<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ง“ไทยนิยม ยั่งยืน”แก้จน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ของรัฐบาล ภายใต้แนวคิดในการพัฒนาประเทศที่เชื่อมจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ เป็นการดำเนินการอย่างมีแบบแผนชัดเจน โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของคนในแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการสนับสนุนให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหลักในการดำเนินโครงการดังกล่าว แยกเป็นด้านต่างๆ ประกอบด้วย ด้านความมั่นคง ได้แก่ สัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง, รู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย, รู้กลไกการบริหารราชการ, รู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม, รู้เท่าทันเทคโนโลยี และร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ คนไทยไม่ทิ้งกัน, ชุมชนอยู่ดีมีสุข และวิถีไทยวิถีพอเพียง และสุดท้ายคืองานตามภารกิจของทุกหน่วยงานที่ลงพื้นที่ (Function)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในแต่ละส่วนจะมีกลไกในการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถมาลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่เปิดรับลงทะเบียนในช่วงก่อนหน้าได้ โดยเป็นการประสานกับ 11 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรมบัญชีกลาง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน จะเป็นไปตามโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติจากการลงทะเบียนในครั้งแรก จะไม่สามารถเข้าร่วมการลงทะเบียนที่เปิดเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ การลงทะเบียนจะต้องเป็นรูปแบบสมัครใจ โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อมูลด้านรายได้ ข้อมูลเงินฝากธนาคาร การถือครองที่ดิน และข้อมูลหนี้สิน เป็นต้น รวมทั้งจะต้องยินยอมให้นำข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมถ่ายภาพใบหน้าไปใช้ เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการรัฐในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมนี้ เป็นหนึ่งในกลไกการดำเนินงานของโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นแกนหลักในการลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูลประชาชนที่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีรายได้น้อย และยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 โดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่พลาดโอกาสการลงทะเบียนในรอบที่ผ่านมา โดยในการลงทะเบียนจะมีการสอบถามความต้องการในการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาทักษะและอาชีพ รวมทั้งจะใช้กลไกประชาคมในการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น เพื่อคัดกรองผู้เข้าข่าย และบันทึกข้อมูลผู้ลงทะเบียนที่ผ่านกลไกประชาคมเข้าระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำโดยกระทรวงการคลัง ภายในวันที่ 31 ก.ค.2561 เพื่อจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ฐานข้อมูลการถือครองที่ดิน กรมที่ดิน ฐานข้อมูลการยื่นชำระภาษี กรมสรรพากร ฐานข้อมูลบำนาญ กรมบัญชีกลาง ฐานข้อมูลเงินฝากของธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่รับฝากเงินจากประชาชน พันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สลากออมทรัพย์ของธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และฐานข้อมูลคนพิการของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อนำมาประมวลผลผู้มีรายได้น้อย และนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมต่อไป โดยผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิได้จาก &amp;ldquo;ทีมไทยนิยม&amp;rdquo; ประจำพื้นที่ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเว็บไซต์ www-epayment.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากคัดกรองผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว กระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้มีสิทธิ เพื่อใช้รับสวัสดิการตามที่ภาครัฐกำหนดต่อไป โดยจะแจกจ่ายบัตรสวัสดิการฯ ดังกล่าว ผ่านกลไกของทีมไทยนิยมนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทย พบว่า มีผู้เข้าข่ายลงทะเบียนเพิ่มเติมในครั้งนี้ 1.1 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุ 2.6 แสนคน, ผู้พิการ 9.1 หมื่นคน, ผู้ป่วยติดเตียง 2.1 หมื่นคน และผู้ที่พลาดโอกาสลงทะเบียนในรอบแรกอีก 6.8 แสนคน ขณะที่กระทรวงการคลังเอง คาดการณ์ว่ารอบนี้จะมีผู้มาลงทะเบียนอีก 1.5 ล้านคน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, ทีมไทยนิยม, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, สลากออมทรัพย์ของธนาคารออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
