<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 เมืองแม่เหล็กท่องเที่ยวขยับตัว เตรียมรับ&#039;เปิดประเทศ&#039; ผ่านโครงการ&#039;ทีเส็บรวมใจเมืองไมซ์ซิตี้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ย.64-นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรมสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่าอุตสาหกรรมไมซ์โดยรวมก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจปีละกว่า 500,000ล้านบาท โดยเฉพาะไมซ์ในประเทศคิดเป็นมูลค่าเกือบ 300,000 ล้านบาท &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าตลาดในประเทศยังคงเป็นฐานสำคัญทางเศรษฐกิจดังนั้นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของทีเส็บในช่วงนี้ จะยังคงมุ่งเน้นตลาดในประเทศเป็นหลักซึ่งดำเนินการร่วมกับพื้นที่โดยเฉพาะเมืองไมซ์ซิตี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศและฟื้นฟูเศรษฐกิจกระจายสู่ภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไมซ์ซิตี้ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของทีเส็บในการขยายการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ มุ่งกระจายการจัดงานสู่ภูมิภาค ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทีเส็บ เตรียมผลักดันการจัดงานไมซ์ในประเทศผ่านแคมเปญ &amp;ldquo;เปิดเมืองไมซ์ ร่วมใจช่วยชาติ&amp;rdquo;โดยมีโครงการ &amp;ldquo;เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน&amp;rdquo; มุ่งกระตุ้นการจัดงานไมซ์ในเมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง10 แห่ง พร้อมจัดแคมเปญสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูตลาด ได้แก่ แคมเปญ Regional Best Showสำหรับงานแสดงสินค้าที่เป็นเป้าหมายหลักของภูมิภาค และแคมเปญ Gear Up Exhibitionสำหรับงานแสดงสินค้าทั่วไป &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ตลาดการประชุมจะดำเนินการผ่าน 2 GO CAMPAIGNจัดงานประชุมทั่วไทยพร้อมก้าวไกลสู่สากล และโครงการประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า &amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ได้มีการปรับเงื่อนไขการสนับสนุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สามารถจัดงานภายในจังหวัดได้โดยไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดงานภายในจังหวัดมากขึ้นผู้ที่สนใจสมัครขอรับการสนับสนุนโครงการประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า ได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2564โดยลงทะเบียนและยื่นเอกสารได้ที่ www.thaimiceconnect.com &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุภวรรณกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ &amp;nbsp;ทีเส็บให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานรองรับการทำธุรกิจในยุควิถีใหม่ ซี่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นสำหรับการจัดงานในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆช่วยสร้างการรับรู้ในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ให้เกิดขึ้นได้อย่างกว้างขวาง เช่น การจัดงาน &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo;ในรูปแบบออนไลน์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมชมงานผ่านระบบออนไลน์ (Live Streaming) ทั่วประเทศทั้งสิ้น 22,384 คนและสร้างการรับรู้การจัดงานผ่านสื่อออนไลน์อีกถึง 55,367 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สถานการณ์โควิด 19เป็นทั้งอุปสรรคและโอกาสในการพัฒนาเมืองโดยขอนแก่นเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ที่เน้นการจัดประชุมสัมมนาในประเทศเป็นหลักและได้รับอานิสงส์อย่างมากจากโครงการ &amp;ldquo;ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า&amp;rdquo;ที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาจัดประชุมในจังหวัดมากกว่า 55 โครงการ และยังมีมาอย่างต่อเนื่องซึ่งยังจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในจังหวัดได้ค่อนข้างมาก&amp;ldquo;ในช่วงโควิด 19 จึงเป็นโอกาสในการจัดระเบียบ สร้างความเชื่อมั่น และเตรียมพัฒนาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่เพื่อเพิ่มศักยภาพเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ขอนแก่นมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเป็นไมซ์ซิตี้ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์เมืองในการเป็น Smart City และ Creative City โดยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคและเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ต่างๆ รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเมือง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาโดยเฉพาะความร่วมมือกับทีเส็บที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการประชุมระดับนานาชาติในจังหวัด เช่นการประชุมนานาชาติไหมไมซ์, การจัด Business Forum ร่วมกับกลุ่มประเทศทางยุโรป และการขับเคลื่อนขอนแก่นเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สู่สากลภายใต้ชื่องาน มัดหมี่เบียนนาเล่ 2021ถักทอเส้นใยอีสาน สู่สายใยโลก ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าไมซ์เป็นภาคธุรกิจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยเมืองพัทยามีความพร้อมทั้งในด้านการท่องเที่ยวและไมซ์ จึงได้เตรียมแผนการเปิดเมืองภายใต้โครงการ Pattaya &amp;nbsp;Move on โดยใช้ &amp;ldquo;เกาะล้านแซนด์บ๊อกซ์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะในการเป็นโมเดลนำร่องตามแบบแผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และจัดทำ Sealed Route ครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยา บางละมุง และสัตหีบ โดยเตรียมเปิดเมืองพัทยาวันที่ 1กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การเปิดเมืองและการจัดกิจกรรมด้านไมซ์ในเมืองพัทยามีความเกี่ยวข้องกัน 3 เรื่อง คือ 1.วัคซีนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เมืองพัทยาขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ 2.สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความพร้อมในทุกด้านทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ห้องประชุมขนาดต่างๆ ในโรงแรม รวมถึงความร่วมมือกับทีเส็บในการส่งเสริมไมซ์เพื่อช่วยสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และ3.โอกาสทางธุรกิจที่จะเป็นเมืองหลักของพื้นที่พิเศษ EECนอกจากนี้ยังได้วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด NEO Pattaya ที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาต้นแบบ 5Gให้ชายหาดมีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารเมืองพัทยาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสนธยา กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของเมืองพัทยาจะดำเนินการร่วมกับภาครัฐเอกชนในการดึงงานระดับWorld Event และงานประชุมนานาชาติเข้ามาจัดอย่างต่อเนื่อง อาทิ Family Planning ของมูลนิธิบิลเกตส์,งานประชุมสัมมนาของไลอ้อนส์โลก, งาน Air Show ที่ดำเนินการร่วมกับทีเส็บและยังเตรียมพร้อมทั้งแผนงานกิจกรรมและงบประมาณในการจัดงานเทศกาลต่างๆ ในปลายปีนี้ด้วย เช่น งานPattaya Festival, งาน Pattaya International Fireworks, งาน Pattaya Countdown และงาน CoffeeFestival เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าขณะนี้เชียงใหม่ได้วางแผนพัฒนาจังหวัดระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)มีเป้าหมายเพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เศรษฐกิจดี ประชากรอยู่ดีกินดี และสิ่งแวดล้อมดี &amp;nbsp; โดยมองยุทธศาสตร์การพัฒนาใน 3 ประเด็น คือ การท่องเที่ยวที่เพิ่มมูลค่าสามารถปรับเข้ากับสถานการณ์ได้การเกษตรที่แม่นยำใช้ระบบดิจิทัลบนพื้นฐาน BCG และการค้าการลงทุนบนพื้นฐานของนวัตกรรมและความยั่งยืนซึ่งในทุกส่วนของแผนนี้จะมีกิจกรรมไมซ์เข้าไปผนวกอยู่ด้วยทุกระดับ &amp;nbsp; เพราะไมซ์จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของจังหวัดพัฒนาไปด้วยกันได้ &amp;nbsp;อีกทั้ง ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือได้เตรียมจัดงานใหญ่ FTI Expo 2022 วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ขานรับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภายในงานจะมีทั้งการจัดประชุมนานาชาติการประชุมองค์กรของสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่มีสมาชิกมากกว่า 12,000 คน การเยี่ยมชมโรงงานสถานประกอบการ และการสัมมนาวิชาการในหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ นอกจากนี้ 43 กลุ่มอุตสาหกรรม 11คลัสเตอร์ รวมถึงธุรกิจ SME และผู้ประกอบการในภูมิภาค 17 จังหวัดภาคเหนือร่วมกันเตรียมจัดงานแสดงสินค้าเพื่อแสดงพลังของภาคธุรกิจและการผลิตที่ทำให้ประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้ &amp;nbsp;โดยจังหวัดเชียงใหม่เตรียมพร้อมในการเปิดเมืองด้วยโครงการ Charming Chiang Mai ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าที่ผ่านมาภูเก็ตพึ่งพาเศรษฐกิจเพียงขาเดียวคือการท่องเที่ยว พอได้รับผลกระทบจากโควิด 19จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำให้การท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้งเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจและในที่สุดได้นำไปสู่ยุทธศาสตร์ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงระหว่างภาครัฐ ประชาชนและภาคธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ที่ทั้งสามฝ่ายได้มาประสานทำงานร่วมกันทำให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นมีแนวทางสามารถเดินต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ภูเก็ตได้เรียนรู้ประสบการณ์ว่าไมซ์สามารถที่จะผนวกเข้าไปไว้กับทุกเรื่องได้ จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์ใหม่เรียกว่า &amp;ldquo;GEMMSS Strategy&amp;rdquo; คือ G- Gastronomy, E- Education, M- Marina, M- Medical, S-Sport City, S-Smart City เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจของภูเก็ตจากเดิมที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวและทุกสาขาธุรกิจที่แตกออกมาจะมีกิจกรรมไมซ์เข้าไปผนวกเข้าอยู่ด้วยจังหวัดภูเก็ตแม้จะไม่มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่แต่ภูเก็ตทั้งเกาะสามารถจะเป็นศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศได้ ด้วยความพร้อมและศักยภาพของโรงแรมบุคลากร รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งท้องทะเล ชายหาด สวนเกษตร สนามกีฬาที่มีความหลากหลายตลอดจนบริการที่เพียบพร้อมสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งในการสร้างสรรค์การประชุมที่มีเสน่ห์ในแบบเฉพาะสามารถขับเคลื่อนให้ภูเก็ตไมซ์ซิตี้ก้าวสู่การเป็นเมืองไมซ์เวิลด์คลาสได้&amp;rdquo;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีเส็บ, ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f68272b5c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีเส็บ&#039;เผย3กลยุทธิ์แผนงานปี65 ชูธง&#039;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - ต้องยอมรับว่างานส่งเสริมการประชุมและจัดนิทรรศการ &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ผสานแทบจะเป็นหนึ่งเดี่ยวและมีความลงตัว กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้กลายเป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศได้จำนวนมากมายมหาศาล &amp;nbsp; และถือว่าสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ &amp;nbsp;มีบทบาทสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนานาประเทศ ให้มาจัดประชุมหรือสัมมนา หรือจัดงานอีเวนต์ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม แต่การระบาดของโควิด19 ที่ต่อเนื่องยาวนาน เป็นเวลาเกือบครึ่งปี ทำให้การท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักลง &amp;nbsp;แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า ประเทศไทยจะสามารถจัดการปัญหาการระบาดของโควิด19 ได้ภายในปี 64 ซึ่งจะเป็นช่วงที่คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนตามเป้าเพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และทำให้โควิดสงบลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว จึงต้องจัดเตรียมแผนงานรับกับปี 2565 &amp;nbsp;ไว้แต่เนิ่นรวมทั้งทีเส็บด้วย โดยนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ทีเส็บ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทำให้ต้องจัดงาน &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Meeting) ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ &amp;nbsp;ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันทุกภาคส่วน &amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้และความเจริญสู่ชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนแสดงความพร้อมของเมืองไมซ์ซิตี้ ในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และใช้โอกาสนี้เป็นเวทีนำเสนอทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในปี 2565 ให้แก่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการไมซ์ ซึ่งมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานกว่า 800 คน โดยภายในงานมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อมูลและเสวนา ได้แก่ นายวิโรจน์ นรารักษ์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี, นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีเส็บ ในฐานะองค์กรภาครัฐ พัฒนาแผนงานให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล โดยวางทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปีหน้า ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมความแกร่งระดับชาติ การช่วงชิงโอกาสระดับสากล และการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรม เพื่อเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากวิกฤตต้องอาศัยทั้งความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไมซ์และเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นกลับมาโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเร่งยกระดับความพร้อมของจังหวัดที่มีศักยภาพ ก้าวสู่การรองรับกิจกรรมไมซ์ พร้อมกับการสร้างงานใหม่ และยกระดับกิจกรรมไมซ์ให้มีคุณภาพระดับนานาชาติ โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เช่น โครงการ Empower Thai Exhibition หรือ EMTEX ซึ่งได้ขยายความร่วมมือระหว่างทีเส็บกับกระทรวงต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่าสิบหน่วยงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพงานแสดงสินค้าในระดับท้องถิ่นก้าวสู่ระดับประเทศ ตลอดจนการพัฒนางานเทศกาลท้องถิ่นภายใต้แนวคิด Festival Economy ที่จะพัฒนางานต่อยอดสู่ระดับสากล 1 City : 1 License Event เช่น งานเทศกาล &amp;ldquo;เกลือ-เมือง-เพชร หรือ Diamond of the Salt Festival ของจังหวัดเพชรบุรี, งานเทศกาล Huahin Hop Fest ของเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดำเนินงานด้านการสื่อสาร เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐและเอกชนจัดประชุมสัมมนาและจัดกิจกรรมไมซ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญการสื่อสาร &amp;ldquo;จัดงานไมซ์ทั่วไทย ภูมิใจช่วยชาติ&amp;rdquo; และสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการ &amp;ldquo;ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า&amp;rdquo; ซึ่งในขณะนี้มีองค์กรและหน่วยงานได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 645 โครงการ และแสดงความจำนงมากกว่า 1,000 งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในระดับสากล มุ่งเน้นการผลักดันไมซ์ไทยสู่เวทีโลก จัดทำแคมเปญตลาดเชิงรุกเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในภูมิภาคอาเซียน โดยการประกาศปีแห่งการประชุมในประเทศไทยด้วยการต่อยอดจากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน APEC 2022 อีกทั้งจะเร่งดึงงานสำคัญระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย อาทิ งาน Thailand International Air Show, งานประชุมองค์กรระหว่างประเทศ เช่น งาน World Bank หรืองานแสดงสินค้าระดับท็อปไฟว์ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไมซ์ และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐในและต่างประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร มาตรฐานสถานที่จัดงาน และการพัฒนาหลักสูตรอบรมต่างๆ เพื่อให้ไมซ์ไทยก้าวทันความต้องการของโลกในยุคหลังโควิด เช่น การยกระดับมาตรฐานและส่งเสริม &amp;ldquo;การจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; โดยนำแนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล มาต่อยอดกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ขณะเดียวกัน ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและเครื่องมือแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อเนื่อง อาทิ แพลตฟอร์ม &amp;ldquo;Thai MICE Connect&amp;rdquo; ที่มีข้อมูลผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่าหมื่นรายทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นตลาดออนไลน์ซื้อขายบริการด้านไมซ์ รองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงตลาดให้ผู้ประกอบการทุกขนาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีเส็บสานต่อการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo; เตรียมเปิดนิทรรศการรูปแบบออนไลน์ (Virtual Exhibition) ให้ความรู้ถึงจุดกำเนิด และการเดินทางของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป และสามารถดาวน์โหลดหนังสือ &amp;ldquo;ภูมิไทย&amp;rdquo; เส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์ ที่ทีเส็บจัดทำร่วมกับกองทุนส่งเสริมการประชุมนานาชาติ โดยสามารถเข้าชมนิทรรศการ และดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ www.thailandmiceday.businesseventsthailand.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114675</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_6127a31bcb42c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูงานBPMC2021 พื้นที่แห่งโอกาสนักออกแบบ ทีเส็บลุยต่อ&#039;MICE Winnovation&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 9 ส.ค. นางจารุวรรณ สุวรรณศาสน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่าย&amp;nbsp;MICE Intelligence&amp;nbsp;และ นวัตกรรม&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;แม้ว่าสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไมซ์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;แต่ทีเส็บยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม&amp;nbsp;เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการไมซ์นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจยกระดับการจัดงานไมซ์&amp;nbsp;และขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วโลกผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;nbsp;ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือจำเป็นที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไมซ์ดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังเป็นการสนับสนุนผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และได้คิดค้นเทคโนโลยีรองรับงานไมซ์ในยุควิถีใหม่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;​ผลจากการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระหว่างเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไมซ์และผู้ให้บริการนวัตกรรมด้านไมซ์มากถึง&amp;nbsp;152&amp;nbsp;คู่ นำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ&amp;nbsp;รองรับการจัดงานไมซ์ร่วมกัน&amp;nbsp;มีการจับคู่ขอรับการสนับสนุนจากทีเส็บจำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;โดยมีงานที่ผ่านการพิจารณาได้รับการสนับสนุนแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;18&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานที่ได้รับการสนับสนุนจำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;งาน แบ่งเป็นการสนับสนุนเทคโนโลยีการจัดงานแบบ&amp;nbsp;Virtual / Hybrid Event&amp;nbsp;จำนวน 15&amp;nbsp;งาน และเป็นการสนับสนุนเทคโนโลยีบริหารจัดการผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Crowd Management Technology&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&amp;nbsp;จำนวน 3 งาน&amp;nbsp;ปัจจุบันมีงานที่จัดไปแล้ว 2 งาน คือ งานประชุมใหญ่ไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย ครั้งที่ 55 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานออนไลน์จากทั่วประเทศ&amp;nbsp;2,318&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และงาน&amp;nbsp;Bangkok Projection Mapping Competition&amp;nbsp;2021 (BPMC&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานประกวดออกแบบสื่อภาพเคลื่อนไหว&amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 12-20 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;มีผู้ชมงานผ่านไลฟ์สตรีมมิ่งบนเฟซบุ๊กร่วม&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนงานที่เหลือมีกำหนดทยอยจัดในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภาโรจน์ เด่นสกุล กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง&amp;nbsp;บริษัท ซิปอีเว้นท์ จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยี จะถือว่าประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อมีผู้ใช้งานจริง การที่เราได้จับคู่ธุรกิจร่วมงานกับผู้ประกอบการไมซ์ ซึ่งก็คือบริษัท ยิ้มเสมอ&amp;nbsp;ในงาน&amp;nbsp;BPMC&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนของการจัดอีเวนต์แบบออนไลน์ ถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่ทั้งสองบริษัทได้รับจากทางทีเส็บเพราะในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรม เป็นโอกาสดีที่เทคโนโลยีที่ทางบริษัทพัฒนาได้ถูกนำไปใช้งานอย่างแท้จริง และทางบริษัท ยิ้มเสมอ ในฐานะผู้จัดงานอีเวนต์&amp;nbsp;ก็ได้ทดลองใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเปิดกว้างและไม่จำกัดผู้เข้าร่วมงานแค่เพียงแบบออฟไลน์ แต่ยังสามารถเข้าถึงคนทั่วโลกทางออนไลน์ได้อย่างไร้ข้อจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนพงศ์ พานิชชอบ&amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ้มเสมอ สตูดิโอ จำกัดกล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกยุคปัจจุบัน&amp;nbsp;Multimedia Design, Interactive Design,&amp;nbsp;Immersive Experience&amp;nbsp;เป็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างการมีส่วนร่วม และประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ร่วมงานตอนนี้เครื่องมือทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์&amp;nbsp;ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมกลายมาเป็นเครื่องมือหลักที่ผู้จัดงานต้องนำมาใช้ในการสื่อสารและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับผู้ร่วมงาน&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;BPMC&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;ที่ได้ทำงานร่วมกับบริษัท&amp;nbsp;ซิปอีเว้นท์&amp;nbsp;ทำให้งานนี้กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่จะช่วยสร้างความเข้าใจพื้นฐานให้กับสังคมเกี่ยวกับประโยชน์และคุณค่าของประเภทผลงานออกแบบสร้างสรรค์ในสังคม รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับนักออกแบบ และศิลปินทั้งในประเทศและต่างประเทศได้แสดงศักยภาพของตนเพื่อนำไปสู่การต่อยอดทางด้านอาชีพ การสะท้อนสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจน ส่งเสริมในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางจารุวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลตอบรับโครงการนี้ถือว่าดีมาก เป็นไปตามเจตนารมณ์ของทีเสีบที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้จัดงานได้จริง ตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ตรงใจ และเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินงานให้กับผู้ประกอบการไมซ์แล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจแก่กลุ่มผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทย&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ&amp;nbsp;มาช่วยเสริมสร้างศักยภาพยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในระดับนานาชาติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ยังได้มีการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Innovation Catalog&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไมซ์&amp;nbsp;และเป็นพื้นที่ทางการตลาดให้ผู้ประกอบการไมซ์เฟ้นหาคู่ค้า&amp;nbsp;มีการจัดแบ่งหมวดหมู่นวัตกรรมไมซ์ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนจบงาน ซึ่งทีเส็บและพันธมิตรจากทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;และสมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์&amp;nbsp;ได้ร่วมพิจารณาคัดเลือกนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;nbsp;ที่เหมาะสมนำมาบรรจุไว้ใน&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Innovation Catalog&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ผู้ประกอบการไมซ์สามารถเลือกใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันบนแพลตฟอร์มมีนวัตกรรมด้านไมซ์ที่พร้อมให้บริการกว่า 70 นวัตกรรม จาก 50 บริษัท ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์https://innocatalog.tceb.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ทีเส็บ&amp;nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. หนึ่งในภาคีภาครัฐที่ร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในการแบ่งปันข้อมูลผู้ให้บริการนวัตกรรมร่วมกัน&amp;nbsp;โดยปีนี้เป็นปีแรกที่&amp;nbsp;สนช. ได้เพิ่มหมวดหมู่ผู้ให้บริการนวัตกรรมสำหรับไมซ์ไว้ใน&amp;nbsp;Innovation Catalog&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;Travel Tech&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บริษัทจากโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่ได้รับการบรรจุไว้ในหมวดหมู่นี้ด้วย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท เอด้าซอฟท์ จำกัด&amp;nbsp;บริษัทเดย์เวิร์ค จำกัด&amp;nbsp;บริษัท ซีที เอเซีย โรโบติกส์ จำกัดบริษัท ลูปส์ รีเสิร์ฟ ยัวร์ ไรด์ จำกัด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;คิว คิว (ประเทศไทย) จำกัด&amp;nbsp;และ บริษัท ซิปอีเว้นท์ จำกัด&amp;nbsp;นอกจากนี้ บริษัท โพเชียเนียร์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ยังได้รับทุนสนับสนุนจาก สนช.&amp;nbsp;มูลค่า 1.5 ล้านบาท ในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;MICE Winnovation&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;nbsp;ที่สนับสนุนให้การจัดงานไมซ์เดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมรองรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112721</URL_LINK>
                <HASHTAG>BPMC 2021, MICE Winnovation, ทีเส็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110f929ad206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สธ.&quot; จับมือ &quot;ทีเส็บ&quot;และ 23เครือข่าย &quot;เปิดเมืองปลอดภัย -นำร่อง 10เมืองไมซ์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1เม.ย.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ &amp;ldquo;เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน&amp;rdquo; ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น G โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับหน่วยงาน 23 ภาคีเครือข่าย อาทิ กรมการท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมโรงแรมไทย เป็นต้น จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ &amp;ldquo;เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนการจัดงานกลุ่มการจัดประชุมและนิทรรศการ การเดินทางและการท่องเที่ยวในเมืองอย่างปลอดภัย ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานระบบบริการและสถานประกอบการต่าง ๆ ใน 10 เมืองไมซ์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พิษณุโลก ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และเมืองพัทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถควบคุม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดให้เชื้อโรคอยู่ในวงจำกัด ทำให้รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งวางแนวทาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดจำนวนวันกักตัวของนักท่องเที่ยวกรณีที่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือตรวจเชื้อก่อนเข้าประเทศ ซึ่งในส่วนของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยขณะนี้ได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อลดความรุนแรงของโรค ทั้งการเจ็บป่วยและเสียชีวิต โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ของประชากรไทยภายในสิ้นปี 2564 นี้ ควบคู่กับยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และสุขอนามัยส่วนบุคคลของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไป&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า การจัดทำโครงการเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน ต้องดำเนินการพิจารณาด้านการจัดงานให้ครอบคลุมในทุกกิจการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานไมซ์ เพื่อให้การเปิดเมืองและการจัดงานมีความปลอดภัยทั้งระบบและครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยในระยะแรกจะเริ่มขับเคลื่อนใน 10 เมืองไมซ์ก่อน ซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการจัดงาน แล้วจึงขยายผลไปยังเมืองอื่น ๆ ในระยะต่อไป โดยใช้มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standards (TMVS) ร่วมกับแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ MICE New Normal สำหรับสถานที่จัดงาน &amp;nbsp; ผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 สร้างมาตรฐาน และความมั่นใจในการจัดงานไมซ์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ทีเส็บยังได้เตรียมจัดโรดโชว์ไปยังเมืองไมซ์ในภูมิภาค ต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แนวทางปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่นั้น ๆ ให้เกิดความเชื่อมั่นในการจัดงาน โดยมีกำหนดไปจัดที่จังหวัดภูเก็ต อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน เป็นการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กับมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเน้นการขับเคลื่อนมาตรฐานด้านสุขอนามัยสำหรับสถานประกอบการและกิจกรรมต่าง ๆ &amp;nbsp;พร้อมกับได้ร่วมกันจัดทำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับโครงการฯ เพื่อเป็นแนวทางของพื้นที่ในการดำเนินการ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัย โดยจากผลการประเมินตนเองของสถานประกอบกิจการของแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus พบว่า สถานประกอบกิจการที่ผ่านการประเมินสูงสุด ได้แก่ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้อยละ 100 โรงแรม ร้อยละ 99.1 และห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 97.8 ตามลำดับ ชี้ให้เห็นถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ กรมอนามัยขอความร่วมมือสถานประกอบการ กิจการประเภทต่าง ๆ เข้าร่วมประเมินตนเองเพิ่มมากขึ้น สำหรับประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมในสถานที่ประชุม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วยการ Check in และ Check out ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เว้นระยะระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและหมั่นสังเกตตนเอง หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้งดทำกิจกรรมและไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98015</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสข, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, เปิดเมือง, เมืองไมซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_60659916550d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเตรียมจัดงานนิทรรศการการบิน&quot;Thailand International Air Show &quot;ใหญ่ที่สุดในSEA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB (สสปน.) ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยประมูลสิทธิ์จัดงานแสดงสินค้านานาชาติจากต่างประเทศ ในช่วงวิฤตโควิด-19 และวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนงานแสดงสินค้านานาชาติ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ต่างๆอาทิ อุตสาหกรรมอวกาศและการบิน อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ ฯลฯ &amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ ความพร้อมของประเทศไทยภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรม &amp;ldquo;ไทยแลนด์ล็อก-อินอีเวนท์&amp;rdquo; (Thailand LOG-IN Events)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;แม้ว่าเรายังต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 แต่เราก็ต้องวางแผนในอนาคต โดยใช้ไมซ์เป็นเครื่องมือ ซึ่งเป้าหมายหลักของแผนแม่บทของทีเส็บ แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้ารการส่งเสริมงานแสดงสินค้านานาชาติทุกรูปแบบที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอวกาศและการบิน รวมไปถึงอุตสาหกรรมก้าวหน้าของประเทศและในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และด้านการผลักดันให้เกิดงานแสดงสินค้านานาชาติกลุ่มดังกล่าวในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC เพื่อเร่งพัฒนาการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.ทีเส็บ กล่าวต่อว่า ทีเส็บ พร้อมที่จะสนับสนุนทางด้านการเงิน การอำนวยความสะดวก และการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของภาคเอกชน สร้างความมั่นใจแก่ธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลกให้เลือกเดินทางมาประกอบธุรกิจ ผ่านแพลตฟอร์มงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้แผนแม่บทนี้ สู่การค้าการลงทุนในพื้นที่ EEC โดยมีเมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางต่อไปในอนาคต ที่จะการจัดงาน Thailand International Air Show ซึ่งจะเป็นงานจัดแสดงสินค้าของกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศและการบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมแสดงสินค้านานาชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปูทางพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แบบก้าวกระโดดขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่สถานะประเทศรายได้สูงทัดเทียมกับนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรุตม์ กล่าวอีกว่า งานไทยแลนด์ล็อก-อินอีเวนท์ จะอยู่ในแผนการดำเนินงานต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมล็อก-อิน และอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติ ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน สร้างการค้าต่อยอดการลงทุนส่งเสริมธุรกิจ ตั้งแต่ขนาดย่อมจนถึงขนาดใหญ่ เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะในแต่ละอุตสาหกรรม เหนี่ยวนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ประเทศไทย เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวเพียงศูนย์กลาง แต่ขยายงานลงสู่พื้นที่พันธมิตรหลัก อย่างสำนักงาน อีอีซี ในฐานะจุดหมายปลายทางใหม่ &amp;nbsp; สำหรับนักลงทุนทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;และเมืองพัทยาในฐานะไมซ์ซิตี้แห่งแรกของประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า 15 งาน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติรองรับการจัด Thailand International Air Show เต็มรูปแบบในปี 2568 ณ พื้นที่ Aerotropolis ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&amp;quot;ผอ.ทีเส็บกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่่อีอีซี ศูนย์กลางอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ที่ปรึกษาเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กล่าวว่า เมืองพัทยามีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เดินทางสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประสบการณ์การรองรับการจัดงานประชุมงานแสดงสินค้านานาชาติและเมกะอีเวนท์มากมาย ทำให้พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่พร้อมรองรับงานไมซ์ได้อย่างครบวงจร ซึ่งแม้ว่าในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปหมด และได้ฟื้นขึ้นมาจากคนไทยไปเที่ยว ทำให้เราต้องวางแผนดำเนินเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สู่ชุมชนให้มากขึ้น รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรมต่างๆ ที่พร้อมรองรับการจัดการประชุม สัมมนา และพร้อมเข้าสู่การเป็นเมือง EEC ในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กล่าวว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ป็นจุดศูนย์กลางที่น่าลงทุนให้ความสนใจ และเป็นหนึ่งในแผนที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเขตส่งเสริมรองรับกิจการพิเศษ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและกิจการอุตสาหกรรมอย่างน้อย 10 อุตสาหกรรม และต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจ ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเข้าเชื่อมโยงเป็นส่วนขยายของกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปทางตะวันออก สามารถเชื่อมโยงกันได้สะดวกทั้ง ทางน้ำ (เรือและท่าเรือ) ทางบก (ทางด่วน รถไฟ และ รถไฟความเร็วสูง) และทางอากาศ (สนามบิน) &amp;nbsp;เป้าหมายปัจจุบันมีการพัฒนาสู่เฟสที่ 3 คือมุ่งเน้นอุตสาหกรรม กลุ่มเป้าหมายในด้านเทคโนโลยีองค์ความรู้ และทรัพยากรมนุษย์ ผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ประตูสู่พื้นที่การลงทุนในเอเชีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนความคืบหน้าด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา โดยจะมี สถานีรถไฟ 5 สถานี ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา อู่ตะเภา &amp;nbsp;การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) ดังนั้นหากรวม 3 สนามบินที่กล่าวมาจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100 ล้านคน/ปี ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 และท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ที่จะมีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมรองรับกิจการอย่างเต็มศักยภาพภายในปี 2569 &amp;nbsp;ในส่วนของผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่อาจจะยืดเยื้อไปถึงช่วงปลายปี 2563 หรือครึ่งปีแรกของปี 2564 จะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการสนามบินอู่ตะเภาที่จะคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568 &amp;nbsp;นอกจากนี้การพัฒนาพื้นที่อีอีซีในระยะยาวให้เป็นมหานครการบินภาคตะวันออก ที่ต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศไทย จะยังคงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ ประเทศที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ &amp;nbsp;กล่าว &amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79883</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand International Air Show, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, สนามบินอู่ตะเภา, “ไทยแลนด์ล็อก-อินอีเวนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7efa55a2aed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทีเส็บ&quot;เตรียมเสนอศบค.ไฟเขียวให้&quot;ต่างชาติกลุ่มพิเศษ&quot;  เข้าประเทศได้ กักตัวแค่ 6-8ชั่วโมง  มีจนท.ติดตามโดยเฉพาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2 ก.ย.63 -สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ &amp;nbsp;แถลงข่าวเปิดงาน &amp;ldquo;จัดงานทั่วไทยภูมิใจช่วยชาติ&amp;rdquo; กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธี กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลกับการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทย ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจทสร้างความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ร่วมผลักดันให้การจัดประชุมและนิทรรศการเป็นวาระแห่งชาติ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังสถานการณ์โควิด -19 เพราะประเทศไทยได้วางแผนรับมือในสถานการณ์โควิด-19 จนดีขึ้น เปิดให้ผู้คนได้เดินทาง รวมถึงการวางมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพัฒนายา วัคซีน อื่นๆ ตลอดจนให้ความรู้กับผู้ประกอบการถึงแนวทางการจัดงานไมซ์อย่างปลอดภัย กระตุ้นให้เกิดการจัดงานทั่วประเทศส่งเสริมเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ประเทศไทยรองรับสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ก็หวังว่าหลายธุรกิจจะก้าวผ่านวิกฤตไปได้ หลังจากที่คล้ายล็อคมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;ทำให้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็จะสามารถทำให้เกิดธุรกิจการประชุม สัมนาหรือไมซ์ขึ้น ได้ &amp;nbsp;เพราะต้องยอมรับว่า เรามีความสามารถและศักยภาพในการจัดงานสัมมนา ประชุมหรือนิทรรศการ &amp;nbsp;อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อม ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ผู้คน และบริการ และสำคัญคือสาธารณสุข ที่แพทย์ พยาบาล บุคลากร เจ้าหน้าที่ต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโควิด-19 ได้พิสูจน์ฝีมือ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไข้ในการรักษา และเดินหน้าพัฒนาวิจัยวัคซีน ยา ต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องสร้างความเข้มแข็งในประเทศ และแสดงความพร้อมในทุกภาค เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศ&amp;quot; รมว.สธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เผยว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ จึงเป็นแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้การจัดงานและการประชุมดำเนินต่อไปได้ เพราะโรงแรมต่างๆ ในไทยพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง &amp;nbsp;30% เมื่อเทียบกับออสเตรเลียพึ่งนักท่องเที่ยวเพียง 10% ดังนั้น ตอนนี้ตลาดหลัก คือตลาดคนไทย แต่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ในการเข้าถึงอุตสาหกรรมไมซ์ในชุมชนและคนที่ตกงาน &amp;nbsp; ส่วนสำคัญคือการเตรียมความพร้อม มาตรฐานสาธารณสุขเพื่อให้อยู่ในระดับปลอดภัย &amp;nbsp;และให้การสนับสนุนการจัดงานที่ต้องพบปะกันในแบบ New Normal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ทีเส็บ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนแผนการให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มย่อยก่อน โดยทีเส็บได้ทำงานร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งทีเส็บ ได้เสนอการจัดงานในกลุ่มงานแสดงหรือนิทรรศการ โดยในเดือนกันยายน &amp;nbsp;มีแผนการจัดงานอาเซียน อินเตอร์แมท, ไทยแฟกซ์ ที่ภาคเอกชนยังยืดหยัดจัดงานตามมาตรการสาธารณสุข และอีกส่วนหากประเทศไทยการ์ดยังไม่ตก ก็จะนำกลุ่ม Special Arrangement ที่ไม่ต้องกักตัว 14 วัน &amp;nbsp; ในการเข้าประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน &amp;nbsp; และต้องมีข้อปฏิบัติ อาทิ ต้องมีใบตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย 3 วัน &amp;nbsp;และเมื่อเข้าไทยกักตัว 6-8 ชั่วโมง ในโรงแรมที่เป็นโรงแรมสถานที่กักตัว(ASQ) &amp;nbsp; พร้อมกับรับการตรวจ RT-PCR &amp;nbsp; รวมทั้งต้องลงทะเบียนใน แอปพลิเคชัน &amp;quot;หมอชนะ &amp;quot;เพื่อให้ติดตามได้ ที่สำคัญต้องเซ็นยินยอมที่จะอยู่ภายใต้กฎระเบียบของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ ในการติดตามต่างชาติกลุ่มนี้ จะมีการอบรมเจ้าหน้าที่ขึ้นโดยเฉพาะ &amp;nbsp; เราจะอบรมในวันที่ 10 กันยายน 2563 &amp;nbsp; &amp;nbsp;และแน่นอนว่าในทีมเจ้าหน้าที่ติดตาม จะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข รวมอยู่ด้วย &amp;nbsp;2 คน ข้อเสนอดังกล่าวขณะนี้อยู่ในการประเมินของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) &amp;nbsp;และหากผ่านก็จะเข้าสู่การเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่เราจะต้องดำเนินการอย่างรัดกุม เพราะอาจจะเป็นแนวทางในการจัดงานต่างๆได้ แต่ส่วนสำคัญคือ การสร้างความมั่นใจ ในส่วนการจัดงานแบบอื่นๆ จะครอบคลุมทุกรูปแบบทั้งการจัดงานในรูปแบบปกติ (Face to Face), การจัดงานรูปแบบปกติร่วมกับออนไลน์ (Hybrid Event) และการจัดงานออนไลน์ (Virtual Event) มุ่งทำการตลาดล่วงหน้าเน้นการรักษางานเดิมที่เคยจัดอยู่ให้ยังคงจัดในประเทศไทย (Existing Shows) รวมถึงการดึงงานใหม่ (New Shows) ให้กระจายไปยังเมืองไมซ์ซิตี้และเมืองไมซ์ที่มีศักยภาพ &amp;nbsp;&amp;quot;ผอ.ทีเส็บกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดงานทั่วไทยภูมิใจช่วยชาติ ขณะนี้ มีการยืนยันจัดงานไม่ต่ำกว่า 10 งานต่อหนึ่ง บริษัท ภายในเดือนธันวาคม 2563 และใช้แพ็กเกจ ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า ซึ่งมีรายนาม บริษัท ทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท โตโยต้าแก่นนคร จำกัด , หอการค้าจังหวัดขอนแก่น, โรงแรมเดอะเปียโนรีสอร์ทเขาใหญ่มิวสิคเคิลรีสอร์ท, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และโรงแรมบุรีศรีภูบูติกโฮเต็ล นอกจากนี้กิจกรรมภายในงานเปิดตัว ประกอบด้วย ไมซ์มาร์ท (MICE Mart) เวทีเจรจาซื้อขายธุรกิจการจัดงานไมซ์ระหว่างผู้ขายจำนวน 120 ราย จากผู้ประกอบการโรงแรมสายการบิน บริษัท จัดงานจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และผู้ซื้อจำนวนไม่ต่ำกว่า 300 ราย จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ . สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวเสริมว่า ในการส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน ร่วมจัดประชุมสัมนาและนิทรรศการ กระจายการจัดงานไปทั่วทุกภูมิภาค สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์นับว่ามีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2562 ภาวะปกติ ประเทศไทยมียอดพื้นที่จัดแสดงสินค้านานาชาติเป็นอันที่ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 27 ของโลก &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการจัดประชุมโดยใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นอันดับ 4 ของอาเชียแปซิฟิก สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า &amp;nbsp;2 แสนล้านบาท/ปี กลยุทธ์อีกอย่างที่สำคัญคือ การนำการประชุมและงานแสดงสินค้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ในระหว่างภูมิภาค และไมซ์ซิตี้ที่ผ่านมาตราฐานเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา ที่มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอาหารรสจัดจ้าน ซึ่งได้ครอบคลุมไปยังชุมชนบ้านสามัคคี ชุมชนปักธงชัย ชุมชนจะโปะ ชุมชนประโดก ชุมชนบ้านโนนสูง และ สงขลา &amp;nbsp;เมืองพหุวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางทั้งการค้า การศึกษา และราชการ คลอบคลุมเพื่อชุมชนคลองแห-หนองทราย ชุมชนสมิงหม้อ ชุมชนโบราณสีหยัง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ ให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 7 แพ็กเกจพิเศษของทีเส็บ ตลาดในประเทศจัดให้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ 1. ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า &amp;nbsp;แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล luusin (Meetings &amp;amp; Incentives) 2. ประชุมเมืองไทยร่วมใจขับเคลื่อนชาติ แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมภายในประเทศ (Conventions) 3. งานแสดงสินค้าในประเทศนำเศรษฐกิจไทยไปไกลกว่า แพ็กเกจสำหรับการจัดงานแสดงสินค้าภายในประเทศ (Domestic Exhibitions) ด้านตลาดต่างประเทศใน 4 กลุ่มตลาดประกอบด้วย 1. Ease Up แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลนานาชาติ (Meetings &amp;amp; Incentives) 2. Convene Plus แพ็กเกจการจัดงานประชุมนานาชาติ &amp;nbsp;(Conventions) 3. Re-Energizing &amp;nbsp;แพ็กเกจการจัดงานแสดงสินค้า &amp;nbsp;(Exhibitions) 4. Thailand Power Up แพ็กเกจสนับสนุนการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติ (Mega Events &amp;amp; World Festivals)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76296</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กลุ่มต่างชาติเข้าไทย, จิรุถต์ อิศรางกูร  ณ อยุธยา, ทีเส็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f718141c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัยลงพื้นที่ตรวจความพร้อม &quot;ไบเทค&quot;พบเป็นต้นแบบมาตรฐานป้องกันโควิด ประเดิมงานแสดงสินค้าแรก  27มิ.ย. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18 มิ.ย.63- พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ร่วมกับนางศุภวรรณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย &amp;nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มกิจการที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 4 ประกอบไปด้วยการจัดประชุม การจัดการท่องเที่ยว การประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ และการจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการในระดับภูมิภาคหรือประเทศถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย และสร้างแนวปฏิบัติมาตรฐานใหม่ (New Norm) สำหรับสถานประกอบกิจการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยให้ความสำคัญด้านความสะอาดของสถานที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ ผู้จัดงาน พนักงานและผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากตลอดเวลา จัดให้มีจุดบริการล้างมือหรือแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมไม่ให้แออัด ตามเกณฑ์ตามขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ตารางเมตรต่อคน การลงทะเบียนและยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ก่อนเข้าและออกจากสถานที่ รวมถึงบริเวณพื้นที่จัดงาน และพิจารณาใช้ระบบเทคโนโลยีรองรับสำหรับการจัดนิทรรศการ การแสดงสินค้าแบบออนไลน์และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชันที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่ได้ลงพื้นในครั้งนี้ ในภาพรวมพบว่า มีมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับรูปแบบการจัดงานและทุกความต้องการบนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในการลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังป้องกัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดต่อไป&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผอ.ทีเส็บ กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4 ทีเส็บได้เร่งเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไมซ์ ศึกษาทำความเข้าใจมาตรการจัดงานไมซ์อย่างปลอดภัยของรัฐบาล รวมถึงคู่มือการจัดงานไมซ์ที่ทีเส็บร่วมกับสมาคมธุรกิจไมซ์ &amp;nbsp;จัดทำคู่มือการจัดงานประชุมสัมมนา การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมสมาคมวิชาชีพ รวมถึงการจัดงานแสดงสินค้า และการจัดงานอีเวนท์ในประเทศไทยครอบคลุมทุกเรื่องการจัดงาน เพื่อสอดรับตามแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยของรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบัน ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฎิบัติใช้ได้ทันทีเพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่จัดงานและผู้จัดงานทุกภูมิภาคทั่วประเทศเดินหน้าธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ธุรกิจไมซ์และการจัดงานในประเทศไทย กำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ &amp;ldquo;การจัดงานวิถีใหม่ - New Normal&amp;rdquo; ซึ่งจะต้องเตรียมการและปรับเปลี่ยนการทำงานหลายด้านทั้งสถานที่จัดงานและผู้จัดงาน รวมถึงผู้ที่จะเข้าร่วมงานให้สอดรับกับวิถีใหม่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจ คือ &amp;ldquo;การสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในสุขอนามัยของการจัดงานที่จะให้กับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ&amp;rdquo; จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งสถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงภาครัฐที่จะต้องร่วมทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามแนวปฏิบัติของรัฐบาล สร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจไมซ์และการจัดงานเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ในการจัดทำแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ รวมถึงการจัดทำแนวทางเร่งการผ่อนปรนเปิดกิจการและกิจกรรมไมซ์นำเสนอต่อรัฐบาลนั้น ทีเส็บทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) (TEA) สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) มาโดยตลอด ซึ่งทางรัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้นำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์นี้ไปประกอบร่วมกับหลักเกณฑ์พิจารณาด้านสาธารณสุขของกรมควบคุมโรค และมาตรการด้านอนามัยของกรมอนามัยซึ่งใช้เป็นแนวทางหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การเยี่ยมชมการเตรียมความพร้อมของศูนย์ไบเทคครั้งนี้ กับกรมอนามัย &amp;nbsp;เพื่อประเมินความพร้อมในการอนุญาตจัดงานตามแบบประเมินปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ประกอบด้วยเกณฑ์การประเมิน 2 หัวข้อ คือ การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการหรือเจ้าของสถานที่ ด้านการบริหารจัดการ และการประเมินระหว่างผู้ให้บริการ ที่ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ พนักงาน และผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจ ทุกฝ่ายเข้าใจในหลักปฏิบัติ เพื่อให้การจัดงานไมซ์ดำเนินไปด้วยความราบรื่น มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับ ดูแลสุขภประชาชน&amp;rdquo; นางศุภวรรณ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวปนิษฐา บุรี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคดำเนินกิจการให้บริการด้านสถานที่จัดงานแสดงสินค้า และห้องประชุมในประเทศไทย โดยได้มาตรฐานการรับรองจาก TMVS (Thailand MICE Venue Standard) &amp;nbsp;ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน จนขึ้นแท่นผู้นำศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมที่ดีที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก แต่จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้ศูนย์ฯไม่นิ่งนอนใจ นำมาตรการควบคุมหลัก 6 ข้อมาใช้ ได้แก่ 1.การบันทึกเข้า-ออกด้วยแพลทฟอร์มไทยชนะ 2.ตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิที่ 37.5 3. จำกัดจำนวนคน 1 คนต่อ 4 ตรม. 4.พ่นละอองฆ่าเชื้อในพื้นที่ 5. ยึดหลัก Physical Distancing และ 6. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคนับเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการที่รัฐกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ANTI COVID Zone&amp;ldquo; ไม่ว่าจะเป็นการนำนวัตกรรม UVC Technology หรือเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งสามารถกำจัดไวรัสโควิด-19 และแบคทีเรียในอากาศ มาใช้ภายในศูนย์ฯ และดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ภายในอาคาร นอกจากนี้ ยังมีจุดคัดกรองอุณหภูมิ จุดลงทะเบียนสแกนไทยชนะ และจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ลูกค้าและผู้จัดงานที่เข้ามาใช้บริการมั่นใจในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ทีเส็บ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยังมีแผนเข้าเยี่ยมชมสถานที่จัดงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท กรุงเทพฯ, โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20, โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ, รอยัล พารากอน ฮอลล์, และสามย่าน มิตรทาวน์ รวมถึงศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนการเยี่ยมชมความพร้อมสถานที่จัดงานในพื้นที่ต่างจังหวัด จะเริ่มจากเมืองไมซ์ซิตี้ ได้แก่ พัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต และกระจายไปยังเมืองไมซ์ซิตี้อื่น ๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69075</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมอนามัย, ทีเส็บ, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, ศุภวรรณ       ตีระรัตน์, ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb45f41656b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
