<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 23:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เนย์มาร์-ฟีร์มิโน่&quot;พาแซมบ้าดับซ่าจังโก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีม&amp;quot;แซมบ้า&amp;quot;บราซิล ผ่านด่าน &amp;quot;จังโก้&amp;quot;เม็กซิโก เข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอล เวิลด์คัพ 2018 ได้อย่างยากเย็นนัก ชนะไป 2-0 ในเกมรอบ 16 ทีมที่ ซามาร่า เมื่อคืนวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนย์มาร์ ปลดล็อคให้ทีมขึ้นนำ หลังเริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 6 นาที หลังตอกสั้นให้ วิลเลี่ยม หน้าเขตโทษแล้วต่างสปีดคนไปละด้านของประตู มิดฟิลด์จากเชลซีสปีดเข้าไปในเขตโทษทางซ้าย แล้วผ่านบอลไปเสาไกลในกรอบ 6 หลา เนย์มาร์ ที่วิ่งเติมขึ้นทางขวา ชาร์จบอลจ่อๆส่งบอลเข้าประตูโล่งๆไป ในนาทีที่ 51
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น บราซิล ยังเดินหน้าต่อแต่ กีแยร์โม่ โอชัว นายทวารเม็กซิโก ยังไม่ยอมให้ผ่านไปได้ กระทั่ง ติเต้ ตัดสินใจ ส่ง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ลงสนามแทน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก่อนกองหน้าจาก ลิเวอร์พูล ใช้เวลาเพียงนาทีกว่าๆก็มีสกอร์ให้ทีมได้ จากจังหวะโต้กลับ เนย์มาร์ ขี้นบอลทางซ้ายซัดบอลหวังไปเสียบเสาไกล โอชัว แหย่ขาสะกิด แต่บอลยังทะลุไปทางเสาสอง ฟีร์มิโน่ เติมขึ้นมาแปเข้าไป ก่อนหมดเวลา 2 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เม็กซิโก พยายามตอบโต้ ในช่วงเวลาที่เหลือ ต่อเวลา 5 นาที ต่างฝ่ายทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ จบเกม บราซิล ชนะไป 2-0 ผ่านเข้ารอบควอร์เตอร์ไฟนอลได้สำเร็จ ส่วน เม็กซิโก ต้องมาพบกับความผิดหวังในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1994
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12612</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติบราซิล, ทีมชาติเม็กซิโก, ฟุตบอล, เนย์มาร์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a531a72ec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาถรรพ์ยังแรง!แชมป์เก่าร่วงช็อคโลกพ่ายพลังโสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี ก็ยังหนีอาถรรพ์แชมป์เก่าตกรอบแรกไม่ได้ ลงเตะนัดสุดท้าย ขอแค่ชนะ เกาหลีใต้ ก็ยังทำไม่สำเร็จ ซ้ำโดนทีมพลังโสมจากเอเขีย ถล่มหน้ายับกลับบ้านไปด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์ชี้เป็นชี้ตายในกลุ่ม เอฟ ระหว่าง ทีมแชมป์โลกปี 2014 เยอรมนี กับ เกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองทีมต่างยังมีโอกาสที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ แต่เยอรมนีดูจะมีภาษีค่อนข้างดีที่จะเข้ารอบ โดยก่อนเกมรั้งที่สอง ตามหลังเม็กซิโอ จากที่มี 3 แต้มจาก 2 นัด ขณะที่ ทีมโสมขาว รั้งบ๊วยอยู่ มี 0 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สุดท้าย เยอรมนี ก็เหมือนเจออาถรรพ์เล่นงาน ทำยังไงก็เจาะตาข่าย คู่แข่งไม่ได้ เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ข่าวอีกสนาม สวีเดน นำห่าง เม็กซิโก เท่ากับว่า หากจบสกอร์นี้ เยอรมนี จะตกรอบทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คิม ยัง กวอน ได้ส้มหล่นหน้าปากประตู ซัดเสยตาข่ายเข้าไป ไลน์แมนยกธงเป็นล้ำหน้า แต่ผู้ตัดสินเจอประท้วง และได้รับคำแนะนำจากผู้ช่วยให้ไปดู VAR และกลับมาพร้อมการตัดสินให้ เกาหลีใต้ ได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 92
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนี ต้องโหมหนักในช่วง 4 นาทีที่เหลือในช่วงทดเจ็บ โอลิเวอร์ นอยเออร์ เติมขึ้นไปช่วยแล้ว พลาด เกาหลีใต้ วางบอลยาวจากหลังให้ ซอน ฮุง มิน ควบหลุดเดี่ยว แปเข้าประตูโล่งๆไปง่ายดาย ในนาทีที่ 96&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบเกม เกาหลีใต้ สร้างประวัติศาสตร์ ล้มทีมแชมป์โลก ได้ในเวิลด์คัพ ขณะที่ เยอรมนี ตกรอบแบบหมดสภาพ แพ้ทีมจากเอเชีย 2-0 โดยอีกสนาม สวีเดน ถล่ม เม็กซิโก ไป 3-0 ลุดวิก ออกุสตินส์สัน น.50, อันเดรียส กรันควิสต์ จุดโทษ น.62 และ เอ็ดสัน อัลวาเรซ ทำเข้าประตูตัวเอง น.74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป กลุ่ม เอฟ หลังจบ 3 นัด สวีเดน อันดับหนึ่ง มี 6 คะแนนเท่ากับ เม็กซิโก เข้ารอบ 16 ทีมไปด้วยกัน เกาหลีใต้ กับ เยอรมนี มี 3 คะแนนเท่ากัน แต่ทีมอินทรีเหล็ก เป็นทีมบ๊วย เพราะประตูได้เสียติดลบ 2 ลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12271</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติเกาหลีใต้, ทีมชาติเม็กซิโก, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33b9d333b59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 00:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จังโก้จ่อลิ่ว!ชิชาริโต้ซัดประตูที่50ในทีมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีม&amp;quot;จังโก้&amp;quot;เม็กซิโก ใกล้ที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังบดเอาชนะ เกาหลีใต้ ไป 2-1 ในเกมที่ รอสตอฟ เมื่อคืนวันเสาร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส เวล่า สังหารจุดโทษให้ เม็กซิโก ขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 26 ก่อนที่ ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เอร์นันเดซ จะมายิงให้ทีมหนีห่างเป็น 2 ลูก ในนาทีที่ 66 และ เป็นประตูที่ 50 ในทีมชาติของอดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเวลา 5 นาที เกาหลีใต้ มีลุ้นขึ้นมาหลังได้ประตูตีไข่แตกจาก ซอน เฮือง มิน ปั่นสุดงามเสียบตาข่ายเข้าไป ในนาทีที่ 90+3 แต่เวลาเหลือน้อยเกินไป ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เม็กซิโก ชนะไปหวุดหวิด 2-1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11974</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, คาร์ลอส เวล่า, ชิชาริโต้, ซอน เฮือง-มิน, ทีมชาติเกาหลีใต้, ทีมชาติเม็กซิโก, ฟุตบอล, ฮาเวียร์ เอร์นันเดซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2e823222f7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อคถล่มแชมป์โลกเปิดสนามพ่ายจังโก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล็อคถล่มแชมป์โลกพ่ายจังโก้เปิดสนาม
&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี แชมป์เก่าฟุตบอลโลก เสียฟอร์มตั้งแต่แมทช์เปิดสนาม กลุ่ม เอฟ แพ้ทีม&amp;quot;จังโก้&amp;quot;เม็กซิโก ไปแบบล็อคถล่ม เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนี ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ ฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 เริ่มต้นการป้องกันตำแหน่งแชมป์ได้อย่างน่าผิดหวัง ประเดิมแพ้ เม็กซิโก ไป 0-1 จากการทำประตูของ เฮอร์วิง โลซาโน่ ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นไม่นาน เยอรมนี มีโอกาสลุ้นประตูตีเสมอจาก ฟรีคิกของ โทนี่โครส แต่โดนผู้รักษาประตูปัดไปชนคานออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง โจชัว คิมมิค เกือบตีเสมอให้ทีมอินทรีเหล็กได้ด้วยโอเวอร์เฮดคิก แต่บอลข้ามคาน โจอาคิม เลิฟ พยายามแก้เกมเติมตัวรุกเพื่อล่าประตูตีเสมอ ช่วงท้าย แชมป์โลก ได้ลุ้นใกล้เคียงสุด มาริโอ โกเมซ กับ จูเลียน บรันท์ ที่ยิงชนเสาออกไปอีก สุดท้าย เม็กซิโก ที่เน้นโต้กลับ ต้านแชมป์โลกไว้ได้ พร้อมเก็บชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์เหนือทีม เยอรมนี ได้สำเร็จ ส่วน ราฟาเอล มาร์เควซ ของทีมจังโก้ ได้ลงสนามในฟุตบอลโลก เป็นสมัยที่ 5 หลังถูกเปลี่ยนตัวลงช่วยเกมรับในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11557</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติเม็กซิโก, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, เฮอร์วิง โลซาโน่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b269803019cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
