<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณร้องบิ๊กตู่ ค้านใช้ที่ดินมักกะสันเชื่อม3สนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;ขอคัดค้าน TOR รฟท. เอื้อนายทุนนำที่ดินของชาติ ที่มักกะสันไปประเคนให้ EEC&amp;quot; ว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 ประกาศเงื่อนไขการประมูล TOR สำหรับโครงการรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบินซึ่งมีการใช้ที่ดินมักกะสันของการรถไฟฯ นั้น พบว่า TOR ดังกล่าวไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมีการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์ และอาจผิดกฎหมายหลายประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1. โครงการดังกล่าวรัฐบาลอ้างว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพมหานครและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ พัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ บริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์มักกะสัน ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกรุงเทพฯกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp; และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชา และการดำเนินกิจการทางพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวว่ารัฐจะอนุญาตให้เอกชนผู้พัฒนาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ได้สิทธิใช้ที่ดินมักกะสัน เริ่มต้นด้วยเนื้อที่ 140 ไร่ โดยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่รัฐเพียงเล็กน้อย และถึงแม้เอกชนจะมีภาระต้องจ่ายเงินชดเชยขาดทุนของการรถไฟฯ อีก 1 หมื่นล้านบาท แต่คณะตรวจสอบภาคประชาชนมีความเห็นว่าเป็นค่าตอบแทนที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าปัจจุบันของที่ดิน 140 ไร่ และในอนาคตน่าจะมีการขยายขอบเขตไปครอบคลุมที่ดินเกือบ 500 ไร่ที่มักกะสันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2. การที่ผลประโยชน์ทั้งหมดไม่ตกแก่การรถไฟฯ เป็นการผิดพระราชปณิธาน เพราะที่ดินมักกะสันเป็นที่ดินที่ล้นเหล้ารัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชทานเพื่อใช้พัฒนากิจการรถไฟ ดังนั้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวมิได้ก่อประโยชน์ให้ตกแก่การรถไฟฯ แต่ผู้เดียว จึงจะเป็นการผิดไปจากพระราชปณิธาน ดังนี้ (1) โครงการรถไฟที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานนั้น วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนความสะดวกในการเดินทางเพื่อใช้ท่าอากาศยานทั้งสามแห่ง ประโยชน์หลักจึงตกอยู่กับท่าอากาศยานทั้งสาม โดยทำให้มีจำนวนผู้โดยสารมากขึ้น แต่ผลกำไรจากรถไฟดังกล่าวมิได้ตกเป็นของการรถไฟฯ ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อทำให้ผลประโยชน์ไปตกแก่ท่าอากาศยานเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในทางเทคนิค ที่ดินมักกะสันที่จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการเชื่อมโยงบริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์มักกะสัน ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชานั้น จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะเกิน 5-10 ไร่ ดังนั้น การยกให้เอกชนได้สิทธิใช้ที่ดินมากถึง 140 ไร่ และในอนาคตน่าจะขยายออกไปจนเต็มพื้นที่เกือบ 500 ไร่ที่มักกะสัน จึงเป็นเรื่องที่เกินเลยความจำเป็นทางเทคนิคในการเชื่อมโยง 3 สายทางดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) TOR ระบุว่าที่ดิน 140 ไร่ดังกล่าว จะใช้เพื่อการดำเนินกิจการทางพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ แต่ในข้อเท็จจริง พื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการเชื่อมโยง 3 สายทางรถไฟ จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะเกิน 5-10 ไร่ ดังนั้น พื้นที่ส่วนที่เหลือในเนื้อที่ 140 ไร่และต่อไปน่าจะขยายออกไปจนเต็มพื้นที่เกือบ 500 ไร่ที่มักกะสันนั้น จึงมิใช่พื้นที่สำหรับสนับสนุนบริการรถไฟอย่างแท้จริง แต่ตามที่ปรากฏในข่าวก่อนหน้า น่าจะเป็นการอ้างคำพูดดังกล่าว เพียงเพื่อจะพัฒนาที่ดินเหล่านี้ในเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน ซึ่งนอกจากเป็นเรื่องที่เกินเลยความจำเป็นทางเทคนิคในการเชื่อมโยง 3 เส้นทางดังกล่าวแล้ว ผลประโยชน์จากการพัฒนาที่ดินเหล่านี้ในเชิงพาณิชย์ มิได้ตกแก่การรถไฟฯ แต่จะไปตกแก่ภาคเอกชนผู้พัฒนารถไฟเชื่อมท่าอากาศยานแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) วิธีพัฒนาที่ดินในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าที่ดินมักกะสัน หรือที่ดินอื่นของการรถไฟ โดยให้ผลประโยชน์ทั้งหมดตกแก่การรถไฟฯ อันเป็นไปตามพระราชปณิธาน นั้น จะต้องให้การรถไฟฯ หรือบริษัทลูกที่การรถไฟฯ ถือหุ้นทั้งหมดตลอดเวลา เป็นผู้จัดการพัฒนาที่ดิน โดยว่าจ้างบริการจากผู้ที่มีประสบการณ์ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจจะเสนอรับค่าจ้างเป็นสัดส่วนจากรายได้ที่เกิดขึ้นในโครงการ และคัดเลือกโดยวิธีประมูลแข่งขันอัตราค่าจ้าง จึงจะชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3. การรวมโครงการทำให้รัฐไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจาก (ก) ที่ดินมักกะสันเป็นโครงการใหญ่ในตัวเอง และเนื่องจากจะใช้เพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แบบหลากหลาย โดยมิใช่งานอุตสาหกรรม หรืองานโกดังเก็บสินค้า ดังนั้น ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาที่ดินมักกะสัน จึงมิได้ขึ้นอยู่กับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่ง (ข) ความรู้และความชำนาญในการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ก็ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงดังเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง จึงสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงย่อยๆ เพื่อจะเปิดให้มีนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและแม้แต่ขนาดย่อมเข้ามาแข่งขันได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) รัฐควรเป็นผู้กำหนดแผนผังแบ่งพื้นที่มักกะสันเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เอง เพื่อจะสามารถกันพื้นที่สำหรับสาธารณะให้พอเพียงอย่างเหมาะสม แทนที่จะมอบให้เอกชนเป็นผู้พิจารณา (ง) ตำแหน่งที่ตั้งและลักษณะของการใช้งานของพื้นที่มักกะสันนั้น เป็นเอกเทศอิสระจากพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างสิ้นเชิง และในเชิงเทคนิค โครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งก็ใช้พื้นที่มักกะสันแต่เพียงเล็กน้อย โดยมีส่วนอื่นใดที่จะใช้พื้นที่มักกะสัน จึงไม่มีเหตุผลที่จะเอาที่ดินมักกะสันเข้าไปไว้ในโครงการดังกล่าว (จ) การนำเอาที่ดินมักกะสันเข้าไปผูกรวมกับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่ง จะทำให้โครงการมีขนาดยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีผู้เข้าแข่งขันน้อยลง และเป็นการทำให้รัฐไม่ได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ฉ) เนื่องจากโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งเป็นประโยชน์แก่ท่าอากาศยานเป็นสำคัญ ถ้าจำนวนผู้ใช้ในช่วงแรกและอัตราค่าโดยสารไม่คุ้มทุน รัฐบาลก็ควรกำหนดให้ท่าอากาศยานซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่ถูกควบคุมราคา และมีกำไรสูง ให้เป็นผู้อุดหนุน และเนื่องจากโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งจะก่อประโยชน์แก่เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ดังนั้น รัฐจึงสามารถใช้รายได้รวมจากระบบงบประมาณแผ่นดินมาอุดหนุนได้อีกด้วย แต่ไม่สมควรใช้ทรัพยากรจากการรถไฟฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุผลดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และเครือข่ายกัลยาณมิตร คณะตรวจสอบภาคประชาชน&amp;nbsp; สหภาพของพนักงานการรถไฟฯ และผู้แทนสหภาพรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่ง มีความเห็นร่วมว่า TOR ดังกล่าวไม่เหมาะสม และผิดกฎหมายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 164 (1) เนื่องจากไม่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมีการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์และไม่ตรงกับพระราชปณิธาน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข TOR โดยพลัน และระหว่างนี้ ก็ขอให้ชะลอการประมูลแข่งขันในโครงการนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งและมีฝ่ายค้านในรัฐสภาที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบให้เข้มแข็งเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมและกัลยาณมิตร จะร่วมกันเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 24 ก.ค. 2561 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล และเวลา 11.30 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อกระทรวงคมนาคม ต่อไปด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13913</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ที่ดินมักกะสัน, นายกฯ, บิ๊กตู๋, รฟท., ศรีสุวรรณ, อีอีซี, เชื่อม3สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b637dbf7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนข้องใจTORรถไฟสามสนามบินประเคนผลประโยชน์ให้รายใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคประชาชน-สหภาพรถไฟ ข้องใจ สร้างรถไฟเชื่อม3สนามบิน พ่วงที่ดินรถไฟมักกะสันไปด้วย หวังล่อใจ กลุ่มทุน ซัด พรบ.อีอีซี ใหญ่กว่ากฎหมายแม่หลายฉบับ ไม่เข้าใจเขียนให้สิทธิพิเศษกลุ่มทุน-ต่างชาติ &amp;nbsp;อัด ยกที่ดินให้เช่า 99ปี ขัดรธน.ชัดเจน ร้องภาครัฐแก้ TOR &amp;lsquo;สาวิทย์&amp;rsquo; แฉ ขุมของที่ดินรถไฟ หลายหน่วยงานจ้องฮุบ &amp;lsquo;ธีระชัย&amp;rsquo; ยกโมเดลเมืองนอก ชี้ ไม่มีชาติไหน ยกสิทธิข้างทางให้ต่างชาติถือครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา10.30น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการตรวจสอบภาคประชาชนกับการทุจริตคอรัปชั่น จัดเสวนา การทุจริตประพฤติมิชอบนโยบายของรัฐในการประมูลรถไฟความเร็วสูง และการจัดสรรที่ดินรถไฟมักกะสัน ผลประโยชน์ชาติประชาชนอยู่ตรงไหน โดยมี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)และประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35 ร่วมเสวนา นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษา35 ดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธา อ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ให้รัฐบาลแก้ไข TOR โครงการรถไฟความเร็วสูง มีเนื้อหาว่า การที่รัฐบาลจัดทำ TOR โครงการรถไฟความเร็วสูง สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา โดยโยงเข้ากับโครงการพัฒนาที่ดินมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นแผนการที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ กีดกันนักธุรกิจขนาดย่อม และไม่ทำให้ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ผู้ที่เหมาะสมจะพัฒนารถไฟความเร็วสูงมากที่สุดคือการรถไฟฯ ควรจัดตั้งเป็นบริษัทลูกสำหรับโครงการนี้ การผนวกสองโครงการใหญ่เข้าด้วยกัน เป็นการกีดกันนักธุรกิจรายย่อย TOR ดังกล่าวอาจเข้าข่ายล๊อคสเปกเอื้อประโยชน์เฉพาะแก่นายทุนระดับชาติ และผิดกฎหมายเนื่องจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 164 (1) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลประกาศเองว่าจะมีเลือกตั้งในต้นปีหน้า ดังนั้นจึงควรจะให้รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการประมูลเรื่องดังกล่าวน่าจะโปร่งใสกว่า เพราะจะสามารถตรวจสอบการทุจริตได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ปัจจุบันการตรวจสอบแทบจะทำไม่ได้เลย แถมมีข่าวคราวการทุจริตในโครงการต่างๆเกิดขึ้นตลอดเวลา และหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดและเพื่อความโปร่งใส ภาคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการดำเนินการการประมูลดังกล่าวออกไปจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535 กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย กำเนิดสมัยรัชกาลที่5 พระองค์หวังให้ที่ดินสองข้างทางเกิดการพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน การเอาที่ดินรัชกาลที่5 ประทานไว้ให้ แล้วมาทำปู้ยี้ปู้ยำ ไม่ละอายบ้างหรือ &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯระบุ ผู้ร่วมประมูลจะรู้ผู้ชนะ แพ้ในเดือนพ.ย.นี้ แต่ข้อกำหนดในทีโออาร์ การเชื่อม3สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา และผนวกการพัฒนาที่ดิน โรงซ่อมบำรุงรักษาในที่ดินการรถไฟย่านมักกะสันไปด้วย รวมทั้งการให้สิทธิในการเช่าที่ดินสองระยะ โดยครั้งแรกให้เช่า50ปี และยังขยายต่อได้อีก 49ปี รวมเป็น99ปี ไม่รู้ว่า รัฐบาลใช้หัวอะไรคิด เมื่อไม่นานมานี้ ผู้บริหารบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งที่ยื่นซองประมูล ให้สัมภาษณ์ระบุชัดเลยว่า โครงการพัฒนาที่ดินมักกะสันและการเชื่อม3สนามบิน เป็นโครงการที่ดีกว่าอีอีซี เสียอีก การพัฒนาที่ดินอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับการเดินรถสูงถึง 2แสนล้านบาทในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นหนังสือต่อพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม และ สตง. ให้ช่วยกันตรวจสอบ ในวันนี้รู้สึกผิดหวังต่อกระบวนการตรวจสอบของรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ที่มีอำนาจในรัฐบาล กลับปล่อยให้บ้านเมืองเป็นเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการรถไฟความเร็วสูง ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ก่อนหน้าเรามีกฎหมายส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว แปลกใจทำไมไม่นำมาใช้กับอีอีซี แต่กลับเขียนกติกาใหม่เอื้อประโยชน์ โดยเฉพาะการให้ต่างชาติเช่าที่ดินยาวนานถึง99ปี หลายประเทศการทำโครงการลักษณะนี้ ให้การรถไฟเป็นผู้ดำเนินการ หากกลัวการบริหารงานไม่มีประสิทธิภาร ค่อยจ้างเอกชนมาร่วม เท่าที่ดู ทีโออาร์ ปรากฎว่า รถไฟจาก ดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชื่อมไปยังอู่ตะเภา ให้เอกชนเป็นคนทำ เอาที่ดินมักกะสันแถมไปให้ เพราะกลัวว่าการทำรถไฟจะขาดทุนหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ คงไม่ถูกต้อง การนำ2โครงการมาแปะด้วยกัน คนที่เข้าร่วมประมูลได้คงมีไม่เกิน5ราย ที่เป็นนายทุนใหญ่ระดับประเทศ ทีโออาร์ดังกล่าวผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน &amp;nbsp;นายสมคิด เร่งให้การประมูลจบก่อน พ.ย. เพื่อให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ในช่วงที่ไม่มีสภาฯ ไม่มีฝ่ายค้าน นอกจากนี้ทรัพย์สินรถไฟมีมูลค่ากว่า 4แสนล้านบาท จะไปเร่งในช่วงไม่มีฝ่ายค้านได้อย่างไร และการวิพากษ์วิจารณ์มีข้อจำกัดได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยกล่าวว่า พรบ.อีอีซี ยกเว้นภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเครื่องจักร ยกเว้นภาษีแรงงานบางส่วน รวมไปถึงเรื่องที่ดิน หากจะใช้ที่ตรงไหนไม่ต้องไปขอกรมที่ดิน พรบ.ฉบับนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ซ้ำยังยกเว้นกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม ผังเมือง แรงงาน ที่ดิน &amp;nbsp;พรบ.อีอีซี ออกมาในช่วงประชาชนกำลังมึนๆ งงๆ รัชกาลที่5 สูญเสียที่ดินฝั่งขวา แม่น้ำโขง พระองค์โทมนัสมาก สุดท้ายก็สู้กัน แต่กฎหมายอีอีซี ไม่ต้องทำศึกสงครามอะไร เราพร้อมยกให้เขาไปเลย &amp;nbsp;ที่ดินย่านมักกะสัน หอมหวานมาก ก่อนหน้าหลายหน่วยงานพยายามจะมาเอาไปทำประโยชน์ แต่สหภาพ และการรถไฟเราไม่ยอม แม้แต่กรมธนารักษ์ที่ต้องการที่ดินดังกล่าว โดยอ้างว่า การรถไฟเป็นหนี้กว่าแสนล้านบาท &amp;nbsp;เหตุที่เป็นหนี้ เนื่องจากการรถไฟเป็นบริการสาธารณะ ห้ามปรับราคาค่าโดยสาร ไม่เคยปรับขึ้นราคาค่าโดยสารมายาวนาน ทำให้เป็นหนี้สะสมพอกพูนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ดินการรถไฟย่านมักกะสัน หากเอาไปพัฒนาให้ประชาชน เราไม่ขัดข้อง เข้าใจว่า 149ไร่ในส่วนของโรงซ่อม เขาต้องเอาก่อน ภายใน8ปี ต้องย้ายออกไป แล้วที่เหลือ เขาค่อยผนวกเอาทีหลัง เอาเรื่องที่ดินการรถไฟไปผนวกกับอีอีซี การพัฒนาขนส่งทางรางต้องมองอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่มองเป็นส่วนๆ นอกจากนี้ที่ดินการรถไฟฯ หลายแห่ง ในต่างจังหวัดบางที่มีเอกชนรายใหญ่ ก็นำไปใช้ประโยชน์ โดยแทบจะไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้ภาครัฐ ในมิติอีอีซี ยังมีเรื่องน่าสงสัย ที่พูดไม่ได้เตะตัดขาใคร แต่อยากให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ประชาชน และการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะการรถไฟเป็นของประชาชน การพัฒนาที่ดินมักกะสัน ไม่ขัดขวาง หากทำให้เกิดประโยชน์กับทุกคน รัฐบาลไม่ควรใจแคบต่อการตั้งคำถามจากประชาชน เรามาร่วมกัน ตรวจสอบ วันไหนไปยื่นหนังสือ จะเชิญพี่น้องรัฐวิสาหกิจไปด้วย เพราะหลายที่มีปัญหา เราไม่ได้ขัดขวางต่อการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;ต่อไปคิดว่าจะจัดเวทีที่ใหญ่กว่านี้ เชิญทุกฝ่ายทั้งคนร่วมประมูล คนตรวจสอบ มาร่วมกันเสวนา มาร่วมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดินมักกะสัน, ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล, พรบ.อีอีซี, ภาคประชาชน, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, สาวิทย์ แก้วหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af01239223f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 00:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.สั่งเดินหน้าเร่งแผนมักกะสันลงทุนแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.สั่งเดินหน้าเร่งแผนมักกะสันรับลงทุนแสนล้าน เผยเอกชนต้องควัก 3 พันล้านบาทช่วยค่าเคลียร์พื้นที่ &amp;nbsp;ไม่หวั่นซับซิดี้ไฮสปีด ย้ำโครงการต้องเกิดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ-พัฒนาเชื่อมบ้าน ยันเปล่ายกสมบัติให้เอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยว่าความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่มักกะสันเพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งจะมีมูลค่านับแสนล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อสรุปแผนพัฒนาพื้นที่แปลงเอราว 140 ไร่ซึ่งต้องยกให้เอกชนที่เข้ามาพัฒนารถไฟไฮสปีด เบื้องต้นจะยกที่ดินให้เอกชนราว 100 ไร่ ขณะที่อีก 40 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่พวงรางไปสู่ศูนย์ซ่อมภายในพื้นที่มักกะสันนั้น รฟท.จะเป็นผู้รับผิดชอบตามเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านแผนการย้ายบ้านพักพนักงานและโรงซ่อมบำรุงในพื้นที่มักกะสันนั้นรฟท.ได้เตรียมพื้นที่สองแปลงใหญ่จำนวนมากกว่า 100 ไร่ไว้รองรับประกอบด้วย 1.พื้นที่บริเวณอ.แก่งคอย จ.สระบุรี 2.พื้นที่บริเวณอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมไปสู่รูปแบบธุรกิจการเดินรถในอนาคตนั้นรฟท.จะแบ่งแยกระหว่างศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟดีเซลกับศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าให้ตั้งอยู่คนละที่กันเพื่อเอื้อต่อการพัฒนาย่านศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรด้านรถไฟฟ้าและรถไฟดีเซลรองรับโครงการรถไฟสายใหม่อีกหลากหลายเส้นทางในอนาคตที่จะมีการเปิดเดินรถทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟขนส่งสินค้า รถฟ้าชานเมืองและรถไฟความเร็วสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนการสนับสนุน(Subsidy)ค่างานเดินรถให้เอกชนที่เข้ามาบริหารรถไฟฟ้าไฮสปีด รองรับอีอีซีเหมือนกับต่างประเทศซึ่งในช่วงเริ่มแรกส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักนั้นมองว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางดังกล่าวจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียนด้วยการใช้ระบบรางเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้นจึงจำเป็นต้องดำเนินการแม้อาจเจออุปสรรคตามมาภายหลังก็ตาม ซึ่งในต่างประเทศนั้นการสนับสนุนค่าโดยสารจะคิดจากต้นทุนดำเนินการจริงนำมาหักลบกับรายได้ผู้โดยสารปัจจุบันและรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายส่วนต่างที่ขาดทุนให้เอกชนแต่ทั้งนี้ต้องดูเงื่อนไขในอนาคตด้วยว่าจะเป็นอย่างไรเพราะรัฐบาลเปิดช่องว่าจะสนับสนุนค่าก่อสร้างให้ราว 50% จากทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเอกชนที่จะแข่งขันกันยื่นเข้ามาเพื่อช่วงชิงโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ส่วนด้านความเสี่ยงที่เปิดเป็นโครงการพีพีพีเน็ทคอสโดยยกให้เอกชนไปเลยนั้นมองว่าไม่มีความเสี่ยงเพราะรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอจะลงทุนโครงการดังกล่าวได้เพียงลำพังอีกทั้งในอนาคตเมื่อครบกำหนดอายุสัมปทานแล้วสมบัติดังกล่าวทั้งตัวรถไฟฟ้าความเร็วสูงและที่ดินเชิงพาณิชย์ก็จะกลับมาเป็นของรฟท.อยู่ดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12620</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, กุลิศ สมบัติศิริ, ที่ดินมักกะสัน, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa3d046b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
