากัน เราสร้างปัญหาให้พวกเขาได้ทุกรูปแบบจากการทำเกมทางกราบขวา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโดนไล่ออก ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป แล้วก็จุดโทษ มันเป็น ไคย์ล วอล์คเกอร์ ที่โดนทำฟาวล์ และผมมองไม่เห็นว่าจะมีฝ่ายเราไปทำฟาวล์ตรงไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างน้อยเราก็แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ไม่ย่อท้อ หรือยอมแพ้ง่ายๆ เราแสดงให้เห็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยเมื่อต้องเล่นกันแค่ 10 คน ผู้รักษาประตูของพวกเขาก็เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้พวกเขายังนำอยู่ 1-0 ไปจนจบเกม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงอย่างไรก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึง แม็คไกวร์ คนที่โดนใบเหลืองแดงในนัดนี้ ขณะที่ฟอร์มในช่วงหลังก็ไม่ได้ดี มีข่าวแย่ทั้งในและนอกสนามมา 2-3 เดือน และเสียงวิจารณ์ยิ่งดังขึ้นอีกเมื่อรวมกับความผิดพลาดของเขาในนัดนี้ แต่ เซาธ์เกต ยืนยันว่า ปราการหลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นส่วนสำคัญสำหรับแผนการทำทีมชาติอังกฤษ และเชื่อว่า นักเตะจะแก้ตัวและคืนฟอร์มแกร่งกลับมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใบเหลืองแรก มาจากการเข้าบอลจังหวะที่เขาไม่จำเป็นต้องทำฟาวล์ และมันทำให้เขาเล่นยากขึ้น ใบเหลืองที่สอง คือการเข้าเสียบช้าสองขา ถือว่ารอดยาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากของทีม และมีบทบาทสำคัญที่ต้องทำ เขามีทุกคนสนับสนุนอยู่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว โปรไฟล์ตอนนี้ของเขาเปลี่ยนไปอีกในช่วง 2 ปีหลังเพราะสโมสรที่เขาเล่นให้ ซึ่งก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บวกกับความสำเร็จที่เขามีร่วมกับเรา เชาต้องพยายามต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ยังโดนหลายคนวิจารณ์ที่ไม่ยอมส่ง แจ็ค กรีลิช ลงสนาม แต่ บอสทีมสิงโตคำราม อ้างว่า สาเหตุสำคัญก็เป็นเพราะทีมเหลือผู้เล่น 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจำเป็นต้องในความเร็วทางริมเส้น เมสัน เมาท์ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำได้ดีมากแล้ว พวกเขาช่วยกลับมาป้องกันได้ด้วย และเป็นตัวอันตรายให้กับเราได้ดีในแนดหน้า อย่าง เมสัน ก็เกือบทำสกอร์ได้จากลูกโหม่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดมินิค คัลเวิร์ท ลูวิน กับ เจดอน ซานโช ทำได้ดี แฮร์รี่ เคน เก็บลูกโหม่งได้ทุกครรั้ง และเรียกฟาวล์ได้ ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องได้เซตพีซใกล้เขตโทษ เพียงแต่ใบแดงทำให้ผิดแผนไปอย่างช่วยไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80688</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติเดนมาร์ก, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f8880e7531cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไก่-โคนม&quot;หวั่นอีริคเซ่นเจ็บเรื้อรังส่อวืดชนไอริช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสเตียน อีริคส์เซ่น ส่อวืดนำทีม&amp;quot;โคนม&amp;quot;เดนมาร์ก ทำศึก เนชั่นส์ ลีก เสาร์นี้ หลังนักเตะอาจกำลังมีปัญหาเจ็บเรื้อรังที่ท้อง ท่ามกลางความกังวลของทั้ง เดนมาร์ก และ ท็อตแน่ม ฮ้อตสเปอร์
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังเป็นกังวลกับปัญหาความฟิตของ คริสเตียน อีริคเซ่น สตาร์กองกลางของทีม ตามการเปิดเผยของ ออเก้ ฮอไรเด้ โค้ชทีมชาติเดนมาร์ก&amp;nbsp;โดยมิดฟิลด์วย 26 ไม่ได้ลงเล่นให้ สเปอร์ส นับตั้งแต่ พาทีมบุกไปชนะ ไบรท์ตัน 2-1 เมื่อ 22 กันยายน เนื่องจากมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ซึ่งทาง ฮอไรเด้ คาดว่ามาจากอาการเจ็บที่เรื้อรังมานาน ดังนั้นก็มีแนวโน้มที่ อีริคเซ่น จะไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติ ในนัดที่เจอ สาธารณะรัฐไอร์แลนด์ ที่ กรุงดับลิน วันที่ 13 ตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาการเจ็บทำนองนั้นอาจเป็นเรื้อรังได้ และเป็นเรื่องจริงที่ ท็อตแน่ม ก็รู้สึกกลัวอยู่&amp;quot; ฮอไรเด้ บอสทีมโคนม กล่าว &amp;quot;มันยังไม่แน่ว่าเราจะให้เขาไปดับลินและให้เขาลงเล่นหรือเปล่า ผมไม่คิดว่าท็อตแน่มเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก&amp;quot; หลังจากศึกเนชั่นส์ ลีก กับ ไอร์แลนด์ ทีมชาติเดนมาร์ก จะลงเตะนัดกระชับมิตรต่อกับ ออสเตรีย ที่ เฮอร์นิ่ง ถามว่า อีริคเซ่น จะถูกดร็อปหรือเปล่า ฮอไรเด้ ตอบ &amp;quot;ผมไม่รู้จริงๆ คุณควรไปถามทีมแพทย์ของเรามากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติเดนมาร์ก, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbc8cc477d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไก่-โคนม&quot;หวั่นอีริคเซ่นเจ็บเรื้อรังส่อวืดชนไอริช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสเตียน อีริคส์เซ่น ส่อวืดนำทีม&amp;quot;โคนม&amp;quot;เดนมาร์ก ทำศึก เนชั่นส์ ลีก เสาร์นี้ หลังนักเตะอาจกำลังมีปัญหาเจ็บเรื้อรังที่ท้อง ท่ามกลางความกังวลของทั้ง เดนมาร์ก และ ท็อตแน่ม ฮ้อตสเปอร์
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังเป็นกังวลกับปัญหาความฟิตของ คริสเตียน อีริคเซ่น สตาร์กองกลางของทีม ตามการเปิดเผยของ ออเก้ ฮอไรเด้ โค้ชทีมชาติเดนมาร์ก&amp;nbsp;โดยมิดฟิลด์วย 26 ไม่ได้ลงเล่นให้ สเปอร์ส นับตั้งแต่ พาทีมบุกไปชนะ ไบรท์ตัน 2-1 เมื่อ 22 กันยายน เนื่องจากมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ซึ่งทาง ฮอไรเด้ คาดว่ามาจากอาการเจ็บที่เรื้อรังมานาน ดังนั้นก็มีแนวโน้มที่ อีริคเซ่น จะไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติ ในนัดที่เจอ สาธารณะรัฐไอร์แลนด์ ที่ กรุงดับลิน วันที่ 13 ตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาการเจ็บทำนองนั้นอาจเป็นเรื้อรังได้ และเป็นเรื่องจริงที่ ท็อตแน่ม ก็รู้สึกกลัวอยู่&amp;quot; ฮอไรเด้ บอสทีมโคนม กล่าว &amp;quot;มันยังไม่แน่ว่าเราจะให้เขาไปดับลินและให้เขาลงเล่นหรือเปล่า ผมไม่คิดว่าท็อตแน่มเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก&amp;quot; หลังจากศึกเนชั่นส์ ลีก กับ ไอร์แลนด์ ทีมชาติเดนมาร์ก จะลงเตะนัดกระชับมิตรต่อกับ ออสเตรีย ที่ เฮอร์นิ่ง ถามว่า อีริคเซ่น จะถูกดร็อปหรือเปล่า ฮอไรเด้ ตอบ &amp;quot;ผมไม่รู้จริงๆ คุณควรไปถามทีมแพทย์ของเรามากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติเดนมาร์ก, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbc8cc477d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมากรุก&quot; ดวลโทษโขยกเข้า8ทีมหืดจับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โครเอเชีย ผ่านเข้ารอบควอร์เตอร์ไฟนอล ด้วยการเอาชนะ เดนมาร์ก 3-2 ในการดวลจุดโทษ หลังต่อเวลาพิเศษแล้วยังเสมอกันอยู่ 1-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนยกให้ โครเอเชีย เป็นต่อ แต่ไม่ถึงนาที ก็เจอทีมยักษ์เดนส์เล่นงาน และเสียประตูไปก่อนจากลูกทุ่มไกลของ คนุดเซ่น ก่อนที่ มาเธียส จอร์เกสเซ่น หวดประตูแรกในทีมชาติเข้าไปจากระยะเผาขน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ เดนมาร์ก นำได้ก็เพียงแค่ 3 นาที ทีมตราหมากรุก ตามตีเสมอได้แบบทันควันจาก มานด์ซูคิช ซัดในเขตโทษผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล เข้าไปอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชไมเคิล ยังต้องออกแรงเซฟลูกอันตรายติดๆกันจากลูกยิงของ ราคิติช กับ อันเต เรบิช ขณะที่ เดนมาร์ก มีเพลย์เมกเกอร์ คริสเตียน อีริคเซ่น ยิงเช็ดคานและเสาไปอย่างได้ลุ้นด้วยลูกยิงไกล ช่วงก่อนจบครึ่งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึงหลังต่างฝ่ายต่างก็ยังหาทางเจาะตาข่ายเพิ่มกัไม่ได้ แต่รูปเกม เดนมาร์ก ดูดีกว่า สุดท้ายต้องต่อเวลาพิเศษ เหมือนคู่ก่อนหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกา โมดริช มีโอกาสทองที่จะทำประตูชัยให้ทีมได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลัง เรบิช โดน มาเธียส จอร์เกนเซ่น ทำฟาวล์ล้ม แต่ ชไมเคิล พุ่งเซฟลูกยิงของมิดฟิลด์จากเรอัล มาดริดไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบ 120 นาทียังเสมอกัน 1-1 ต้องดวลจุดโทษชี้ขาดเหมือนคู่ก่อนหน้านี้อีก และขณะที่สกอร์เสมอกันอยู่ 2-2 เป็น ราคิติช ที่ยิงผ่าน ชไมเคิล ที่พุ่งผิดทาง เข้าไป ส่งผลให้ โครเอเชีย ผ่านเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอล ไปแบบหืดจับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติเดนมาร์ก, ทีมชาติโครเอเชีย, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3974a67e8ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 23:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 23:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตราไก่-โคนม&quot;เจ๊าโนสกอร์คู่แรกจูงกันลิ่วน็อคเอาท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ฝรั่งเศส กับ เดนมาร์ก เสมอสกอร์ 0-0 เป็นคู่แรกของทัวร์นาเมนท์ ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแรก กลุ่ม ซี ก่อนจูงมือเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปด้วยกัน ส่วน เปรู ที่แพ้รวดมา 2 นัด เก็บชัยชนะนัดแรกในทัวร์นาเมนท์ ถล่ม ออสเตรเลีย ตกรอบไปด้วยกัน&amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ทีมนำของ กลุ่ม ซี ลอยลำไปก่อนหน้านี้แล้ว ลงเตะแมทช์สุดท้าย มีการพักผู้เล่นสำคัญไปบ้าง ขณะที่ เดนมาร์ก ยังมีสิทธิตกรอบ หาก แพ้ ฝรั่งเศส ในนัดนี้ แล้ว อีกสนาม ออสเตรเลีย สามารถถล่ม เปรู ได้ ซึ่งจะทำให้คะแนนขึ้นมาเท่ากัน และต้องวัดที่ประตูได้เสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฎว่า ฝรั่งเศส ก็ไม่ได้เร่งนักที่จะเอาชัยชนะนัดนี้ให้ได้ ขณะที่ เดนมาร์ก ไม่ได้เป็นรองอะไร จบเกมเสมอกันไป 0-0 ซึ่งเท่ากับว่า เดนมาร์ก เข้ารอบแน่นอนโดยไม่ต้องไปลุ้นผลอีกสนาม ซึ่งก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไรเพราะ เปรู มาเก็บแต้มแรกในทัวรนาเม้นท์นี้ได้สำเร็จ ด้วยการอัด ทีม&amp;quot;ซอคเกอรูส์&amp;quot; ไป 2-0 ตกรอบตามกันไปที่อีกสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปคะแนนกลุ่ม ซี หลังแต่ละทีมเตะครบ 3 นัด ฝรั่งเศส เข้ารอบเป็นที่หนึ่งของสาย มี 7 คะแนน ตามด้วย เดนมาร์ก มี 5 คะแนน ส่วน เปรู กับ ออสเตรเลีย ตกรอบ มี 3 และ 1 คะแนนตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12193</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติออสเตรเลีย, ทีมชาติเดนมาร์ก, ทีมชาติเปรู, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b326a1f8168b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
