<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น 1 สัปดาห์ศาลตัดสินปมรื้อทีโออาร์สายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2563 นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTS) กล่าวภายหลังศาลปกครองกลางได้เปิดไต่สวนนัดแรก วันที่14 ต.ค.นี้กรณีที่ BTS ยื่นฟ้องการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการตามมาตรา 36 กรณีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้อเสนอในทีโออาร์โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) กลางคัน หรือหลังจากที่เปิดให้มีการซื้อซองข้อเสนอไปแล้วว่า ทาง BTS ได้ยื่นต่อศาลฯใน 2 คำร้อง คือขอให้ยกเลิกเอกสาร RFP ที่รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใช้คะแนนเทคนิคควบคู่กับราคา มาเป็นการพิจารณาด้านราคาเหมือนเดิม และขอให้ศาลฯทุเลา โดยคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้การประมูลชะลอออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BTS ได้ชี้แจงรายละเอียดต่อศาลฯตามคำร้องที่ได้ยื่นไว้ โดยการเปลี่ยนปลงทีโออาร์ดังกล่าว ซึ่งมั่นใจในข้อมูล เพราะถ้าไม่มั่นใจคงไม่มาฟ้อง เพราะการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์เป็นการใช้ดุลพินิจเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ทางรฟม.ได้ส่งคำร้องคัดค้านการขอคุ้มครองชั่วคราวของ BTS ต่อศาลปกครองกลาง โดยได้ชี้แจงว่า BTS ไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะการดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอเพิ่มเติมเป็นอำนาจของรฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ดำเนินการได้ อีกทั้งการประมูลดังกล่าวยังไม่ได้เปิดให้ยื่นซองข้อเสนอ โดยมีการขยายระยะเวลาเพื่อให้ผู้ซื้อซองราคาเตรียมตัวในการยื่นซองเอกสารประมูล ดังนั้นความเสียหายจึงยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังจากการไต่สวนของศาลฯ ซี่งจะรับพิจารณาของทั้งสองฝ่าย น่าจะมีคำสั่งไม่เกินสัปดาห์หน้า โดยก็ต้องรอคำสั่งศาลออกมา ไม่อยากก้าวล่วงอำนาจศาลฯ และยังไม่มีแผนรองรับกรณีที่คำสั่งของศาลฯออกมาเป็นอย่างไร เพราะมั่นใจว่าศาลฯไม่น่าจะคุ้มครองคำร้อง BTS โดยทางศาลฯไม่นัดทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูล เว้นแต่จะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมถึงนัดมาไต่สวนเพิ่มอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลปกครองกลางนัดไต่สวน คดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอส (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการคคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีโออาร์, บีทีเอส, รฟม., ศาลปกครอง, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพเรือ-กสท&#039;คว้า2บิ๊กโปรเจ็กต์BOI</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ต.ค.2561 &amp;ndash; น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) &amp;nbsp;ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติในหลักการให้ส่งเสริมแก่ผู้ได้รับสัมปทานใน 2 โครงการ เพื่อให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการทั้งสอง ได้แก่ กองทัพเรือ และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ไปประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูล (ทีโออาร์) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดวงใจกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา สามารถให้การส่งเสริมการลงทุนได้สำหรับการลงทุนอาคารผู้โดยสาร 3 ในประเภทกิจการสนามบินพาณิชย์ จึงได้อนุมัติหลักการให้การส่งเสริม โดยผู้ชนะสัมปทานจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (ไม่เกิน &amp;nbsp;100%ของเงินลงทุน ซึ่งไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) และหากดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไข &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้มาตรการอีอีซีของบีโอไอ จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลอีก 50% เป็นเวลา 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของสัมปทาน ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ หรือเมืองใหม่ตามหลักของเมืองอัจฉริยะ Smart City &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการรูปแบบเดียวกับท่าอากาศยานอู่ตะเภาคือต้องมีการประกาศ และระบุให้ชัดเจนในประกาศทีโออาร์ก่อนเข้าร่วมประมูล โดยผู้ได้รับสัมปทานจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (โดยไม่จำกัดวงเงินยกเว้นภาษี เนื่องจากเป็นกิจการเป้าหมายพิเศษ) และหากดำเนินการตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการอีอีซีของบีโอไอ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเป็น 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การอนุมัติหลักการแก่ทั้ง 2 โครงการสัมปทาน จะช่วยดึงดูดนักลงทุนให้ยื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาโครงการสำคัญของไทย&amp;rdquo;น.ส.ดวงใจกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18829</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสท โทรคมนาคม, กองทัพเรือ, คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, ทีโออาร์, น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์, นายกรัฐมนตรี, บีโอไอ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1f1c285083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อโกง !&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จี้&#039;บิ๊กตู่&#039; ปลดรักษาการผู้ว่าฯรฟท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; ร้อง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; &amp;nbsp;รื้อทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินส่อทุจริต &amp;nbsp;จี้ปลดรักษาการผู้ว่าฯรฟท.เอื้อประโยชน์ทุน หลังประเมินที่ดินมักกะสันต่ำเกินจริงทำรัฐเสียหายอื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ส.ค.61-เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ขอให้ทบทวนและแก้ไขทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ส่อมีการทุจริตและประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากตนเองได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อคัดค้านร่างทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะใช้ที่ดินบริเวณมักกะสันเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้พบว่า รฟท.ยังคงเดินหน้ารับการประมูล ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเสียหายของชาติอย่างชัดเจน เนื่องจากที่ดินบริเวณมักกะสัน ซึ่ง รฟท.ต้องแบ่งให้โครงการดังกล่าวไป 150 ไร่นั้นถูกประเมินราคาไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน คือ ตารางวาละ 600,000 บาท ทั้งที่บริเวณใกล้เคียง เช่น ที่ดิน รร.ปาร์คนายเลิศ กลับมีการซื้อขายกันถึงตารางวาละ 1.8 ล้านบาท กรณีนี้เมื่อคำนวณแล้วพบว่าจะทำให้รัฐเสียประโยชน์ด้านมูลค่าที่ดินไปมากกว่า 84,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อนายกฯรับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วควรพิจารณาสั่งให้มีการทบทวน แก้ไขเงื่อนไขการประมูลดังกล่าวโดยเร็ว และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและปลดรักษาการในตำแหน่งผู้ว่า รฟท. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการเขียนและกำกับทีโออาร์ แต่หากนายกฯยังเพิกเฉย สมาคมฯจะนำความขึ้นร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบและศาลปกครองต่อไป&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีโออาร์, บิ๊กตู่, ประมูล, ผู้ว่าฯรฟท., รฟท., ศรีสุวรรณ, ศูนย์บริการประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67dab17cf3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เร่งเครื่องรถไฟฟ้าในสนามบินดอนเมือง มูลค่า 5พันล้าน หวังเปิดประมูลปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดทำทีโออาร์เอพีเอ็มดอนเมือง วงเงินกว่า 5 พันล้าน คาดแล้วเสร็จภายในปีนี้ เปิดประมูลต้นปี 62 ส่วนสนามบินดอนเมืองเผย 9 เดือนแรกกวาดรายได้ค่าธรรมเนียมแตะ 1 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ว่า ขณะนี้กำลังเร่งจัดทำร่างรายละเอียดเงื่อนไขการประมูล(ทีโออาร์) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และสามารถเปิดประมูลได้ในต้นปี 62 ในรูปแบบ PPP ให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน วงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเวลานี้กำลังพิจารณาว่าต้องให้สัมปทานการบริหารพื้นที่อาคารจอดรถด้านทิศเหนือ และด้านทิศใต้ของสนามบิน รวมถึงอาคาร junction Building รวมเป็นแพคเกจเดียวกับ APM หรือไม่ เพื่อให้เอกชนที่ลงทุนได้พอมีกำไรบ้าง เพราะงาน APM เป็นบริการสนามบินที่ให้ประชาชนได้ใช้บริการฟรี ไม่มีการเก็บค่าโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่อว่า สำหรับ APM ที่จะให้บริการที่สนามบินมีดอนเมืองนั้น มีระยะทางรวมกว่า 4 กิโลเมตร (กม.) เริ่มต้นจากทิศเหนือจรดทิศใต้ของสนามบิน มี 5 สถานี ประกอบด้วย สถานีต้นทาง, สถานีอาคารผู้โดยสาร, สถานีอาคารขนส่งสินค้า, สถานีอาคารผู้โดยสาร 3 และสถานีปลายทาง&amp;nbsp;
ทั้งนี้สำหรับรูปแบบรถไฟฟ้าที่นำมาใช้นั้นต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน APM มีใช้กันหลายรูปแบบ ทั้งแบบแขวน และแบบเสาตั้ง แต่ในส่วนของสนามบินดอนเมืองจะใช้รูปแบบใดคงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชนะประมูลเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่ง ทอท.เพียงแค่ให้ข้อมูลเท่านั้นว่าสภาพพื้นที่เป็นอย่างไร รวมถึงขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เราต้องการเป็นเท่าใด เพื่อให้เป็นข้อมูลในการพิจารณา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่าปี 2561 สนามบินดอนเมืองจะมีรายได้สูงกว่าที่ผ่านมาเนื่องจากการรับรู้รายได้ 9 เดือนของกิจกรรมพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินอย่างคิงเพาเวอร์ นอกจากนี้ปริมาณผู้โดยสารต่างชาติยังเติบโตต่อเนื่องหลังจากปลดธงแดง ดังนั้นจึงคาดว่าการรับรู้รายได้ตลอดปีจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยใน 6 เดือนแรกที่ผ่านมาของปีนี้พบว่าปริมาณผู้โดยสารขยายตัว 20% โดยเฉพาะช่วงหน้าท่องเที่ยวไฮซีซั่นที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารวันละ 160,000คน ทำให้คาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณ 2561 สนามบินดอนเมืองจะมีผู้โดยสาร 40 ล้านคน
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหลังจ่กปลดธงแดงไอเคโอตั้งแต่เดือนต.ค. 2560 พบว่าผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นทันที 40% จากเดิมเฉลี่ยวันละ 98,000 เพิ่มเป็น 120,000-140,000 คนต่อวัน ทั้งนี้จากรายงานปริมาณผู้โดยสารพบว่าตั้งแต่ 1 ต.ค. 2560- 15 มิ.ย. 2561มีปริมาณผู้โดยสารทั้งหมด 27.64 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10.6 ล้านคนและนักท่องเที่ยวชาวไทย 17 ล้านคน ขยายตัว 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นเพิ่มขึ้น 25% จากปัจจัยสนับสนุนด้านการเปิดเส้นทสงบินระหว่างประเทศหลังจากปลดธงแดง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11563</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, ทีโออาร์, พีพีพี, สนามบินดอนเมือง, โครงการระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27208d3376f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
