<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนทางไกลผ่านทีวีเริ่มออนแอร์แล้ว! &#039;อนุบาล1-ม.6&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;ศูนย์ข้อมูล COVID-19&amp;quot; โพสต์ว่า &amp;quot;การจัดการศึกษาทางไกลโทรทัศน์ระบบดิจิตอลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เริ่มออกอากาศ 18 พฤษภาคม 2563&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66204</URL_LINK>
                <HASHTAG>C-Band, KU-Band, ทีวีดิจิทัล, เรียนทางไกล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec1d695f24cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีวีดิจิทัลยิ้มร่า ‘กสทช.’ชดเชย 4ช่อง1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ วอนอย่าคิดว่า คสช.ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ใคร หลังเคาะ ม.44 ระงับสรรหา กสทช.ใหม่ รอรัฐบาลหน้าพิจารณา ลั่นหมดเวลาใช้วิธีนี้แก้ปัญหา &amp;nbsp;ขณะที่ กสทช.เตรียมควัก 1,383 ล้าน จ่าย 4 ช่องทีวีดิจิทัลคืนไลเซนส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการออกคำสั่ง คสช. เพื่อระงับการสรรหาคณะกรรมการ กสทช.ชุดใหม่ แทนชุดปัจจุบันที่ทำหน้าที่รักษาการอยู่เกินวาระมา 2 ปีแล้วว่า ขออย่าคิดว่าการทำงานของ คสช.นั้นเพื่อผลประโยชน์ของใคร เพราะทั้งหมดเพื่อประโยชน์ประชาชน สำหรับเรื่องดังกล่าว ขอให้เอาคำสั่ง คสช.ทำงานไปก่อน เมื่อรัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้ออกกฎหมาย ก็ต้องรอให้รัฐบาลชุดหน้าเป็นคนพิจารณากฎหมายต่อ ซึ่งจะออกเมื่อใดก็ยังไม่รู้ เมื่อออกมาแล้วก็ต้องทำตามกฎหมายใหม่ แต่ถ้ากฎหมายยังไม่ออก ก็ยังไม่สามารถคัดสรรได้ ดังนั้น ถ้ากรรมการ กสทช.ลดลง การพิจารณาเรื่องต่างๆ ก็จะมีปัญหาทั้งหมด แต่ทั้งหมดต้องทำตามกฎหมายให้ได้ ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณและดำเนินโครงการต่างๆ โดยมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว ขออย่ากังวล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนเรียกร้องให้ตนใช้มาตรา 44 แต่วันนี้ต้องเลิกใช้แล้ว เพราะหมดเวลาที่จะต้องใช้ แม้จะมีเวลาใช้ไปจนถึงวันเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก็ตาม แต่ก็ไม่ควร ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามาตรา 44 นั้น ไม่ได้ใช้ในทางที่ทำให้เกิดปัญหา แต่ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช.ได้เห็นชอบกรอบวงเงินชดเชยช่องวอยซ์ทีวี จำนวน 378 ล้านบาท กรณีขอคืนใบอนุญาต ตามมติคณะอนุกรรมการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล (คณะอนุกรรมการเยียวยา) โดยให้มีการยุติการออกอากาศในวันที่ 1 กันยายน 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มติที่ประชุม กสทช.ได้อนุมัติในหลักการ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่กำหนดไว้ให้ดำเนินการไม่น้อยกว่า 45 วัน และให้มีการประชาสัมพันธ์ตามที่ กสทช.กำหนดไว้ ไม่ต้องเสนอต่อที่ประชุม กสทช.อีก ให้เป็นวาระเพื่อทราบเท่านั้น ทำให้ขั้นตอนการพิจารณาของ 3 ช่องที่เหลือ ได้แก่ ช่อง 13 (ช่อง 3 แฟมิลี่), ช่อง 28 (ช่อง 3 เอสดี) และช่อง 14 (เอ็มคอตแฟมิลี่) รวดเร็วขึ้น และเมื่อมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการเยียวยากำหนดกรอบวงเงินชดเชยแล้วให้ถือเป็นมติที่ประชุม กสทช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า สำหรับช่อง 14 (เอ็มคอตแฟมิลี่) ที่จะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการเยียวยา มียอดเงินประมูลใบอนุญาต 660 ล้านบาท โดยมีการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว 4 งวด เป็นเงิน 452 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นเงิน 289 ล้านบาท หักผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างประกอบกิจการ ถึงวันที่ 15 กันยายน 2562 รวม 63 ล้านบาท ได้แก่ ค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (มักซ์) จำนวน 28 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามเกณฑ์ (มัสต์แครี) จำนวน 34 ล้านบาท รวมค่าชดเชยที่จะได้รับ (ถึงวันที่ 15 กันยายน 2562) เป็นเงินจำนวน 226 ล้านบาท หักค่าใบอนุญาตงวดที่ 4 ที่ค้างชำระพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 63 ล้านบาท ดังนั้น ช่องจะได้รับค่าชดเชยสุทธิ เป็นเงินจำนวน 163 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนช่อง 13 (ช่อง 3 แฟมิลี่) ยอดเงินประมูลใบอนุญาต 666 ล้านบาท โดยมีการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว 4 งวด เป็นเงิน 455 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นเงิน 290 ล้านบาท หักผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างประกอบกิจการ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 รวม 64 ล้านบาท ได้แก่ ค่าเช่ามักซ์ จำนวน 28 ล้านบาท และค่ามัสต์แครี จำนวน 35 ล้านบาท รวมค่าชดเชยที่จะได้รับ (ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562) เป็นเงินจำนวน 226 ล้านบาท หักค่าใบอนุญาตงวดที่ 4 ที่ค้างชำระพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 63 ล้านบาท ดังนั้น ช่องจะได้รับค่าชดเชยสุทธิ เป็นเงินจำนวน 162 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ช่อง 28 (ช่อง 3 เอสดี) ยอดเงินประมูลใบอนุญาต 2,275 ล้านบาท โดยมีการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว 4 งวด เป็นเงิน 1,517 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นเงิน 967 ล้านบาท หักผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างประกอบกิจการ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 รวม 64 ล้านบาท ได้แก่ ค่าเช่ามักซ์ จำนวน 28 ล้านบาท และค่ามัสต์แครี จำนวน 35 ล้านบาท รวมค่าชดเชยที่จะได้รับ (ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562) เป็นเงินจำนวน 903 ล้านบาท หักค่าใบอนุญาตงวดที่ 4 ที่ค้างชำระพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 223 ล้านบาท ดังนั้น ช่องจะได้รับค่าชดเชยสุทธิ เป็นเงินจำนวน 680 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรอบวงเงินชดเชยของช่อง 13 (ช่อง 3 แฟมิลี่) และช่อง 28 (ช่อง 3 เอสดี) ดังกล่าว อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เพราะทั้ง 2 ช่องเพิ่งส่งหนังสือถึง กสทช. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงไม่สามารถเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเยียวยาได้ทัน จึงจะจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนออีกครั้ง ส่วนแผนการคุ้มครองพนักงานที่ถูกเลิกจ้างของทั้ง 2 ช่อง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และมีค่าเพิ่มพิเศษชดเชยตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ส่วนทุกช่องที่ยุติการออกอากาศแล้ว สามารถทำเรื่องขอคืนเงินต่อสำนักงาน กสทช. ได้ในวันถัดไป&amp;rdquo; นายฐากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า ส่วนการสนับสนุนการจัดทำข้อมูลค่าความนิยมเฉลี่ย (เรตติ้ง) ตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ให้กับสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล สำนักงาน กสทช.มีข้อห่วงใยในหลายเรื่อง จึงจะมีการนัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกช่อง ผู้ซื้อสื่อโฆษณา รวมถึงผู้จัดทำเรตติ้ง ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ เพื่อทราบถึงแนวทางในการจัดทำเรตติ้งที่ถูกต้องและเป็นธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40569</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.ชดเชย 4ช่อง1พันล้าน, ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ใคร, ทีวีดิจิทัล, ทีวีดิจิทัลคืนไลเซนส์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d249ee0040bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7ช่องดิจิทัลโบกมือลาจอ 4องค์กรสื่อจับตาเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;7 ช่องแห่คืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล &amp;nbsp;กสทช.ชี้ยุติออกอากาศไม่เกิน ส.ค. กำชับดูแลพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง &amp;quot;บีอีซี&amp;quot; แจงเหตุคืน 2 ช่องมุ่งโฟกัสช่อง 33 &amp;quot;4 องค์กรสื่อ&amp;quot; ร่อนแถลงการณ์ บี้เยียวยา พนง.เป็นธรรมมากกว่า กม.แรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สรุปผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ยื่นเรื่องขอคืนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินจำนวน 7 ช่อง คือ ไบรท์ทีวี 20, บมจ.อสมท (MCOT) คืนช่อง 14 MCOT Family, บมจ. นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) คืนช่องสปริงนิวส์ 19, บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด คืนช่องวอยซ์ทีวี 21, บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) (บริษัท สปริงส์ 26) คืนช่อง สปริงส์ 26, บมจ.บีอีซีเวิลด์ (BEC) คืนช่อง 28 SD และช่อง 13 Family&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า จากที่เอกชนที่ยื่นขอคืนช่องทีวีดิจิทัลจำนวน 7 ช่อง จะทำให้เหลือช่องทีวีดิจิทัล จำนวน 15 ช่อง จากเดิมที่มีอยู่ 22 ช่อง หลังจากนี้ให้ช่องทีวีที่ขอคืนใบอนุญาตส่งเอกสาร รวมทั้งผลประกอบการในปี 61 และผลประกอบการในช่วง 1 ม.ค.-11 เม.ย.62 มาให้ กสทช.ภายใน 60 วัน และใช้เวลานำเสนอต่อคณะกรรมการ กสทช. ภายใน 30 วัน &amp;nbsp;หากรายใดยื่นเอกสารได้เร็ว จะพิจารณาได้เร็ว และจะได้รับเงินชดเชยได้เร็ว ดังนั้นการยุติออกอากาศของแต่ละช่องจะไม่เท่ากัน ทั้งนี้ คาดว่าอย่างช้ากระบวนการทั้งหมดจะสิ้นสุดในเดือน ส.ค.62 โดยต้องประชาสัมพันธ์แจ้งผู้บริโภค 30-45 วันก่อนยุติออกอากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาตมาอาจจะส่งผลกระทบต่อพนักงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเวลาที่ได้รับเงินช่วยเหลือกลับไปแล้ว ขอให้เยียวยากลับไปให้แก่พนักงานให้ดีกว่ากฎหมายแรงงาน ซึ่ง กสทช.ต้องการเห็นแผนเยียวยาพนักงานที่ต้องออกจากงานจากการคืนช่องทีวีดิจิทัล เนื่องจากเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีกำชับว่าจะต้องให้ความสำคัญและมีความเป็นห่วง&amp;rdquo; นายฐากร ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า การขอคืนช่องทีวีดิจิทัลมาจากแนวโน้มที่เห็นว่าเมื่อมี 5G จะส่งผลกระทบต่อทีวีดิจิทัล จากปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วเมื่อมี 3G/4G ทำให้ทุกคนหันไปชมรายการต่างๆ ผ่านช่อง OTT เพิ่มขึ้น และดูทีวีน้อยลง อย่างบางช่องที่มี 2-3 ช่อง เท่าที่ฟังขาดทุนเป็นหมื่นล้าน การคืนช่องมาจะทำให้ภาพรวมทีวีดิจิทัลเมื่อมีน้อยรายน่าจะทำให้ดี แต่ละรายจะได้ค่าชดเชยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าขาดทุนกำไรเท่าไร แต่อย่างน้อยจะได้รับเงิน 55% ของเงินที่จ่ายค่าใบอนุญาตไปแล้วงวดที่ 1-4 โดยจะนำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จ่ายชดเชยให้ไปก่อน โดยไม่ต้องรอเงินจากการจัดสรรคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวด้วยว่า ในส่วนผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้ง 3 ราย คือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่ได้มายื่นขอรับสิทธิยืดระยะเวลาจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz เมื่อวันที่ 7 พ.ค. แต่มีเงื่อนไขเรื่องราคาประมูลคลื่น 700 MHz ที่จะประกาศในวันที่ 14 พ.ค.นี้ หากมีราคาสูงเกินไป อาจไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 700 MHz ขณะที่ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) แจ้งยื่นขอใช้สิทธิขยายเวลาจ่ายใบอนุญาตคลื่น 900 MHz และแจ้งว่าราคาเริ่มต้นคลื่น 700 MHz ที่ กสทช.มีข่าวออกไปเห็นว่าราคายังสูง &amp;nbsp;DTAC จะขอรอการรับฟังความเห็นสาธารณะของการประมูลคลื่น 700 MHz ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) แจ้งขอใช้สิทธิเช่นกัน แต่มีเงื่อนไขการเข้าร่วมประมูลคลื่น 700 MHz หากราคาสูงเกินไปอาจเปลี่ยนใจไม่เข้าร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ราคาประมูลเริ่มต้นของคลื่น 700 MHz ที่ 25,000 ล้านบาท หากเอกชนเห็นว่าสูงเกินไป ก็มีสิทธิปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมประมูลได้ อย่างไรก็ตาม กสทช.จะไม่ปรับราคาตามใจผู้ประกอบการโทรคมนาคม ซึ่งได้ส่งให้หน่วยงานในต่างประเทศตรวจสอบก่อนที่ประกาศลงในเว็บไซต์วันที่ 14 พ.ค.นี้ และเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะในวันที่ 22 พ.ค.นี้&amp;quot; เลขาธิการ กสทช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์เรื่อง การคืนช่องทีวีดิจิทัลช่อง 13 และ ช่อง 28 ว่าเนื่องจากปัญหาของการแข่งขันที่สูงในธุรกิจทีวีดิจิทัล จากจำนวนช่องที่มากเกินไป ในขณะที่เม็ดเงินโฆษณาไม่ได้โตขึ้น แต่กลับมีการหดตัวของเม็ดเงินโฆษณา อีกทั้งกิจการโทรทัศน์ยังโดนผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ชมที่หันไปรับชมรายการต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลส่วนมากต้องแบกรับปัญหาการขาดทุน อย่างไรก็ตาม บมจ.บีอีซีเวิลด์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจ โดยจะยังคงสร้างสรรค์รายการที่มีคุณภาพ ที่ให้ทั้งความบันเทิงและสาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมทางช่อง 3 และ 33 และจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเต็มที่ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คณะกรรมการ บมจ.อสมท ได้พิจารณาตามที่ฝ่ายบริหารนำเสนอและมีมติเห็นชอบในการคืนใบอนุญาตฯ ช่อง 14 MCOT Family เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ บมจ. อสมท และผู้มีส่วนได้เสีย อย่างไรก็ตาม บมจ.อสมท ยังคงมีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุน ส่งเสริม เด็ก เยาวชน สังคมและครอบครัว ตามภารกิจขององค์กรผ่านช่องทางการสื่อสารทุกช่องทางของ บมจ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด จะยังคงดำเนินงานต่อ แต่ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มในการนำเสนอมุ่งเน้นการพัฒนาข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งในเว็บไซต์ ยูทูบ เฟซบุ๊กเพจ ไลน์ อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ ตามแผนดำเนินงานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ วอยซ์ทีวี 21 จะออกอากาศผ่านระบบดิจิทัลจนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ และในระหว่างวันที่ 1-31 ก.ค. จะดำเนินการออกอากาศคู่ขนานผ่านระบบดิจิทัล ดาวเทียม และแพลตฟอร์มออนไลน์หลักคือเฟซบุ๊กและยูทูบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ NMG กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าการถือใบอนุญาตโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลไว้ถึง 2 ช่อง คือช่อง 22 ผ่านบริษัท เนชั่น บรอดคาสติ้ง จำกัด (มหาชน) และช่อง 26 ผ่านบริษัท สปริง 26 ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการประกอบการของบริษัท ซึ่งเป็นองค์กรข่าว จึงตัดสินใจคืนใบอนุญาตช่อง 26 ซึ่งเป็นช่องวาไรตี้ที่กลุ่มบริษัทไม่ได้มีความรู้ความชำนาญอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย &amp;nbsp;สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ร่วมกรณีคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลว่า ห่วงใยต่อสภาวะการว่างงานของพนักงานสังกัดทีวีดิจิทัลที่ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในแวดวงสื่อสารมวลชนทีวี จึงมีข้อเรียกร้องและข้อเสนอดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เรียกร้อง กสทช.ให้ขอความร่วมมือ/กำชับผู้ประกอบการที่คืนใบอนุญาต ได้ดำเนินการดูแลชดเชยเยียวยาพนักงานที่ตกงาน มากกว่าที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานกำหนด และ 2.ขอให้ผู้ประกอบการ เจ้าของสื่อ ชดเชยเยียวยาพนักงานที่ตกงานด้วยความเป็นธรรมและมากกว่า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานกำหนด เนื่องจากเป็นการปิดบริษัทอย่างกะทันหัน ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด และการคืนใบอนุญาตดังกล่าวผู้ประกอบการเองก็ได้รับเงินคืนจาก กสทช.เช่นกัน รวมทั้งต้องออกหนังสือรับรองการทำงานให้ด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35544</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คืนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน, ดูแลพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง, ทีวีดิจิทัล, บีอีซี, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd58702cbdca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้วมาตรา 44 อุ้มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.61 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2561 เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 76/2559&amp;nbsp;เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะลงวันที่ 20&amp;nbsp;ธันวาคม พุทธศักราช 2559&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ระกอบกิจการที่สุจริตแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสังคมจึงไม่อาจชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทันภายในระยะเวลาที่กําหนดไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ในปัจจุบันภาวะดังกล่าวยังคงปรากฏอยู่และมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นเนื่องจากการแข่งขันทางธุรกิจ ในขณะที่ส่วนแบ่งรายรับจากการประกอบกิจการลดลงอีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไปอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมายทางเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม (Technological Disruption)โดยเฉพาะการแก้ปัญหาในการเปลี่ยนผ่านระบบการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์เป็นระบบดิจิตอลซึ่งแม้ปัญหาดังกล่าวเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจและขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบกิจการ แต่มีบางส่วนเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐที่จะต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึง การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และเสรีภาพของประชาชน นอกจากนั้น หากปล่อยให้เกิดความเสียหายแก่นักลงทุนหรือผู้ประกอบกิจการที่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจากรัฐในกิจการที่การลงทุนมีมูลค่าสูง และเป็นห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจและสังคมที่สําคัญก่อให้เกิดการจ้างงานและอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามมาอีกเป็นอันมาก ซึ่งหากประสบภาวะวิกฤติก็จะส่งผลกระทบไปถึงภาคส่วนอื่น ๆ และประชาชนในวงกว้าง รัฐจึงควรมีมาตรการบรรเทาความเสียหายแก่ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อันเนื่องมาจากผลกระทบดังกล่าว เพื่อให้สามารถประกอบกิจการและชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ในที่สุดบนพื้นฐานความเป็นจริงในสังคม โดยไม่ก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบและไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความเป็นธรรมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนโดยพิจารณาไม่ให้ภาครัฐและประชาชนเสียหายเมื่อเปรียบเทียบกับการบังคับการให้เป็นไปตามกติกาเดิมอย่างเคร่งครัด และการให้ผู้ประกอบกิจการได้ใช้เวลา โอกาสและทุนในการพัฒนาศักยภาพการให้บริการและการผลิตหรือการเผยแพร่รายการที่มีคุณภาพให้ทันต่อความต้องการของสังคม และเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันสมควรให้กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะองค์กรสื่อของรัฐสามารถมีรายได้จากการโฆษณาได้ตามความจําเป็น และเพียงพอต่อการพัฒนาภารกิจด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพให้ทันต่อความต้องการของรัฐและสังคมตลอดจนทันต่อเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน โดยต้องไม่เป็นการประกอบธุรกิจที่มุ่งแสวงหากําไร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกําหนด ซึ่งมาตรการบรรเทาความเสียหายเหล่านี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆที่เกี่ยวข้องแล้ว และถือว่าเป็นกรณีจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปกิจการด้านสื่อสารมวลชนซึ่งจะทําให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีความมั่นคงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265&amp;nbsp;ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44&amp;nbsp;ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557&amp;nbsp;หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1&amp;nbsp;คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2&amp;nbsp;ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ส่วนที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;กรณีผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3&amp;nbsp;ในส่วนนี้
&amp;ldquo;คําสั่งที่ 76/2559&amp;rdquo; หมายความว่า คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๗๖/๒๕๕๙เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประกาศ&amp;rdquo; หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้รับใบอนุญาต&amp;rdquo; หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4&amp;nbsp;ให้ผู้รับใบอนุญาตที่ต้องชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามคําสั่งที่ 76/2559&amp;nbsp;ชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ในส่วนที่เหลือตั้งแต่งวดที่สองเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สําหรับผู้รับใบอนุญาตตามประกาศ ให้ชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือตั้งแต่งวดที่ห้าเป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในข้อ 12&amp;nbsp;ของประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5&amp;nbsp;ผู้รับใบอนุญาตตามคําสั่งที่ 76/2559&amp;nbsp;หรือประกาศรายใดไม่สามารถชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่เหลือตามข้อ 4&amp;nbsp;ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นแจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงาน กสทช. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับเพื่อขอพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามคําสั่งที่ 76/2559&amp;nbsp;หรือประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาการพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ให้กับผู้รับใบอนุญาตที่แจ้งตามวรรคหนึ่งและกําหนดระยะเวลาการพักชําระค่าธรรมเนียมซึ่งต้องไม่เกินสามปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นตามคําสั่งที่ 76/2559&amp;nbsp;หรือประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างเวลาพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามวรรคสองให้ผู้รับใบอนุญาตชําระดอกเบี้ยในวันที่ครบกําหนดชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในแต่ละงวดให้แก่สํานักงาน กสทช. โดยให้ชําระดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกําหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อครบกําหนดระยะเวลาขอพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามวรรคสองแล้วให้ผู้รับใบอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่เหลือตามข้อ 4 ให้ครบถ้วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6&amp;nbsp;การพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามข้อ 5&amp;nbsp;ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้รับใบอนุญาตที่จะขอชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่เหลือตามข้อ 4&amp;nbsp;โดยให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงาน กสทช. ล่วงหน้าสามสิบวันก่อนครบกําหนดชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามคําสั่งที่ 76/2559&amp;nbsp;หรือประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7&amp;nbsp;การขอพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามข้อ 5&amp;nbsp;มิให้นํามาใช้บังคับกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติที่ขอยกเลิกการประกอบกิจการหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการดังกล่าวก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8&amp;nbsp;ให้ กสทช. และสํานักงาน กสทช. หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะแล้วแต่กรณี จัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) ให้กับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นระยะเวลายี่สิบสี่เดือนนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเหลือจ่ายจากการดําเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยให้คํานึงถึงการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 9&amp;nbsp;ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทําผังรายการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาต มีการผลิตรายการหรือการดําเนินรายการที่ดี ให้ข้อมูลที่มีความถูกต้องชัดเจน มีสาระและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เนื้อหารายการมีความหลากหลาย ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตลอดจนเปิดโอกาสให้คนพิการหรือคนด้อยโอกาสมีโอกาสเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์จากรายการที่ออกอากาศได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไปโดยให้ผู้รับใบอนุญาตดําเนินการตามหมวด 2&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดําเนินการตามวรรคหนึ่งให้สํานักงาน กสทช. มีหน้าที่ตรวจสอบหากพบว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณายกเลิกการพักชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและให้ผู้รับใบอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่เหลือตามข้อ ๔ใหครบถ้วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ส่วนที่ 2
มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 10&amp;nbsp;ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ตามมาตรา 20&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ. 2551&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์อาจมีเงินรายได้จากการโฆษณาได้เท่าที่จําเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการตามวัตถุประสงค์โดยต้องไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากําไรทางธุรกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช.ประกาศกําหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการกําหนดหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ให้ กสทช. คํานึงถึงผู้บริโภค ต้นทุนในการผลิตรายการและความเป็นธรรมในการแข่งขันที่จะมีผลกระทบต่อผู้รับใบอนุญาตประเภทอื่นด้วย โดยให้มีระยะเวลาสูงสุดในการโฆษณาได้ตามที่ กสทช. กําหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่ง ณ วันที่ 23&amp;nbsp;พฤษภาคม พุทธศักราช 2561
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9797</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีวีดิจิทัล, บิ๊กตู่, ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล, พล.อ.ประยุทธ์, มาตรา44, อุ้มทีวีดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ให้นับถอยหลังอีก1ชั่วโมง คลอดคำสั่งมาตรา44อุ้มทีวีดิจิทัล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 61 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ว่า ยืนยันว่าคำสั่งมาตรา 44 ดังกล่าวจะออกมาภายใน 1-2 ชม.นี้ ซึ่งรายละเอียดแนวทางการช่วยเหลือจะเป็นไปตามที่คุยกันไว้ ไม่มีอะไรเพิ่ม แต่อาจมีบางข้อเสนอหายไป ขอให้รอประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนจะทันกำหนดจ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวดที่ 5 ที่เปิดให้จ่ายในวันนี้เป็นวันแรกและจะสิ้นสุดตามเวลาราชการในเวลา 16.00 น.หรือไม่นั้น ไม่ทันไม่เป็นอะไร เพราะมีระยะผ่อนผัน (grace period) ที่กำหนดให้สามารถจ่ายช้ากว่ากำหนด(late payment)ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9795</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีวีดิจิทัล, ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล, มาตรา44, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd86da482ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.คุมเบ็ดเสร็จคลื่นความถี่&#039;จาตุรนต์&#039;จับตาเอื้อพวกพ้อง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กกรณีคสช.สั่งล้มการสรรหากรรมการกสทช. ว่า &amp;quot;การที่คสช.ออกคำสั่งล้มการสรรหาและกำหนดแนวทางดูแลทีวีดิจิตัล เป็นการรวมศูนย์ การกำหนดความเป็นไปและการตัดสินใจของกสทช.ไว้ในมือของคสช.โดยเฉพาะหัวหน้าคสช.ตามลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกคำสั่งเช่นนี้ เป็นเหมือนบทสรุปที่คสช.ได้กระทำต่อกสทช.คือ ยึดเอาอำนาจทุกอย่างไปจากกสทช.จนไม่เหลือสภาพของการเป็นองค์กรอิสระที่ควรจะวางตัวเป็นกลาง และมีหน้าที่ดูแลให้เกิดการกระจายการใช้คลื่นความถี่ซึ่งเป็นทรัพย่ากรส่วนรวมของชาติให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในสังคมให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงคสช.ได้ทำลายความเป็นอิสระของกสทช.จนเกือบไม่เหลืออะไรมานานแล้ว เช่น ออกคำสั่งกำหนดการใช้จ่ายเงินรายได้จากการประมูลเสียเอง และให้โอนเงินรายได้ที่เหลือเข้าคลัง การแทรกแซงกสทช.ครั้งแล้วครั้งเล่า รวมทั้งการทำให้กสทช.กลายเป็นเครื่องมือในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ด้วยการสั่งปิดทีวีหรือวิทยุที่เห็นว่าขัดคำสั่งคสช.ตามอำเภอใจและเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่กสทช.พึงกระทำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกคำสั่งครั้งล่าสุดนี้ นอกจากทำให้กสทช.จะต้องอยู่ต่อไปอย่างไม่มีอนาคตและไม่มีหน้าที่รับผิดชอบที่เป็นแก่นสารแล้ว ยังมีการดูแลทีวีดิจิตัลที่ทำให้เกิดการได้หรือเสียผลผระโยชน์มหาศาลของบริษัทเอกชน ซึ่งแทนที่จะให้ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการรักษาผลผระโยชน์ของประเทศและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การรับผิดชอบทั้งหมดกลับกลายเป็นของคสช.ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ที่ไม่มีใครตรวจสอบถ่วงดุลได้ หรือแม้แต่จะวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ได้ จึงไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องกันมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ปรึกษาคสช.ออกมาแก้ต่างให้คสช.ในเรื่องนี้ว่าเป็นเพราะกฎหมายกสทช.มีปัญหานั้น ต้องถามว่าอยู่กันมาจะ 4 ปีแล้ว ไปทำอะไรกันอยู่ ทำไมไม่แก้ไขเสีย และในครั้งนี้ทำไมจึงไม่เลือกวิธีแก้กฎหมายแทนที่จะออกคำสั่งที่เป็นการทำลายระบบเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ของประเทศและกำลังทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คสช.กินรวบ, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, ทีวีดิจิทัล, ระงับการสรรหากสทช., ล้มกระดานกสทช., อ๋อย จาตุรนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8633caa4ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลบวกยกแผง รับข่าวดีม.44โบรกชี้ช่อง3ได้ประโยชน์สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หุ้นกลุ่มทีวีดิจิตอลบวกยกแผง โบรกชี้ได้อานิสงส์จากมาตรการเยียวยา คาดช่อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีปัญหาทางด้านการเงิน และเรตติ้งต่ำ ทำให้มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายลง โดยเฉพาะบมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) คาดจะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากมีช่องทีวีในมือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ช่อง นอกจากนี้ บมจ.อสมท (MCOT) และ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ก็ได้อานิสงส์ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับราคาหุ้นกลุ่มทีวีดิจิตอลปรับขึ้นยกกระดาน โดยบมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์&amp;nbsp;(WORK) ปิดที่&amp;nbsp;67.25&amp;nbsp;บาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5.75&amp;nbsp;บาท หรือเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;9.35%&amp;nbsp;บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ปิดที่ 4.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.93%&amp;nbsp;บมจ.อาร์เอส ปิดที่ 28.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.73%&amp;nbsp;&amp;nbsp;BEC&amp;nbsp;ปิดที่&amp;nbsp;11.60&amp;nbsp;บาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.90&amp;nbsp;บาท หรือเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;8.41%&amp;nbsp;MCOT&amp;nbsp;ปิดที่ 10.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 0.93%&amp;nbsp;GRAMMY&amp;nbsp;ปิดที่ 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.67%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีวีดิจิทัล, ม.44, หุ้น, หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัล, โนมูระ พัฒนสิน, โบรกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf11609a638.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
