<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายภาคประชาชนร่วมประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ นำ 9 ประเด็นปัญหาสู่การแก้ไข “โควิด-ที่ดิน-กลุ่มชาติพันธุ์-เสนอทบทวนยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ผันน้ำยวม” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปี 2563&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom มีผู้เข้าร่วม 592 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล / พี่น้องภาคีเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ 600 คน&amp;nbsp; ร่วมประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp; นำข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ประเด็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการโควิด ภัยพิบัติ ปัญหาที่ดิน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญประชาชน&amp;nbsp; ความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เสนอทบทวนและยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC นิคมอุตสาหกรรมจะนะ&amp;nbsp; ผันน้ำยวม&amp;nbsp; ฯลฯ โดยจะนำข้อเสนอในที่ประชุมเสนอกระทรวง พม.และ ครม.พิจารณาตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; และเสนอตั้ง &amp;lsquo;กลไก 5 ฝ่าย&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน &amp;nbsp;เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชนให้เป็นจริง-สร้างสังคมที่เป็นธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลจัดตั้งตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศ&amp;nbsp; และเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรง&amp;nbsp; เพราะตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถนำปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;ปรึกษาหารือ &amp;nbsp;เสนอแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ 7,795 แห่ง&amp;nbsp; ทุกปีจะมี &amp;lsquo;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; เพื่อ &amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;(พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32 (3)) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ภาคประชาชน 600 คนร่วมประชุมระดับชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ (10 กันยายน) มีการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ประจำปี 2564&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.&amp;nbsp; โดยประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meetings ตามมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp; มีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คน&amp;nbsp; พร้อมทั้งผู้แทนองค์กรต่างๆ ร่วมปาฐกถาและแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp; โดยมีนางพัชรี&amp;nbsp; อาระยะกุล&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรี พม.รับมอบข้อเสนอจากผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;วิรัตน์&amp;nbsp; พรมสอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิรัตน์&amp;nbsp; พรมสอน&amp;nbsp; ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; (เกษตรกรจากจังหวัดเชียงราย)รายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว รวม 7,795 แห่ง (ร้อยละ 99.62 ของจำนวนพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) &amp;nbsp;มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;ประกอบด้วยผู้แทนชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ &amp;nbsp;จำนวน 254,944 คน&amp;nbsp; มีกลุ่มหรือองค์กรชุมชน หรือเครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้ง จำนวน 156,280 องค์กร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงปี 2564&amp;nbsp; ได้มีการสอบทานคุณภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลผ่านระบบ google&amp;nbsp; form&amp;nbsp; จำนวน 7,061 แห่ง&amp;nbsp; แบ่งระดับความเข้มแข็งจาก A-C &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp; ระดับความเข้มแข็ง A จำนวน 1,816 แห่ง (คิดเป็น 25.72%) ระดับความเข้มแข็ง B จำนวน 1,951 แห่ง (คิดเป็น 27.63%) ระดับความเข้มแข็ง C จำนวน 1,006 แห่ง (คิดเป็น 14.25%) ระดับความเข้มแข็ง D จำนวน &amp;nbsp;2,288 แห่ง (คิดเป็น 32.40%)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการรวบรวมผลงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศพบว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลส่งเสริมให้สมาชิกพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ในด้านต่างๆ รวม 12 ด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บำรุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ รวม 3,016 แห่ง&amp;nbsp; คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2,872 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขให้ อปท.นำไปประกอบการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp; 3,215 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งเสริมให้องค์กรชุมชน&amp;nbsp; สมาชิกสภา&amp;nbsp; และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; 2,913 แห่งฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนยังทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาเกษตรกรแห่งชาติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า &amp;nbsp;กระทรวงพานิชย์&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ใช้พื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นพื้นที่ต้นแบบในการควบคุมก่อนปลดล็อกพืชกระท่อม) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp; และสำนักงานการประสานสนับสนุนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตัวแทนสภาองค์กรชุมชนร่วมประชุมกับ ป.ป.ส. เพื่อใช้พื้นที่สภาฯ เป็นต้นแบบในการควบคุมพืชกระท่อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รวบรวม 9 ประเด็นปัญหาจากทั่วประเทศสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเตรียมจัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลในปี 2564 นี้&amp;nbsp; มีการจัดเวทีทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนประสบนำมาจัดทำเป็นข้อเสนอ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นเพื่อนำมาสังเคราะห์รวบรวมประเด็นปัญหาและข้อเสนอเพื่อนำเข้าสู่การประชุมในระดับชาติฯ ในวันนี้ (10 กันยายน) ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 1&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการบริหารสถานการณ์การระบาดของโควิด มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รัฐบาลควรประกาศให้โรคระบาดโควิด &amp;ndash; 19 &amp;nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่ในมนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 และให้ทุกจังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ทุกมิติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการเงินกู้ 500,000 &amp;nbsp;ล้านบาท &amp;nbsp;มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รัฐบาลควรการกำหนดรูปแบบ/วิธีการใช้งบประมาณในลักษณะ &amp;ldquo;กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากระดับตำบล&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยจัดให้มีกลไกใหม่ในการบริหารกองทุนแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน กำหนดระเบียบวิธีการใช้งบประมาณแบบพิเศษ &amp;nbsp;ให้ชุมชนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 3 การแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่ทำกิน-ที่อยู่อาศัย มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ข้อเสนอเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้มีกระบวนการการปรับแก้เนื้อหาในกฎหมายลำดับรอง &amp;nbsp;ประกอบ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่จำกัดสิทธิชุมชน &amp;nbsp;จำกัดสิทธิการทำกินตามวิถีวัฒนธรรม และสิทธิชุมชนในการถือครองที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยชะลอการประกาศออกไปจนกว่ากระบวนการปรับแก้จะแล้วเสร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ข้อเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ปรับแก้/ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับประชาชนเข้าชื่อ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&amp;nbsp; ยกเลิกคำสั่ง ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ใช้มิติความมั่นคงมาจัดการทรัพยากร&amp;nbsp; ผลักดัน &amp;ldquo;สิทธิชุมชน&amp;rdquo; ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 4 การสร้างความเป็นธรรม ความเท่าเทียมให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้มีการเยียวยากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการอพยพออกจากชุมชนในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและจัดให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยอย่างเพียงพอกับความต้องการที่จำเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เร่งดำเนินการศึกษาและออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดั้งเดิมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ให้เกิดความมั่นคงในการดำรงวิถีชีวิต &amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีศักดิ์ศรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้มีการนิรโทษกรรมหรือยกเลิกคดีความที่ไม่เป็นธรรมทั้งปวง &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 5 การทบทวนเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการสร้างระบบเศรษฐกิจเกื้อกูลโดยใช้การจัดการทางธุรกิจเป็นแกนกลางระดับตำบล&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) เขตเศรษฐกิจพิเศษ เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก &amp;nbsp;พ.ศ.2561 &amp;nbsp;โดยเร่งด่วนที่สุด&amp;nbsp; เสนอให้ยกเลิกผังเมือง EEC และให้กลับไปใช้ผังเมืองรวมจังหวัดแต่ละจังหวัดตัวเดิม จนกว่าจะมีการร่วมกันออกแบบผังเมือง EEC ร่วมกันผ่านเครื่องมือ SEA และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;ร่วมออกแบบ ร่วมกำหนด การพัฒนา และร่วมตัดสินใจ&lt;/p&gt;


	ข้อเสนอเชิงนโยบายระบบเศรษฐกิจเกื้อกูล เช่น&amp;nbsp; ตั้งคณะทำงานเพื่อทำการศึกษานโยบายและกฎหมายด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรเพื่อสร้างการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎหมายแก่ประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งสถาบันเศรษฐกิจเกื้อกูลระดับภาคหรืออนุภาค เพื่อสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจในการเชื่อมโยงทั้งด้านการผลิตและการตลาดระหว่างกัน &amp;nbsp;รวมทั้งการจัดทำแผนเศรษฐกิจทั้งในระดับภาค อนุภาค และจังหวัด 
	ข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการทางธุรกิจเป็นแกนกลางระดับตำบล&amp;nbsp; เช่น รัฐ ต้องกำหนดมาตรการงดเว้น ยกเลิกการจัดเก็บภาษีให้กับองค์กรที่มีการดำเนินการตามแนวทาง Community Business Model Canvas : CBMC&amp;nbsp;ข้อเสนอต่อชุมชน จัดตั้งโครงข่ายธุรกิจชุมชนจากธุรกิจระบบจุลภาคสู่มหภาคของของชุมชน&amp;nbsp; สร้าง Modern Trade ของชุมชนรัฐกำหนดมาตรการสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 6 กฎหมายลิดรอนสิทธิของประชาชน กรณีการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และกรณี ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้และกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ......มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; (1) กรณีการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญ (ฉบับประชาชน)&amp;nbsp; ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เคารพสิทธิของประชาชนเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยใช้กลไก สสร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน&amp;nbsp; ออกแบบให้ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และองค์กรอิสระมีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน และไม่ควรมีอำนาจหน้าที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญใหม่ต้องพูดถึงการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;และสิทธิของประชาชนกลุ่มต่างๆให้มีความชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;


	กรณี ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้และกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. ...... มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้มีการทบทวนการออกกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ......... 


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 7 ความมั่นคงทางอาหาร มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีต้องการทบทวนการเข้าร่วม Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership (CPTPP) และหันมาวางพื้นฐานการพัฒนาระบบการผลิตของเศรษฐกิจฐานล่างให้มีความเข้มแข็ง และวางพื้นฐานให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคาม&amp;nbsp; รวมถึงภัยอุบัติใหม่ ให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันทางด้านความมั่นคงทางอาหารของพลเมืองอย่างเพียงพอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาล &amp;nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เร่งรัดการจัดการที่ดินแนวใหม่เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่มั่นคงต่อการผลิตอาหารตั้งแต่ในระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีบทบาทสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งรัดให้มีการจัดสิทธิที่ดินโดยกลุ่ม/ชุมชน &amp;nbsp;แทนการจัดการแบบปัจเจก &amp;nbsp;ทำให้คนจนสามารถเข้าถึงได้ &amp;nbsp;และเป็นการยึดโยงให้ที่ดินทำกินยังคงเป็นของชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 8 กรณีปัญหาเชิงพื้นที่&amp;nbsp; มีดังนี้ 1.กรณีโครงการผันน้ำยวม &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ &amp;nbsp;ตาก &amp;nbsp;2.กรณีโครงการนิคมอุตสาหกรรมอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา &amp;nbsp;3. กรณีโครงการสัมปทานเหมืองแร่หินเขาโต๊ะกรัง จังหวัดสตูล &amp;nbsp;และ 4.กรณีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp; มีข้อเสนอให้ทบทวนหรือยกเลิกโครงการเหล่านี้&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 9 ข้อเสนอการจัดตั้งกลไกเพื่อการขับเคลื่อนและติดตามนโยบายสาธารณะ&amp;nbsp; เสนอให้มีการจัดตั้งกลไก 5 ฝ่าย ที่ประกอบด้วย &amp;nbsp;ฝ่ายการเมือง (รัฐบาล) เจ้าหน้าที่รัฐระดับกระทรวงฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;คณะทำงานระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;และผู้แทนประเด็นปัญหา ในรูปของ &amp;ldquo;คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนข้อเสนอตามมติที่ประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rdquo; &amp;nbsp;(ระดับรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) &amp;nbsp;และให้มีการกำหนดบาทบาทหน้าที่ &amp;nbsp;เพื่อให้กลไกดังกล่าวมีการขับเคลื่อนและติดตามข้อเสนอต่างๆ ให้บรรลุผล หรือมีความก้าวหน้าตามข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ข้อเสนอทั้งหมด 9 ประเด็นนี้&amp;nbsp; ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลจะนำเสนอไปยังรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32 (3) เพื่อ &amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มชาติพันธุ์, กลไก 5 ฝ่าย, การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล, ที่ดิน, นางพัชรี  อาระยะกุล, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายวิรัตน์  พรมสอน, ประชุมในระดับชาติ, ผันน้ำยวม, พม., พี่น้องภาคีเครือข่ายประชาชน, สภาองค์กรชุมชนตำบล, เกษตรกรจากจังหวัดเชียราย, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล, เสนอทบทวนยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b3f8ef2504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039; สั่งตั้งคณะทำงานสางปัญหาที่ดินของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ว่าได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมทางหลวง (ทล.) และกรมเจ้าท่า (จท.) โดยสั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รฟท. และภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของ รฟท. เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ รฟท. ลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่าง ๆ เพื่อรับทราบปัญหาอย่างชัดเจน และกำหนดแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน พร้อมกันนี้ได้เร่งรัดให้ รฟท. พิจารณาคิดอัตราค่าเช่าใหม่ให้เป็นไปตามอัตราค่าเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยของชุมชนพระราม 6 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ สำหรับกรณีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับพระรามสอง &amp;ndash; วังมะนาว ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ให้ ทล. เร่งดำเนินการตรวจสอบจำนวนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการให้ชัดเจน พร้อมสำรวจความต้องการของประชาชน
&amp;nbsp;
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าส่วนกรณีโครงการก่อสร้างสำนักงานแขวงการทาง ชุมชนสะพานร่วมใจ เขตดอนเมืองกรุงเทพฯ นั้นให้ ทล. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนเพื่อหาข้อสรุปต่อไป โดยได้มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยให้ยึดแนวทางการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกันในทุกด้านร่วมกับภาคประชาชนในการแก้ปัญหา และการลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), กรมเจ้าท่า (จท.), กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, ที่ดิน, แก้ไขปัญหาด้านที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b2a2d526a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘13 ปีสภาองค์กรชุมชนตำบล’ เปิดประชุมสภาประชาชน นำ 11 ข้อเสนอสู่การแก้ปัญหาเชิงนโยบาย  “โควิด-ที่ดิน-เขตเศรษฐกิจพิเศษ-ความมั่นคงทางอาหาร-รัฐธรรมนูญประชาชน  ฯลฯ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right: -39.2pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลถือเป็นประชาธิปไตยทางตรง&amp;nbsp; เพราะข้อเสนอการแก้ไขปัญหาจากประชาชนสามารถเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมทั้งคณะรัฐมนตรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศ&amp;nbsp; และเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรง&amp;nbsp; เพราะตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถนำปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรึกษาหารือ &amp;nbsp;เสนอแนว ทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; มาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;กำหนดให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;&amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งหมายความว่า &amp;nbsp;ปัญหาของประชาสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง !!&amp;nbsp; (ดูรายละเอียด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ฯ ได้ที่ http://law.m-society.go.th/law2016/law/view/720)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

เปิดประชุมระดับชาติ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เอกนัฐ&amp;nbsp; บุญยัง&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ปัจจุบัน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ประกาศใช้ได้ 13 ปี&amp;nbsp; มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 7,795 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละปีจะมี &amp;lsquo;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; ในปี 2564&amp;nbsp; จะจัดประชุมในวันที่10 กันยายน&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศจัดขึ้น&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; (ตามมาตรการป้องกันโควิด)&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ก่อนการประชุมระดับชาติ&amp;nbsp; มีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ (5 ภูมิภาค) ได้เสนอประเด็นปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งข้อเสนอแนะ&amp;nbsp; แนวทางการแก้ไข&amp;nbsp; และกลไกในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อนำมาเสนอในวันประชุมระดับชาติ (วันที่ 10 กันยายน)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะรวบรวมประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รักษาการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้) และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สำหรับประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนวทางการแก้ไขมี 5 กลุ่ม&amp;nbsp; 11 ประเด็น&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.สถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;2.การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; 3.การทบทวน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท&amp;nbsp; 4.ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 5.การสร้างความเป็นธรรมให้กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC)&amp;nbsp; 7.โมเดลเศรษฐกิจเกื้อกูล&amp;nbsp; 8.ส่งเสริมการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; 9.การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp; 10.การคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;11.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; ทบทวนความตกลงทางการค้า (CPTPP)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;โดยมีธีมงานการจัดประชุมในระดับชาติ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;ldquo;ที่ดิน-อาหารคือชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp; 

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp; นอกจากจะเป็นธีมงานและเป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแล้ว&amp;nbsp; ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศที่สะสมมายาวนาน&amp;nbsp; โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนถูกจำกัดสิทธิในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เข้าไม่ถึงที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ทรัพยากร&amp;nbsp; การมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; การจัดการปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เนื่องจากอำนาจต่างๆ รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; และผลจากการพัฒนาประเทศยังทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมถูกถ่างออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; ที่ดินกระจุกตัวอยู่ในมือของคนส่วนน้อย&amp;nbsp; นักธุรกิจบางตระกูลมีที่ดินในครอบครองทั่วประเทศกว่า 630,000 ไร่&amp;nbsp; แต่ประชาชนที่ยากไร้เข้าไปอยู่อาศัยและทำกินในเขตป่ามานานก่อนการประกาศเขตป่าต่างๆ&amp;nbsp; ไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง&amp;nbsp; หนำซ้ำยังถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาบุกรุกไม่ต่ำกว่า 46,000 ราย (ข้อมูล : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม-P Move)&amp;nbsp; ขณะที่การบุกรุกที่ดินของรัฐโดยนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลกลับไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;ชาวกะเหรี่ยงและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่อาศัยมาก่อนมีการประกาศเขตป่าของทางราชการ&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและไม่มีสิทธิเหมือนพลเมืองทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การพัฒนาประเทศที่มุ่งแต่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่&amp;nbsp; ส่งเสริมการส่งออก&amp;nbsp; ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมถูกแย่งชิง&amp;nbsp; ผืนไร่&amp;nbsp; ผืนนา&amp;nbsp; ท้องทะเล&amp;nbsp; กำลังจะเปลี่ยนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ-โรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp; หนุ่มสาวอพยพเข้าไปขายแรงงานในเมือง&amp;nbsp; เมื่อต้องซมซานกลับชนบทเพราะพิษโควิด-ปิดโรงงาน&amp;nbsp; แต่ไม่มีพื้นที่ให้ทำกิน&amp;nbsp; ไม่มีการจ้างงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รูปแบบเกษตรกรรมเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมอาหาร&amp;nbsp; การผลิตอาหารปนเปื้อนสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น การเลี้ยงหมู&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; ปลา&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; และตกอยู่ในกำมือของบริษัทใหญ่&amp;nbsp; เกษตรกรมีสภาพเหมือนลูกจ้าง&amp;nbsp; ผักและผลไม้มีสารเคมีตกค้าง&amp;nbsp; ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:11.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:11.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;ความตกลงทางการค้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;lsquo;CPTPP&amp;rsquo; (Comprehensive &amp;nbsp;and &amp;nbsp;Progressive &amp;nbsp;Agreement &amp;nbsp;of &amp;nbsp;Trans-Pacific Partnership) หรือ &amp;lsquo;ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก&amp;rsquo; &amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรกังวลว่า&amp;nbsp; หากรัฐบาลไทยทำความตกลงจะเปิดโอกาสให้ต่างชาติที่มีทุนและเทคโนโลยีสูงกว่า&amp;nbsp; สามารถนำพันธุ์พืชพื้นเมืองของไทยไปทำการวิจัยเพื่อสร้างพันธุ์พืชใหม่แล้วจดสิทธิบัตร &amp;nbsp;เกษตรกรไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องซื้อใหม่เท่านั้น &amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกสูงขึ้น&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อุบล&amp;nbsp; อยู่หว้า &amp;nbsp;เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; วิกฤตจากภัยพิบัติในอนาคตที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp; รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้&amp;nbsp; จากการประมวลปัญหาสรุปได้ว่า&amp;nbsp; 1.คนจนจะเข้าไม่ถึงแหล่งอาหาร&amp;nbsp; 2.เกิดการกักตุนอาหาร&amp;nbsp; 3.หนี้สินจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด &amp;nbsp;4.อาชญากรรม&amp;nbsp; การปล้น-ลักทรัพย์เพิ่มขึ้น (แม้แต่หัวมันสำปะหลังในไร่ยังโดนขโมย)&amp;nbsp; 5.การสูญเสียที่ดินทรัพย์สิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ต่างชาติเข้ายึดครองกิจการ (โรงแรมปิดตัว-ทุนจีนซื้อราคาถูก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ดินคือต้นทางความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; แต่จากข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; เกษตรกรทั่วประเทศจำนวน 49 % ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; และต้องเช่าที่ดินทำกิน,&amp;nbsp; 80 % &amp;nbsp;มีที่ดินทำกินไม่เกิน 20 ไร่&amp;nbsp; และมีเกษตรกรเพียง 26 % ที่เข้าถึงระบบชลประทาน&amp;nbsp; ทำให้กระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; อุบลยกตัวอย่างประเด็นปัญหาที่ดินที่จะส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ข้อเสนอจากสภาองค์กรชุมชนสู่ทำเนียบ

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;จากประเด็นปัญหา 11 ด้านที่นำเข้าสู่การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลในครั้งนี้&amp;nbsp; มีข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่สำคัญเชิงโครงสร้าง&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การรับมือโควิด-19 &amp;nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; มีส่วนร่วม &amp;nbsp;มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.รัฐบาลควรประกาศให้โรคระบาดโควิด - 19 เป็นโรคระบาดในมนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550&amp;nbsp; เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; 2.หน่วยงานภาครัฐต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิดให้ภาคประชาชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;งบประมาณ &amp;nbsp;บุคลากร &amp;nbsp;องค์ความรู้&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.รัฐบาลต้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;ทั้งระยะสั้น &amp;nbsp;และระยะยาว &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร &amp;nbsp;พัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในระยะ 2 ปี &amp;nbsp;การจ้างงานผู้ที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น 1.การแก้ไขหรือเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่รับรองสิทธิชุมชน&amp;nbsp; แก้เนื้อหาการละเมิดสิทธิชุมชน&amp;nbsp; การกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรให้ชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; 2.แก้ไขประกอบ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562&amp;nbsp; พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 &amp;nbsp;พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ.2562&amp;nbsp; และ พ.ร.บ.ที่จำกัดและกระทบต่อการจัดการที่ดินโดยชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การทบทวนเขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp; มีข้อเสนอ เช่น&amp;nbsp; 1.แก้ไข พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 &amp;nbsp;2.ยกเลิกการแก้ไขแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบผังเมือง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ต้องทำให้ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.รัฐบาลต้องมีแผนสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; สำรองอาหาร&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีธนาคารข้าว&amp;nbsp; มีอาหารสำรองให้สัตว์เลี้ยง&amp;nbsp; 3.ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เร่งออกกฎหมายควบคุมการใช้สารเคมี&amp;nbsp; 4.รัฐบาลต้องไม่ทำข้อตกลงทางการค้าที่เสียเปรียบที่จะส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร (ความตกลง CPTPP) 5.นำที่ดินสาธารณะ&amp;nbsp; ที่ว่างเปล่า&amp;nbsp; ที่ดินทหารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาเป็นแหล่งผลิตอาหาร&amp;nbsp; สร้างงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; กรุงเทพฯ ปลูกผักลดรายจ่าย&amp;nbsp; เป็นแหล่งอาหารสำรองช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นี่คือตัวอย่างข้อเสนอจากภาคประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์&amp;nbsp; เล็งถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp; เป็นหนทางสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน&amp;nbsp; และยังมีประเด็นปัญหาและข้อเสนออีกหลายด้าน (ผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลการประชุมได้ทาง facebook /สภาองค์กรชุมชน และ facebook / codi.or.th)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ส่วนเส้นทางข้อเสนอจากที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลสู่ทำเนียบนั้น&amp;nbsp; คณะกรรมการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนจะรวบรวมประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขนำเสนอต่อนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะ รมว.รักษาการตาม พ.รบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ พ.ศ.2551 มาตรา 32 (3) กำหนดให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;&amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. ร่วมงานประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปี 2563 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ก้าวต่อไปเพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรม !!

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แม้ว่าข้อเสนอจากภาคประชาชนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว&amp;nbsp; แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ข้อเสนอจากที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง&amp;nbsp; หลายประเด็นปัญหาถูกส่งต่อไปยังกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; บางประเด็นมีความคืบหน้า&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ที่กลไกและระเบียบของทางราชการ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;การจัดการปัญหาที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาประมงพื้นบ้านและทะเลชายฝั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเสนอการทบทวนนิคมอุตสาหกรรมจะนะ&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ฉะนั้นปัญหาต่างๆ จึงวนเวียนอยู่ที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลเมื่อปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ดังนั้นการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เข้าประชุมจึงมีข้อเสนอร่วมกัน&amp;nbsp; โดยเสนอให้มีการ &amp;ldquo;จัดตั้งกลไก 5 ฝ่าย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1. ฝ่ายการเมือง (รัฐบาล) 2.กระทรวงที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;3.ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;4.ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 5.ผู้แทนประเด็นปัญหา &amp;nbsp;ในรูปแบบ &amp;ldquo;คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนข้อเสนอตามมติที่ประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยกำหนดบาทบาทหน้าที่เพื่อให้กลไกดังกล่าวมีการขับเคลื่อนและติดตามข้อเสนอต่างๆ&amp;nbsp; ให้บรรลุผล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นอกจากนี้จะมีการเชิญชวนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp; องค์กรต่างๆ&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; สื่อมวลชน&amp;nbsp; ประชาชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้ามามีส่วนร่วม&amp;nbsp; เพื่อผลักดันปัญหาเหล่านี้ให้เป็นประเด็นสาธารณะ&amp;nbsp; ให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ดังหมุดหมายการประชุมสภาฯ ปีนี้ที่ตอกย้ำว่า &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116155</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ปีสภาองค์กรชุมชนตำบล, ชุมชนท้องถิ่น, ที่ดิน, พอช, สภาองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b356b8156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวตำบลรับร่อ จ.ชุมพร  จัดเวทีประชาคมแก้ไขปัญหาที่ดิน  ลงมติเสนอเพิกถอนพื้นที่ป่าทับที่ทำกินเกือบ 130,000 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ชุมพร/ ชาวตำบลรับร่อ จ.ชุมพร&amp;nbsp; จัดเวทีประชาคมแก้ไขปัญหาที่ดิน&amp;nbsp; ลงมติเสนอเพิกถอนป่าสงวนฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าฯ ทับที่ทำกินชาวบ้านเกือบ 130,000 ไร่&amp;nbsp; ด้าน รศ.ดร.ธนพร &amp;nbsp;ศรียากุล ที่ปรึกษาฯ งานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เผยรัฐบาลแก้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&amp;nbsp; และเตรียมออกประกาศภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้&amp;nbsp; ขณะที่สมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; กรรมการ พอช. แนะชาวบ้านหากได้สิทธิในที่ดินอย่าหยุดกระบวนการพัฒนาในพื้นที่&amp;nbsp; ต้องวางแผนร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ &amp;nbsp;และบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำบลรับร่อ&amp;nbsp; อ.ท่าแซะ&amp;nbsp; จ.ชุมพร&amp;nbsp; มี 23&amp;nbsp; หมู่บ้าน&amp;nbsp; มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 230,000 ไร่&amp;nbsp; สถาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง &amp;nbsp;ที่ราบสูง &amp;nbsp;ที่ราบระหว่างภูเขา &amp;nbsp;และที่ลาดเชิงเนินสลับกันไปทั่วทั้งพื้นที่&amp;nbsp; มีพื้นที่บางส่วนอยู่ติดชายแดนประเทศเมียนมาร์ &amp;nbsp;ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก &amp;nbsp;โดยเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; กาแฟ &amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน &amp;nbsp;ยางพารา &amp;nbsp;ทุเรียน &amp;nbsp;ฯลฯ มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เนื่องจากมีการประกาศเขตป่าสงวนฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าฯ ทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านจำนวน 13,446 แปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมเนื้อที่&amp;nbsp; 129,592 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากประกาศดังกล่าวเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน &amp;nbsp;ไม่สามารถนำที่ดินไปจดจำนอง&amp;nbsp; หรือใช้เป็นหลักทรัพย์ให้เกิดประโยชน์อื่นใดได้&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังขาดงบประมาณที่จะพัฒนาพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวตำบลรับร่อจึงได้รวมตัวกันเรียกร้องให้ทางราชการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; แต่ยังไม่บรรลุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 19 สิงหาคม 2563 &amp;nbsp;ที่โรงเรียน ตชด.บ้านพันวาล &amp;nbsp;ต.รับร่อ &amp;nbsp;อ.ท่าแซะ &amp;nbsp;จ.ชุมพร &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลรับร่อ &amp;nbsp;และภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่ &amp;nbsp;ได้จัดเวทีประชาคมแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนในตำบลรับร่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจัดเวทีประชาคมครั้งนี้&amp;nbsp; พี่น้องชาวตำบลรับร่อได้ร่วมลงชื่อและมีมติร่วมกันเสนอให้เพิกถอนเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย (บางส่วน) ในพื้นที่ตำบลรับร่อ &amp;nbsp;ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อให้ประชาชนที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินได้รับเอกสารแสดงสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน&amp;nbsp; สามารถทำประโยชน์และอยู่อาศัย &amp;nbsp;เกิดความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวมไปถึงการประกอบอาชีพ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507&amp;nbsp; มาตรา 7&amp;nbsp; กำหนดว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเปลี่ยนแปลงเขตหรือการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติป่าใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้กระทำได้โดยออกกฎกระทรวง &amp;nbsp;และเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิกถอนบางส่วนให้มีแผนที่แสดงแนวเขตที่เปลี่ยนแปลง หรือเพิกถอนนั้นแนบท้ายกฎกระทรวงด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเวที &amp;ldquo;เสวนาสาธารณะการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า สู่การสร้างความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้ร่วมเสวนาได้แก่&amp;nbsp; รศ.ดร.ธนพร &amp;nbsp;ศรียากุล ที่ปรึกษาประจำสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;คณะทำงานเฉพาะกิจขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุข &amp;nbsp;บุญญะบัญชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)&amp;nbsp; นายอวยพร &amp;nbsp;มีเพียร &amp;nbsp;นายก อบต.รับร่อ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร ศรียากุล ที่ปรึกษาประจำสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี คณะทำงานเฉพาะกิจขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;นโยบายที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำที่ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นความสำคัญเร่งด่วน ก็คือปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ &amp;nbsp;แต่ด้วยสภาพตัวของกฎหมาย พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และพระราชบัญญัติป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 เนื้อหาหลักคือ ห้ามคนอยู่ในป่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร ศรียากุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสภาพความเป็นจริง &amp;nbsp;พี่น้องประชาชนทำมาหากินอยู่กับป่า อยู่กันมาตั้งแต่ก่อนจะมีการประกาศเขตป่า แต่กลายเป็นว่า พระราชบัญญัติ 2 ฉบับ &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนกลายเป็นคนผิด &amp;nbsp;จนทำให้เป็นปัญหาที่ค้างคามาโดยตลอด &amp;nbsp;จนกระทั่งปี พ.ศ.2541 มีการใช้มติคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2541 เป็นมติที่พยายามจะแก้ไขปัญหานี้ &amp;nbsp;ด้วยมาตราการทางบริหาร &amp;nbsp;แต่เนื่องจากมติ ครม.ไม่ได้มีสถานภาพเท่ากับพระราชบัญญัติ &amp;nbsp;และที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; ตั้งแต่ใช้มติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี&amp;nbsp; ยังไม่เคยพิสูจน์สิทธิใครได้เลย &amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่ามติ ครม. ไม่อาจจะใช้แก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.ธนพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;รัฐบาลปัจจุบันได้แก้กฎหมายพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; พ.ศ.2562&amp;nbsp; และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหานี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีการแก้ไขปัญหานี้ &amp;nbsp;ข้อที่ 1 คือ ภาครัฐต้องยอมรับความจริงว่าในป่าอนุรักษ์มีพี่น้องเข้าไปทำมาหากินและอยู่อาศัยจริง &amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากพระราชบัญญัติเดิม พ.ศ. 2504 ซึ่งห้ามไม่ให้มีคนเข้าไปอยู่ในป่าอนุรักษ์ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อที่ 2 เมื่อมีปัญหานี้จริง &amp;nbsp;มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 สำรวจมา 20 กว่าปี &amp;nbsp;สำรวจไม่เสร็จสักทีว่ามีคนอยู่ในป่าทั้งหมดกี่คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแปลงทั้งหมดกี่ไร่ &amp;nbsp;กี่งาน &amp;nbsp;กี่ตารางวากันแน่ &amp;nbsp;ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงให้กรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; สำรวจการถือครองที่ดินและการใช้ประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งกฎหมายได้บังคับไว้เลยคือให้สำรวจให้เสร็จภายใน 240 วัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นประเด็นที่อยากจะพูดในวันนี้คือ ประเด็นที่หนึ่ง &amp;nbsp;รัฐบาลเริ่มต้นกฎหมายฉบับนี้&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงว่า&amp;nbsp; คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ &amp;nbsp;และมีคนอาศัยทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ป่าตามกฎหมายจริง &amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากปี 2504 อย่างสิ้นเชิง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเด็นที่สอง &amp;nbsp;รัฐบาลเห็นบทเรียนจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน&amp;nbsp; 2541 ว่า &amp;nbsp;สำรวจ 20 ปีไม่เสร็จ &amp;nbsp;ดังนั้นสำรวจ 240 วัน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องสำรวจให้เสร็จ &amp;nbsp;อันนี้เป็นบทเร่งรัดเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; รศ.ดร.ธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีการหารือร่วมระหว่างสำนักบริหารงานนโยบายของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรฯ &amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) &amp;nbsp;โดยมีบทสรุปร่วมกันคือ 240 วัน &amp;nbsp;คือบทสรุปเร่งรัดเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;เพราะเรากลัวว่าเจ้าหน้าที่จะทำช้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นพี่น้องที่มาเข้าร่วมรับฟังในวันนี้&amp;nbsp; ถ้าใครมีที่ดินอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ &amp;nbsp;ครบ 240 วัน &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ถ้าใครตกหล่นจริงๆ มาไม่ทันจริงๆ ให้ไปพบหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า &amp;nbsp;ไปให้เขาไปเก็บข้อมูลเพิ่มได้ &amp;nbsp;เรามีเวลาจนถึงร่างพระราชกฤษฏีกำหนดคุณสมบัติของพี่น้องประชาชนจะออก ซึ่งคาดว่าจะออกไม่เกินวันที่ 31 ตุลาคม 2563 นี้&amp;nbsp; ตอนนี้พี่น้องชาวบ้านยื่นแล้วกว่า 95 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไป &amp;nbsp;พอสำรวจเสร็จแล้วก็จะนำไปสู่การอนุญาตให้ชาวบ้านทำมาหากินและอยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รศ.ดร.ธนพร กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข &amp;nbsp;บุญญะบัญชา &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากที่เราได้สิทธิแล้ว อย่าไปหยุดกระบวนการงานพัฒนาในพื้นที่&amp;nbsp; ต้องมาออกแบบผังชุมชนในอนาคตร่วมกัน &amp;nbsp;ไม่ว่าเรื่องของป่าไม้ &amp;nbsp;พื้นที่ทำกิน ลูกหลานเกิดมาเขาจะต้องมีความมั่นคงในเรื่องที่ดิน &amp;nbsp;สร้างระบบครอบครัว &amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp; ระบบนิเวศน์ &amp;nbsp;อำนาจในการบริหารจัดการ &amp;nbsp;รวมไปถึงเศรษฐกิจในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะสร้างตรงนี้ได้อย่างไร&amp;nbsp; ที่ดินที่เราได้มาจึงจะยั่งยืน ทั้งของส่วนรวม &amp;nbsp;และส่วนตัว &amp;nbsp;พวกเราต้องเป็นตัวช่วยสำคัญในการออกแบบ &amp;nbsp;แต่ละพื้นที่&amp;nbsp; แต่ละชุมชนนำมาโยงกัน &amp;nbsp;สร้างระบบพัฒนา ให้เหมือนกับการพัฒนาประเทศเล็ก &amp;nbsp;ชนิดที่คนอยู่ได้ &amp;nbsp;มีรายได้มากกว่ารายจ่าย &amp;nbsp;มีการทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่เหมาะสม &amp;nbsp;ไม่ไหลไปตามตลาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp; ถ้าต่างคนต่างทำเราจะสู้คนอื่นไม่ได้ &amp;nbsp;แต่ถ้าเราทำทั้งท้องถิ่น &amp;nbsp;คิดร่วมกัน &amp;nbsp;ต่อรองร่วมกัน &amp;nbsp;วางแผนร่วมกัน &amp;nbsp;นำผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเราในแต่ละเรื่อง &amp;nbsp;เราจะสร้างรูปแบบการพัฒนาแนวใหม่ &amp;nbsp;ตรงนี้อยากจะฝากให้พวกเราคิดต่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวสมสุขกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุขกล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิ่งที่เราคิดต่อเมื่อมันชัดเจนขึ้น &amp;nbsp;จะเป็นตัวมาบอกว่าหน้าตาของสิทธิและการจัดการพื้นที่ในเรื่องของที่ดินและเรื่องอื่นๆ จะเป็นอย่างไร &amp;nbsp;การพัฒนาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่&amp;nbsp; ขึ้นอยู่กับทิศทางที่เราจะไปข้างหน้าด้วย &amp;nbsp;และจะยั่งยืนหรือไม่ &amp;nbsp;เราจะฟื้นฟูทุกสิ่งทุกอย่างได้หรือไม่ &amp;nbsp;ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการจัดกระบวนการของพวกเราเพียงอย่างเดียว &amp;nbsp;แต่จุดนี้เราจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ในทุกด้าน &amp;nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ &amp;nbsp;การบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม &amp;nbsp;การพัฒนาคน &amp;nbsp;ความรู้&amp;nbsp; การศึกษา ฯลฯ&amp;nbsp; ทุกอย่าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกระจายอำนาจไม่ใช่แต่เรื่องท้องถิ่น &amp;nbsp;กระจายโดยหน่วยงานก็ได้ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ป่าพื้นที่ไหนก็ให้คนที่นั่นเขาทำ &amp;nbsp;แต่มีเป้าหมายอันเดียวกัน &amp;nbsp;ทำให้เกิดระบบกระจายอำนาจในทุกๆ หน่วยงาน &amp;nbsp;ทุกๆ รูปแบบ &amp;nbsp;ซึ่งตำบลรับร่อจะเป็นตัวสร้างแนวทางการพัฒนานี้ให้กับหน่วยงานทั้งหลายให้กับประเทศไทย &amp;nbsp;ถ้าเรายังคงเดินหน้าต่อไป &amp;nbsp;เราจะต้องไปถึงเป้าหมายของเราได้อย่างเต็มที่&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวสมสุขกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอวยพร &amp;nbsp;มีเพียร &amp;nbsp;นายก อบต.รับร่อ&amp;nbsp; กล่าวว่า การจัดเวทีเสวนาดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจาก 1.ด้วยการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2522 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 871 (พ.ศ.2522) ได้กำหนดพื้นที่ในตำบลรับร่อให้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อ ป่าสลุย จำนวน 104,202 ไร่ โดยมีราษฎรครอบครอง ทำประโยชน์ และเป็นที่อยู่อาศัยจำนวน 9,001 แปลง ในเนื้อที่ 73,362 ไร่ จากประกาศดังกล่าวเป็นเหตุทำให้ราษฎรไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินซึ่งพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; โดยภาครัฐมิได้จำแนกประเภทที่ดินหรือกันออกจากพื้นที่ป่าให้ชัดเจนเป็นปัจจุบัน &amp;nbsp;ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกประกาศครอบคลุมไปด้วยพื้นที่ป่า ส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอวยพร &amp;nbsp;มีเพียร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น &amp;nbsp;ขาดการพัฒนาในชุมชน เนื่องจากติดระเบียบและข้อบังคับของราชการ &amp;nbsp;ไม่สามารถนำงบประมาณมาพัฒนาชุมชนได้ทันต่อความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากจากงบประมาณแผ่นดินและขาดโอกาสจากนโยบายต่างๆ ที่ภาครัฐกำหนดขึ้น เป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำ ขาดความเสมอภาคในสังคม เกิดความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของกฎหมาย &amp;nbsp;สอดคล้องกับความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชน 1. จึงเสนอให้เพิกถอนเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย (บางส่วน) ในพื้นที่ ต.รับร่อ ตามความในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เพื่อให้ประชาชนที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินได้รับเอกสารสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สามารถทำประโยชน์และที่อยู่อาศัย เกิดความมั่นคงในการปะกอบอาชีพ เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายก อบต.รับร่อกล่าวถึงข้อเสนอจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นอกจากนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ &amp;nbsp;ซึ่งกำหนดบริเวณที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2537 &amp;nbsp;ในพื้นที่ ต.รับร่อ &amp;nbsp;มีเนื้อที่ทั้งหมด 80,601 ไร่ &amp;nbsp;มีราษฎรครอบครองทำประโยชน์และเป็นที่อยู่อาศัยแล้วจำนวน 2,751 แปลง ในเนื้อที่ 19,847 ไร่ จึงเสนอให้เพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมกรมกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือ (บางส่วน) ในพื้นที่ ต.รับร่อ ตามความในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมกรมหลวงชุมพรด้านทิศใต้ ซึ่งประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2537 &amp;nbsp;เนื้อที่ทั้งหมด 72,263 ไร่ &amp;nbsp;มีราษฎรครอบครองทำประโยชน์และเป็นที่อยู่อาศัยแล้วจำนวน 1,694 แปลง ในเนื้อที่ 36,383 ไร่ &amp;nbsp;จึงประสงค์ให้เพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมกรมหลวงชุมพรด้านทิศใต้ (บางส่วน) ในพื้นที่ ต.รับร่อ ตามความในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันในส่วนที่เพิกถอนออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จใรกรมกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมกรมหลวงชุมพรด้านทิศใต้ จึงขอจัดสรรที่ดินเป็นนิคมสหกรณ์ ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 โดยจัดสรรที่ดินตามพื้นที่ครอบครองทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนรายละไม่เกิน 50 ไร่ การบริหารจัดการให้เป็นการจัดการร่วมของชุมชนท้องถิ่นเพื่อความมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า สอดคล้องกับวิถีชีวิต สิทธิชุมชน วัฒนธรรม ประเพณี และบริบทพื้นที่ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พื้นที่ป่าสงวนฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ที่ชาวตำบลรับร่อเสนอให้เพิกถอนมีเนื้อที่รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 129,592 ไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนที่ดินที่ชาวบ้านครอบครองรวม 13,446 แปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75000</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชุมพร, ที่ดิน, ป่า, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3de7539b879.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039; ยก 2 ข่าวชวนคิด &#039;ธนาธร&#039; พูดเรื่องปัญหาที่ดิน-แม่สมพรครอบครองที่ดินรัฐ 300 ไร่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.62 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อธนาธรพูดกับคนจนเรื่องปัญหาที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-อ่านข่าวคุณธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปปราศรัยที่จ.ยโสธร เมื่อ 15 ธค.2562 พูดเรื่องที่ดินใน 20 จังหวัดภาคอิสาน พูดถึงเรื่อง&amp;quot;คนจน&amp;quot;ถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกิน และเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ดินให้กับคนจน ตามข่าวมีคนตามไปฟังเยอะเหมือนกันนะ คุณธนาธรน่าจะพูดไปน้ำตาคลอไปสงสารคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ก่อนหน้านี้ มีข่าวแม่ของคุณธนาธรครอบครองที่ดินของรัฐประมาณ 300 ไร่ ที่จังหวัดราชบุรี ตอนนี้ อธิบดีกรมป่าไม้บอกว่า แม่คุณธนาธรคืนที่ดินทั้ง 300 ไร่ให้แก่รัฐแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ข่าวทั้ง 2 เรื่องนึ้ ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ผมไม่อยากเห็นคนรวยพูดแล้วคนจนต้องหลั่งน้ำตาอีกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52574</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนยากจน, ที่ดิน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18d6f18e597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;ฉะ &#039;เรืองไกร&#039;มั่ว จ่อสั่งทนายจัดหนักเอาคืน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการถือครองที่ดินของตน จำนวน 2 แปลงโดยไม่ถูกต้องว่า ในครั้งแรกตนได้มอบหมายให้ทนายความไปยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่มีการแสดงราคาผิด เมื่อตนตรวจสอบแล้วได้ให้ทนายความไปแก้ไข ต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 19 ก.ย. จำนวน 3 รายการ ได้แก่ 1.เงินสดจากเดิมที่ระบุว่าผู้ยื่นไม่มีเงินสด ขอแก้ไขให้เป็นมีเงินสด10 ล้านบาท&amp;nbsp; เนื่องจากข้อมูลคลาดเคลื่อน เพราะเงินจำนวนดังกล่าวตนได้รับมาตามบันทึกข้อตกลงการหย่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ อ.มะขาม จ.จันทบุรี เนื้อที่ 50 ไร่ ผู้มีสิทธิ์ครอบครอง คือ นางสรัลรัศมิ์ เตชะจิรสิน คู่สมรส จากเดิมระบุมูลค่าปัจจุบัน 100 ล้านบาท แก้ไขเป็นมูลค่าปัจจุบัน 10 ล้านบาท เนื่องจากพิมพ์ผิดพลาดและไม่ได้ตรวจทานโดยถี่ถ้วน 3.ทองคำแท่ง จากเดิมที่ระบุว่าเป็นของน.ส.วิภาวี คุปติมาลาธร อดีตคู่สมรส จำนวน 415 บาท ขอแก้ไขเป็นของผู้ยื่น 315 บาท และเป็นของอดีตคู่สมรส 100&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เนื่องจากกรอกข้อมูลผู้เป็นเจ้าของผิดพลาดคลาดเคลื่อนและไม่ได้ตรวจทานโดยถี่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวว่า การที่นายเรืองไกรไปยื่นให้ตรวจสอบตนนั้น ไม่ผิด แต่มีการยื่นให้ตรวจสอบตนสองเรื่อง คือกล่าวหาว่าตนมีหุ้นสื่อทั้งที่บริษัทได้จดยกเลิกกิจการไปกว่า 20 ปีแล้ว แต่นายเรืองไกรก็ยังไปยื่นว่าตนยังมีหุ้นสื่อ&amp;nbsp; แต่วันนี้ก็จะให้ตรวจสอบว่าตนได้เปลี่ยนแปลงราคาที่ดิน&amp;nbsp; จึงขอเตือนนายเรืองไกรว่าอย่าตรวจสอบในการกลั่นแกล้ง หรือไม่ละเอียดรอบคอบ ถือว่าได้รับความเสียหายสองเรื่องแล้ว ตนยังไม่จัดการคุณเรืองไกรเลย สงสัยครั้งนี้ต้องให้ทนายตนจัดการสักครั้ง นายเรืองไกรบอกเป็นนักตรวจสอบบัญชี แต่ตรวจสอบอย่างไรที่มากล่าวหาบริษัทตนทั้งที่ยกเลิกกิจการไปนานแล้ว กระทั่งวันนี้ก็มาตรวจสอบแล้วก็ไม่เจอ แล้วยังมาบอกว่าเข้าไปเปลี่ยนแปลงราคาปัจจุบันที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านเรืองไกรอย่ากลั่นแกล้งกันนะครับ ไม่มีงานทำหรือ ท่านหากินกับเรื่องหนี้หรือครับ ไปหากินทางสุจริตก็ได้นะครับ&amp;nbsp; ทำกับผมสองเรื่อง ผมก็มีมือ มีอะไรเหมือนกัน ผมก็มีฝ่ายกฎหมายนักบัญชีตรวจสอบ ผิดพลาดแบบนี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งหรือไม่ ผมไม่ยอมแล้วเที่ยวนี้&amp;rdquo;นายสิระ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51239</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดิน, ป.ป.ช., พท., พปชร., สิระ, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3627b7593e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกเหลิม&#039;ได้ทีเย้ยพปชร.ยังอยู่เย็นเป็นสุขกันทุกคน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; นายวัน อยู่บำรุง ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;ldquo;พลังประชารัฐอยู่เย็นเป็นสุขกันทุกคนเลยนะ...บ้านนี้เมืองนี้ เห้อ!!!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแฟนเพจหลายคนเข้ามาคอมเมนท์กรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กำลังถูกตรวจสอบการถือครองที่ดินในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ทั้งนี้นายวันกับ น.ส.ปารีณา ได้เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้กันหลายครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51228</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดิน, ปารีณา, พปชร., ลูกเหลิม, วัน อยู่บำรุง, สปก., เอ๋</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c178763ab5a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
