<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 23:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 23:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฟเด้นกด 2 ประตู ขอบคุณเซาธ์เกต คืนตัวจริงทีมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ฟิล โฟเดน โชว์ฟอร์มเปรี้ยงประเดิมการกลับมายืนตัวจริงในทีมชาตินัดแรกนับตั้งแต่เดือน กันยายน ทำไป 2 ประตู ที่เวมบลีย์ กับอีกหนึ่งแอสซิสต์ ถล่ม ไอซ์แลนด์ กระจุย เมื่อคืนวันพุธ เจ้าตัวยอมรับว่าก่อนเกมเขาอยากได้ความเชื่อมั่นจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต บอสสิงโตคำราม เพื่อลืมความผิดพลาดที่แหกกฎโควิดเมื่อ 2 เดือนก่อน ขณะที่บอสทีมสิงโตคำราม รู้สึกยินดีและดีใจที่ได้เห็น มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากทีมเรือใบสีฟ้า มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยมให้เห็นในการคัมแบ็คตัวริงนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิล โฟเดน มิดฟิลด์จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัย 20 ปี กับอีก 174 วันที่สามารถยิงได้ 2 ประตูในนัดเดียวให้ทีมชาติอังกฤษ ในสนามกีฬาแห่งชาติ นอกจากนั้นแล้วยังทำแอสซิสต์ได้อีกหสึ่ง ให้ เดแคลน ไรซ์ ทำประตูได้ ในชัยชนะเหนือ ไอซ์แลนด์ 4-0 โดยอีกหนึ่งประตูเป็นผลงานของ เมสัน เมาท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมระหว่าง อังกฤษ กับ ไอซ์แลนด์ ที่เวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เป็นค่ำคืนของดาวรุ่งที่พากันโชว์ฟอร์มทำผลงานกันอย่างเต็มที่ แต่ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่า โฟเด้น กองกลางจากทีม&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยโดนลงโทษแบนจากทีมชาติไปเมื่อเดือนที่แล้วสำหรับการฝ่าฝืนมาตรการโคโรน่าไวรัส พร้อมๆกับ เมสัน กรีนวูด ระหว่างการเยือน ไอซ์แลนด์ เมื่อเดือน กันยายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม โฟเด้น ยอมรับรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่สามารถตอบแทนความเชื่อมั่นของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของผม ผมต้องพูดอย่างนั้น&amp;quot; โฟเด้น กล่าว &amp;quot;นั่นคือเวลาที่คุณต้องการความเชื่อมั่นใจากผู้จัดการทีมของคุณ และ แกเร็ธ ก็ให้เกียรติผม และให้ผมลงสนาม เขาเชื่อมั่นในตัวผม มันหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ผมมีความสุขมากที่ได้ตอบแทนความไว้วางใจของเจาด้วยการทำประตูและการเล่นด้วยฟอร์มที่ดีมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมตั้งใจมากที่จะกลับมาโชว์ฟอร์มในนัดนี้ ด้วยการทำให้ดีที่สุดเท่าาที่ผมจะทำได้ ผมรู้สึกคื่นสนามเล็กน้อย แต่ผมสนุกกับมันมากๆ ประตูแรกๆของผมกับทีมชาติ มีความหมาอย่างมากสำหรับผม ผมแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ มันเป็นความารู้สึกที่เหลือเชื่อ เมื่อคุณทำประตูได้ ความมั่นใจของคุณก็สูงขึ้น ลูกที่สองผมจบสกอร์ได้เยี่ยมจากนอกเขตโทษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ส่งเขาลงเป็นตัวำสรองในเกมนัดก่อนกับ สาธารณรรัฐไอร์แลนด์ เมื่อพฤหัสฯที่แล้ว และเขารู้สึกว่าโปรแกรมลงสนามนัดนี้ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะปลดปล่อยเขาลงไปโชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ตั้งแต่นาทีแรกของเกมการแข่งขัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมให้เวลาเขาสองสามวันเพื่อผ่อนคลาย สิ่งที่เขาเจอก่อนหน้านี้อาจหนักสำหรับนักเตะที่อายุยังน้อยอย่างเขา แต่ในช่วง 2-3 มานี้เขาเริ่มยิ้มได้ เขาก็ยินดีกับเขาด้วย เรารู้ว่าเขาสามารถทำอะไรได้ เขาจะเป็นผู้เล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับทีมชาติอังกฤษในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟิล โฟเดน, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb6a32d4d769.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 01:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 01:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซาธ์เกตรับเป็นบทเรียนสิงโตชนะโชคช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกเร็ธ เซาธ์เกต บอสทีมสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ ชำแหละแต่ละตำแหน่งที่ทีมจะต้องเร่งแก้ไขให้ดีขึ้นโดยด่วน พร้อมย้ำถึงสิ่งที่เขาไม่ต้องการเห็นอีกในเกมต่อๆไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ ออกสตาร์ทศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ด้วยการบุกไปเอาชนะ ไอซ์แลนด์ ได้หวุดหวิด 1-0 เมื่อคืนวันจันทร์ แต่โอกาสุ้นประตูแบบจะแจ้งของทีมสิงโตคำรามในเกมนี้แทบไม่มีให้เห็น และเกมเกือบต้องจบลงด้วยผลเสมอหากไม่เพราะได้ ราฮีม สเตอร์ลิง สังหารจุดโทษพาทีมคว้าชัยหวุดหวิดในช่วงท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอซ์แลนด์ เกือบเก็บผลเสมอได้เหมือนกันหลังจากได้จุดโทษของตัวเองบ้าง แต่ก็พลาดเองเมื่อยิงข้ามคานออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต กล่าวหลังเกม &amp;quot;เราออกสตาร์ทได้ดีแล้ว เราเล่นได้ดีมากอยู่เป็นเวลา 20 นาที แต่ประตูที่เรายิงเข้าไปได้แต่กลายเป็นลูกออฟไซด์ ผมคิดว่าประตูนั้นเราสมควรได้ มันมีผลต่อสภาพจิตใจของนักเตะมากทีเดียวหลังจากนั้น ครึ่งหลังเราทำได้ดี แต่พอเข้าพื้นที่สุดท้ายก็เหมือนหมดมุข การโดนไล่ออกคือจุดสำคัญ มันยากที่จะเอาชนคู่แข่งได้ไม่ว่าจะเป็นเกมไหน เมื่อคุณเหลือผุ้เล่นแค่ 10 คน บทเรียนนี้เราต้องจำ มันเป็นใบแดงที่ไม่จำเป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไคย์ล วอล์คเกอร์ โดนไล่ออกในนาทีที่ 70 ก่อนที่อังกฤษจะมาได้ประตูชัยจากจุดโทษของ สเตอร์ลิง นาทีที่ 90+1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ นอร์ธ มาซิโดเนีย ชนะ อาร์เมเนีย 2-1, ยิบรอลตาร์ ชนะ ซาน มารีโน่ 1-0, อาเซอร์ไบจัน แพ้ ลักเซมเบิร์ก 1-2, ไซปรัส แพ้ มอนเตเนโกร 0-2, เอสโตเนีย แพ้ จอร์เจีย 0-1, โปรตุเกส ชนะ โครเอเชีย 4-1, สวีเดน แพ้ ฝรั่งเศส 0-1 และ เดนมาร์ก แพ้ เบลเยี่ยม 0-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5527342f05c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าขาวคืนชีพได้&quot;เมสซี่-โรโฮ&quot;/หมากรุกช่วยโขกไอซ์ฯร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;ฟ้าขาว&amp;quot;อาร์เจนติน่า ฮึดเข้ารอบด้วยชัยชนะในนัดชี้เป็นชี้ตายอีกครั้ง หลังได้ มาร์กอส โรโฮ กองหลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วอลเลย์เข้าไปเป็นประตูดับ ไนจีเรีย อย่างสุดสวย ในช่วงก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที ขณะที่อีกสนาม ผลก็เป็นใจ เมื่อ โครเอเชีย ทีมแชมป์กลุ่ม เล่นเพื่อชนะ บด ไอซ์แลนด์ ด้วยสกอร์หวุดหวิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า หลังพิงฝา ต้องชนะเท่านั้นในการลงเตะนัดสุดท้ายของรอบแรก พร้อมกับลุ้นผลการแข่งขันอีกสนาม ปรากฎว่า เริ่มเล่นไปได้ 14 &amp;nbsp;นาทีก็ได้ประตูขึ้นนำ จาก ลิโอเนล เมสซี่ แต่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้แค่ 4 นาที ก็โดนตีเสมอ จาก วิคเตอร์ โมเสส หากจบสกอร์นี้ ทีมฟ้าขาว ที่แพ้มาก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เกม ตกรอบทันที เพราะ ไนจีเรีย ตุน 3 แต้มมาก่อนแล้วจากที่ชนะได้หนึ่งนัด แต่ช่วงท้าย อาร์เจนติน่า ที่่อาการร่อแร่จะตกรอบแรกเต็มที ก็มาได้ประตูชัยจาก มาร์กอส โรโฮ วอลเล่ย์เข้าไปอย่างสุดสวย ก่อนหมดเวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีกสนาม ผลก็เป็นใจ เมื่อ โครเอเชีย เล่นเต็มที่ เอาชนะ ไอซ์แลนด์ ที่มีหนึ่งแต้มก่อนลงสนาม ไปหวุดหวิด 2-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่า ในกลุ่ม ดี โครเอเชีย ชนะรวด มี 9 คะแนน เข้ารอบเป็นที่หนึ่ง ตามด้วย อาร์เจนติน่า มี 4 คะแนน ส่วน ไนจีเรีย มี 3 คะแนน และ ไอซ์แลนด์ มีคะแนนเดียว ตกรอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12198</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ทีมชาติโครเอเชีย, ทีมชาติไนจีเรีย, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟุตบอล, มาร์กอส โรโฮ, ลิโอเนล เมสซี่, วิคเตอร์ โมเสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b32d7bdc9fb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าขาวคืนชีพได้&quot;เมสซี่-โรโฮ&quot;/หมากรุกช่วยโขกไอซ์ฯร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;ฟ้าขาว&amp;quot;อาร์เจนติน่า ฮึดเข้ารอบด้วยชัยชนะในนัดชี้เป็นชี้ตายอีกครั้ง หลังได้ มาร์กอส โรโฮ กองหลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วอลเลย์เข้าไปเป็นประตูดับ ไนจีเรีย อย่างสุดสวย ในช่วงก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที ขณะที่อีกสนาม ผลก็เป็นใจ เมื่อ โครเอเชีย ทีมแชมป์กลุ่ม เล่นเพื่อชนะ บด ไอซ์แลนด์ ด้วยสกอร์หวุดหวิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า หลังพิงฝา ต้องชนะเท่านั้นในการลงเตะนัดสุดท้ายของรอบแรก พร้อมกับลุ้นผลการแข่งขันอีกสนาม ปรากฎว่า เริ่มเล่นไปได้ 14 &amp;nbsp;นาทีก็ได้ประตูขึ้นนำ จาก ลิโอเนล เมสซี่ แต่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้แค่ 4 นาที ก็โดนตีเสมอ จาก วิคเตอร์ โมเสส หากจบสกอร์นี้ ทีมฟ้าขาว ที่แพ้มาก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เกม ตกรอบทันที เพราะ ไนจีเรีย ตุน 3 แต้มมาก่อนแล้วจากที่ชนะได้หนึ่งนัด แต่ช่วงท้าย อาร์เจนติน่า ที่่อาการร่อแร่จะตกรอบแรกเต็มที ก็มาได้ประตูชัยจาก มาร์กอส โรโฮ วอลเล่ย์เข้าไปอย่างสุดสวย ก่อนหมดเวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีกสนาม ผลก็เป็นใจ เมื่อ โครเอเชีย เล่นเต็มที่ เอาชนะ ไอซ์แลนด์ ที่มีหนึ่งแต้มก่อนลงสนาม ไปหวุดหวิด 2-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่า ในกลุ่ม ดี โครเอเชีย ชนะรวด มี 9 คะแนน เข้ารอบเป็นที่หนึ่ง ตามด้วย อาร์เจนติน่า มี 4 คะแนน ส่วน ไนจีเรีย มี 3 คะแนน และ ไอซ์แลนด์ มีคะแนนเดียว ตกรอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12197</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ทีมชาติโครเอเชีย, ทีมชาติไนจีเรีย, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟุตบอล, มาร์กอส โรโฮ, ลิโอเนล เมสซี่, วิคเตอร์ โมเสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b32d7bdc9fb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าขาวคืนชีพได้&quot;เมสซี่-โรโฮ&quot;/หมากรุกช่วยโขกไอซ์ฯร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;ฟ้าขาว&amp;quot;อาร์เจนติน่า ฮึดเข้ารอบด้วยชัยชนะในนัดชี้เป็นชี้ตายอีกครั้ง หลังได้ มาร์กอส โรโฮ กองหลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วอลเลย์เข้าไปเป็นประตูดับ ไนจีเรีย อย่างสุดสวย ในช่วงก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที ขณะที่อีกสนาม ผลก็เป็นใจ เมื่อ โครเอเชีย ทีมแชมป์กลุ่ม เล่นเพื่อชนะ บด ไอซ์แลนด์ ด้วยสกอร์หวุดหวิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า หลังพิงฝา ต้องชนะเท่านั้นในการลงเตะนัดสุดท้ายของรอบแรก พร้อมกับลุ้นผลการแข่งขันอีกสนาม ปรากฎว่า เริ่มเล่นไปได้ 14 &amp;nbsp;นาทีก็ได้ประตูขึ้นนำ จาก ลิโอเนล เมสซี่ แต่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้แค่ 4 นาที ก็โดนตีเสมอ จาก วิคเตอร์ โมเสส หากจบสกอร์นี้ ทีมฟ้าขาว ที่แพ้มาก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เกม ตกรอบทันที เพราะ ไนจีเรีย ตุน 3 แต้มมาก่อนแล้วจากที่ชนะได้หนึ่งนัด แต่ช่วงท้าย อาร์เจนติน่า ที่่อาการร่อแร่จะตกรอบแรกเต็มที ก็มาได้ประตูชัยจาก มาร์กอส โรโฮ วอลเล่ย์เข้าไปอย่างสุดสวย ก่อนหมดเวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีกสนาม ผลก็เป็นใจ เมื่อ โครเอเชีย เล่นเต็มที่ เอาชนะ ไอซ์แลนด์ ที่มีหนึ่งแต้มก่อนลงสนาม ไปหวุดหวิด 2-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่า ในกลุ่ม ดี โครเอเชีย ชนะรวด มี 9 คะแนน เข้ารอบเป็นที่หนึ่ง ตามด้วย อาร์เจนติน่า มี 4 คะแนน ส่วน ไนจีเรีย มี 3 คะแนน และ ไอซ์แลนด์ มีคะแนนเดียว ตกรอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12196</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ทีมชาติโครเอเชีย, ทีมชาติไนจีเรีย, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟุตบอล, มาร์กอส โรโฮ, ลิโอเนล เมสซี่, วิคเตอร์ โมเสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b32d7bdc9fb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 00:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 00:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอกเลสเตอร์ซัด2นำอินทรีมรกตถล่มไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ไนจีเรีย ที่แพ้มาในนัดแรก ขยับขึ้นรั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม ดี ถล่ม ไอซ์แลนด์ 2-0 เมื่อคืนวันศุกร์ ขณะที่ อาร์เจนติน่า ศึกหนักแน่เห็นฟอร์มอินทรีมรกตนัดนี้ โอกาสเข้ารอบยังมี แต่แค่ชนะในนัดสุดท้ายก็อาจไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไนจีเรีย โชว์ฟอร์มถล่ม ไอซ์แลนด์ ทีมที่เสมอ อาร์เจนติน่า ได้ในนัดแรก ไปด้วยสกอร์ 2-0 ในเกมนัดที่สองของ กลุ่ม ดี อีกคู่ เมื่อคืนวันศุกร์ โดยหลังจากสกอร์ไม่ขยับในครึ่งเวลาแรก ที่จบลงด้วยผลเสมอกับ ไอซ์แลนด์ อยู่ 0-0 กลับมาครึ่งหลังได้เพียงแค่ 4 นาที อาห์เมด มูซา กองหน้าจากเลสเตอร์ ซิตี้ เกี่ยวบอลกลางอากาศในเขตโทษแล้วหวดวอลเล่ย์เข้าไปเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่ มูซา จะมาทำประตูที่สองของตัวเองในแมทช์นี้ นาทีที่ 75 โดยการกระชากเข้าไปล็อกหลบผู้รักษาประตู แล้วยิงอัดแหวกกองหลังที่คุมเส้นเข้าไปท่ามกลางความสะใจของแฟนบอล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาทีที่ 81 ไอซ์แลนด์ ได้จุดโทษ แต่ จิลฟี ซิกูร์ดสสัน ยิงข้ามคานออกไปเอง จบเกม ไนจีเรีย เป็นฝ่ายชนะไป 2-0 กลุ่มนี้ โครเอเชีย ลอยลำไปแล้ว แต่อันดับ 2 ยังเปิด และมีลุ้นอยู่ทั้ง 3 ทีมทั้ง ไนจีเรีย ไอซ์แลนด์ และ อาร์เจนติน่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11938</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติไนจีเรีย, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟุตบอล, อาห์เมด มูซา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180623/image_big_5b2d31c3507b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 23:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 23:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมสซี่ดับนัดเปิดสนามจุดโทษไม่เข้าฟ้าขาวเสมอไอซ์แลนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;ฟ้าขาว&amp;quot;อาร์เจนติน่า ออกสตาร์ทได้น่าผิดหวัง ชนะ ไอซ์แลนด์ ไม่ได้ เสมอกันไป 1-1 ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ เสียฟอร์ม ได้ยิงจุดโทษก็ยังช่วยทีมขึ้นนำอีกครั้งไม่ได้ เก็บแต้มเดียวไปแบบสุดกร่อย สำหรับฟุตบอลโลก 2018 ที่น่าจะเป็นทัวร์นาเมนท์สุดท้ายสำหรับยอดกองหน้าเบอร์หนึ่งของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า เปิดสนามเจอ ไอซ์แลนด์ เป็นศึกแรกในกลุ่ม ดี และเล่นไปได้ 19 นาที ที่ สปาร์ตัก อารีน่า ในกรุงมอสโก ทีมฟ้าขาวก็ได้ประตูขึ้นนำ จาก แซร์โจ้ อเกวโร่ ที่ทำประตูแรกในเวิลด์คัพของตัวเองตั้งแต่เคยเล่นมาได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดีใจกันได้แค่ไม่กี่นาที ไอซ์แลนด์ ก็ตามตีเสมอได้ จากความผิดพลาดในแนวรับของทีมฟ้าขาว ที่เคลียร์บอลไม่ขาด และเป็น อัลเฟรด ฟินน์โบกาสัน กองหน้าจากเอาก์สบวร์ก ซัดสวนเข้าไปตุงตาข่ายให้สกอร์กลับมาเสมอกันอีก ที่ 1-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง อาร์เจนติน่า นาทีที่ 65 มีลุ้นได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง หลังผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้จากจังหวะที่ มักซิมิลิอาโน่ เมซ่า&amp;nbsp;โดน แม็กนุสสัน ผลักจากด้านหลังล้มลงไปในเขตโทษ เมสซี่ รับหน้าที่สังหาร แต่กลายเป็นหายนะสำหรับนักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย เมื่อยิงไปโดน ฮํลล์ดอร์สสัน ผู้รักษาประตูไอซ์แลนด์เซฟไว้ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า ยิ่งพยายามก็เหมือนหมดมุข เช่นเดียวกับ เมสซี่ ที่เล่นแย่ลงไปอย่างเห็นได้ชัด พยายามยิงลุ้นประตูจากฟรีคิกหลายครั้งทั้งที่ค่อนข้างไกล ซึ่งก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปมาเท่านั้น จบเกม อาร์เจนติน่า เสมอ ไอซ์แลนด์ ไป 1-1 เก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้นจากทีมชาติเล็กๆที่เพิ่งได้เข้ามาบอลโลกเป็นครั้งแรก ขณะที่ เมสซี่ ดูจะยังฝันร้ายในเวิลด์คัพต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ดี, การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่, แซร์โจ้ อเกวโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b2538c6b5bbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
