<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากอุทยานเรียนรู้ &quot;TK Park ยะลา-ปัตตานี&quot;สู่บทบาทลดความขัดแย้งชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัด &amp;quot;ยะลา&amp;quot; เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสงบ &amp;nbsp;จนได้รับรางวัลจากยูเนสโก ว่าเป็นพื้นที่เมืองแห่งสันติภาพมาแล้ว &amp;nbsp; แต่ภาพนี้ กลับถูกลบหายไป เพราะปัญหาความขัดแย้ง ก่อเกิดความไม่สงบในพื้นที่ &amp;nbsp;การแกัปัญหาภาครัฐจากส่วนกลาง มีตั้งแต่หนักไปจนเบา คือ การต่อสู้ตอบโต้ผู้ก่อความไม่สงบ &amp;nbsp;ไปจนถึงการใช้นโยบายสร้างความเข้าใจ แต่ความรุนแรงก็ไม่ทุเลาลง ประชาชนจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อ &amp;nbsp;ผู้คนบางส่วนทิ้งบ้านเรือนอพยพไปอยู่ที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความมืดมนขณะนั้น &amp;nbsp;คนในพื้นที่ได้เริ่มมองเห็นความจริงว่าการใช้อาวุธไม่ใช่การแก้ปัญหา &amp;nbsp; และมองว่าการศึกษาและการเรียนรู้ที่ถูกต้อง น่าจะเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาที่ดีที่สุด &amp;nbsp;TKpark Yala &amp;nbsp;หรืออุทยานการเรียนรู้ ที่จังหวัดยะลา จึงก่อกำเนิดขึ้นเมื่อ &amp;nbsp;13ปีที่แล้ว โดยเป็นความมือของสถาบันอุทยานการเรียนรู้หรือTK Park &amp;nbsp;และเทศบาลนครยะลา &amp;nbsp; ซึ่งจุดประสงค์หลักของอุทยานการเรียนรู้นี้ก็คือ &amp;nbsp;การแบ่งปันและกระจายโอกาสในการเข้าถึงการอ่านและการเรียนรู้ ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งที่มาจากจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่า 13 ปีที่เปิดให้บริการ &amp;nbsp;TK Park ยะลา นับว่าประสบความสำเร็จสูง &amp;nbsp;เพราะมีผู้เข้าใช้บริการกว่า 2,660,000 คน หรือเฉลี่ยประมาณ 190,000 คนต่อปี &amp;nbsp;และมีแนวโน้มว่าเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;ผู้ใช้บริการครอบคลุมทั้งเด็ก เยาวชน ประชาชน และผู้สูงอายุ เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง &amp;nbsp;การคมนาคมสะดวก &amp;nbsp;มีความปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นของอุทยาน ตอบสนองวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย &amp;nbsp;ทั้งในเชิงการเรียนรู้ &amp;nbsp;การทำงาน &amp;nbsp;พบปะพูดคุย &amp;nbsp;ศึกษาค้นคว้า อ่านหนังสือ และการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโรงเรียนต่างๆในยะลา เกือบทุกแห่ง ต่างพาเด็กนักเรียน เข้ามาทำกิจกรรมที่ศูนย์แห่งนี้ ปีละหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จของTK Park ยะลา ทำให้ทางเทศบาลเมืองยะลา เห็นว่าควรขยับขยายพื้นที่ออกไป เนื่องจากตัวอาคารเดิมที่ตั้งศูนย์ คับแคบ &amp;nbsp; ซึ่งศูนย์เยาวชนแห่งใหม่ในอยู่ในพื้นที่ติดกับศูนย์เดิม แต่เป็นอาคารที่มีพื้นที่ใช้่สอยเยอะกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะเป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 5 ชั้น ในพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะพร้อมเปิดบริการในปี &amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ผู้ก่อตั้งTK Park ที่จังหวัดท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;อุทยานการเรียนรู้ยะลาแห่งใหม่นี้สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดของการเรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;มุ่งบ่มเพาะเด็กรุ่นใหม่ให้รู้จักตัวเอง รู้จักท้องถิ่น เท่าทันโลกและเท่าทันเทคโนโลยี มุ่งสู่ความเป็น Smart City ในมิติใหม่ที่ผู้คน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคาร 5 ชั้น TK Park ยะลา ใหม่ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อาคารใหม่ แบ่งพื้นที่เรียนรู้ด้านต่างๆ &amp;nbsp;อาทิ Co-working Space 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;มีระบบสื่อสารที่ทันสมัย &amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พรั่งพร้อมด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง &amp;nbsp; จุดประสงค์หลัก มุ่งเน้นสอนทักษะใหม่เพื่อการประกอบอาชีพของผู้คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอนาคตจะโฟกัสในการเฟ้นหา สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมพัฒนานวัตกรรมศูนย์อาคารใหม่ &amp;nbsp; จะเป็นการเรียนรู้ ในโลกดิจิทัล &amp;nbsp;กระตุ้นให้เด็กๆสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยมองว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ เด็กๆ ต้องเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อให้เมืองมีความยิ่งยืน ดังนั้น หน้่าที่ของทีเค จึงมีความยิ่งใหญ่มาก &amp;quot;นายกเทศมนตรีเมืองยะลากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บทบาทต่อการบรรเทาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ &amp;nbsp;พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ทีเค ปาร์ค ยะลา มีส่วนสำคัญเพิ่มความสมานฉันท์ผู้คนในพื้นที่ &amp;nbsp;เนื่องจาก เป็นพื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่กลาง ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่มเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ &amp;nbsp;ไม่ว่าเป็นพุทธ หรือมุสลิม &amp;nbsp; ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ มุ่งสร้างปัญญา และสร้างสันติสุขในเวลาเดียวกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ธีมกิจกรรมแต่ละปีของที่นี่ จะไม่เหมือนกัน เช่นปี 49-50 เป็นช่วงเหตุการณ์รุนแรงมาก &amp;nbsp;กิจกรรมที่เราทำคือ การตอบโจทย์การอยู่ร่วมกัน จัดแคมป์กิจกรรมให้เด็กพุทธ มุสลิม มาอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;แล้วให้เด็กๆเขียนเรียงความหัวข้อการอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็น เรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;พอปี 55-56 เหตุการณ์เริ่มดีขึ้่น เราก็มาเน้นเรื่องCreative ให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักบ้านเมืองตัวเองดีขึ้น เป็นการเรียนรู้ที่มีมากกว่าในห้องเรียน ทำให้เด็กบางคน ที่เคยร่วมกิจกรรมจากทีเค ยะลา จบไปเป็นหมอก็มีมาแล้ว&amp;quot;พงษ์ศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน กิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า ทางทีเค ปาร์ค ได้สร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กภาคใต้ตอนล่าง โดยนำเอาวัฒนธรรม &amp;nbsp;ความรู้ท้องถิ่นมานำเสนอใสรูปแบบหนังสือเด็กมีภาพประกอบสวยงาม เพื่อใเด็กและเยาวชนของที่นี่ ได้รับความรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งก่อเกิดความเข้าใจยอมรับในวิถีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วีระ โรจน์พจนรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ การเกิดขึ้นของ TK Park ที่เข้ามาเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนโอกาสการแสวงหาความรู้ รวมทั้งสร้างสรรค์พื้นที่แห่งมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างผู้คน ได้รับการยอมรับอย่างดีจากประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย การเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของ TK Park ยาวนานในภาคใต้ตอนล่าง ได้พิสูจน์ชัดเจนว่าพื้นที่เล็ก ๆ แห่งการเรียนรู้อย่างสันติสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเส้นแบ่งของวัฒนธรรมและศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TK Park ปัตตานี พื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ของอุทยานการเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ยานการเรียนรู้ปัตตานี เป็นTK Park น้องใหม่ &amp;nbsp;เปิดให้บริการเมื่อ 3ปีที่แล้ว &amp;nbsp;ความโดดเด่นอยู่ที่เป็นอุทยานการเรียนรู้ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย &amp;nbsp; ด้วยพื้นที่ให้บริการกว้างใหญ่ 6,476 ตร.ม. เนื่องจาก ใช้สถานที่เดิมที่เคยเป็นโรงภาพยนตร์มาก่อน แต่ต้องปิดตัวลงเพราะปัญหาความไม่สงบ &amp;nbsp; ซึ่งศูนย์แห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีของคนในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยมีเด็กจาก ยะลา และนราธิวาส แวะเวียนเข้ามาเสมอๆ เพราะที่นี่มีห้องสมุดขนาใหญ่ ที่มีหนังสือหลากหลายกว่าสองหมื่นเล่ม และยังแบ่งแยกย่อย ออกเป็นห้องสมุดเด็ก ห้องสมุดไอที ห้องฉายภาพยนต์ ห้องประชุม ห้องศาสนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ในแต่ละเดือนมีผู้เข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 275,000 คน &amp;nbsp;ซึ่งมีคนทุกกลุ่ม ทุกวัยเข้ามาใช้บริการ เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดต่อเนื่อง &amp;nbsp; นอกจากนี้ ศูนย์ฯยังดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รวมทั้ง กลุ่มเด็กด้อยโอกาส กลุ่มผู้นำทุกศาสนาในพื้นที่ ให้สมัครสมาชิกโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์&amp;nbsp; (เสื้อสีน้ำเงิน) นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้อุทยานการเรียนรู้ปัตตานีแตกต่างจากที่อื่น คือ การจัดให้มี &amp;ldquo;ห้อง 3 ศาสนา&amp;rdquo; ที่ให้ความรู้แก่เยาวชนให้เข้าใจถึงความแตกต่าง ทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม เพื่อที่จะเรียนรู้ที่จะเคารพในความเชื่อซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์ เพราะตนเชื่อว่า ความรุนแรงไม่ได้แก้ด้วยอาวุธ แต่แก้ด้วยการศึกษา โดยเฉพาะที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ต่างเชื้อชาติต่างศาสนาได้มาอ่านหนังสือ มาทำกิจกรรมร่วมกัน ก็กลายเป็นเพื่อนกัน สุดท้ายก็เติบโตไปด้วยกัน และเกิดความสมานฉันท์ในพื้นที่ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องทีเค ปาร์ค ปัตตานี มีความพร้อมสื่อการเรียนรู้ให้เด็กๆ ทำให้มีเด็ก3จังหวัดชายแดนใต้มาที่นี่ โดยเเฉพาะช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเสาร์-อาทิตย์ และดึงเด็กในจังหวัดปัตตานี ย้ายถิ่นไม่ให้ไปเรียนที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชาติชาย ศิริบุญหลง รองนายกเทศมนตรีเมืองยะลา กล่าวว่า &amp;quot;ทีเคปาร์ค ปัตตานี เกิดจากปัญหาความไม่สงบ ก่อนหน้านี้ ผู้ปกครองพาเด็กไปเรียนที่อื่นเยอะมาก เราจึงต้องหาวิธีดึงรั้งให้เด็กกลับมาเรียนในจังหวัด &amp;nbsp;และมีการของบฯจากศอบต. และหลังจากเปิดมา 3ปีหลังพบสามารถรั้งเด็กให้กลับมาเรียนในจังหวัดได้ เพราะจังหวัดมีแหล่งเรียนรู้ให้เด็กๆแล้ว และในอนาคต สถาบันติวเตอร์ ออนดีมานด์จะมาเปิดตั้งที่นี่ &amp;nbsp;ซึ่งเดิมเด็กที่อยากติวต้องไปหาดใหญ่ ไม่ต้องไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องสมุดกว้างใหญ่และมีหนังสือจำนวนมากที่ทึเคปาร์ค ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การทำหน้าที่สื่อเรียนรู้มีชีวิต ที่พรั่งพร้อมหลายมิติ ของทีเคปาร์ค ปัตตานี &amp;nbsp;ทำให้เด็กหรือใครก็ตามที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในพื้นที่จะพบว่า เนื้อหาของการเรียนรู้ไม่ใช่เพียงการเรียนในเชิงศึกษาหาความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ในเชิงสันติสุขการอยู่ร่วมกันด้วย เพราะมีวีทีเอาร์ที่ทำให้เด็กมุสลิมเรียนรู้เด็กพุทธ และมีเนื้อหาที่ทำให้เด็กพุทธเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กมุสลิม ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่เคารพในหลักศาสนา &amp;nbsp;ความเชื่อและความศรัทธาซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในแง่ผลการเรียนเราพบว่า คะแนนโอเน็ตของเด็กดีขึ้น เด็กเลิกเที่ยว หันมาอ่านหนังสือ เล่นกิจกรรมที่ ทีเค จัด &amp;nbsp;หรือเข้ามาหาความรู้จากนิทรรศการที่ทางศูนย์จัดเป็นระยะๆ แล้วแต่จะมีวันสำคัญอะไร ซึ่งในแง่ของการเรียนรู้สายวิทย์ ฯ เช่น พวกเรื่องสเต็ม ดีมากๆ เพราะบางเรื่องทางโรงเรียนไม่มีศักยภาพมากพอที่จะจัดเอง เด็กก็มาหาความรู้จากที่นี่ได้ &amp;nbsp;ทีเค ปาร์ค จึงเป็นจุดเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ที่จะต่อยอดได้ในวันข้างหน้า &amp;quot;คุณครูท่านหนึ่งที่เข้ามาร่วมสนทนาให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในมุมมองปัญหาความไม่สงบ นายกเทศมนตรีเมืองยะลา กล่าวในประเด็นนี้อีกว่า &amp;nbsp;แน่นอนว่า การมีทีเค ปาร์ค จะทำให้เด็กๆ ปัตตานี และจังหวัดรอบๆ มีคุณภาพชีวิตการเรียนรู้ดีขึ้น รักการอ่านมากขึ้น แต่การที่เรามีลานที่ให้เด็ก 3วัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกัน เป็นการทำให้การศึกษาเรื่องราวท้องถิ่นมีความถูกต้อง เพราะปัตตานีมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา &amp;nbsp;แต่มีผู้ไม่ประสงค์ดีไปสอนเรื่องความเชื่อเก่าๆ ความเชื่อผิดๆให้กับเด็ก และสังคมไม่มีการแก้ข่าว นิ่งเฉย ทำให้เกิดความเชื่อผิดๆ เด็กในช่วง 16ปีที่แล้ว ช่วงเกิดความไม่สงบใหม่ๆ ตอนนั้นอาจจะอายุ 4-5 ขวบ ได้ถูกสั่งสมมุมมองปัญหาในพื้นที่ กลับทำให้ปัญหายุ่งยากซับซ้อนเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมเชื่อว่าเรื่องการสร้างสันติภาพต้องทำกันทุกฝ่าย ไม่ใช่รัฐฝ่ายเดียว และการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ต้องแก้เรื่องการศึกษากับการทำมาหากิน &amp;nbsp;ไม่ใช่การแก้ด้วยอาวุธ &amp;nbsp;ซึ่งไม่จบแน่ สุดท้ายไปตกที่ประชาชนคนบริสุทธ์ &amp;nbsp;จะต้องทำให้ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลามอยู่ร่วมกันได้ ผมยกตัวอย่างคนมุสลิมบางคนผู้รู้จักรุ่นพ่อของเขา ผมก็เป็นเพื่อนกับลูกเขาเราคุยกันได้ &amp;nbsp;สมัยก่อนจึงไม่มีปัญหารุนแรง แต่พอรุ่นหลาน ลูกผมและหลานเขาไม่รู้จักกันแล้ว &amp;nbsp;คนเราพอไม่รู้จักกันก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้น ห้อง 3ศาสนา ในทีเคปาร์ค ปัตตานี จะเป็นพื้นที่ให้เด็ก3 ศาสนา มาอยู่ร่วมกัน ได้รู้จักกัน &amp;nbsp;ในทุกเสาร์ อาทิตย์ &amp;quot;นายกเทศมนตรีเมืองยะลากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จ.นราธิวาส กำลังจะเปิดอุทยานการเรียนรู้แห่งใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งอยู่ในบริเวณสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ &amp;nbsp;บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 5,000 ตารางเมตร เปิดพื้นที่ชั้นล่างของอาคารให้บริการสาธารณชนครั้งแรกในปี พ.ศ.2562 นับตั้งแต่เปิดให้บริการมีผู้เข้ามาใช้บริการแล้วกว่า 40,000 คน ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มพ่อแม่ กลุ่มผู้สุงอายุ ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ด้วยความเชื่อมั่นว่าการมีอยู่ของอุทยานการเรียนรู้ จะเข้ามาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ รวมทั้งสร้างมิตรภาพและความเข้าใจของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งหมดเพื่อตอบโจทย์ และสร้างคุณภาพการศึกษาให้กับเยาวชน ตลอดจน สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น ใน3จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นความหวังที่จะให้เกิดขึ้นในอนาคต
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79498</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุทยานการเรียนรู้, การแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, จ.ปัตตานี, จ.ยะลา, ทีเคปาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f798447ca365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลสำรวจการอ่านคนไทยปี 61 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 80 นาที/วัน อ่านมากสุดในกลุ่มวัยรุ่น น่าห่วงเด็กต่ำกว่า6ขวบอ่านผ่านทางมือถือเพิ่มขึ้น 3เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 62-ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ &amp;nbsp;สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดงานแถลงข่าว &amp;ldquo;ผลสำรวจการอ่านของประชากร ประจำปี พ.ศ. 2561&amp;rdquo; พบว่าคนไทยใช้เวลาอ่านเพิ่มมากขึ้นเป็น 80 นาทีต่อวัน โดยอ่านหนังสือเล่มร้อยละ 88 และอ่านบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาแรงถึงร้อยละ 75.4 ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น &amp;nbsp;สะท้อนว่าหนังสือเล่มยังคงอยู่เคียงคู่สื่อใหม่ ทั้งนี้ในภาพรวมคนไทยมีการอ่านร้อยละ 78.8 ซึ่งหมายถึงยังมีคนไทยที่ไม่อ่านถึงร้อยละ 21.2 &amp;nbsp;และกลุ่มวัยรุ่นคือกลุ่มที่ใช้เวลาอ่านสูงสุดเมื่อเทียบกับทุกวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวถึงภาพรวมสำรวจการอ่านของคนไทยในปี พ.ศ. 2561 พบว่าคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป อ่านร้อยละ 78.8 หรือคิดเป็นจำนวนประชากร 49.7 ล้านคน โดยในกรุงเทพฯ มีคนอ่านมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 92.9, ภาคกลางร้อยละ 80.4 ภาคเหนือและภาคอีสานร้อยละ 75 และ ภาคใต้ร้อยละ 74.3 ขณะที่เวลาในการอ่านสูงขึ้น พบว่าคนไทยอ่านหนังสือนานสุด 80 นาที/วัน เทียบจากปี 2558 อ่าน 66 นาที และและ 2556 อ่าน 37 นาที
ผลการสำรวจปี 2561 นี้ยังมีการจัดอันดับ 10 จังหวัดที่มีจำนวนคนอ่านหนังสือมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 92.9%, สมุทรปราการ 92.7%, ภูเก็ต 91.3% ขอนแก่น 90.5% สระบุรี 90.1% อุบลราชธานี 88.8% แพร่ 87.6% ตรัง 87.2% นนทบุรี 86.6% และ ปทุมธานี 86.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า การสำรวจในปีพ.ศ. 2556 และ พ.ศ. 2558 และพบว่าสถิติการอ่านของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับในปีนี้ แม้ว่าจะมีตัวเลขคนอ่านเพิ่มขึ้นร้อยละ 78.8 ก็ตาม แต่เมื่อมองไปที่ตัวเลขของกลุ่มที่ไม่อ่าน พบว่ามีถึงร้อยละ 21.2 คิดเป็นจำนวนประชากร 13.7 ล้านคน ซึ่งเหตุผลของการไม่อ่าน มีตั้งแต่การดูทีวี ไม่มีเวลา อ่านไม่ออก ไม่ชอบ ไม่สนใจการอ่าน ชอบเล่นเกม รวมทั้งไม่มีเงินซื้อหนังสือ ในจำนวนนี้มีคนที่บอกไม่ชอบและไม่สนใจอ่านถึงร้อยละ 25.2 ถ้าคิดเป็นจำนวนประชากรก็ประมาณกว่า 3 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยทีเดียว คนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของอุทยานการเรียนรู้ TK park และหน่วยงานที่ทำงานด้านส่งเสริมการอ่านทั้งหลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือกลุ่มเด็กเล็ก กิตติรัตน์ บอกว่า จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 63.8 ยังขาดความเข้าใจในเรื่องการอ่านหนังสือของเด็กเล็ก โดยให้เหตุผลว่าเด็กยังมีอายุน้อยเกินไป ทำให้เด็กกลุ่มนี้ คิดเป็นจำนวนราว 1.1 ล้านคน ไม่ได้รับการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเหตุเพราะความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ดังนั้นการรณรงค์ให้ความรู้และทำความเข้าใจในการส่งเสริมการอ่านในเด็กเล็ก เช่น การเล่านิทานให้ลูกฟังเป็นประจำ และในกลุ่มอายุ 15-24 กลับพบว่าไม่ชอบการอ่านถึงร้อยละ 34.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการสำรวจในปี 2561 ยังระบุถึงประเด็นการอ่านผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวในเด็กวัยต่ำกว่า 6 ปี ที่มีจำนวนร้อยละ 5.4 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากผลสำรวจเมื่อครั้งที่แล้ว นั่นหมายถึงมีเด็กจำนวนถึง 145,000 คน ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว ในขณะที่งานวิจัยเรื่องผลกระทบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านจอ ทีมแพทย์ระบุว่าการเสพสื่อผ่านจออิเล็กทรอสิกส์มีผลกระทบกับพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งไม่สมควรใช้กับเด็กเล็กแรกเกิดจนถึง 1 ขวบครึ่งอย่างสิ้นเชิง ซึ่งประเด็นนี้นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก&amp;rdquo; ผู้อำนวยการอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กิตติรัตน์ย้ำทิ้งท้ายว่า การรณรงค์ให้รักการอ่าน ต้องเริ่มจากพ่อแม่ สถานศึกษา เนื้อหารูปเล่ม หาซื้อง่าย และห้องสมุด ที่ทั่วโลกต้องรู้จักปรับตัวเพื่อการอยู่รอด ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจที่แสดงตัวเลขผู้อ่านหนังสือในห้องสมุด คิดเป็นจำนวนกว่า 2.9แสนคน ซึ่งต่ำกว่า 3 แสนคนเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ยืม-คืนหนังสือลดลง คิดเป็นร้อยละ 8.3 ซึ่งปรากฎการณ์การลดลงของผู้มาอ่านหนังสือในห้องสมุดนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในเมืองไทย ดังนั้นห้องสมุดเองจะต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่นอกเหนือการเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ เพื่อรองรับการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในชุมชนอย่างแท้จริง
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีเคปาร์ค, ผลสำรวจการอ่านปี61, สำนักงานสถิติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4638fad1f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
