<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีลอน มัสก์&#039; ขึ้นศาล แจงทวีตโต้ฮีโร่ถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;อีลอน มัสก์&amp;quot; ซีอีโอเทสลา ชี้แจงต่อศาลสหรัฐเมื่อวันอังคารว่า เขาไม่ได้ตั้งใจเรียก &amp;quot;เวอร์นอน อันสเวิร์ธ&amp;quot; นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษว่าเป็นพวกชอบร่วมเพศกับเด็ก ตามที่เขาทวีตตอบโต้อันสเวิร์ธกรณีช่วยทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวอร์นอน อันสเวิร์ธ มาถึงศาลลองแองเจลีสเมื่อวันอังคาร พร้อมแอล. ลิน วูด (ขวา) ทนายความของเขา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีลอน มัสก์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเทสลา กล่าวกับคณะลูกขุนคดีหมิ่นประมาทของศาลรัฐบาลกลางลอสแองเจลีสเมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคมว่า เขาหัวเสียตอนที่เขาเรียกอันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ที่มาช่วยทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าที่ติดถ้ำหลวงนางนอนในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ว่าเป็น &amp;quot;pedo guy&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อันสเวิร์ธให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 หรือ 3 วันหลังจากประสบความสำเร็จในการช่วยชีวิตทีมนักฟุตบอลออกจากถ้ำ บอกว่า ที่มัสก์เสนอนำเรือดำน้ำขนาดเล็กมาช่วยกลุ่มเด็กที่ติดในถ้ำ เป็นแค่การประชาสัมพันธ์ เรือดำน้ำที่ทีมงานของมัสค์สร้างขึ้นไม่มีทางที่จะเข้าไปในถ้ำได้ เขาแนะนำให้มัสก์นำเรือดำน้ำของเขาไปเสียบในที่ที่เจ็บหรือหมายถึงให้ไปเสียบที่ก้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์กล่าวในห้องพิจารณาคดีว่า การทวีตของอันสเวิร์ธเป็นการโจมตีอย่างไม่มีเหตุผลต่อความพยายามด้วยใจเมตตาของเขาที่จะช่วยชีวิตเด็กๆ ที่ติดในถ้ำ ทำให้เขาอารมณ์เสีย เป็นสิ่งที่ผิดและเป็นการดูหมิ่น เขาก็เลยทวีตดูหมิ่นกลับไป เขายังอธิบายด้วยว่า คำว่า pedo guy เป็นสำนวน ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรว่าอันสเวิร์ธเป็นพวกชอบร่วมเพศกับเด็ก และที่เขาไม่ได้เจาะจงขอโทษอันสเวิร์ธเรื่องนี้ในการขอโทษก่อนหน้านี้ ก็เพราะเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องระบุชัดเจน เพราะจะทำให้เรื่องเลวร้ายลงไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51804</URL_LINK>
                <HASHTAG>pedo guy, ขึ้นศาล, ทวีต, ทีมหมูป่า, นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ, พวกใคร่เด็ก, อีลอน มัสก์, ฮีโร่ถ้ำหลวง, เวอร์นอน อันสเวิร์ธ, เวิร์น อันสเวิร์ธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7b7cba9590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 22:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักดำน้ำฮีโร่ชาวอังกฤษเผย ช่วย 4 กู้ภัยไทยติดน้ำท่วมถ้ำหลวง ก่อนเจอทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เว็บไซต์ข่าวแวดวงถ้ำเผย สองนักดำน้ำอังกฤษที่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำหลวงเมื่อเดือนกรกฎาคม ได้ช่วยชีวิต 4 คนไทยที่ติดน้ำท่วมอยู่ภายในถ้ำหลวงนาน 24 ชั่วโมง ก่อนหน้าที่ฮีโร่ 2 คนนี้จะพบนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าและโค้ช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอห์น โวลันเธน (ซ้าย) และริชาร์ด สแตนตัน ขณะมาร่วมภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่หน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 กล่าวว่า เรื่องราวนี้ได้รับการเปิดเผยโดยริก สแตนตัน หนึ่งในสองนักดำน้ำถ้ำที่ออกค้นหาทีมหมูป่าร่วมกับจอห์น โวลันเธน และเป็นกลุ่มแรกที่พบทีมหมูป่าในถ้ำหลวง โดยสแตนตันเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผยผ่านสื่อมวลชน ระหว่างร่วมงานกิจกรรม &amp;quot;ฮิดเดนเอิร์ธ&amp;quot; ของชุมชนชาวนักสำรวจถ้ำที่เมืองซัมเมอร์เซตในอังกฤษเมื่อสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาร์กเนสบีโลว์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวสารเกี่ยวกับวงการถ้ำและเหมือง ได้เผยแพร่บทความที่สรุปคำบอกเล่าของสแตนตันในงานกิจกรรมที่ว่านี้อีกทอดหนึ่งว่า สแตนตันและโวลันเธนเข้าไปเจอคนไทย 4 คนที่รายงานข่าวระบุว่าเป็นคนงานจากบริษัทน้ำของไทยโดยบังเอิญเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน หรือ 5 วันหลังจากทีมหมูป่า 13 คนเข้าไปในถ้ำหลวงเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน แล้วโดนน้ำท่วมปิดเส้นทาง สแตนตันและโวลันเธนพบทีมหมูป่าในวันที่ 9 ของภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการช่วยชีวิตทีมหมูป่าดึงดูดอาสาสมัคร ชาวบ้านในพื้นที่ นักกู้ภัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำจากทั่วโลกมารวมตัวกันที่ถ้ำ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนลาวและเมียนมาแห่งนี้ โดยมีหน่วยซีลของกองทัพเรือไทยเป็นผู้นำ ทีมหมูป่าและโค้ชได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำผ่านปฏิบัติการเสี่ยงอันตรายนาน 3 วัน ที่เริ่มต้น 1 สัปดาห์หลังจากนักดำน้ำถ้ำคู่นี้เข้าไปพบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความกล่าวว่า คนไทยกลุ่มนี้เป็นทีมกู้ภัยที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน พวกเขาพยายามเข้าไปค้นหาเด็กๆ แต่กลับติดอยู่ในน้ำท่วมเสียเอง คนกลุ่มนี้ติดอยู่ในถ้ำนานราว 24 ชั่วโมงและกำลังสิ้นหวัง กระแสน้ำขุ่นโคลนนั้นกำลังหมุนวนอยู่รอบตัวพวกเขาและระดับน้ำกำลังสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สแตนตันและโวลันเธนไปพบคนกลุ่มนี้นั้น ทั้งคู่มีเพียงอุปกรณ์ช่วยหายใจของพวกเขาแต่ละคนเท่านั้น และตัดสินใจแก้ปัญหาผ่านวิธีที่ทุลักทุเล โดยพวกเขาดำน้ำกลับไปผ่านช่องทางที่ถูกน้ำท่วมเพื่อขึ้นไปยังพื้นถ้ำอีกระดับที่ยังแห้งซึ่งอยู่ในเส้นทางออกจากถ้ำ แล้วคนหนึ่งก็ถอดอุปกรณ์ช่วยหายใจของตนให้อีกคนว่ายน้ำกลับไปพร้อมอุปกรณ์นี้เพื่อช่วยคนไทยออกมาทีละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ภารกิจนี้ทำให้นักดำน้ำคนที่รออยู่อาจต้องเสี่ยงชีวิตหากเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่นั้น และถึงแม้จะเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคกับอุปกรณ์เล็กน้อย แต่ทั้งหมดก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย รายละเอียดของเรื่องนี้ไม่เปิดเผยต่อกองทัพสื่อที่มารอทำข่าวที่นั่น และสภาพการณ์ที่เสี่ยงอันตรายนี้เป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าถึงความกังวลเกี่ยวกับการช่วยชีวิตเด็กๆ ในเวลาต่อมา เนื่องจากเด็กเหล่านี้ไม่มีประสบการณ์ดำน้ำ จึงทำให้กลัวกันว่าเด็กอาจตื่นตระหนกได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยไทย, จอห์น โวลันเธน, ดาร์กเนสบีโลว์, ถ้ำหลวง, ทีมหมูป่า, ริชาร์ด สแตนตัน, ฮีโร่นักดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5baba72f6a8e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระโค้ชเอก&#039;สึกแล้ว!จะนำคำสั่งสอนช่วยน้องๆทุกคนให้เป็นคนดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระวิสารโทภิกขุ หรือพระเอกพล หนึ่งในทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ได้ลาสิกขาบทแล้วที่วัดพระธาตุดอยเวา แม่สาย ทั้งนี้ พระวิสารโทภิกขุ หรือพระเอกพล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอกพล จันทะวงษ์ว่า &amp;ldquo;ขอกราบขอบพระคุณคนทั้งโลกครับ ขอบคุณความรักความห่วงใยที่ทุกคนได้มอบให้..จากนี้ไปผมจะเริ่มต้นใหม่และใช้เวลาทุกวินาทีให้มีคุณค่าและเกิดประโยชน์ให้กับสังคมและคนที่ผมรัก....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกรูปที่ได้สั่งสอนผม....ผมจะนำคำสั่งสอนไปปฏิบัติตามและช่วยน้องๆทุกๆคนให้เป็นดีของสังคมของประเทศชาติ...และจะรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทุกคนทั้งโลก..........ตราบชีวิตนี้จะหาไม่........&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17077</URL_LINK>
                <HASHTAG>13หมูป่า, ทีมหมูป่า, พระเอกพลสึกแล้ว, พระโค้ชเอก, เอกพล จันทะวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180908/image_big_5b934dfb7cf9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมหมูป่าเปิดใจอีกครั้งกลางกรุง น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.61 - &amp;nbsp;เวลา 13.30 น. กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) จัดกิจกรรม 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ พบสื่อมวลชน ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี 12 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ประกอบด้วย ด.ช.อดุลย์ สามออน (อดุล) อายุ 14 ปี โรงเรียนบ้านเวียงพาน ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) อายุ 14 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย (เติ้ล) อายุ 14 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ นายพิพัฒน์ โพธิ (นิค) อายุ 15 ปี โรงเรียนบ้านสันทราย ด.ช.ภานุมาศ แสงดี (มิกซ์) อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (ดอม) อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง (ไตตั้น)อายุ 11 ปี โรงเรียนอนุบาลแม่สาย &amp;nbsp;ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ (บิว) อายุ 14 ปี โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา &amp;nbsp;นายพรชัย คำหลวง (ตี๋)อายุ 16 ปี โรงเรียนบ้านป่ายาง นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (ไนซ์) อายุ16ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ (พงศ์)อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มาร์ค )อายุ 13 ปี โรงเรียนบ้านป่าเหมือด และพระเอกพล วิสารโท หรือโค้ชเอก เดินทางมาร่วมกิจกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 หมูป่าสวมเสื้อโปโลสีเหลืองและหมวกแก๊ปสีกรมท่า ที่ชมรมผู้ปกครอง 13 หมูป่า จัดทำขึ้น โดยมีนายวีระ โรจนพจน์รัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ,นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดวธ. ให้การต้อนรับน้องๆ หมูป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสัมภาษณ์ครั้งนี้ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จ.เชียงราย ดำเนินรายการสัมภาษณ์ และชี้แจงแนวทางการสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนและตอบข้อสักถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมครั้งนี้ได้นิมนต์พระครูประยุทธ์ เจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา จ.เชียงราย พร้อมเชิญพ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กๆ ทีมหมูป่าร่วมฟังการสัมภาษณ์ ขณะที่บรรยากาศโดยรอบพื้นที่จัดกิจกรรมมีประชาชนจำนวนมากมาเฝ้ารอฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากพระเอกพล หรือโค้ชเอก และเด็กๆ ทั้ง 12 ชีวิตกับช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง ขุนน้ำ นางนอน จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพิธีกรเริ่มคำถามแรกว่า หลังออกจากถ้ำหลวงมา 2 เดือนชีวิตเป็นอย่างไร น้องตี๋ กล่าวว่า ใช้ชีวิตปกติได้เรียนหนังสือเหมือนเดิม และเจอเพื่อนๆเยอะกว่าเดิม ส่วนน้องอดุล กล่าวว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิมมีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆและดีใจที่ทุกคนต้อนรับการกลับมา น้องไตตั้น กล่าวว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีเพื่อนสนิทมากขึ้น ขณะที่น้องมาร์ค กล่าวว่า กิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมได้ปั่นจักรยานและไปวัด สำหรับน้องหมู่ป่าคนอื่นๆ ก็ตอบคำถามลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีกรถามด้วยว่า ใน13หมูป่า มีหนึ่งคนที่อินสตราแกรมมียอดติดตาม 358,000 คน ซึ่งน้องดอม กล่าวว่า เป็นไอจีของตน มีคนเข้ามาขอเป็นเอฟซีและถามว่า สบายดีมั้ย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีกรถามต่อว่า นอกจากการเรียนเด็กๆ ดำเนินกิจกรรมด้านกีฬาอย่างไรบ้าง โดยเด็กทีมหมูป่าส่วนใหญ่ตอบว่า มีการปั่นจักรยานไปกลับ 3 ชั่วโมงทั้งกลุ่ม และมีการเข้าฟิตเนตเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ขณะที่น้องไตตั้น กล่าวว่า นอกจากปั่นจักรยานแล้วยังได้เข้าร่วมวิ่งงานการกุศลหลายครั้ง ล่าสุดไปวิ่งงานยุงลายที่แม่สายกับมาร์ค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมาถึงคำถามชีวิตตอนบวชเป็นเณรได้ทำกิจวัตรอะไรและได้รับการปลูกฝังเรื่องใดบ้าง น้องๆ 11 หมูป่า ตอบคล้ายกันว่า ขณะบวชได้สวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น ได้ช่วยกันทำความสะอาดวัด &amp;nbsp;ขณะที่พระเอกพล กล่าวว่า ช่วงที่อยู่วัดได้อยู่ร่วมกับกลุ่มน้องๆทีมหมูป่า และมีพระอาจารย์คอยอบรมสั่งสอนตลอดระยะเวลา 9 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีกรถามต่อว่า เรียนรู้อะไรบ้างจากการบวช 9 วัน &amp;nbsp;น้องบิว กล่าวว่า ได้ความรู้และมีจิตใจสงบมากขึ้น &amp;nbsp;ส่วนน้องดอม กล่าวว่า มีวินัยมากขึ้น น้องพงษ์ กล่าววว่า ได้ช่วยเหลือผู้อื่นและได้บำเพ็ญประโยชน์ น้องเติ้ล กล่าวว่า ได้ความรู้เรื่องธรรมะ น้องมิกซ์ กล่าวว่า มีความสงบในใจ น้องโน็ต กล่าวว่า ได้ฝึกระเบียบวินัย น้องนิค กล่าวว่า ได้ความมั่นใจ เมื่อสึกออกมาต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง น้องไนซ์ กล่าวว่า ทำให้เป็นคนตรงต่อเวลา ขณะที่น้องอดุลย์ กล่าวว่า ตนเป็นคริสต์แม้ไม่ได้บวช แต่ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้คัมภีรไบเบิ้ล และทำกิจกรรมขอบคุณพระเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อคำถามประสบการณ์ในถ้ำเป็นอย่างไร และทีมหมูป่ารู้หรือไม่ว่ามีคนให้การช่วยเหลือ รวมทั้งได้ยินเสียงอะไรบ้าง น้องไตตั้น กล่าวว่า ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์อยู่นาน ส่วนน้องมาร์ค กล่าวว่า ได้ยินเสียงหมาเห่า ขณะที่น้องบิวได้ยินเสียงไก่ขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิธีกรถามว่า มีวิธีระงับความกลัวกันอย่างไร น้องดอม กล่าวว่า ทุกคนใช้วิธีการปลอบใจกันและกัน บอกว่าเดี๋ยวก็ได้ออกมาแล้ว ซึ่งมีคนร้องไห้เป็นคนแรก คือ โน็ต ขณะที่โน็ต กล่าวว่า ตนร้องไห้ เพราะคิดว่า จะออกไปไม่ได้ เมื่อถามว่าสิ่งที่ทำให้เด็กผ่านพ้นห้วงเวลานั้นมาได้ คืออะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเอกพล กล่าวว่า ต้องควบคุมสติตนเองก่อน จากนั้นบอกน้องในเชิงบวกว่า เดี๋ยวเราก็ได้ออกไปแล้ว คงติดอยู่ไม่นาน และให้กำลังใจขอให้น้องๆสามัคคีกัน ห้ามแตกกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าระหว่างติดที่เนินนมสาว พยายามหาทางออกหรือไม่ พระเอกพล กล่าวว่า หลังติดเนินนมสาวแล้ว ทุกคนมาปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรให้ออกไปได้ โดยไม่ได้รอเจ้าหน้าที่มาช่วยอย่างเดียว จึงช่วยกันขุดโพรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน้องตี๋ กล่าวว่า ใช้ก้อนหินขนาดเท่ามือช่วยกันขุดโพรง โดยพระเอกพลเสริมด้วยว่า ตอนนั้นทุกคนมีความหวังคิดว่า ขุดไปผนังถ้ำอาจจะไม่หนาและได้ออกไป และน้องดอม กล่าวว่า ระหว่างการขุดได้ยินเสียงเด็ก จึงจินตนาการว่า ใกล้ออกไปได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอยู่ในถ้ำรับมือกับความหิวอย่างไร ใครเป็นคนบอกว่าหิวเป็นคนแรก น้องไตตั้น กล่าวว่า พี่ไนซ์บอกหิวก่อนเป็นคนแรก ทำให้ให้เรียกเสียงหัวเราะแก่ผู้ร่วมงานในขณะนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพระเอกพลกล่าวเสริมว่า ไม่มีอาหารเข้าไปตั้งแต่วันแรก ให้น้องๆกินน้ำให้อิ่มเพื่อประทังชีวิต เพราะคิดว่าจะติดอยู่วันเดียว ทุกคนอยู่ได้เพราะน้ำ ถ้าไม่มีน้ำ พวกเราก็แย่ นอกจากนี้ก็รู้วันเวลาที่ติดอยู่ในถ้ำจากนาฬิกาของน้องตี๋ หลังจากทุกคนเจอนักดำน้ำชาวอังกฤษ ทุกคนตื้นตันใจ ดีใจสุดๆ คิดว่ายังไงรอดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพิธีการได้ถามว่า การที่นักดำน้ำพบทั้ง 13 ชีวิต ซึ่งได้กลิ่นของเสีย อยากทราบว่า เป็นกลิ่นอะไร โดยเด็กทั้ง 12 คน บอกว่า เป็นกลิ่นฉิ้งฉ่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคำถามที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมขณะนั้น เมื่อพิธีกรถามว่า ในทีมหมูป่ามีใครมีแฟน ได้ยินมาว่า กำลังคบๆ ดูใจไปก่อน และให้ยกมือขึ้น ปรากฎว่า น้องไตตั้นชูมือขึ้น พร้อมบอกว่า อยู่ในช่วงคุยๆ กันไปก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พิธีกรได้ถามต่ออีกว่า ขณะที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และทราบว่า เพื่อนออกมาได้ครบทุกคนแล้วรู้สึกอย่างไร น้องไนซ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจ ที่ทุกคนออกมาปลอดภัย ไม่ร้องไห้ ขณะที่น้องไตตั้น บอกว่า ร้องไห้ เพราะหิวข้าว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิธีถามเด็กทั้งหมดว่า ก่อนออกมาจาก้ำ อยากกินอะไร มากที่สุด เด็กๆ ต่างตอบถึงอาหารหลายชนิด เช่น หมูกะทะ ข้าวหมูกรอบ หมูปิ้ง คะน้าหมูกรอบ ข้าวเหนียวไก่ทอด ซูชิ เคเอฟซี เป็นต้น แต่สุดท้ายเด็กๆก็บอกว่า มื้อแรกที่ได้กิน คือ นมและข้าวต้มเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีกรถามว่า เมื่อกลับไปอยู่บ้าน มีคำแนะนำอย่างไร พระเอกพล กล่าวว่า หมอภาคย์ให้คำแนะนำว่า ให้ใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพิธีกรถามว่า ไปโรงเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง น้องอดุล กล่าวว่า ผอ.ไม่ให้เด็กๆถามเรื่องถ้ำ ตนก็งง ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมเป็นแบบนั้น แต่ก็ดีใจ และมีความสุขที่เพื่อนๆต้อนรับและจัดวันเกิดให้ เช่นเดียวกันน้องโน้ตและน้องตี๋ก็ไม่มีใครถามเช่นกัน เพราะเพื่อนบอกครูไม่ให้ถามเรื่องถ้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่น้องดอม กล่าวว่า คนเข้ามาหาเยอะส่วนมากมาขอถ่ายรูป ส่วนน้องเติ้ล มีเพื่อนมาถามว่า เติ้ลคนเก่าอยู่ไหน เพราะผอมลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องไตตั้น กล่าวว่า มีเพื่อนถามว่า ในถ้ำหนาวมั้ย เพื่อนสนิทอีกคนก็บอกว่า ลองเข้าไปดูสิน่าสนใจดี &amp;nbsp; ส่วนน้องมาร์ค กล่าวว่า เพื่อนที่โรงเรียนบอกตายแน่ เพราะการบ้านเยอะ นอกจากนี้ในส่วนการเรียน น้องมาร์ค ได้เป็นผู้แทนกล่าวว่า ได้เรียนเสริมในวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยปกติจะเลิกเรียนเวลา 15.00 น. แต่เรียนเสริมในเวลา 15.30-17.00 น.ของทุกวัน หลังจากที่ได้สอบไปแล้ว ทุกคนต่างตอบว่า ทำข้อสอบได้ เมื่อพิธีกรถามว่า ใครเรียนเก่ง กลับไม่กล้ามีใครยกมือ กระทั่งพระเอกพล ตอบแทนว่า น่าจะเป็นน้องอดุล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงคำถามว่า ในอนาคตเด็กๆอยากเป็นอะไร ซึ่งทุกคนตอบคล้ายกันว่า อยากเป็นนักฟุตบอล โดยมีน้องไนซ์ เป็นแกนนำบอกว่า อยากพาบอลไทยไปบอลโลก ขณะที่น้องตี๋ อยากเป็นทหารอากาศ น้องเติ้ล อยากเป็นสถาปนิก น้องบิว อยากเป็นนายร้อยและหน่วยซีล ส่วนน้องอดุลอยากเป็นนักดนตรี เพราะชอบร้องเพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์พิธีกรถามว่า อยากบอกความในใจใดแก่สังคม โดยพระเอกพล กล่าวว่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยสั่งการให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชาวบ้าน และพี่น้องชาวต่างชาติ ที่เข้ามาช่วยเหลือน้องๆ ออกจาก้ำหลวง ขอขอบคุณจากใจ ขณะที่น้องๆหมูป่ากล่าวขอบคุณคนทั้งโลกที่เสียสละช่วยเหลือชีวิตพวกเราทั้ง 13 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิธีกรถามว่า ทำไมคนทั่วโลกถึงรู้สึกส่งกำลังใจให้ทีมหมูป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องอดุลย์ เป็นตัวแทน กล่าวว่า สิ่งที่เดียวที่ทุกคนรักและเอ็นดูพวกเรา เพราะทุกคนมีความห่วงใยและคอยให้กำลังใจ ช่วงเวลาอยู่ในถ้ำจนได้ออกมาทุกคนคอยต้อนรับ รู้สึกตื้นตันใจขอบคุณคนทั่วโลกจากใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิธีกรถามอีกว่า บทเรียนสำคัญกรณีถ้ำหลวงควรเรียนรู้สิ่งใด พระเอกพล กล่าวว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็อาจจะพลาดได้ เช่นกรณีถ้ำหลวงเข้าไปในถ้ำโดยไม่ได้ศึกษาสภาวะอากาศตั้งแต่แรก แม้แดดออกท้องฟ้าสดใส พอเข้าไปกลับพบกับน้ำเขาปิดปากถ้ำจนออกไม่ได้ ฝากทุกคนให้มีสติและสมาธิอย่าประมาทกับชีวิตเพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องๆทีมหมูป่าฯ และครอบครัวได้เยี่ยมชมนิทรรศการปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก ซึ่งนิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 9 กันยายน ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทีมหมูป่าได้เข้าชมสยามโอเชียนเวิลด์ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงที่พระลานพระราชวังดุสิตในเวลา 18.00 น.ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16961</URL_LINK>
                <HASHTAG>13ชีวิตติดถ้ำ, กระทรวงวัฒนธรรม, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, เปิดใจที่หมูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90f1f8c286e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลแจงวุ่นสื่อนอกโผล่สัมภาษณ์ทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจมส์ ลองแมน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ในฐานะผู้สัมภาษณ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หมู่ป่าอะคาเดมี ได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว และโพสต์รูปสัมภาษณ์ &amp;nbsp;พร้อมระบุข้อความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือเป็นเกียรติและได้รับสิทธิพิเศษในการพูดคุยกับทีมฟุตบอลไทยผู้กล้าหาญและโค้ชของพวกเขา จากปฏิบัติการกู้ภัยที่น่ามหัศจรรย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ของ&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;ยังเผยแพร่ภาพการสัมภาษณ์เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี เชียงราย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คน โดยมีข้อความว่า &amp;ldquo;การสัมภาษณ์ประสานงานผ่านรัฐบาลไทย แต่มีเงื่อนไขว่าหัวข้อคำถามต้องผ่านการตรวจสอบจากนักจิตวิทยาเด็ก และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสวัสดิ์ภาพของทั้ง&amp;nbsp;13คน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นเหตุให้สื่อมวลชนสำนักข่าวต่างประเทศ ประจำประเทศไทย วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เรื่องการเริ่มเปิดให้สื่อมวลชนยื่นขออนุญาตสัมภาษณ์เยาวชน กระทั่งมีการนำเอกสารของจังหวัดเชียงราย ลงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ออกมาเผยแพร่ โดยเอกสารระบุว่า ขออนุญาตนำเยาวชน และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี เชียงราย13&amp;nbsp;คน ไปพบปะสื่อมวลชนรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่วัดพระธาตุดอยเวา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ส.ค. เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น. โดยมีรถของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รับส่ง โดยเอกสารลงลายเซ็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด (รักษาราชการแทน) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรณีนี้สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำหนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ทีมหมูป่าฯ ผ่านสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเป็นสื่อมวลชนต่างชาติ ตนจึงมอบหมายให้ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแล ซึ่งก็ได้ให้สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำหนังสือขออนุญาตไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเขาก็ปฏิบัติตาม แต่ผู้ว่าฯเชียงก็ตอบว่าไม่มีอำนาจอนุมัติ จึงทำหนังสือมายังคณะกรรมการของกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้อนุมัติ พร้อมให้ดูแนวคำถามที่จะสัมภาษณ์ ก่อนการอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชี้แจงว่า สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ทีมหมูป่าอะคาเดมี มาที่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งทางคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์กรณีถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ชุดของ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ก็ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นขั้นตอน ทั้งวัตถุประสงค์ ว่าเป็นสื่อประเภทไหน จะรายงานข่าวแบบไหน คำถามอย่างไร &amp;nbsp;และการสัมภาษณ์จะต้องเป็นไปในเนื้อหาไม่มีผลกระทบด้านจิตใจ หรือไม่กระทบภาพลักษณ์ของ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หมูป่าอะคาเดมี ขณะเดียวกันจะต้องประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งตนก็ได้ลงไปกำกับดูแลด้วย &amp;nbsp;เนื่องจากต้องการไปดูว่าคำถามที่สื่อต่างประเทศถามเหมาะสมหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการสัมภาษณ์นั้นจะมีนักจิตวิทยาร่วมอยู่ด้วย ถ้าเจอคำถามที่ไม่เหมาะสมต้องหยุดทันที &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสื่อต่างประเทศติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากขอเข้ามาจำนวนมาก ก็อาจจะพิจารณาได้ไม่หมด เพราะเด็กๆต้องเรียนหนังสือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นสำนักงานข่าวแรกที่ทำหนังสือขอมาและได้เข้าสัมภาษณ์ และขณะนี้มีสื่อต่างประเทศที่รอต่อคิวอยู่ คือ&amp;nbsp;NBC NEWS&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CNN&amp;nbsp;ซึ่งสื่อไทยก็สามารถทำเรื่องมาตามขั้นตอนได้ เราไม่ได้ปิดกั้น&amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีเอกสารระบุว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ในรายการเดินหน้าประเทศไทย พล.ท.วีรชน กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวที่ออกมาเกิดความเข้าใจผิด ยืนยันไม่ได้มีการแอบอ้างใช้รายการเดินหน้าประเทศไทยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมหมูป่า, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, สื่อต่างชาติสัมภาษณ์ทีมหมูป่า, สื่อนอก, เจมส์ ลองแมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อปรากฏการณ์การช่วยหมูป่าออกจากถ้ำจะเป็นภาพยนตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ที่นักฟุตบอลทีมหมูป่า 12 คนพร้อมโค้ชติดอยู่ในถ้ำและไม่สามารถออกมาได้เป็นเวลาหลายวัน เหตุการณ์ครั้งนั้นได้พัฒนาขึ้นมาเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นต้องนำเอาทีมมาช่วยเหลือเอาเด็กๆ ทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำ แต่องค์ประกอบที่ยากลำบากทำให้จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถานการณ์แห่งวิกฤติได้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ดึงดูดความสนใจของคนทั่วโลก ทั้งผู้นำในประเทศต่างๆ ดาราคนดัง นักกีฬาคนดังระดับโลก ต่างก็สนใจและส่งข้อความให้กำลังใจคณะทำงานที่พยายามจะช่วยเด็กๆ ออกมา ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาจากหลายประเทศมาเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยให้เด็กๆ ออกมาจากถ้ำ สื่อมวลชนทั่วโลกตามติดรายงานความพยายามของทีมงานอย่างละเอียดปานประหนึ่งเป็น reality show ทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นพัฒนามาเป็นปรากฏการณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคี รวมพลังทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการกอบกู้เด็กๆ ให้พ้นจากถ้ำ และฝ่ายสนับสนุนอื่นๆ ทั้งด้านอาหารการกินและการซักผ้า ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เป็นข่าวไปทั่วโลกจนมีคนสนใจที่จะนำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปรากฏการณ์ครั้งนี้ไปทำเป็นภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะทำภาพยนตร์ที่พัฒนามาจากเรื่องจริง มีบุคคลที่มีตัวตนอยู่ในปัจจุบันเกือบทั้งหมด นอกจาก &amp;ldquo;จ่าแซม&amp;rdquo; ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น เมื่อเขียนบทเสร็จแล้วควรจะต้องติดต่อขออนุญาตทุกคนที่มีตัวตนอยู่จริง และญาติของจ่าแซมผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยว่า พวกเขาเห็นด้วยและยินยอมให้เสนอเรื่องราวของพวกเขาตามที่ปรากฏในบทภาพยนตร์หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดมีการขัดแย้งกันจนถึงขั้นฟ้องร้องเอาผิดกันฐานละเมิด เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะตัวละครที่อยู่ในภาพยนตร์เป็นคนที่ยังมีตัวตนอยู่ และคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวเขาก็ยังอยู่ และพวกเขาก็มีข้อจำกัดว่าอะไรที่อยากเล่า อะไรที่ไม่อยากเล่า ไม่ใช่ว่าถ้าหากเป็นเรื่องจริงก็น่าจะใส่ไปได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้บทที่ได้รับการยินยอมจากบุคคลที่มีตัวตนที่แท้จริงและญาติแล้ว ภาพยนตร์จะสนุกได้ต้องมีผู้กำกับที่ใช่ คือคนที่เข้าใจทั้งข้อเท็จจริงและอารมณ์ของตัวละครทุกตัวในทุกเหตุการณ์ที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นโครงเรื่อง ต้องได้นักแสดงที่ใช่ เป็นนักแสดงที่มีความรู้สึกลึกๆ ข้างในของตัวละครแต่ละตัวในแต่ละสถานการณ์ อย่างที่เขาเรียกกันว่าแสดงแบบมี inner การวางโครงเนื่องต้องมีเนื้อเรื่องน่าสนใจ ต้องมีทั้งข้อเท็จจริงตามที่เกิดขึ้นจริง และจะต้องมีความจริงทางวรรณศิลป์ (literary truth) ที่หมายถึงการเพิ่มรายละเอียดบางอย่างที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อให้โครงเรื่องดำเนินไปอย่างสนุกสนาน และปลุกเร้าอารมณ์คนดูได้ตามหลักของการผลิตละครหรือภาพยนตร์ที่จะต้องมีการกระชากอารมณ์ (dramatization) คนดู มากกว่าที่จะเป็นเพียงสารคดีรายงานความจริง การยอมรับให้ผู้เขียนบทเติมรายละเอียดที่เรียกว่า literacy truth และการเดินเรื่องให้ปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างของคนดูตามหลัก dramatization ที่จะทำให้ภาพยนตร์มีความสนุก คนที่ตรวจบทภาพยนตร์ครั้งนี้ต้องมองว่าการผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการแสดงออกทางศิลป์ ต้องนำเสนอให้สนุก หากใครต้องการข้อเท็จจริงตามประวัติศาสตร์สามารถค้นคว้าเพิ่มภายหลังจากได้ชม คนเขียนบทและคนตรวจบทต่างก็ต้องทำการบ้านให้ละเอียดจากเอกสารและจากคลิปของข่าวต่างๆ บทที่เขียนนั้นถือได้ว่าเป็นการเขียนประวัติศาสตร์เพื่อนำเสนอเป็นผลงานด้านบันเทิง ที่ยังคงต้องรักษาแก่นของเรื่องจริง เช่น ความตั้งใจไปถ้ำของเด็ก ความมุ่งมั่นของทีมกู้ภัย ความมีน้ำใจของผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา ความมีน้ำใจของฝ่ายอื่นๆ ที่มาดูแลบริการให้ความสะดวกกับทีมกู้ภัย ความเป็นปรากฏการณ์ของเหตุการณ์ครั้งนี้ที่ดึงดูดความสนใจของคนทั่วโลกในหลายภาคส่วน เพื่อนำเสนอ The power of unity หรือพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคีที่ทำให้นิยามของ Amazing Thailand ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้นำเสนอมานาน หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกไป คนทั้งโลกจะได้มุมมองใหม่ที่เกี่ยวกับ Amazing Thailand ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของวัฒนธรรมและความงามของธรรมชาติ แต่จะเป็นเรื่องราวที่กลายเป็นตำนานและความยิ่งใหญ่ที่น่าทึ่ง (legends and legacies) ที่พวกเขาอยากจะมาเยือนสถานที่ของการเกิดปรากฏการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องถ่ายทำ ณ สถานที่จริง ยกเว้นสถานที่ที่เป็นเขตหวงห้าม ในขณะเดียวกัน คนเขียนบทและคนตรวจบทจะต้องตระหนักว่าเรื่องนี้คนดูรู้ตอนจบอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือต้องให้ความรู้แก่คนดูเพิ่มเติมด้วยการลงรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ปรากฏในข่าว และจะต้องเดินเรื่องตรงกลางให้สนุกเพื่อไม่ให้คนดูเบื่อและตามการเดินเรื่องไปจนถึงตอนจบที่พวกเขารู้อยู่แล้วว่าในที่สุดคณะทำงานสามารถนำเด็กๆ ออกจากถ้าได้ทั้งหมดอย่างปลอดภัย จนถึงวันที่พวกเขาบวชให้ &amp;ldquo;จ่าแซม&amp;rdquo; สึกออกมาแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ถ้าหากผู้เขียนบทจะได้คุยกับคนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็น unseen และ unknown มาแทรกตรงส่วนกลางของการเดินเรื่องก็จะทำให้เรื่องสนุกขึ้น และคนตรวจบทที่ไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นรายละเอียดตรงนี้มาก่อน ก็อย่าเพิ่งไปตัดเอารายละเอียดดังกล่าวออกเพราะตัวเองไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ต้องเข้าใจว่าคนเขียนบทเขาอาจจะทำการบ้านเพื่อให้ได้ข้อมูลมากกว่าที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามภาคีที่สำคัญคือ ผู้กำกับ นักแสดง และผู้รู้เรื่องจริง ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะต้องทำการสำรวจข้อเท็จจริงให้ลึกซึ้งก่อนเขียนบท กล้าที่จะเสนอเหตุการณ์รุนแรงและความยากลำบากทั้งหลายอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มพลังความบันเทิงให้ภาพยนตร์ เช่น เรามักจะถามว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในถ้ำพวกเขากินอยู่กันอย่างไร มีอะไรกิน มีอะไรดื่ม แต่ในข่าวไม่เคยมีว่าเขานอนกันอย่างไร เขาขับถ่ายหนักและเบากันอย่างไร เขาอาบน้ำบ้างไหม เสื้อผ้าเขาเหม็นไหม สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเป็นข่าว แต่ในภาพยนตร์ควรจะมีเพื่อให้รายละเอียดที่คนดูไม่เคยรู้จากข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก่นที่สำคัญคือ การเล่ารายละเอียดของการกระทำที่เป็นวีรบุรุษทุกคณะ แต่อย่าเล่าแบบความจริงในสารคดี จะต้องเล่าให้มีลักษณะของการเข้าถึงอารมณ์ตื่นเต้น วิตกกังวล ซาบซึ้ง ที่อาจจะทำให้คนดูมีน้ำตาด้วยความปลาบปลื้ม หรือด้วยความรู้สึกเศร้าใจที่วีรบุรุษบางคนต้องสละชีวิต เป็นแบบที่วงการบันเทิงเขาเรียกว่าเป็น.Melodrama เป็นเรื่องของวีรกรรมที่คนดูทึ่งและอยากที่จะได้รับรู้ว่าพวกเขาทำสำเร็จได้อย่างไร ทั้งจิตใจที่มุ่งมั่นและวิธีการดำเนินงาน ความสนุกอยู่ที่การใส่เรื่องราวของสิ่งที่เป็นปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำหน้าที่คลี่คลายปริศนาทั้งหมดที่อยู่ในใจของคนที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือ ต้องตระหนักว่านี่คือการผลิตภาพยนตร์ที่ทำหน้าที่ให้ความบันเทิง ไม่ใช่สารคดีที่รายงานความจริง ถ้าหากต้องการทำสารคดีก็ให้ National Geographic ทำไปเลย ไม่ต้องพิจารณารายอื่นๆ ให้เสียเวลา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15659</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, สร้างหนังทีมหมูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น!4สมาชิกทีมหมูป่าได้สัญชาติไทยและบัตรประชาชนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.61 - ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธาน&amp;nbsp;ทำพิธีมอบบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้ลงรายการ&amp;nbsp;สัญชาติไทยตามม.7ทวิจำนวน28รายและมาตรา23จำนวน2ราย โดยมีหมูป่าเข้ารับมอบด้วยจำนวน&amp;nbsp;4คน ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.พระเอกพล จันทะวงค์&amp;nbsp;2.ดช.อดุลย์ สามอ่อน3.ดช.มงคล บุญเปี่ยม&amp;nbsp;4.นายพรชัย คำหลวงผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วย&amp;nbsp;เจ้าอวาสวัดพระธาตุดอยเวา(วัดที่พระเอกจำวัดอยุ่และหมูป่าเคยจำวัด)&amp;nbsp;บิดา มารดา และผู้ปกครองเด็กที่เข้าร่วมรับมอบบัตรเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับมอบบัตรประจำตัวประชาชนพระเอกพลได้นำหมูป่าและผู้ที่ได้รับบัตรประชาชนและสัญชาติไทยกล่าวถวายสัตย์ปฎิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยูหัวจะเป็นพลเมืองไทยที่ดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดและจะร่วมกันสร้างประโยชน์และพัฒนาประเทศไทยและจะจงรักภักดีต่อสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมหมูป่า, บัตรประชาชน, สัญชาติไทย, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6adfe78f1ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
