<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์เมาขับจับยึดรถวันแรก202คันคสช.ย้ำจนท.อำนวยความสะดวกปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12เม.ย.62-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดเป็นช่วงๆโดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่มุ่งสู่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน อำนวยการจราจรตามจุดบริการและจุดตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินรถ เช่น สถานีขนส่งประจำจังหวัด &amp;nbsp;สถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม และป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ที่ คสช.และรัฐบาลได้ใช้ในการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลมาตลอดนั้น สถิติในวันแรก (11 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทประมาท 2,344 ครั้ง จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 202 คัน (จักรยานยนต์ 158คัน และ รถยนต์ 44 คัน) &amp;nbsp;ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 20 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 121 คน &amp;nbsp;ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดีรวม 1,168 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ การคับคั่งของยานพาหนะที่มีเป็นช่วงๆในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ นั้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามเร่งระบายรถที่ชะลอตัวหรือหยุดเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมะสม อย่างไรก็ตามในห้วงนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัดอาจส่งผลต่อสภาพยานพาหนะและการขับขี่ การพิจารณาพักรถเป็นระยะๆระหว่างการเดินทาง อาจช่วยให้การเดินทางราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33491</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, -พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, ทีมโฆษกคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70d148878b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมโฆษกคสช.ตอกแอมเนสตี้เรียกร้องเกินกรอบกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 พ.ค.61-พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีสำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน ชวนสมาชิกทั่วโลก จี้ไทยยุติดำเนินคดี 62 กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพยายามอธิบายตามข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจหลักกฎหมาย และหลักการปฏิบัติ ทั้งนี้ยืนยันว่าคสช. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตลอดจนฝ่ายกฎหมาย ดำเนินตามกรอบกฎหมาย และอำนาจหน้าที่ ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ใคร หรือเลือกปฏิบัติ และไปกลั่นแกล้งใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คสช.จะทำความเข้าใจกับองค์กรดังกล่าว อย่างไร พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เพราะความต้องการยังไม่ตอบสนอง เราต้องอธิบายตามความเป็นจริง ตนไม่รู้สึกหนักใจอะไร สิ่งใดเป็นข้อเรียกร้อง และอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ ถ้าอะไรที่ทำได้ เช่น ปัญหาปากท้องก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ข้อเรียกร้องใดขัดกฎหมาย คสช.จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าข้อเรียกร้องของแอมเนสตี้ฯ เกินขอบเขตคสช. หรือไม่ ทีมโฆษกคสช.ตอบว่า หลักการทำงาน อะไรอยู่ในกรอบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถทำได้ ทุกคนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อะไรที่เกินอำนาจหน้าที่ เกินกรอบกฎหมาย ตนขอชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.มทบ.11 กล่าวต่อว่า การดำเนินการกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น ที่ผ่านมาเราอธิบายทำความเข้าใจกับคนทั้งประเทศว่าบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ ดังนั้นขอเวลาที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งตามที่ทุกคนปรารถนา ในต้นปี 2562 เมื่อเลือกตั้งแล้วจะมีรัฐบาลใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งทางรัฐบาลคสช.จะส่งผ่านอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินให้รัฐบาลใหม่ ส่วนคสช.จะหมดอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ปี2560 อย่างไรก็ตามแต่ยังมีคนไทยจำนวนไม่มากอยากให้เลือกตั้งโดยเร็ว ทางคสช.ขอความร่วมมือว่าการเคลื่อนไหวใดๆ ควรอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย หากทำผิดกฎหมาย คสช. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมโฆษกคสช., พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, อยากเลือกตั้ง, แอมเนสตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a9762b8b53c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ส่งเจ้าของรถเครื่องเสียงม็อบอยากเลือกตั้งกลับบ้านโดยสวัสดิภาพแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่าตามที่มีข้อมูลปรากฏว่า โกงกำลังรอสอบรอบสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ได้เชิญตัว นายอุทัย แถวโพธิ์ อายุ 51 ปี เจ้าพนักงาน บ.ทีโอที จำกัด มหาชน มาสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับการเป็นผู้สนับสนุน การจัดการชุมนุมและเคลื่อนไหวทางการเมือง ในห้วงที่ผ่านมานั้น ว่าเป็นการเชิญตัว มาสอบถามข้อมูลความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยง ในการเป็นผู้สนับสนุน การจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในหลายโอกาส &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าตัวได้ยอมรับว่าให้การสนับสนุนระบบไฟฟ้า ระบบแสงและเครื่องเสียงในการจัดการชุมนุมในหลายครั้งที่ผ่านมา โดยได้รับค่าตอบแทนจากแกนนำการชุมนุมจริง และได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ต่อทางราชการ เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการพูดคุย ขอความร่วมมือและทำความเข้าใจ ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน การชุมนุมทางการเมืองและความเคลื่อนไหว ควรต้องอยู่ในกรอบของกฏหมาย และไม่ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่น ซึ่งอาจเป็นความผิดตามกฏหมายได้ &amp;nbsp;โดยเจ้าตัวตอบรับและแสดงออก ถึงความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยในช่วงเช้าวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปส่งบ้านพักแล้วโดยสวัสดิภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ชุมนุม22พ.ค., ทีมโฆษกคสช., พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5ade92336ad6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.พร้อมดูแลความสงบม็อบอยากเลือกตั้ง แจ้งช่วงค่ำจะมีฝนตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.61 -&amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่นัดชุมนุมในวันนี้ (5 พ.ค.) ที่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ว่า ขณะนี้ทุกอย่างยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปรกติดีและไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ดูแลเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทราบว่าการชุมนุมจะเริ่มขึ้นในเวลา 16.00 - 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเย็นต่อเนื่องจนถึงช่วงค่ำ &amp;nbsp;ทราบว่าในกทม.อาจจะมีฝนตกด้วย ทางเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในพื้นที่และตำรวจก็จะไปช่วยดูแลเรื่องการจราจร ดูแลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก และแสงสว่างด้วย ส่วนที่มีข่าวว่าอาจมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายนั้น ตอนนี้ยังไม่มีรายงานเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีข้อห่วงใยความเคลื่อนไหวใดๆเป็นพิเศษ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกกล.รส. ในพื้นที่ก็ไม่ประมาท&amp;quot;พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8556</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ทีมโฆษกคสช., พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5ade92336ad6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ยก 3 เหตุผลความจำเป็นของการเกณฑ์ทหาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61 - พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวว่ากรณีที่มีบุคคลหรือพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายหาเสียงที่มิใช่การเสนอนโยบายเชิงรูปธรรม รวมถึงการนำเสนอข่าวที่ไม่ครบเนื้อความ อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ของสาธารณชน โดยเฉพาะประเด็นคำถามเกี่ยวข้องกับการยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นการรับสมัคร,การลดขนาดกองทัพลง เพื่อให้มีกำลังพลเหมาะสมกับภารกิจ,การย้ายหน่วยงานของกองทัพ ออกไปอยู่ตามหัวเมืองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอชี้แจงว่า คำว่าเกณฑ์ทหารเป็นภาษาพูดตามเนื้อความพระราชบัญญัติการรับราชการทหาร พ.ศ.2497 ว่าด้วยการตรวจเลือก ดังนั้นการยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นการรับสมัครก็ต้องไปดูกฏหมายดังกล่าวนี้ ว่าเอื้ออำนวยให้สามารถปฏิบัติได้หรือไม่ หรือต้องแก้ไขอย่างไรในปัจจุบันมียอดผู้สมัครโดยเฉลี่ย ในแต่ละปีประมาณร้อยละ42ของความต้องการใช้กำลัง กล่าวโดยสรุป กองทัพยังคงดำเนินการตามที่กฏหมายระบุไว้ ส่วนการลดขนาดกองทัพ ได้มีแผนรองรับทั้งในระดับยุทธศาสตร์จนถึงเหล่าทัพอยู่แล้ว ทั้งนี้เป็นไปเพื่อตอบสนองภารกิจ ตามมาตรา 52 ของ รธน.พ.ศ.2560 ซึ่งต้องทำความเข้าใจด้วยว่า กองทัพมิได้มีภารกิจเพียงด้านความมั่นคงภายนอกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพยังมีภารกิจในการพัฒนาประเทศ รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย นอกจากนั้นยังมีภารกิจตอบสนอง ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งมี กอ.รมน.เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน เป็นรูปแบบของความมั่นคงภายใน การผลิตและการเตรียม จำนวนกำลังพลในกองทัพ จึงมีความสำคัญ เพราะทหารไม่สามารถผลิต ได้ในระยะเวลาอันสั้นและต้องเป็นไป อย่างสอดคล้องกับภัยคุกคาม ที่หน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ นับตั้งแต่สภาความมั่นคงลงมา ได้ประเมินไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการย้ายหน่วยงานกองทัพออกไปชานเมืองเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด &amp;nbsp;ส่วนใหญ่หน่วยที่ตั้งในกทม.จะเป็นหน่วยบัญชาการ ส่วนกลาง หรือมีภารกิจเฉพาะโดยตรง &amp;nbsp;การย้ายที่ตั้งต้องใช้งบประมาณ มิใช่แค่ตัวทหาร หรืออาคารสถานที่ แต่หมายความรวมถึงครอบครัว และองค์ประกอบอื่นๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมขอให้สาธารณชน ได้เข้าใจในภารกิจของกองทัพ ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ขอขอบคุณในความปรารถนาดี ต่อข้อเสนอกองทัพจะนำไปเป็นข้อพิจารณา ในการกำหนดแผนในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7723</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทหารพราน, กองทัพ, ทีมโฆษกคสช., พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร, วัฒนา เมืองสุข, เนติวิทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5ade92336ad6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.จ่อออกคำสั่งประมงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.61-พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงผลการประชุม คสช. ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานว่า คสช.ได้หารือถึงคำสั่งคสช.ที่เกี่ยวกับประมง 3 ฉบับ ที่บางอย่างซ้ำซ้อนและหลังครม.เห็นชอบร่างพ.ร.ก.การประมง(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 แล้ว เพื่อออกคำสั่งคสช.ฉบับใหม่ งดเว้นและยกเลิกบางข้อในคำสั่งคสช.เดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย(ไอยูยู) เพื่อจัดทำรายงานเรื่องความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(ไอยูยู) ที่คณะผู้แทนจากสหรัฐฯจะเดินทางมาไทยในวันที่ 4 เม.ย.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางการไทยต้องส่งให้ดูก่อนว่าสิ่งที่ทำในช่วงปิดท้ายมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเรือที่หายไป จมหรือขายให้ต่างประเทศ โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่ที่ออกไปนอกน่านน้ำได้ บางทีจมไป30-40 ปีแล้วไม่มีหลักฐาน ต้องหาการรับรองเช่นจากสมาคมประมง การประมงพื้นบ้าน ที่ขอให้ทีมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจ.ระนองช่วยให้ทำละเอียด และการเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้น อย่างคดีอาญาให้ศาลตั้งทีมขึ้นมาเป็นการเฉพาะเรื่องเลย ซึ่งตนได้สั่งทำให้เสร็จเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ แล้วส่งให้ตนดูเพื่อปรับแก้ได้ทัน&amp;quot;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5415</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., คำสั่งคสช., ทีมโฆษกคสช., ประมง, พ.อ.วินธัย สุวารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0d11e66811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกคสช.เตือน &#039;ไพร่หมื่นล้าน&#039; ขัดคำสั่งคสช.ประเดิมตั้งพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นัดสื่อมวลชน ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.) เพื่อปรับทัศนคติทางการเมือง ร่วมพูดคุยเปิดใจกับ&amp;lsquo;กลุ่มเพื่อนธนาธร&amp;rsquo; ว่า การดำเนินการดังกล่าวสุ่มเสี่ยงขัดคำสั่ง คสช. เรื่องการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะใช้การพูดคุย ทำความเข้าใจ ในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่คงใช้ดุลพินิจดำเนินการ หากเป็นเพียงการร่วมตัวกันเพื่อนัดกันไปจดแจ้งพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เจ้าหน้าที่ต้องดูองค์ประกอบนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ถ้าก่อนจะไปจดแจ้งตั้งพรรค หากมีการพูดคุยเรื่องการเมือง เจ้าหน้าที่ที่ลงไปดูแลต้องพิจารณา หากเข้าข่ายต้องดำเนินการ แต่หากเป็นไปตามที่ นายธนาธร ระบุในเฟซบุ๊ก ถือว่าสุ่มเสี่ยงจะทำผิด ต้องให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประเมิน&amp;rdquo; พ.อ.วินธัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวจาก คสช. กล่าวว่าหากเป็นการมั่วสุ่มหรือร่วมชุมนุมทางการเมือง ถือว่าผิด ซึ่งตามที่เขาโพสต์ในเฟซบุ๊ก เขาระบุอยู่แล้ว เป็นเรื่องการเมือง ถือเป็นการปรึกษาหารือ มั่วสุม ทำเป็นกิจกรรมทางการเมือง และยังไม่ขออนุญาต คสช. ซึ่งทุกคนรู้ข้อกฎหมายดีอยู่แล้ว หากดำเนินการเข้าเงื่อนไขผิดคำสั่ง คสช. ชุมนุม เกิน 5 คนโดยไม่รับอนุญาต ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ต้องดูว่าพรุ่งนี้ นายธนาธร จะทำอะไร ดูขนาดการร่วมกลุ่ม ต้องประเมินสถานการณ์ แต่มองดูว่า นายธนาธร เพียงแต่อยากเรียกเรตติ้ง แต่พาสื่อไปเสี่ยงด้วย ซึ่งพรุ่งนี้หากเขาพูดเรื่องการเมือง ก็เข้าเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ไม่ได้เน้นย้ำอะไร เหมือนท่านจะปล่อยๆมากกว่า บอกให้เอาแค่หอมปากหอมคอ แต่อย่าเกินเลย&amp;rdquo; แหล่งข่าว คสช. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดคำสั่งคสช., คสช., ทีมโฆษกคสช., ธนาธร, พ.อ.วินธัย สุวารี, มั่วสุมเกิน5คน, ไพร่หมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8de2f640c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
