<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกเดือดโควิด! หมอขึ้นโรงพักแจ้งจับหมอ ปมวุ่นจัดซื้อชุดตรวจ ATK  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มี นพ.อารักษ์ &amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และเป็นที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท ได้เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.ท.เกียรติก้อง &amp;nbsp; หนูจันทร์ สว.(สอบสวน)สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์ &amp;nbsp; ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;โดยทาง พ.ต.ท.เกียรติก้อง ได้เวลาสอบสวนปากคำเบื้องต้นประมาณ 10นาที &amp;nbsp;ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นเบื้องต้นก่อน และวันพรุ่งนี้(16ส.ค.) ทาง นพ.อารักษ์ พร้อมทนายความส่วนตัวพร้อมเอกสารจำนวนมากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อเป็นการแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์อย่างเป็นทางการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ &amp;nbsp; ระบุว่า &amp;nbsp; มีประเด็นสำคัญที่ต้องขออนุญาตชี้แจงต่อสาธารณะดังนี้ 1. ข้อเท็จจริงสำคัญคือ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นวันเตรียมการและปฐมมิเทศทีมแพทย์ชนบทและโรงพยาบาลต่างกว่า 40 ทีมที่มาร่วมบุกกรุง ที่ประชุมมีความกังวลถึงความเพียงพอของชุดตรวจ ATK ที่จะใช้ในการปฏิบัติการ ดังนั้น ตนเองในฐานะแกนหลักในปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงที่มาด้วยตนเองทั้ง 3 ครั้ง และเป็นคณะกรรมการต่อรองราคาของ สปสช.ที่มีหน้าที่ต่อรองราคาเพื่อให้ได้ ATK คุณภาพสูงราคาเหมาะสมมาใช้ &amp;nbsp;จึงได้โทรศัพท์ไปหา นพ.วิฑูรย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม แต่ นพ.วิฑูรย์ไม่ได้รับสาย และได้โทรกลับมา การโทรคุยในครั้งนี้ก็เพื่อทวงถามความคืบหน้าที่มีการดำเนินการจัดซื้อที่ล่าช้า และแจ้งให้ทราบถึงข้อห่วงกังวลของผู้ใช้ ATK ที่ต้องการ ATK มาตรฐานสูงในระดับองค์การอนามัยโลก WHO ที่มีอยู่ 2 บริษัท และไม่อยากให้มีการลดสเป็คเพื่อเปิดทางให้ ATK คุณภาพต่ำเข้ามาขาย นี้คือวัตถุประสงค์ของการพูดคุยทางโทรศัพท์ในฐานะวิชาชีพแพทย์ด้วยกัน แต่ นพ.วิฑูรย์ได้แอบอัดคลิปเสียงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และส่งต่อให้กับ TOPNEWS เพื่อเผยแพร่ในลักษณะบิดเบือนสร้างความเสียหายต่อตนเองและชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุว่า 2. การนำคลิปเสียงที่เกิดจากการสนทนาเพียง 2 คน มาปล่อยให้กับสื่อเช่น TOPNEWS โดยที่อีกฝ่ายคือ นพ.อารักษ์ ไม่ได้อนุญาต เท่ากับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายฉบับ อันได้แก่ ประกาศ คมช.ฉบับทื่21 ที่ระบุว่า หากผู้ใดดักฟัง ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผย ข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผิด พรบ.คอมผิดเตอร์ และกฎหมายหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป 3. การกระทำดังกล่าวของผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ที่แอบอัดเสียงการสนทนา เป็นการกระทำที่สะท้อนความต่ำเตี้ยทางจริยธรรมและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในฐานะผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ต่อไปใครจะติดต่อใดๆกับผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมคนนี้ก็ขอให้ระวังตัวจะถูกอัดเสียงมาใช้ข่มขู่ แบล็คเมล์ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุว่า ข้อที่ 4. สำหรับ TOPNEWS ซึ่งได้บิดเบือนและปั่นข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้เผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว ย่อมต้องรับผลของการกระทำในฐานะสื่อมวลชนที่ขาดจรรยาบรรณ และจะถูกแจ้งความดำเนินคดีเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ตนเองจึงมาแจ้งความเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติยศของตนที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอให้ประชาชนติดตามการจัดซื้อชุดตรวจ ATK นี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุด้วยว่า ส่วนประเด็นตามที่มีผู้ให้ข่าวบิดเบือน เอาความเป็นเท็จลงในสื่อโซเชียล สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลสิชล กรณีการรับผู้ป่วยโควิด Home Isolation ได้ส่งผลให้บุคลากรสูญเสียขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บุคลากรของโรงพยาบาลสิชลทุกคนทำงานด้วยความเสียสละและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อพี่น้องชาวสิชลและพื้นที่ใกล้เคียงมาเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการอย่างสุดกำลังความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุด้วยว่า ต่อมาสืบเนื่องจากปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 1 เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งโรงพยาบาลสิชลก็เป็นหนึ่งใน 6 ทีมที่ร่วมปฏิบัติการ พบว่าในกรุงเทพมหานครมีผู้ป่วยโรคโควิดที่ไม่สามารถหาโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเข้ารับการรักษาได้หลายหมื่นคน ผู้ติดเชื้อจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการรับบริการ ไม่มีเตียงรองรับ ไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;ทาง สปสช.และ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้คิดแนวทางการดูแลผู้ป่วยโดยการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุด้วยว่า ต่อมาทางโรงพยาบาลสิชลได้รับการประสานจาก สปสช.ให้เข้าไปช่วยคนกรุงเทพและพื้นที่รอยต่อ สปสช. ได้ขอให้ รพ.สิชลเข้าร่วมการดูแลผู้ป่วยในระบบ HI เพื่อไม่ให้มีจำนวนผู้ป่วยตกค้างในระบบที่รอคิวเข้ารับการรักษา ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการ เข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็ว สามารถลดอัตราการเจ็บป่วยที่รุนแรง โดยทาง สปสช.จะจ่ายเงินมาที่โรงพยาบาล ตามค่างานที่ได้ดำเนินการตามเกณฑ์ของ สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.รพ.สิชล ระบุด้วยว่า ในระบบ HI &amp;nbsp;ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ได้คอยติดตามอาการผ่านช่องทางออนไลน์หลายกรณี เช่น โทรศัพท์ ไลน์ การส่งข้อความ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผ่าน telemedicine เป็นต้น &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยสีแดง ก็จะทำงานร่วมกันกับ สปสช.ในการประสานหาเตียงให้ ผู้ป่วยที่ต้องการยาหรืออุปกรณ์ตรวจวัดค่าต่างๆ ก็ได้มีระบบการจัดส่งโดยอาสาสมัครในกรุงเทพ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงยา การดูแล และอาหารครบ 3 มื้อนาน 14 วัน &amp;nbsp;ส่งผลให้อัตราป่วยหนักและอัตราเสียชีวิตลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.รพ.สิชล ระบุด้วยว่า ในขณะนี้สถานการณ์ในกรุงเทพยังไม่คลี่คลาย มีจำนวนผู้ตกค้างจำนวนมาก แม้ รพ.สิชลจะไม่ได้รับผู้ป่วยใหม่ HI รายใหม่มา 1 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังมีการรับญาติพี่น้องของผู้ป่วยที่ติดโควิดที่เพิ่งป่วยเพิ่มในภายหลังอยู่บ้าง &amp;nbsp;ทางโรงพยาบาลสิชลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรงพยาบาลต่างๆในกรุงเทพและปริมณฑลจะช่วยกันรับผู้ป่วยในระบบ HI ไปดูแลให้มากที่สุดทั้งนี้สำหรับผู้ที่บิดเบือนข้อมูล ให้ร้ายกับทางโรงพยาบาลสิชล &amp;nbsp;ทางโรงพยาบาลสิชลและจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้บิดเบือนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บรรยากาศที่สถานีตำรวจ นั้นมี พ.ต.ประเสริฐ &amp;nbsp; สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล และชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจแก่ นพ.อารักษ์ &amp;nbsp;เพื่อให้กำลังใจทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อโควิดต่อไปอย่างไม่ย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113384</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด, ทีมแพทย์ชนบท, นครฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118f683d1a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขอบคุณทีมแพทย์ชนบท 38 ทีมช่วยคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่กทม. ตัดวงจรโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมทีมแพทย์ชนบท 38 ทีมจากทั่วประเทศ ร่วมดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่ กทม. &amp;nbsp;ตามแนวทางของศบค. และกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;คีอเร่งตรวจหาเชื้อ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกให้เร็วที่สุด ซึ่งผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย จะถูกจัดระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community Isolation) พร้อมจ่ายยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ช่วยลดการแพร่ระบาด ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีมแพทย์ชนบท 38 ทีมจากทั่วประเทศ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 6 ทีม ภาคกลาง 10 ทีม ภาคตะวันออก 2 ทีม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 ทีม และภาคใต้ 8 ทีม เดินหน้าตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้ &amp;nbsp; โดยในวันที่ 4 ส.ค. ตรวจ ATK ไป 14,715 คน พบติดเชื้อ 1,992 คน (13.5%) &amp;nbsp;วันที่ 5 ส.ค &amp;nbsp;ตรวจ ATK ไป 15,692 คน สะสม ณ วันที่ 5 ส.ค. ตรวจคัดกรองแล้ว จำนวน 30,407 คน พบติดเชื้อ 3,298 คน (10.8%) และได้มีการจ่ายยาฟาวิฟิราเวียร์ไป 66,700 เม็ด ทั้งนี้ มีเป้าหมายคัดกรองผู้ป่วย จำนวน &amp;nbsp;250,000 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังได้ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังเพื่อให้บริการครบวงจรด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมความเสียสละและอุทิศตนของทีมแพทย์ชนบทที่เข้ามาสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชน ซึ่งมั่นใจว่า ความสามัคคีของคนไทย จะเป็นพลังของชาติ ให้ไทยสามารถฝ่าวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้&amp;quot; นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112565</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรองเชิงรุก กทม, ทีมแพทย์ชนบท, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a37c6372d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
