<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 02:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มัทเธอุสฟันธงสิงโตจบเห่ถ้าต้องดวลโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานลูกหนังอินทรีเหล็ก ไม่คิดว่าแฟนๆทีมชาติอังกฤษ จะกลัวอะไรกับการเจอกับ เยอรมนี ในศึกยูโร 2020 เว้นเสียแต่แมทช์นั้นต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษขี้ขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัทเธอุส เคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ นำ เยอรมนีตะวันตก เอาชนะ อังกฤษ ได้ในการดวลจุดโทษ รอบเซมิไฟนอล ศึกเวิลด์ คัพ ปี 1990 และพาทีมเข้าไปชูถ้วยแชมป์ด้วยการคว่ำ อาร์เจนติน่า ในรอบชิงชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ ยังมาอกหักอีกในการดวลจุดโทษกับ ขุนพลนักเตะเยอรมนัน ในศึกยูโร 96 แลพแพ้ในการดวลเป้านิ่งให้กับ โปรตุเกส อีกใน ยูโร 2004 และ ฟุตบอลโลก 2006
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ โคจรมาเจอกับคู่ปรับอย่าง เยอรมนี อีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลยูโร 2020 ครั้งนี้ โดยจะเจอกันที่ เวมบลี่ย์ ในวันอังคารหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัทเธอุส เคยผานศึกฟุตบอลโลก มา 5 ครั้ง และ ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป อีก 4 ครั้ง เชื่อว่า อังกฤษ มีผู้เล่นหลายที่ช่วยคว้าชัยให้ทีได้ แต่คิดว่าอดีตจะต้องกลับมาหลอนทัพสิงโตคำรามอีกแน่หาก เกมระหว่าง อังกฤษกับ เยอรมนี ต่อเวลาแล้วสกอร์ยังเสมอกันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อังกฤษ มีโอกาสชนะ แต่ไม่ใช่ด้วยจุดโทษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าต้องดวลจุดโทษ ผมมั่นใจ เยอรมนี จะชนะแน่ อังกฤษ จะมีโอกาสก็ต้องทำให้ได้ก่อนจบเกม 120 นาทีเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ประกาศพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงในศึกใหญ่ เจอ เยอรมนี ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย รอแค่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ยอมเปิดไฟเขียวให้เท่านั้น หลังจากได้คัมแบ็คแล้วในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลิเวอร์พุล ถูกเปลี่ยนตัวลงเล่นหลังพักครึ่ง ก่อนจะนำ ทีมชาติอังกฤษ บดเอาชนะ สาธารณรัฐเชก ได้ 1-0 เป็นการลงเล่นแมทช์การแข่งขันนัดแรกนับตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ยืนยันว่าเขาพร้อมแล้วที่จะมีชื่อเป็น 11 คนแรก ดวลกับทีมของ โจอาคิม เลิฟ ที่ สนามเวมบลี่ย์ วันอังคารนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่วงที่หนักที่สุดของการเป็นนักกีฬาคือการต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บ ช่วงที่ผ่านมา มันไม่ง่าย แต่ตอนนี้ผมพร้อมมาก มันยอดเยี่ยมที่สุดที่ได้กลับมาลงสนามแข่งขันได้อีกครั้ง และเล่นเกมนั้นเป็นเวลา 45 นาที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีความรู้สึกที่เป็นบวกจริงๆ และหวังอย่างยิ่งว่าผมจะสามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮนเดอร์สัน ยังเผยด้วยว่า เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ได้มีการติดต่อหาเขาแล้ว หลังจากที่ อังกฤษ กับ เยอรมนี ต้องเจอกันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิดฟิลด์ทีมสิงโตคำราม กับ เฮดโค้ชต้นสังกัดชาวเยอรมัน มีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นจากที่ได้ร่วมงานกันที่แอนฟิลด์ และ เฮนเดอร์สัน เสริมต่ออีกว่า &amp;quot;ใช่ เขาส่งข้อความมาให้ หลังจากเสียงนกหวีดจบการแข่งขัน เขาส่งอีโมจิหน้ายิ้มมาให้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน จอร์จินิโอ ไวย์นัลดุม กัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่เพิ่งเซ็นสัญญาย้ายทีมจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ เปแอสเช ในลีกเอิง เมื่อเร็วๆนี้ จะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ยืนหยัดเพื่อความหลากหลาย ด้วยการสวมปลอกแขนสีรุ้ง และจะวอล์คเอาท์ออกจากสนามทันทีหากการกระทำของเขาโดนโห่ไล่อย่างที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ คิลิย็ฮง เอ็มบัปเป้ เคยโดน ในเกมนัดต่อไปที่ ปุสกัส อารีน่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวย์นัลดุม ยืนยันว่าเขาจะสวมปลอกแขนสีรุ้งที่มีคำว่า One Love นำทัพเนเธอร์แลนด์ ในเกมรอบ 16 ทีม ศึกยูโร 2020 เจอกับ สาธารณรัฐเชก ที่ ฮังการี ในวันอาทิตย์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัปตันทีมดัตช์ กล่าวถึง ปลอกแขนดังกล่าว ต้องการพุ่งเป้าไปที่ การผ่านร่างกฎหมายของฮังการี ที่ห้ามไม่ให้ชาวเกย์ มีส่วนร่วมในสื่อการเรียนการสอน ในสถาบันการศึกษา หรือ รายการทีวีโชว์ สำหรับผู้รับขมอายุไม่เกิน 18 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใชแค่ประท้วงฮังการี ปลอกแขนนี้มีความหมายมากเพราะเรายืนหยัดเพื่อความหลากหลาย ความรักหนึ่งเดียว หมายความว่า ทุกคน คือส่วนหนึ่งของมัน และทุกคนควรมีอิสะที่จะเป็นตัวของตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูโร 2020, โลธ่าร์ มัทเธอุส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d629946699b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 22:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;ขู่&quot;สิงโต&quot;ได้เจอ&quot;อินทรีเหล็ก&quot;ของจริงที่เวมบลี่ย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีมชาติอังกฤษ ไม่ต้องเจอกับ แชมป์โลก ฝรั่งเศส หรือ แชมป์ยูโร โปรตุเกส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ต้องไปหักด่านกับทัพอินทรีเหล็ก เยอรมนี ในศึกแรกของรอบน็อคเอาท์ โจอาคิม เลิฟ เตือนทีมสิงโตคำราม ระวังตัว เยอรมนี จะแข็งแกร่งขึ้นแน่และพร้อมสำหรับการเจอกันที่ เวมบลี่ย์ หลังเสมอ ฮังการี ส่งท้าย เข้ารอบมาเป็นที่ 2 ของกลุ่มกรุ๊ปออฟเดธ ขณะที่ ฝรั่งเศส กับ โปรตุเกส เข่นกันไปลงเสมอกันไปด้วยประตูรวม 4 ลูกเหมือนกับอีกสนาม กอดคอกัน 3 ทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้าน สเปน&amp;nbsp; ตบเท้าเข้าน็อคเอาท์เป็นที่หนึงของกลุ่ม อี ตามคาด หลุยส์ เอ็นริเก้ โวสนั่นไม่มีใครอยากเจอทีมกระทิงดุแน่หลังเพิ่งโชว์ฟอร์มถล่ม สโลวะเกีย ยับ 5-0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมชาติเยอรมนี ต้องตามตีเสมอทั้ง 2 ครั้งในเกมกับ ฮังการี และดิ้นเอาหนึ่งแต้มพื่่อเข้ารอบด้วยสกอร์ 2-2 หลังตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 11 จากลูกโหม่งของ อดัม ซาลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไค ฮาเวิร์ตซ์ ข่วยเจ้าถิ่นตีเสมอได้ในชข่วงกลางครึ่งหลัง แต่ อันดราส ชาฟเฟอร์ ก็ช่วยให้ทีมรองบ่อนกลับมาขึ้นนำได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบแบบนี้ เยอรมนี ตกรอบแน่นอน แต่ก่อนหมดเวลา 6 นาที ทีมของ โจอาคิม เลิฟ มาได้ประตูตีเสมอจาก ลีออน โกเร็ตซกา พลิกเข้ารอบเป็นที่ 2 ของสาย เสมอกันไป 2-2 เตะ 3 นัด มี 4 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม เลิฟ เตือน อังกฤษ ว่า ทีมชาติเยอยรมนี ที่พวกเขาจะต้องเจอในวันอังคารหน้าที่สนามเวมบลี่ย์ จะเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นพร้อมขึ้นแตกต่รางจากทีมที่เพิ่งเข้ารอบมาได้หวุดหวิดจาก กลุ่ม เอฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีข้อผิดพลาด แต่เราก็สู้ และแสดงให้เห็นถึงแคแรกเตอร์ของเรา&amp;quot; บอสทีมอินทรีเหล็ก กล่าว &amp;quot;เกมนี้ไม่เหมาะคนที่จิตไม่แข็ง ท้ายที่สุดการเอาตัวรอดจากกลุ่มนี้ได้ คือผลงานที่ดี และนั่นคือเป้าหมายของเราสำหรับรอบแรก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ นัดต่อไปเราเจออังกฤษและเราสามารถเตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้อย่างเหมาะสม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันยังเป็นไฮไลท์สำหรับการไปเล่นที่เวมบลี่ย์ และเจอกับ อังกฤษ ที่เป็นเจ้าถิ่น ทีมในวันนั้นจะแตกต่างจากทีมในวันนี้ ผมให้สัญญา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคู่ในกลุ่มแห่งความตายเหมือนกัน แชมป์ยูโร โปรตุเกส เสมอ ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2-2 โดยนัดนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำประตูขึ้นนำและประตูตีเสมอ พร้อมกับทำสถิติยิงสูงสุดให้กับทีมชาติเท่ากับ อาลี เดอี ตำนานกองหน้าอิหร่าน เป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม เอฟ ด้วยผลเสมอ 2-2 ที่บูดาเปสต์ โดย โปรตุเกส ได้ 2 ประตูจาก คริสเตียโน่ โรนัลดด้ ด้วยการสังหารจุดโทษ ทั้ง 2 ลูก น.30 กับ 60 ขณะที่ ฝรั่งเศส ได้ 2 ประตูจาก คาริม เบนเซมา น.45+2 เป็นจุดโทษ และ น. 47
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบต่อไป แชมป์โลก ฝรั่งเศส จะเข้าไปเจอ สวิตเซอร์แลนด์ ต้นสัปดาห์หน้า ขณะที่ โปรตุเกส งานหนักต้องไปชนกับ เบลเยี่ยม ทีมแรงกิ้งอันดับหนึ่งโลก คืนวันอาทิตย์นี้ ซึ่ง เฟร์นานโด ซานโต ยอมรับว่า ทีมขอตน เสียเปรียบแล้วเพราะมีเวลาพักแค่ 2 วันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าอย่างไร เกมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะเป็นโอกาสสำหรับ โรนัลโด้ ที่จะได้สร้างชื่อให้ตัวเองอีกด้วยการทำสถิติดาวซัลโซสูงสุดในเกมระดับทีมชาติ หลังจากซัดไปแล้ว 109 ประตูเท่ากับเจ้าของสถิติเดิมชาวอิหร่าน อาลี เดอี ด้วย 2 ประตูจากจุดโทษ เมื่อคืนวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลบอล ยูโร 2020 เมื่อคืนวันพุธ กลุ่ม อี สวีเดน ชนะ โปแลนด์ 3-2, สโลวะเกีย แพ้ สเปน 0-5, กลุ่ม เอฟ โปรตุเกส เสมอ ฝรั่งเศส 2-2, เยอรมนี เสมอ ฮังการี 2-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107543</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติฮังการี, ทีมชาติเยอรมนี, ทีมชาติโปรตุเกส, ฟุตบอล, ยูโร 2020, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d49f994261d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 00:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เดส์ช็องป์ส&quot;โอ่เปิดกรุ๊ปออฟเดธสบายเท้า แม้&quot;อินทรีเหล็ก&quot;ปีกหักเพราะทเข้าประตูตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แมตส์ ฮุมเมิลส์ ทำเข้าประตูตัวเอง ช่วยให้ทีมแชมป์โลก ฝรั่งเศส คว้าชัยไปหวุดหวิด 1-0 ในเกมนัดเปิดสนามของตัวเองในกลุ่ม เอฟ กับทีมเจ้าถิ่น เยอรมนี ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อคืนวันอังคาร ขณะที่ ดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส เฮ้ดโค้ชทีมตราไก่ มองว่า ทีมของตน เอาชนะคู่แข่งได้อย่างสบายๆ แม้สกอร์จะต่างกันแค่ลูกเดียวเท่านั้น หลังจากที่ คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ กับ คาริม เบนเซม่า ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ในครึ่งหลัง แต่โดนจับออฟไซด์ ส่วนประตูชัยถือเป็นความดีความชอบของ พอล ป็อกบา ที่คว้า แมนออฟเดอะแมทช์ เป็นประเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ออกสตาร์ท ศึกฟุตบอลยูโร 2020 ได้อย่างยอดเยี่ยม บดเอาชนะ เยอรมนี คู่แข่งในกรุ๊ปออฟเดธที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่โหดที่สุดของการแข่งขัน ได้สมราคาทีมแชมป์โลก แต่ประตูชัยได้มาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ กองหลังอินทรีเหล็กเอง แมตส์ ฮุมเมิลส์ หวดสกัดพลาด ทำให้ให้ลูกเปิดจาก ลูคัส เอร์นานเดส ผ่านตัว มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปตุงตาข่ายตั้งแต่นาทีที่ 20
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ กับ คาริม เบนเซม่า ในครึ่งหลัง ยิงเข้าแต่ไม่ได้ประตูเพราะล้ำหน้า แต่ก็ไม่ได้ส่งผลเสียหายต่อผลการแข่งขันที่ออกมา เพราะลูกเดียวที่เกิดขึ้นจากการทำเข้าประตูตุัวเองของ ฮุมเมิล เพียงพอที่จะทำให้ ฝรั่งเศส เก็บ 3 คะแนนเต็มได้ในเกมแรก ในกลุ่มที่มี โปรตุเกส กับ ฮังการี ร่วมกลุ่มแห่งความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดส์ช็องป์ กล่าว &amp;quot;เราเล่นกันได้อย่างสุดยอดอีกนัด ในการเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากๆ ผมรู้ดีว่า ผู้เล่นของผม จะต้องพร้อม และเราพร้อมเต็มที่สำหรับการต่อสู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้ห่างไกลจากการได้ประตูที่สองของเกมนัก ซึ่งจะช่วยให้เราปลอดภัยมากกว่านี้ แต่เราก็ไม่ได้เล่นลำบากอะไรในครึ่งหลัง เป็นเกมที่เราทำได้ดีมากด้วยคุณภาพและความสามารถของทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอล ป็อกบา ได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์ จากผลงานในนัดนี้ จากการผ่านบอลยาวจากริมเส้นฝั่งขวาที่มีนักเตะอินทรีเหล็กรุมกันข้าเมาหลายคน เปิดขึ้นหน้าข้ามฟากขึ้นไปยังพื้นที่ว่างทางปีกซ้ายให้ เอร์นานเดซ เติมเข้ามาหวดเข้ากลาง ก่อน ฮุมเมิลส์ สกัดบอลผิดเหลี่ยม เข้าประตูตุัวเองไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฟอร์มการเล่นของทีมคือสิ่งที่สำคัญที่สุด&amp;quot; กองกลางจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าว &amp;quot;ปราศจากพวกเขา ผมคงเล่นแบบนี้ไม่ได้ เราทั้งหมดล้วนมีส่วนช่วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราโฟกัสกับหน้าที่ของตัวเราเองในสนาม เรารู้ว่าเราต้องทำผลงานให้สมกับได้ชื่อว่าเป็นทีมแชมป์โลก เมื่อเราตกเป็นฝ่ายรับ ต้องลงไปช่วยกัน และเมื่อเราบุก เราบุกด้วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนอีกคู่ในกรุ๊ป ออฟ เดธ โปรตุเกส ไล่ถล่ม ฮังการี ขาดลอยได้ถึง 3-0 หลังจากที่โดนยันไว้ได้จนเกือบจะจบเกมอยู่แล้ว ได้ รูเบน เกร์เรโร่ พังทำนบได้สำเร็จในนาทีที่ 84 ก่่อนที่ คริสเตียโน่ จะทำให้ทีมได้อีก 2 ประตู น.87 (จุดโทษ) และ น.90+2 และทำให้กองหน้าจากยูเวนตุส กลายเป็นดาวซัลโซสูงสุดของศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หลังกดประตูที่ 10 และ 11 ในทัวร์นาเมนท์นี้ แซงสถิติเดิมของ มิเชล พลาตินี่ ไปเรียบร้อย ที่สนาม ปุสกัส อารีน่า ที่กรุงบูดาเปสต์ เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ พลาตินี่ ยิงได้ทั้งหมด 9 ประตู ในทัวร์นาเมนท์เดียวเท่านั้นในปี 1984 ที่ทีมชาติฝรั่งเศส ได้แชมป์ โรนัลโด้ ใช้เวลามาถึงทัวร์นาเมนท์ที่ 5 ถึงจะทำลายสถิติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลอีกคู่เมื่อคืนวันอังคาร สเปน เตะที่ เอสตาดิโอ เด ลา คาร์ตูฆา เสมอ สวีเดน 0-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106638</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูโร 2020, แมตส์ ฮุมเมิลส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60ca343e70c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;รับวันดับ&quot;อินทรี&quot;เจอกระทิงขวิด 6 ลูก แพ้ครั้งย่อยยับสุด ร่วงศึกเนชั่นส์ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โจอาคิม เลิฟ ยอมรับหาคำอธิบายไม่ได้หลังทีม&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี จู่ๆก็ผิดฟอร์ม บุกไปโดน สเปน ไล่ถล่มย่อยยับ 6-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคาร อดเข้าไปเล่นต่อในรอบ 4 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมของ เลิฟ เหมือนอยู่ในช่วงขาลงแล้ว นับตั้แต่โดนเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกเวิลด์ คัพ ปี 2018 โดยหลังจากนั้น ชนะมาเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นจากทั้งหมด 8 นัดในเกมทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งที่ก่อนลงสนามนัดตัดสินเกมนี้ เยอรมนี รั้งตำแหน่งท็อปของกลุ่ม A4 ได้แล้วหลังจากเอาชนะ ยูเครน มาในแมทช์ก่อนหน้านี้ ขอเพียงแค่เสมอก็จะตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่กลับมาพลาดท่ารั่วไปถึง 3 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ฟอร์มในครึ่งหลังก็ยิ่งเละเทะไปกว่าเดิมจนกู่ไม่กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม&amp;quot; เลิฟ กล่าว หลัง เยอรมนี พบกับความพ่ายแพ้ครั้งยับเยินที่สุดในรอบ 89 ปี และยังเป็นผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุดในแมทช์การแข่งขันจริงของทีมอินทรีเหล็กอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูได้เลย และในการแย่งบอลตัวๆในสนามก็เป็นฝ่ายแพ้หมด นี่มันวันมืดวันดับสำหรับเราชัดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในครึ่งหลัง เราพยายามที่จะเพรสเกมและดันสูงขึ้นเพื่อทำสกอร์ เพื่อกลับมาสู่เกม แต่ สเปน เล่นได้ดีกว่าเรา พวกเขาเร็วกว่าเรามาก และเล่นได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนเกมเราได้คุยกันว่า เราเชื่อมั่นใจผู้เล่นทุกคนในทีม และเรากำลังมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่วันนี้เราได้เห็นว่าเราไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นอย่างที่เราคิดเลยหลังจากไม่กี่เกมก่อนหน้านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์ราน ตอร์เรส กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแฮทริกให้กับทีมเจ้าบ้าน คว้าชัยครั้งถล่มทลายเหนือ แชมป์โลก ปี 2014
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรเมนี เคยแพ้ห่าง 5 ประตูเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในแมทช์การแข่งขันจริง ซึ่งเป็นสมัยที่ยังเป็น เยอรมนีตะวันตก แพ้ให้กับ ฮังการี 8-3 ในศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม ปี 1954 ก่อนจะเจ้าไปล้างตาเอาชนะ ฮังการี ในนัดชิงชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแมทช์ที่ไม่ใช่แมทช์การแข่งขันจริง เยอรมนี เคยแพ้ถึง 6-0 มาแล้ว พลาดให้กับ ออสเตรีย ในเกมกระชับมิตร ปี 1931
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์จ จีนาบรี มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เยอรมนี ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อคืนวันอังคาร กล่าวเพิ่มเติม &amp;quot;ไม่มีอะไรที่เราทำแล้วได้ผลเลยในค่ำคืนนี้ เราไม่สามารถคอนโทรลพวกเขาได้ พวกเขาสมควรที่จะเอาชนะเราได้อย่างที่พวกเขาทำได้แล้วจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สเปนทำทุกอย่างดีไปหมด ขณะที่เราทำอะไรก็ไม่ถูกซักอย่าง เราไม่รู้ว่าในเวลานี้เราเล่นอยู่ในระดับไหนแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่เรื่องปกติที่แพ้ในแมทช์การแข่งขันด้วยการเสียประตูมากมายขนาดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน โทนี่ โครส เพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด ยอมรับหลังเกม &amp;quot;นี่คือหึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งเลวร้ายที่สุดในชีวิตนักฟุตบอล ซึ่งมันเจ็บปวดจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb54ed33ddf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตะ 3 นัดอินทรีเหล็กเพิ่งชนะ บุกเชือดยูเครนศึกเนชั่นส์ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot; เยอรมนี เก็บชัยนะนัดแรก ในศึก เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม A4 ได้แล้ว หลังบุกไปเฉือนชนะ ยูเครน 2-1 ในการแข่งขัน เมื่อคืนวันเสาร์&amp;nbsp; โดยเป็นการชนะนัดแรกใน 3 นัด และยังเป็นชัยชนะนัดแรก จากทั้งหมด 7 นัด ตั้งแต่เริ่มแข่งรายการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทเธียส กินเตอร์ ช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 20 ก่อนที่ ลีออน โกเร็ตสกา โขกให้ทีมอินทรีเหล็กหนีห่างเป็น 2 ลูก หลังกลับมาเล่นในครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูยูเครน จอร์จี บุชชาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัดนี้ โจอาคิม เลิฟ จะพักผู้เล่นตัวหลักจาก บาเยิร์น มิวนิค กับ ไลป์ซิก ไปหลายคน แต่ เยอรมนี ก็ยังเหนือกว่าเยอะมาก อย่างไรก็ตาม จุดโทษชอง รุสลาน มาลินอฟสกี ในนาทีที่ 77 ก็ช่วยให้แฟนบอลเจ้าถิ่น 20,000 คน ที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง แต่ เยอมนี ที่โดนตีเสมอได้มาตลอดทั้ง 3 เกมหลังสุด ก็สามารถรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบเกม และชนะไปหวุดหวิด 2-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน สเปน เปิดบ้านเฉือนชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 มิเกล โอยาร์ซาบาล แท็ปอินเข้าไปในนาทีที่ 14 จากความผิดพลาดของ ยานน์ ซอมเมอร์ ที่จ่ายบอลพลาดมาเข้าทางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจนนำไปสู่การเสียประตูของทีมจากแดนนาฬิกา ชัยชนะนัดนี้ ทำให้ สเปน รั้งตำแหน่งจ่าฝูง กลุ่ม A4 อย่างเหนียวแน่น เตะ 3 นัด มี 7 คะแนน มากกว่า เยอรมนี อันดับ 2 อยู่ 2 แต้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์ต่อไปของกลุ่ม อังคารนี้ ยูเครน จะได้เปิดบ้านรับการไปเยือนของ สเปน ขณะที่ เยอรมนี ที่ปีที่แล้วชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียวในรายการนี้ จะพบ สวิตเซอร์แลนด์ ในเกมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80176</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติยูเครน, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82fb0817b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;โวอินทรีเหล็กคืนความเชื่อมั่นเชือดอัศวินสีสัมถึงถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ประตูชัยจาก นิโก ชูลซ์ ในนาทีที่ 90 ช่วยทีมแชมป์โลก 2014 ออกสตาร์ทศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก ด้วยชัยชนะ บุกสยบ &amp;quot;อัศวินสีส้ม&amp;quot;ฮอลแลนด์ ได้ถึงบ้าน 3-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจอาคิม เลิฟ เฮ้ดโค้ชทีมชาติเยอรมนี ชี้ลูกทีมเอาชนะนัดนี้ได้เพราะไม่สูญเสียคามเชื่อมั่น หลังนำก่อน 2 ลูกแล้วโดนตีเสมอ ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักติดต่อกันมาหลายนัด หลังเกมยังได้กล่าวชมบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมหลังบดจนได้ประตูชัยเฉือนเอาชนะ ฮอลแลนด์ ได้อย่างหวุดหวิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แมทช์นี้ ทีมของ เลิฟ นำห่างได้ก่อนถึง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก จาก ลีรอย ซาเน่ น.15 กับ แซร์จ จีนาบรี น.34 แต่กลับมาครึ่งหลัง เจ้าบ้านตอบโต้คืนและตามตีเสมอได้ในระยะเวลาไม่นานนัก จาก แมทธีส เด ลีกต์ น.48 กับ เมมฟิส เดปาย น.63 แต่สุดท้าย ทีม&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;ก็เป็นฝ่ายบุกคว้าชัยได้ จากลูกยิงของ นิโก ชูลซ์ น.90 จบเกมชนะไป 3-2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ แชมป์โลกปี 2014 ประเดิมเส้นทางศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือกด้วยชัยชนะ และน่าจะช่วยสร้างโมเมนตัมที่ขุนพลอินทรีเหล็กต้องการหลังจากย่ำแย่มาตั้งแต่ 9 เดือนที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เยอรมนี ตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2018 หลังโดน เม็กซิโก ถล่ม 2-0 กลายเป็นแชมป์เก่าอีกทีมที่กระเด็นไปตั้งแต่รอบแรก &amp;quot;ทีมอินทรีเหล็ก&amp;quot;ชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียว และจบอันดับบ๊วยในเนชั่นส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มอีก มีคะแนนเป็นรองทั้ง ฝรั่งเศส กับ ฮอลแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลิฟ ประกาศเมื่อต้นเดือน ว่าเขาจะหั่นนักเตะเก่าทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น โทมัส มุลเลอร์, เชโรม โบอาเต็ง และ แมทส์ ฮุมเมล โดยเกมแรกนับตั้งแต่มีการปรับโผ พวกเขาเสมอ เซอร์เบีย 1-1 เมื่อพุธที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชูลซ์ แบ็คซ้ายจาก ฮอฟเฟนไฮม์ สอดแทรกขึ้นมาเป็นฮีโร่ของทีมในช่วงนี้ หลังจากทำประตูที่สองในนามทีมชาติหลังเล่นให้เยอรมนีมา 6 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ความรู้สึกนั้นมันดีมาก ชัยชนะผลการแข่งขันที่ดีมากสำหรับเราในฐานะทีม ผมใส่ทุกอย่างลงไปที่เท้าขวา และบอลก็พุ่งเข้าไปตุงตาข่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตอนต้นครึ่งแรกเราตั้งรับมากเกินไป ไม่ว่าอย่างไร เราจะได้ความมั่นใจขึ้นมาเยอะแน่จากเกมนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฮอลแลนด์, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c991479bc70c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 23:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กังหันส่ง&quot;ฟานไดค์&quot;คืนหงส์ก่อนบู๊เบลเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กลับ ลิเวอร์พูล แล้วหลังภาระกิจทีมชาติกับ ฮอลแลนด์ เนื่อจากมีปัญหาเจ็บซี่โครง หลังจากเกมล่าสุด ที่ ถล่ม เยอรมนี 3-0 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่ อัมสเตอร์ดัม เมื่อคืนวันเสาร์ ซึ่งนัดนั้น สตาร์ชาวดัตช์ เป็นคนทำประตูแรกของเกมได้ด้วย หลังเกมนั้น โรนัลด์ คูมัน์ บอสทีมชาติฮอลแลนด์ ได้ตัดสินใจส่งเขากลับบ้านก่อนที่จะถึงเกมต่อไปที่จะพบ เบลเยี่ยม ในคืนวันอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหพันธ์ฟุตบอลดัตช์ เผยว่า &amp;quot;หลังจากปรึกษากันแล้ว จึงได้ตัดสินใจว่าจะใช้นักเตะรายนี้เพียงเกมเดียวกับ เยอรมนี&amp;quot; ฟาน ไดค์ เจ็บจากเกมที่เจอ เปแอสเช ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และมามีอาการมากขึ้นในนัดที่เจอกับทีมเก่า เซาแธมป์ตัน ที่ถล่มชนะไป 3-0 อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังได้ลงเล่นเป็นตัวจริงกับ ลิเวอร์พูล ในอีกหลายเกม ไม่ว่าจะเป็นนัดที่เจอ เชลซี, นาโปลี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าใจว่า การส่งตัวกองหลังวัย 27 กลับ เมอร์ซีย์ไซด์ ก็เพียงเพื่อถนอมสภาพร่างกายของนักเตะเท่านั้น ส่วนลิเวอร์พูลจะใช้งานเขาต่อทันทีในเกมกับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ คืนวันเสาร์นี้หรือไม่ ยังต้องรอดูกันไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฮอลแลนด์, ทีมชาติเบลเยี่ยม, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc4c86ded5f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
