<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เซาธ์เกต&quot;โต้ไม่ยอมเปลี่ยนตัวทำ&quot;สิงโต&quot;โดนตีเสมอทดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยันว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ไม่ทำการเปลี่ยนตัวบ้างในช่วงท้าย ก่อนไปเสียท่าโดนตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ อังกฤษ เก็บได้แต้มเดียวในการเยือน โปแลนด์ พร้อมทั้งโดนหยุดสถิติชนะรวด ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กลุ่ม ไอ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ จัดตัวผู้เล่นที่ต่างไปจากชุดเดิมทั้งทีมจากนัดที่ถล่ม อันดอร์ร่า 4-0 เมื่อวันอาทิตย์ ในการเปิดศึกกับทีมแกร่งอย่าง โปแลนด์ ที่ กรุงวอร์ซอว์ แต่ หลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมขึ้นนำได้ นาทีที่ 72 แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่กล้าที่จะส่งตัวสำรองที่ร่างกายสดกว่าลงไปช่วยรับมือทีมเจ้าบ้านที่มีการเปลี่ยนผู้เล่นไป 5 คน สุดท้าย 3 คะแนนในมือก็กระเด็นเหลือแต้มเดียวเท่านั้นหลังโดนตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากลูกโหม่งของ ดาเมียน ไซมาริสกี น.90+2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราควบคุมทุกอย่างได้หมดแล้ว และการส่งผู้เล่นคนอื่นลงไปแทนในช่วงเวลาอย่างนั้นเมื่อทุกคนกำลังโชว์ฟอร์มได้ดีและลื่นไหล อาจทำให้ผู้เล่นที่เพิ่งถูกส่งลงไปใหม่เล่นตามด้วยไม่ง่าย&amp;quot; เซาธ์เกต กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีอยู่ 2 ครั้งที่เราพยายามหาทางเปลี่ยนตัวอยู่เหมือนกัน แต่เรากำลังทำได้ดีแล้ว ไม่มีปัญหา เรากำลังจะเปลี่ยนตัวผู้เล่นทางริมเส้น เพื่อฆ่าเวลา แต่เรามาเสียประตูก่อนที่เราจะส่งพวกเขาลงสนาม นั่นไม่ใช่เวลาที่ดีแล้วที่จะเปลี่ยนตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเหตุการณ์ช่วงท้ายครึ่งแรก ที่ คามิล กลิค เข้าไปยั่ว ไคย์ล วอล์คเกอร์โดยการลูบคางแล้วดึงเครา ซึ่งสร้างความไม่พอใจผู้เล่นของอังกฤษหลายคน แฮร์รี่ แม็คไกร์ โดนใบเหลืองไปพร้อมกับ กลิค ซึ่งจังหวะนี้อาจต้องมีการร้องให้มีการพิจารณาเพิ่มและทบทวนใบเหลืองของกองหลังทีมสิงโตคำราม ที่เข้าไปปกป้องเพื่อนร่วมทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี่ เคน กัปตันทีม กล่าว &amp;quot;มันมีเหตุการณ์ช่วงก่อนพักครึ่ง ที่ต้องมีการรายงานต่อ เอฟเอ พวกเขาจะจัดการดูแลเรื่องนี้ต่อ มันต้องมีการดำเนินการบางอย่าง&amp;nbsp; เรายังไม่มีโอกาสได้ดูฟุตเทจและคุยกับเพื่อนของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เซาธ์เกต ยอมรับว่ารู้สึกเสียดายที่ อังกฤษ ไม่สามารถกดดันทีมเจ้าบ้านจากการครองบอลต่อบอลที่เหนือกว่าแล้วในครี่งหลัง ทั้งที่มีแววว่าจะรักษาสถิติชนะ 100 เปอร์เซนต์ในกลุ่ม ไอ เมื่อ เคน หวดไกลจาก 30 หลา ช่วยทีมขึ้นนำได้ ก่อนไปพลาดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่เรื่องน่ประหลาดใจ เพราะนี่คือเกมที่หนักที่สุดของเราในรอบแบ่งกลุ่ม&amp;quot; เซาธ์เกต กล่าว ซึ่ง อังกฤษ นัดต่อไป จะเจอ ฮังการี กับ อันดอร์ร่า ในเดือนหน้า &amp;quot;ช่วงต้นเกม เราเคลื่อนบอลไปได้ช้า โปแลนด์ กดดันเราได้ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราโดนดักเล่นงานได้ตั้งแต่ในแดนของเราเองหลายครั้ง แต่เราก็ค่อยๆตั้งเกมกลับมาได้ และป้องกันสถานการณ์เหล่านั้นได้ดี หลังเกมผ่านไปได้ครึ่งทางของครึ่งแรก เราเริ่มจับจังหวะเกมได้ดีและกลายเป็นฝ่ายคุมเกมได้มากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถหาจังหวะลุ้นประตูได้จะแจ้ง เว้นเสียแต่ลูกโหม่งของ แฮร์รี่ เคน ที่เสาไกล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในครึ่งหลังเราคอนโทรลเกมไว้ได้แล้ว หากจะมีอะไรตำหนิได้ก็คงเป็นการที่เราไม่สามารถสร้างโอกาสลุ้นประตูอย่างจะแจ้งได้มากพอจกการครองบอลของเรา และเราก็ไม่มีผู้เล่นเข้าไปในเขตโทษมากพอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะที่สกอร์อยู่ที่ 1-0 คุณเสี่ยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนท้าย เราผิดหวังที่ไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนเต็มได้ แต่ผมต้องมองไปที่สิ่งที่นักเตะของเราทำมาตลอด 3 แมทช์นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติโปแลนด์, ฟุตบอ, ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139e79967f15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นริเก้&quot; รับ&quot;กระทิง&quot;หลังพิงฝา เตะ 2 นัดยังชนะไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;กระทิงดุ&amp;quot;สเปน ยังงัดฟอร์มสุดยอดไม่ได้ ทำผลงานได้น่าผิดหวังอีกครั้งในศึกยูโร 2020 เมื่อผ่าน 2 นัดยังชนะใครไม่ได้ เสมอ โปแลนด์ 1-1 ที่ เซวิลล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เล่นงาน สเปน จนแต้มหลุดมือไปในการลงสนามนัดที่ 2 ในกลุ่มอี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกยูโร 2020 นัดสุดท้ายต้องชนะสถานเดียวเพื่อเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน ที่เสมอ สวีเดน มา 0-0 ในนัดแรก ออกสตาร์ทได้เยี่ยมแมทช์ที่สอง เมื่อ อัลบาโร โมราต้า ยิงลูกที่ 20 ในนามทีมชาติได้ ในนาทีที่ 25 เจ้าตัวเข้าไปดีใจกับ เอ็นริเก้ ที่ช่วยปกป้องเขาหลังโดนแฟนบอลโห่เพราะความฝืดในนัดแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในครึ่งหลัง ประสบการณ์ของ เลวานดอฟสกี แสดงให้เห็นด้วยการเอาชนะ เอเมริค ลาปอร์ก กองหลังจาก ซิตี้ ขวิดลูกครอสจาก คามิล จอซเวียค เข้าไปเป็นประตูตีเสมอ นาทีที่ 54
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฆราร์ โมเรโน่ กับ โมราต้า ต้องทำงานหนักกันต่อ แต่โอกาสมาแล้วทำไม่ได้ โมเรโน่ สังหารจุดโทษพลาด โมราต้า ซ้ำแต่ออกไปเยอะ อดีตกองหน้าเชลศี มีโอกาสทำประตูชัยให้ทีมได้อีกในช่วงท้ายจากการซัดระยะใกล้แต่ก็ไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู วอยซีค เซอร์เซสนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราต้า หลังเกม ยอมรับ &amp;quot;เกมสุดท้ายของเรากับ สโลสะเกีย คือเกมนัดชิงชนะเลิศแล้วในตอนนี้ เราปล่อยให้เกมนี้หลุดมือไป ประตูที่ผมทำได้ มีผลแค่เล็กน้อยเท่านั้นเพราะเราไม่ชนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ ให้สัมภาษณ์ &amp;quot;เราเล่นดีกว่าพวกเขา แต่ไม่เพียงพอที่จะชนะเกมนี้ จุดโทษเกิดขึ้นในช่วง
เวลาที่สำคัญ แต่เราก็ไม่สามารถเอาประโยชน์จากมันได้ ไม่มีใครบอกว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่ง่าย เราต้องชนะแมทช์สุดท้ายเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคู่บิ๊กแมทช์ลงสนามก่อนหน้านั้น &amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี โชว์ฟอร์มแกร่ง ไล่ถล่ม โปรตุเกส ไปสบายๆ 4-2 แต่อาจเสียขวัญไปนิดหน่อยในช่วงต้นเกม หลังจากที่ยิงเข้าไปได้อย่างสุดสวยจาก โรบิน โกเซนส์ แต่ไม่ได้ประตูเพราะมีผู้เล่นล้ำหน้า พับสนามบุกโดนสวนทีเดียว เสียประตู คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แปบอลเข้าไปตุงตาข่ายง่ายๆ ในนาทีที่ 15
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกฝ่ายเดียวแต่เสียประตูไปก่อน เล่นเอาทีมอินทรีเหล็กเสียขบวนไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตั้งสมาธิกลับมาได้ และไล่ขย่มต่อจนได้คืน 2 ประตูรวดช่วงปลายครึ่งแรก จากการทำเข้าประตูตัวเองทั้ง 2 ลูก รูเบน ดิอัส น.35 กับ ราฟาเอล เกร์เรโร่ น.39
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลังกลับมาได้ไม่กี่นาที เยอรมนี หนีห่างได้อีก 2 ลูกรวด ไค ฮาเวิร์ตซ น.51 และ โกเซนส์ น.60 จากนั้น โจอาคิม เลิฟ เริ่มพักผู้เล่น และปิดเกมไปได้ไม่ยากเย็น แม้ โปรตุเกส จะได้ประตูคืนไปหนึ่งลูกจาก ดิเอโก โชตา น.67
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบแมทช์ เฟร์นานโด ซานโตส บอสทีมชาติโปรตุเกส บอกว่าเขารู้สึกภาคภูมิใจในความพยายามของลูกทีม ที่สู้จนถึงนาทีสุดท้าย แม้จะยอมรับว่าผิดหวังกับความพ่ายแพ้หมดรูปในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยิ้มได้เพราะความเชื่อมั่นใจทีมที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าจะจบเกมการแข่งขัน พวกเขาสู้กับเยอรมนี และสู้จนหยุดสุดท้ายจริงๆ ผมภูมิใจในตัวพวกเขาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าถ้าเลือกได้ อยากจะเป็นฝ่ายชนะหรือเปล่า คำตอบคือแน่นอนอยู่แล้ว แต่เราต้องภูมิใจกับการต่อสู้ของเราจนถึงที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซานโตส ยังอ้างอีกว่า เขาได้ส่งข้อความไปให้กับนายกรัฐมนตรีเยอรมัน อังเคลา แมร์เคิล หลังจบเกมการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมส่งข้อความให้ แมร์เคิล เพื่อแสดงความยินดีกับเธอ สิ่งสำคัญตอนนี้คือเราต้องทำแบบเดียวกันอีกครั้งในเกมนัดสุดท้ายของเราในรอบแบ่งกลุ่ม คืนวันพุธนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวโปรตุเกส พร้อมเคียงข้างเป็นกำลังใจให้กับทีมชาติในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราต้องเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน และช่วยให้คนรอบข้างเข็มแข็ง เราขึ้นนำ 1-0 แต่จบเกมแพ้ 2-4 มันไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เราต้องการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลอีกคู่ เมื่อคืนวันเสาร์ ฝรั่งเศส ทำได้แค่เสมอ ฮังการี 1-1 โดยทีมแชมป์โลก พลาดท่าโดนไปก่อนในช่วงทดเจ็บครึงแรก จาก ฟิโอลา ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอจาก อองตวน กรีซมันน์ น.66&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107025</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติโปแลนด์, ฟุตบอล, ยูโร 2020, หลุยส์ เอ็นริเก้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf62d5d2ffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นได้แฟร์เพลย์ช่วยเข้ารอบทีมแรก/โคลอมเบียแชมป์กลุ่มเอช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ญี่ปุ่น ที่ก่อนลงสนามนำเป็นจ่าฝูง กลุ่ม เอช ขอเพียงแค่เสมอนัดสุดท้าย ก็จะการันตีการเข้ารอบ จัดการพักตัวไปถึง 6 คน ปรากฎว่า โดน โปแลนด์ ที่ตกรอบแน่นอนไปแล้ว เชือดไป 1-0 แต่ยังโชคดีที่ผลอีกสนามยังเป็นใจ เข้ารอบได้ด้วยคะแนนแฟร์เพลย์ หลังอีกสนาม โคลอมเบีย ชนะ เซเนกัล พลิกทะยานเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ในฐานะแชมป์กลุ่ม เอช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่ซามาร่า อารีน่า โคลอมเบีย เฉือนเอาชนะ เซเนกัล ไปแบบหืดจับ หลัง เสียจุดโทษไปก่อน แต่โชคดีที่ได้ VAR ช่วยไว้ รอดไปหวุดหวิด ก่อนที่ครึ่งหลัง จะมาได้ประตูขึ้นนำจาก เยอร์รี่ มิน่า กองหลังจาก บาร์เซโลน่า โขกลูกเปิดจากคอร์เนอร์ เข้าไป ในนาทีที่ 74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข่าวดีจากอีกสนาม มีประตูเกิดขึ้น โดยเป็น โปแลนด์ ที่ขึ้นนำ ญี่ปุ่น ได้จาก แยน เบดนาเร็ค วอลเลย์เข้าไปในนาทีที่ 59 ซึ่งก็เข้าทาง โคลอมเบีย อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซเนกัล ยังมีลุ้นเข้ารอบ แต่ต้องตีเสมอ ให้ได้ ซึ่งก็จะทำให้พวกเขาเข้าเป็นที่หนึ่งของสายได้ ไปพร้อมกับ โคลอมเบีย ที่มีประตูได้เสียดีกว่า ญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สุดท้าย เซเนกัล ตามตีเสมอไม่สำเร็จ แพ้ โคลอมเบีย ไป 0-1 ขณะที่ ญี่ปุ่นก็แพ้ โปแลนด์ ไปด้วยสกอร์เดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปกลุ่ม เอช โคลอมเบีย ที่เดิมอยู่อันดับ 3 ผงาดขึ้นมาเป็นแชมป์กลุ่ม เอช ญี่ปุ่น กับ เซเนกัล มี 4 คะแนนเท่ากัน ประตูได้เท่ากันคือ 4 ประตูเสียเท่ากัน 4 ประตูได้เสียเท่ากัน เป็น 0 ต้องไปวัดที่แฟร์เพลย์ และ เป็นญี่ปุ่น ที่ได้ไปต่อในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ไป 4 ใบเหลือง น้อยกว่าทาง เซเนกัล ที่เก็บไป 6 เหลือง เซเนกัล ตกรอบตาม โปแลนด์ ไปในกลุ่มนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 16 ทีมเข้ารอบ ได้แก่ อุรุกวัย, รัสเซีย, สเปน, โปรตุเกส, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก, โครเอเชีย, อาร์เจนติน่า, บราซิล, สวิตเซอร์แลนด์, สวีเดน, เม็กซิโก, อังกฤษ, เบลเยี่ยม, โคลอมเบีย และ ญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12336</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติญี่ปุ่น, ทีมชาติเซเนกัล, ทีมชาติโคลอมเบีย, ทีมชาติโปแลนด์, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b350d4f7909f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โค้ชโปลส่อโดนตะเพิดหลังเจอโคลอมเบียยิงยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

โปแลนด์ เตะ 2 นัด แพ้รวด ล่าสุด โดน โคลอมเบีย ที่แมทช์เปิดสนามแพ้มาเหมือนกัน จัดหนัก ถล่มยับ 3-0 ในการลงนัดที่สองของทีม ในกลุ่ม เอช คู่ดึก คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาเมส โรดริเกซ เปิดบอลให้ แยร์รี่ มิน่า กองหลังเพื่อนร่วมทีม โขกเบิกสกอร์แรก ให้ โคลอมเบีย ขึ้นนำใน นาทีที่ 40 จากนั้น ครึ่งหลัง ราดาเมล ฟัลเกา ซัดประตูที่สองของทีม จากการวางบอลมาให้อย่างสุดสวยของ ฮวน กินเตโร่ ก่อนที่ ฮวน กวาดราโด จะมายิงประตูย้ำชัยชนะ 3-0 ก่อนหมดเวลา 5 นาที โรดริเกซ ทำแอสซิสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคลอมเบีย ระเบิดฟอร์มแก้ตัวหลังแพ้ ญี่ปุ่น มาในนัดเปิดสนามได้สำเร็จ ขณะที่ โปแลนด์ แย่กว่านัดที่พ่ายต่อ เซเนกัล ลงไปอีก หลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ อดัม นาวัลกา โค้ชโปลวัย 60 มีหวังถูกเชือดพ้นตำแหน่ง ซึ่งเจ้าตัวก็พอรู้สถานการณ์ของตัวเองดี แม้แต่นักข่าวยังถามตรงๆหลังเกมว่า &amp;quot;เขาจะลาออกหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ คามิล กลิค นักเตะในทีมก็ยังปฏิเสธที่จะปกป้องโค้ช &amp;quot;เราไม่ได้มีแผนอะไรเลย และเมื่อเราตกเป็นฝ่ายตามหลัง เราก็ไม่ได้ปรับแผนสู้เพื่อที่จะคัมแบ็ค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12039</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติโคลอมเบีย, ทีมชาติโปแลนด์, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b304e214c896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 02:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 02:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สิงโตแห่งเตรังก้า&quot;สตาร์ทดุ!ตะปบ&quot;โปล&quot;เสียฟอร์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;สิงโตแห่งเตรังก้า&amp;quot; ทีมชาติ เซเนกัล ที่เคยช็อคโลกคว่ำทีมแชมป์โลก ฝรั่งเศส ในนัดเปิดสนาม เวิลด์คัพ ปี 2002 ทำผลงานได้เหนือความคาดหมายได้อีกใน เวิลด์ คัพ ที่ รัสเซีย เมื่อ ออกสตาร์ทด้วยการล้มทีมชาติโปแลนด์ได้หวุดหวิด 2-1 เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซเนกัล ขึ้นนำหลังเกมผ่านไปได้ 37 นาที จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ติอาโก ซิโอเน็ค หลังลูกยิงของ อิดริสซา กานา เกย์ ที่เหมือนจะไม่ตรงกรอบแล้ว ไปแฉลบข้อเท้าของเขา เปลี่ยนทางเข้ามาประตูตัวเอง หมดปัญญา ผู้รักษาประตู วอยซีค เซอร์เซสนี จะเซฟทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง โปแลนด์ มาเสียฟอร์มอีกจากการผิดพลาดในแนวรับ ที่ไม่ทันระวัง เอ็มเบ นีย็อง ที่เจ็บแล้วเพิ่งได้รับอนุญาติให้กลับเข้ามาในสนามพอดี เกอร์เซกอร์ซ ไครโชเวียค ลอฟท์บอลคืนหลัง นีย็อง สปีดจากริมเส้นทันที เซอร์เซสนี่ วิ่งสวนออกมาเพื่อเคลียร์บอลทิ้งแต่ นีย็อง ไวกว่า ฉกบอลไปยิงใส่ตาข่ายโล่งๆให้ ทีมจากแอฟริกาทำสกอร์หนีไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 60 ท่ามกลางเสียงประท้วงของทาง โปแลนด์ แต่ไม่เป็นผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์ พยายามบุกหนักเพื่อกลับมาสู่เกมให้ได้ แต่กว่าประตูตีไข่แตกจะมาก็เข้าสู่ช่วง 4 นาทีสุดท้ายไปแล้ว จาก ลูกโหม่งของ ไครโชเวียค จบเกม ทีมอันดับ 8 ของโลก ที่มีดาวยิงตัวเก่งของยุโรปอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จะพ่ายในนัดเปิดสนามของตัวเองที่มอสโกไป 2-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11716</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติเซเนกัล, ทีมชาติโปแลนด์, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29527f0210c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลวานฯฟอร์มดุส่งท้ายเกมวอร์มอัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฟอร์มเยี่ยมก่อนเข้าสู่ศึกเวิลด์ คัพ ที่รัสเซีย หลังจัดไป 2 ประตู นำทีมชาติโปแลนด์ เตะอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ถล่ม ลิธัวเนีย 4-0 ที่กรุงวอร์ซอว์ เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์ นัดนี้ ขึ้นนำเร็ว เพียงแค่ 19 นาทีก็ได้เฮแล้วจาก เลวานดอฟสกี กองหน้าบาเยิร์น ที่รีดฟอร์มได้ถูกเวลาก่อนบอลโลกครั้งแรกของเขา จากนั้น หัวหอกวัย 29 ยังมาทำประตูที่สองของตนเองหลังเกมผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงจากฟรีคิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดัม นาวาลกา โค้ชทีมชาติโปแลนด์ ตัดสินใจพัก เลวานดอฟสกี ตอนพักครึ่ง แต่ทีมก็ยังมีสกอร์เพิ่มในครึ่งหลัง จาก คาวนัคกี จากซามพ์โดเรีย ในนาทีที่ 74 และ บลาซีคอฟสกี ในอีก 10 นาทีถัดมาจากจุดโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์ จะออกสตาร์ทเกมแรกในกลุ่ม เอช ที่มอสโก ด้วยเกมกับ เซเนกัล วันที่ 19 มิ.ย. ก่อนเจอ โคลอมเบีย กับ ญ๊่ปุ่น ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติกระชับมิตร, ทีมชาติโปแลนด์, พรีเวิลด์คัพ 2018, ฟุตบอล, ลิธัวเนีย, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b214e4020850.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปแลนด์-อุรุกวัย อันดับโลกขึ้น ตำนานอินทรีเหล็กรับเต็งหนึ่งฟอร์มน่าเป็นห่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ผลการแข่งขันในแมทช์กระชับมิตร &amp;quot;พรีฟีฟ่าเวิลด์คัพ รัสเซีย 2018&amp;quot; หลายแมทช์ก่อนหน้านี้ มีผลต่อการจัดอันดับโลกของ ฟีฟ่า/โคคา-โคลา เวิลด์ แรงกิ้ง ล่าสุด แต่ทีมชาติในกลุ่มหัวแถว ยังไม่เปลี่ยนหน้า เยอรมนี ยังคงรั้งอันดับหนึ่งเช่นเดิม บราซิล รั้งที่ 2 ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่สองทีมที่ได้ไป รัสเซีย คือ โปแลนด์ กับ อุรุกวัย เป็น 2 ทีมในกลุ่มท็อปทเวนตี้ ที่มีอันดับสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์ ที่อยู่ในกลุ่ม เอช ล่าสุด ขยับขึ้นรั้งอันดับ 8 ในฟีฟ่า/โคคา-โคลา เวิลด์ แรงกิ้ง โดยอันดับสูงขึ้น 2 อันดับ ขณะที่ อุรุกวัย ในกลุ่ม เอ กลุ่มเดียวกับ เจ้าภาพรัสเซีย รั้งที่ 14 เพิ่มขึ้น 3 อันดับ แต่ยังไม่มีทีมไหนแทรกเข้าไปเป็นทีมหน้าใหม่ในกลุ่มท็อปเทนได้ เช่นกันทีมในกลุ่มท็อปเทนก็ยังมีทีมไหนหลุดออกไปจาก 10 อันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลส์ ที่ไม่ได้ไปเวิลด์ คัพ ที่รัสเซีย เข้ามาติดในกลุ่ม 20 ทีมท็อปของโลกแล้ว หลังขยับขึ้น 3 อันดับ รั้งที่ 18 ส่วนทีมล่างลงไป ที่มีอันดับดีขึ้นก็ได้แก่ เอล ซัลวาดอร์, อาเซอร์ไบจัน, นิวซีแลนด์, โคโซโว และ ปาปัว นิว กีนี เช่นเดียวกับ ซีเรีย, เลบานอน, และ ยิบรอลตาร์ โดยทีมที่ได้เลื่อนอันดับขึ้นมากสุด เป็น อาเซอร์ไบจัน อันดับสูงขึ้น 21 อันดับ รั้งที่ 105
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทีมที่ไม่เป็นปลื้มกับการจัดอันดับโลกล่าสุด คือ สเปน ที่ร่วงลง 2 อันดับ รั้งที่ 10 ซึ่งก็เป็นการสลับตำแหน่งกับ โปแลนด์ ส่วน ตูนิเซีย หล่นไป 7 อันดับ รั้งที่ 21 และ&amp;nbsp; เติร์กส์ แอนด์ ไคคอส ไอส์แลนด์ส หล่นไป 4 อันดับ รั้งที่ 206 จมบ๊วยของตาราง มี 0 คะแนน เท่า อังกีย่า, บาฮามาส, เอริเทรีย, โซมาเลีย และ ตองก้า ขณะที่ทีมที่อันดับร่วงมากสุดคือ กูยานา หล่นถึง 18 อันดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ เยอรมนี แชมป์เก่า ที่มีเป้าหมายคือเป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลกได้เป็นทีมแรก ต่อจาก บราซิล ที่เคยทำได้ในปี 1958 และ 1962 เพื่อติดดาวดวงที่ 5 บนอกเสื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนยังเชื่อมั่นว่า ทีมอินทรีเหล็ก มีโอกาส แม้ระยะหลังผลงานจะค่อนข้างแย่ 5 เกมหลังสุดยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทมัส แบร์โธลด์ หนึ่งในขุนพลอินทรีเหล็ก ชุดแชมป์โลก ปี 1990 กล่าว &amp;quot;เราพร้อมเสมอเมื่อถึงเกมใหญ่และทัวร์นาเมนท์สำคัญ เมื่อคุณมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์เวิลด์คัพ มี 3 ชาติ คือ บราซิล, อิตาลี และ เรา ที่คว้าแชมป์รายการนี้มากสุด รวมกันแล้วมากถึง 13 สมัย ผมไม่คิดว่าจะมีทีมใดผ่านเข้าถึงรอบเซมิไฟนอลได้บ่อยเท่าเยอรมนี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ เยอรมนี จะมีสถิติค่อนข้างดี แต่ แบร์โธลด์ เหมือนจะทำใจไว้เหมือนกันว่าครั้งนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด &amp;quot;เราไม่ถึงกับเป็นทีมเต็งแชมป์อย่างชัดเจนนัก ฝรั่งเศส, บราซิล และ สเปน ช่วงนี้ฟอร์มถือว่าเหนือเรา และ อาร์เจนติน่า ก็อาจเป็นม้ามืดสำหรับทัวร์นาเม้นท์หนนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10915</URL_LINK>
                <HASHTAG>IMDลดอันดับการแข่งขัน, กีฬา, ทีมชาติอุรุกวัย, ทีมชาติเยอรมนี, ทีมชาติโปแลนด์, ฟีฟ่าแรงกิ้ง, ฟุตบอลโลก 2018, โทมัส แบร์โธลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b193d0a4a050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
