<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2018 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนกันนัว!&#039;สุภิญญา&#039;ซัดคสช.ทำรัฐประหารต้นเหตุทีวีดิจิทัลขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31 มี.ค.61- น.ส.สุภิญญา​ กลางณรงค์​ &amp;nbsp;อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นประธาน จะใช้ม. 44 เพื่อพักชำระหนี้ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเป็นเวลา 3 ปีว่าประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยในการใช้อำนาจรัฐทุจริตในเชิงนโยบายได้ สิ่งที่กสทช.จะทำได้ในขณะนี้ จะต้องให้กสทช.เข้าไปช่วยเหลือหรือกำกับการบริการของกสทช.เอง ไม่ใช่กลับไปแก้ไขสัญญาหรือข้อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบทเรียนที่ทำให้รัฐบาลยุคก่อนๆอยู่ไม่ได้มาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตกสทช.กล่าวว่าในส่วนของทีวีดิจิทัลนั้น สาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดคือ การรัฐประหารของ คสช.ที่เข้ามาในช่วงแรกนั้นก็สั่งปิดทีวีทุกช่อง อีกทั้งเมื่อคสช. เข้ามาบริหารประเทศก็ใช้ช่องทางทีวีดิจิทัลในการริดรอนสิทธิเสรีภาพ &amp;nbsp;ยังไม่รวมถึงการเบียดเบียนช่วงเวลาในทีวีโดยอ้างในนามของความมั่นคง ซึ่งทั้งหมดก็พอจะเป็นเหตุผลได้ที่ว่าทำไม คสช.จะต้องเข้ามาเยียวยาทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อรัฐใช้เหตุผลความมั่นคงในการเข้ามาแทรกแซงผู้ประกอบการจนส่งผลให้ผลกำไรทางรายได้นั้นลดลง ทางคสช.ก็จะต้องเข้ามาเยียวยาโดยที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากทาง กสทช.ต้องการจะช่วยเหลือจริงๆนั้น ทางกสทช.ก็จะต้องปรับในด้านค่าเช่าโครงข่าย ให้ยึดหลักความจริงตามต้นทุนมากกว่าที่จะหวังแต่ผลกำไร &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภิญญากล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่คสช.เข้ามานั้น ยังไม่การเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีที่ได้รับผลกระทบจากการที่ คสช.มาใช้ผลประโยชน์ จนทำให้ช่องทีวีหลายๆช่องนั้นถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพ ส่งผลให้ประชาชนเบื่อหน่ายกับการดูทีวีและหันไปเสพข้อมูลผ่านช่องทางมือถือมากขึ้น ถือว่าปัญหาการขาดทุนนั้นมาจาก คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6183</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ขาดทุน, ทีวีติจิทัล, ม.44, รัฐประหาร, สุภิญญา กลางณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180331/image_big_5abf6b8b3bd04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจจะมีช่องกระสุนหมดใช้เหตุผลแบบ&quot;เจ๊ติ๋ม&quot;ขอยกเลิกทีวีดิจิทัลแต่PPTVสู้ต่อ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 61- สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ช่องพีพีทีวี &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์หลังศาลปกครองกลาง วินิจฉัยให้ &amp;quot;เจ๊ติ๋มทีวีพูล&amp;quot; ชนะคดีทีวีดิจิทัล เพราะ กสทช.ทำผิดสัญญา พร้อมให้คืนแบงก์การันตีตั้งแต่งวดที่ 3-6 รวมเงินกว่า 1,500 ล้าน ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีคุณติ๋มผมก็คิดว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ ในส่วนตัวนะครับ พอดีผมยังไม่ได้อ่านเนื้อหา แต่ทราบจากสื่อที่โทรมาถามหลายที่นะครับ จริงๆผมว่ามันก็มีความไม่พร้อมอย่างที่สมาคมดิจิทัลทีวีที่เขารวมตัวกันไปยื่นจดหมายหลายทีแล้ว ทั้งกับทาง กสทช. หรือทางท่านรองนายกฯ บอกให้ช่วยหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจว่าถ้าทางศาลปกครองท่านตัดสินก็คงจะตัดสินมาแบบนี้หละครับ ว่าทาง กสทช. ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้มันครบถ้วน ทำให้ธุรกิจเขามีปัญหา ซึ่งทุกคนก็เป็นปัญหานี้หมดแต่ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราก็รับภาระเยอะครับ เพราะจริงๆธุรกิจทีวีดิจิทัลเป็นธุรกิจที่ลงเงินทุนเยอะมาก ส่วนเงินทุนที่เยอะมากส่วนหนึ่งก็เป็นการลงทุนที่ไม่ได้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ เพราะว่ามันถูกจ่ายไปให้กับค่าใบอนุญาติ 15 ปีเนี่ย จริงๆแค่ไม่กี่ปีแรกมันก็จ่ายไปมากแล้ว ฉะนั้นเงินตรงนั้นแทนที่มันจะไปเป็นต้นทุนในการปฏิบัติงาน ก็กลายเป็นว่ามันต้องไปหาเงินทุนมาเพิ่มที่จะดำเนินธุรกิจทีวีต่อสู้กับคนอื่นๆกัน ฉะนั้นมันก็ทำให้หลายคนกระสุนหมดอย่างรวดเร็วเพราะความไม่พร้อมของทาง กสทช. &amp;nbsp;คือบังคับให้เขาออกอากาศ หลังจากที่ได้ใบอนุญาตกันมา ในขณะที่คนดูก็ยังไม่พร้อม คูปองก็ไม่แจก และหลายๆอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจจะมีหลายช่องคืนช่องไหมหรือ อันนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องของอุตสาหกรรม ต่างคนก็ต่างมีมุมมองต่างกัน ตอนที่มาทุกคนก็คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนงานที่ว่า แต่พอเอาเข้าจริงส่วนใหญ่มันไม่ได้เป็นไปตามแผนงานอย่างที่ว่า เพราะธุรกิจนี้เราก็เห็นแล้วว่าหลายคนอาจจะมีทิศทางของผลประกอบการในทางที่ไม่ดีมากกว่าในทางที่ดี ช่องที่ผลประกอบการดีก็มีเหมือนกันแต่ว่ามันน้อยกว่าช่องอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ดีเหมือนกัน คนที่ผลประกอบการไม่ดีก็อาจจะบอกว่าเขาต้องลงทุนซื้อทุกอย่างในขณะที่คนดูที่บ้านยังไม่พร้อมเลย ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของเขา หน้าที่ของเขาคือทำรายการโทรทัศน์ให้มันดีที่สุดถูกไหมครับ แต่มันก็ต้องเป็นหน้าที่ของ กสทช. ในการที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมของทีวีดิจิตอลเนี่ยมันสมบูรณ์ ผมก็คิดว่าความไม่พร้อมตรงนั้น มันส่งผลให้ธุรกิจของคนที่ตั้งใจจะประกอบผลเชิงพาณิชย์มันไม่บรรลุ ฉะนั้นอาจจะมีคนที่ใช้เหตุผลแบบนี้ในการที่จะขอยกเลิก ก็อาจจะมี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ของเราก็คงต้องสู้ต่อ เพราะมันเป็นอุตสาหกรรม จริงๆเราก็ไปยื่นจดหมายในนามของสมาคมทีวีดิจิทัลกับเขาด้วย เราก็ยังสู้อยู่ เพราะรายการทีวีมันไม่ใช่นึกจะเลิกก็เลิกได้ เราไปซื้อลิขสิทธิ์มาบางทีมันก็มีผลผูกพันธ์ ลิขสิทธิ์บางทีก็ซื้อมา 1ปี, 2ปี, 3ปี สำหรับในบางประเภท ฉะนั้นมันก็ต้องแล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละช่องเพราะทำการค้าไม่เหมือนกัน บางช่องก็จะทำเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ค่อนข้างเยอะ บางช่องก็จะทำรายการที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเองมันก็จะไม่มีเรื่องของลิขสิทธิ์มาเกี่ยวข้องสักเท่าไหร่ ก็อาจจะมีปัญหาซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาอาจจะมีเงื่อนไขในการจ้างงานว่าคนนั้นตกลงกันไว้แล้ว ผมว่าทุกคนมันมีเงื่อนไขต่างกันในการทำธุรกิจ มันไม่ใช่ว่านึกจะเลิกก็เลิกได้ เพราะทุกคนที่ตั้งใจเข้ามาทำแล้วเขาก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่อยากจะทำธุรกิจต่อก็เรื่องหนึ่ง คนที่อยากจะคืนก็เรื่องหนึ่ง ไอ้การผิดเงื่อนไข ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ให้ไว้ตอนที่ไปโอนใบอนุญาติมันก็เรื่องหนึ่งนะครับ ผมว่ามันต้องดูเป็นส่วนๆไปครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของเราก็อย่างที่เรียนไป มันทำแล้วมันก็ต้องทำต่อไป แต่คือตอนนี้สิ่งที่เราอยากได้ก็คือการทำธุรกิจเราก็ทำไป ไอ้การช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐแน่นอนเราก็ย่อมอยากได้ เพราะมันใช้เงินลงทุนเยอะครับ ในขณะที่คนดูไม่พร้อม พูดง่ายๆผมคิดว่าธุรกิจดิจิทัลทีวีที่มันลำบากกันในตอนต้นช่วง 1-3 ปีแรกจนถึงปัจจุบันที่มันค่อนข้างลำบากกันเนื่องจากความไม่พร้อมเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมันเป็นเรื่องของรัฐที่ต้องไปทำมา ในกรณีที่เงินลงทุนมันสูงแน่นอนว่าคนที่ลงทุนมันเดือดร้อนแน่นอนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของคุณติ๋มเขาก็เป็นอีกกรณีนึง คือเขาไม่ทำตั้งแต่แรกเหมือนคนอื่นเพราะเขาคิดว่ามันไม่ถูกต้อง เนื่องจากส่งแวดล้อมต่างๆที่จะต้องได้รับมาเนี่ยมันไม่เป็นไปอย่างที่ว่าไว้ ผมพูดได้แค่นี้ครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4892</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPTV, ทีวีติจิทัล, พีพีทีวี, ศาลปกครอง, สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7a52b0947e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
