<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOอนุมัติวัคซีนมาลาเรียฉีดให้เด็กชนิดแรกของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกประกาศรับรอง &amp;quot;Mosquirix&amp;quot; วัคซีนป้องกันโรคมาลาเรียชนิดแรกของโลก แนะนำให้ใช้กับเด็กเล็ก 4 โดสตั้งแต่วัย 5 เดือนถึง 2 ขวบ โดยเชื่อว่าจะช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากกว่า 400,000 คนในแต่ละปี เกินครึ่งเป็นเด็กในแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคมว่า ดับเบิลยูเอชโอตัดสินใจ &amp;quot;รับรองการใช้งานวัคซีนมาลาเรียชนิดแรกของโลกอย่างกว้างขวาง&amp;quot; ภายหลังทบทวนหลักฐานที่ได้จากโครงการนำร่องในประเทศกานา, เคนยา และมาลาวี ซึ่งได้ฉีดวัคซีน RTS, S/AS01 หรือ Mosquirix ที่ผลิตโดยบริษัทยา แกล็กโซสมิธไคลน์ (จีเอสเค) เมื่อปี 2530 ให้แก่ประชาชนในประเทศเหล่านี้มากกว่า 2.3 ล้านโดสนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า องค์การแนะนำให้ฉีดวัคซีนกับเด็กในภูมิภาคใต้ทะเลทรายซาฮาราของแอฟริกาและในภูมิภาคอื่นๆ ที่พบการแพร่เชื้อมาลาเรียในระดับปานกลางถึงสูง โดยฉีดให้แก่เด็กจำนวน 4 โดส เริ่มตั้งแต่วัย 5 เดือน จนถึง 2 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า มีเด็กทั่วโลกเสียชีวิตเพราะโรคมาลาเรีย 1 คนในทุก 2 นาที ข้อมูลเมื่อปี 2562 เผยอีกว่า เกินครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเพราะมาลาเรียทั่วโลกอยู่ใน 6 ประเทศในภูมิภาคใต้ทะเลทรายซาฮารา ในจำนวนนี้เกือบ 1 ใน 4 อยู่ในไนจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคต โอไบรอัน ผู้อำนวยการแผนกภูมิต้านทาน, วัคซีน และชีววิทยา ของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า ผลที่ได้จากโครงการวัคซีนนำร่องแสดงให้เห็นว่า วัคซีนนี้ทำให้โรคมาลาเรียระดับรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้ป่วยได้ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 30% วัคซีนนี้ยังมีความปลอดภัย, คุ้มค่าใช้จ่าย และสามารถส่งมอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่มีอยู่จำนวนมากเป็นวัคซีนต้านไวรัสและแบคทีเรีย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่องค์การอนามัยโลกรับรองการใช้วัคซีนต้านปรสิตในมนุษย์แบบกว้างขวาง วัคซีน Mosquirix นี้จะต่อต้านปรสิตพลาสโมเดียมฟัลซิพารัม ซึ่งเป็นปรสิตมาลาเรียที่อันตรายที่สุดจาก 5 สปีชีส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119098</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mosquirix, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, วัคซีนมาลาเรีย, องค์การอนามัยโลก, อนุมัติวัคซีนป้องกันมาลาเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ef870551b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 23:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 23:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัววัคซีนไม่พอ WHOเรียกร้องทั่วโลกพักฉีดบูสเตอร์ไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกระงับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ชั่วคราวอย่างน้อยถึงสิ้นเดือนกันยายน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการกระจายวัคซีนระหว่างชาติร่ำรวยและยากจน ขณะโอลิมปิกพบคลัสเตอร์โควิด-19 กลุ่มแรกแล้ว ด้านจีนจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศหลังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากสุดในรอบหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (FABRICE COFFRINI/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวที่เจนีวาเมื่อวันพุธที่ 4 สิงหาคม เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ พักการฉีดโดสกระตุ้นของวัคซีนโควิด-19 ไปถึงสิ้นเดือนกันยายนเป็นอย่างน้อย เพื่อช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการกระจายวัคซีนระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน เขากล่าวว่า การระงับบูสเตอร์ชั่วคราวจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการฉีดวัคซีนประชากรอย่างน้อยร้อยละ 10 ของทุกประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ให้แก่ประชากรอายุเกิน 60 ปี ส่วนเยอรมนีกล่าวเมื่อวันอังคารว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์นา ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรสกล่าวว่า เขาเข้าใจเหตุผลที่ประเทศต่างๆ ต้องการปกป้องพลเรือนของตนจากไวรัสสายพันธุ์เดลตา แต่เราไม่อาจยอมรับประเทศที่ใช้วัคซีนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในโลกไปแล้วและยังต้องการใช้เพิ่ม ในขณะที่คนในกลุ่มเปราะบางที่สุดในโลกยังไม่ได้รับการปกป้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเอเอฟพีระบุว่า นับแต่พบการระบาดครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้โรคโควิด-19 คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกแล้วไม่ต่ำกว่า 4,247,231 คน สหรัฐมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 614,295 คน ตามด้วยบราซิล 558,432 คน และอินเดีย 425,757 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่ยังดำเนินอยู่ในญี่ปุ่นตรวจพบการแพร่เชื้อแบบกลุ่มเป็นครั้งแรกแล้ว โดยในวันพุธนักกีฬาระบำใต้น้ำของกรีซทั้ง 12 คนต้องแยกกักตัวหลังจากสมาชิก 5 คนมีผลตรวจเป็นบวก และทำให้ทีมนี้ต้องถอนตัวจากการแข่งขันที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ โอลิมปิกโตเกียว 2020 มีรายงานตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสแล้ว 322 คนในกลุ่มผู้ที่มีส่วนร่วมกับการแข่งขัน ที่รวมถึงนักกีฬา, เจ้าหน้าที่ และสื่อ แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นที่ทำงานเป็นลูกจ้างหรือคนงานสัญญาจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีน ซึ่งเมื่อวันพุธตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 71 คน เป็นตัวเลขมากที่สุดนับแต่เดือนมกราคม รัฐบาลประกาศใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น บางเมืองปิดการคมนาคมในท้องถิ่นและสั่งให้ประชาชนอยู่บ้าน ล่าสุดจีนขยายการควบคุมถึงการเดินทางไปต่างประเทศด้วย โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศในวันพุธว่าจะหยุดออกหนังสือเดินทางทั่วไปและเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางออกนอกประเทศในกรณีที่ไม่จำเป็นและไม่เร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศไม่ถึงขั้นห้ามการเดินทางออกนอกประเทศทั้งหมด โดยยกเว้นให้สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษา, ทำงาน หรือทำธุรกิจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112259</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คลัสเตอร์โอลิมปิก, จีนห้ามออกนอกประเทศ, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, สายพันธุ์เดลตา, องค์การอนามัยโลก, เรียกร้องระงับบูสเตอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610ac3f87eb15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนามัยโลกเบรกวัคซีนบูสเตอร์ จวกประเทศรวยอย่าเพิ่งละโมบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกวิจารณ์บริษัทยายักษ์ใหญ่และประเทศร่ำรวยที่กำลังเสนอจัดหาวัคซีนบูสเตอร์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด-19 เพิ่มในเข็มที่ 3 โดยระบุว่าเป็นความละโมบในขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในประเทศยากจนอีกมากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (FABRICE COFFRINI/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงข่าวที่นครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สัปดาห์ที่แล้วเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นทั่วโลก หลังจากมีอัตราลดลงมานาน 10 สัปดาห์ และจำนวนผู้เสียชีวิตก็กลับมาเพิ่มสูงขึ้นด้วย ไวรัสสายพันธุ์เดลตากลายเป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุด โดยตอนนี้พบแล้วในมากกว่า 104 ประเทศและดินแดน แต่หลายประเทศกลับยังไม่ได้รับวัคซีนมากเพียงพอสำหรับปกป้องบุคลากรด้านสาธารณสุขของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สายพันธุ์เดลตากำลังระบาดไปทั่วโลกแบบไฟลามทุ่ง ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;quot; ทีโดรสกล่าวถึงไวรัสโควิดสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย และว่า ช่องว่างทั่วโลกในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 นั้นไม่เท่าเทียมและไม่เป็นธรรมอย่างมหาศาล บางประเทศและภูมิภาคกำลังสั่งวัคซีนกระตุ้นหลายล้านโดส ก่อนที่ประเทศอื่นๆ จะมีวัคซีนสำหรับฉีดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า ลัทธิชาตินิยมวัคซีนกำลังทำให้ความเจ็บปวดทรมานยืดยาวออกไป และมีเพียงคำเดียวที่อธิบายเรื่องนี้ได้ มันคือความโลภ ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรสพาดพิงถึงบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ทั้งไฟเซอร์และโมเดอร์นา ที่กำลังวางแผนผลิตวัคซีนบูสเตอร์ให้แก่หลายประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรสูงอยู่แล้ว และว่า บริษัทเหล่านี้ควรจัดส่งวัคซีนของตนเข้าโครงการโคแวกซ์ ที่เป็นโครงการแบ่งปันวัคซีนแก่ประเทศยากจนและฐานะปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ของสหรัฐ แถลงภายหลังเจ้าหน้าที่ได้พบกับตัวแทนจากไฟเซอร์ว่า ชาวอเมริกันที่ได้ฉีดวัคซีนครบแล้วยังไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกในเวลานี้ กระทรวงและไฟเซอร์จะหารือกันต่อไปว่าในอนาคตจะต้องฉีดบูสเตอร์หรือไม่ หรือฉีดเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ไฟเซอร์กล่าวว่า บริษัทมีแผนขอให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอนุมัติวัคซีนกระตุ้นภูมิเพิ่มอีก 1 โดส โดยอ้างถึงหลักฐานว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนครบแล้ว 6 เดือนและมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตาที่ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109600</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, วัคซีนบูสเตอร์, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed99bc24d11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทีโดรส ’ ผอ.WHO ยกย่องสมัชชาสุขภาพไทย ผลงานเด่นได้รับการบันทึก ลงในคู่มือ องค์การอนามัยโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ธ.ค.63- คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย ได้จัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ประจำปี 2563 เป็นวันที่สอง ณ หอประชุมใหญ่ สำนักงาน TOT ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ภายใต้ประเด็นหลัก (ธีม) &amp;ldquo;พลังพลเมืองตื่นรู้ ... สู้วิกฤตสุขภาพ&amp;rdquo; โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน จากทั้งที่เดินทางมาเข้าร่วมภายในงาน และประชุมผ่านระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับงานวันที่สองเป็นการดำเนินการต่อจากวันแรก ภายหลังสมาชิกสมัชชาสุขภาพฯ ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง เพื่อถกแถลงและปรับแก้ร่างมติสมัชชาสุขภาพฯ ได้มีการปาฐกถาพิเศษผ่านทางออนไลน์ของนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทิน กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า โควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี โดยทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อกว่า 73 ล้านคน แต่ประเทศไทยพบผู้ป่วยประมาณ 4,200 คนเท่านั้น และหากนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นมา ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพียง 18 คน ขณะที่อีก 1,000 คน ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ แม้ในช่วงแรกประเทศไทยจะถูกจับตามองว่าอาจเป็นศูนย์กลางการระบาดต่อจากประเทศจีน &amp;nbsp; หากแต่ด้วยมาตรการที่จริงจังของรัฐ ศักยภาพของระบบสาธารณสุขและความร่วมมือของคนไทย ทำให้ประเทศยืนหยัดต่อสู้กับโควิด-19 มาได้จนได้รับคำชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ &amp;nbsp;ความสำเร็จนี้เกิดจากความสามารถของแพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างมีเอกภาพ รวดเร็วและมีคุณภาพ ตั้งแต่หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ลงไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. และภาคประชาสังคม อย่างไรก็ตามยังต้องผนึกกำลังกันให้เข้มแข็งมากขึ้น เพราะต่อไปในอนาคตจะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคหลายประการ เพื่อให้การประกอบธุรกิจและเศรษฐกิจดำเนินไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอเน้นย้ำว่าการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ และการยับยั้งควบคุมโรคจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบสาธารณสุขนั้น ไม่ใช่ความสูญเสียหรือความสิ้นเปลือง แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญในระยะยาวเพื่อพัฒนาความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และ &amp;lsquo;สงครามโรคครั้งนี้ ยังไม่ยุติ&amp;rsquo; การปรับตัวใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงเป็นสิ่งจำเป็น การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) &amp;nbsp; จะเป็นวัคซีนทางสังคมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการระบาดระลอกใหม่ได้ &amp;quot; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สอดคล้องกับ นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ที่ปาฐกถาผ่านระบบออนไลน์ ชื่นชมประเทศไทยที่ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ และภาคสังคม รวมทั้งมีมาตรการที่รอบด้าน ทำให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ได้เป็นที่น่ายกย่อง และยังกล่าวถึงสมัชชาสุขภาพของไทย ว่าเป็นตัวอย่างที่ทรงพลัง ทำให้เกิดกลไกการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วมในระดับชาติ ซึ่งนำไปสู่ความเชื่อมั่นและไว้ใจกันระหว่างภาครัฐกับประชาชน ความเชื่อมั่นและความเนื้อเชื่อใจกันนี้เอง เป็นสิ่งจำเป็นในช่วงวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องราวของสมัชชาสุขภาพของไทยถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผลงานเด่นที่จะบันทึกลงในคู่มือขององค์การอนามัยโลก เราตัดสินใจโดยไม่ลังเลที่จะนำเสนอเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของสังคมเพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจากภาคีเครือข่ายหลากหลาย ผ่านเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะเผยแพร่ไปทั่วโลกในเร็วๆ นี้&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87143</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, WHO, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb0b2c7c442.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแท็กทีมไต้หวันฉะWHO จีนฉุนโดดร่วมสงครามน้ำลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังสาดน้ำลายกันไม่เลิก รัฐบาลสหรัฐโจมตีดับเบิลยูเอชโอเลือกการเมืองก่อนสุขภาพของประชาชน เมินคำเตือนจากไต้หวันเพราะเกรงใจจีน หลังจากรัฐบาลไต้หวันยัวะจัดโดน ผอ.ดับเบิลยูเอชโอกล่าวหาเป็นต้นตอใส่ร้าย ด้านจีนโดดร่วมวงด้วย ตอกไต้หวันชักใยการเมืองหวังผลแยกเอกราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอ แถลงข่าวที่นครเจนีวาเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน ตอกย้ำท่าทีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาที่โจมตีองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) อย่างเผ็ดร้อน และทรัมป์ยังขู่จะระงับเงินช่วยเหลือองค์กรซึ่งเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโรคระบาดที่แพร่เชื้อสู่ชาวโลกแล้วมากกว่า 1.6 ล้านราย นับแต่พบเชื้อไวรัสนี้ปรากฏที่เมืองอู่ฮั่นของจีนครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า นักวิจารณ์หลายคนมองว่าการที่จู่ๆ ทรัมป์หันมาเล่นงานดับเบิลยูเอชโอเป็นอุบายการเมืองเพื่อหาแพะรับบาปจากต่างประเทศ เนื่องจากตัวเขากำลังโดนตำหนิอย่างหนักว่าไม่เตรียมพร้อมอย่างเพียงพอและไม่สามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยกล่าวเมื่อเดือนมกราคมว่า สหรัฐควบคุมไวรัสโคโรนาไว้ได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว และทำนายว่าโรคนี้จะหมดไปภายในเดือนเมษายนเมื่ออากาศร้อนขึ้น แต่ถึงวันศุกร์ที่ 10 เมษายน ไวรัสโคโรนานี้คร่าชีวิตคนในสหรัฐแล้วมากกว่า 16,000 ศพ จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 468,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงที่กรุงวอชิงตันโจมตีดับเบิลยูเอชโอว่า ส่งสัญญาณเตือนเรื่องโควิด-19 ช้าเกินไป และเกรงใจจีนเกินเหตุ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดองค์กรซึ่งมีที่ตั้งที่นครเจนีวาแห่งนี้ จึงไม่เชื่อเบาะแสจากไต้หวันที่เตือนเรื่องการแพร่เชื้อจากคนสู่คน ซึ่งคำแถลงของดับเบิลยูเอชโอเมื่อวันที่ 14 มกราคม ไม่ได้กล่าวถึงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นอีกครั้งที่ดับเบิลยูเอชโอเลือกการเมืองอยู่เหนือสุขภาพของประชาชน&amp;quot; โฆษกหญิงกล่าว พร้อมกับวิจารณ์ที่ดับเบิลยูเอชโอไม่ยอมให้ไต้หวันได้สถานะผู้สังเกตการณ์มาตั้งแต่ปี 2559 โดยระบุด้วยว่า พฤติกรรมของดับเบิลยูเอชโอทำให้ทั้งเสียเวลาและชีวิตคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีเฉิน เฉียนเจิน ของไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันเคยเตือนดับเบิลยูเอชโอเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม เรื่องการแพร่เชื้อจากคนสู่คน หลังจากแพทย์ไต้หวันได้ข้อมูลว่าแพทย์ในอู่ฮั่นล้มป่วย แต่ดับเบิลยูเอชโอกลับไม่ตรวจพิสูจน์ยืนยันเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอ แถลงข่าวที่เจนีวาตอบโต้คำวิจารณ์ของทรัมป์ที่ระบุว่า องค์กรของเขายกจีนเป็นศูนย์กลางทั้งที่สหรัฐบริจาคเงินให้มากที่สุด ในคำแถลงเขาเผยว่า ตนเองตกเป็นเป้าหมายการใส่ร้ายป้ายสีเหยียดสีผิวนับแต่เริ่มวิกฤติโควิด-19 &amp;quot;สามเดือนที่แล้ว การโจมตีออกมาจากไต้หวัน&amp;quot; ทีโดรสกล่าวชัด อย่างไรก็ดีในคำแถลงเขาติติงเรื่องการทำให้วิกฤตินี้เป็นเรื่องการเมือง แต่ไม่ได้พาดพิงสหรัฐ ซึ่งบริจาคเงินให้องค์กรเขาปีละมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไต้หวันโกรธแค้นคำกล่าวของผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอชาวเอธิโอเปียรายนี้ โดยย้อนว่าคำกล่าวของทีโดรส &amp;quot;ไม่มีมูลความจริง&amp;quot; และเรียกร้องให้เขาขอโทษที่ &amp;quot;ใส่ความ&amp;quot; ไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวันยังเชิญให้ทีโดรสมาเยือนไต้หวัน และเรียนรู้วิธีที่ไต้หวันจัดการกับโรคระบาดนี้ และท้าทายให้เขา &amp;quot;ขัดขืนแรงกดดันจากจีน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพียง 382 ราย น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคหลายชาติมาก โดยเป็นผลจากการป้องกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไต้หวันเพิ่งมีผู้เสียชีวิตรายที่ 6 เมื่อวันศุกร์ เป็นคนชราที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงเมื่อคืนวันพฤหัสบดี โจมตีพรรครัฐบาลของไช่ว่า &amp;quot;ชักใยทางการเมือง&amp;quot; เรื่องนี้ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของไต้หวันคือการใช้โรคระบาดเป็นหนทางแสวงหาเอกราช ด้วยการโจมตีดับเบิลยูเอชโออย่างชั่วร้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62765</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ดับเบิลยูเอชโอ, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, สหรัฐ, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19, ไต้หวัน, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e9064c45fffe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
