<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่าเผาขยะโคตรแพง! &#039;ศรี&#039;ทนไม่ได้ ร้องสตง.สอบเอาผิดกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;19 ธ.ค. 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยกองจัดการขยะ สำนักสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำร่างขอบเขตงาน (ทีโออาร์) โครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอยขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและอ่อนนุช ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินงบประมาณโครงการละ 6,570 ล้านบาท รวม 2 โครงการ มูลค่า 13,140 ล้านบาทนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้การจัดทำทีโออาร์ดังกล่าวมีข้อพิรุธหลายประการที่ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางรายที่วางแผนร่วมกันกับ กทม. อย่างเป็นขั้นเป็นตอน อาทิ &amp;nbsp;การกำหนดราคากลางที่สูงเกินความเป็นจริงถึง 3 เท่าตัว คือ 900 บาทต่อตัน ทั้งๆ ที่ท้องถิ่นอื่นๆ ได้ดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันกับ กทม. แต่ทว่ากลับมีราคากลางที่น้อยกว่า กทม.ถึงราว 3 เท่าตัว อาทิ โรงงานแปรรูปขยะมูลฝอยชุมชนขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 6 เมกะวัตต์ (MW) ต.โนนทอน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้สัมปทานสัญญาในรูปแบบ BOT ระยะเวลา 20 ปี (เช่นเดียวกับในร่างทีโออาร์ของ กทม.) มีกำลังการกำจัดขยะ 600 ตันต่อวัน (ของ กทม.กำหนดขั้นต่ำ 1,000 ตันต่อวันต่อโรง) ค่ากำจัดขยะเพียงตันละ 250 บาทในปีแรก และกำหนดเพิ่มขึ้น 10% ในทุก 3 ปี หากคำนวณตามสัญญาสัมปทานดังกล่าว อัตราค่าจ้างกำจัดขยะสูงสุดไม่เกิน 490 บาทต่อตันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะที่โรงเตาเผาขยะเทศบาลนครภูเก็ตในปัจจุบันก็กำหนดอัตราค่าจ้างกำจัดขยะเพียง 300 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ได้กำหนดไว้ในร่างทีโออาร์โครงการเตาเผาขยะมูลฝอยในอีกหลายๆ จังหวัด อีกทั้งทุกโครงการมีการต่อยอดเป็นกิจการผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้กับ กฟผ. หรือ กฟภ. ซึ่งถือเป็นรายได้หลักอีกทางของบริษัทเอกชนที่เข้ามาลงทุนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนั้นยังมีการกำหนดประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม การจำกัดไดออกซินที่ไม่เพียงพอ, ความไม่เหมาะสมของแหล่งที่มาในการสืบราคากลางอันมีลักษณะที่ส่อไปในทางทุจริต ในการร่างทีโออาร์ที่เข้าข่ายล็อคสเปคกีดกันผู้ประการรายอื่น ซึ่งจะยังผลให้รัฐ หรือ กทม. เสียประโยชน์อย่างมหาศาล หากปล่อยให้การกำหนดทีโออาร์ดังกล่าวผ่านพ้นไปและเข้าสู่การประมูลได้ จะเป็นการกระทําผิดกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และขัดต่อมาตรา 62 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยชัดแจ้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ในการตรวจสอบทีโออาร์โครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอยขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและอ่อนนุชนั้น เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซ.อารีย์ ถ.พระราม 6 เขตพญาไท กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24592</URL_LINK>
                <HASHTAG>140ล้านบาท, กทม., ค่าเผาขยะ, ทีโออาร์13, ศรีสุวรรณ, สตง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57158e30f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
