<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กนง.&#039;ชี้โควิดทุบศก.ไทยพังเกินคาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;ได้เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;(ฉบับย่อ)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2564&amp;nbsp;ซึ่งประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา โดย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;(กนง.)&amp;nbsp;ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงมาก จากมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ในประเทศ ทำให้คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะขยายตัวได้ที่&amp;nbsp;0.7%&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะขยายตัวได้&amp;nbsp;3.7%&amp;nbsp;โดยปรับลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้ และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากในปีหน้า ขณะที่ตลาดแรงงานมีแนวโน้มเปราะบางขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกจ้างในภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการ กนง.&amp;nbsp;ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;มากกว่าที่ประเมินไว้เดิม และมีความเสี่ยงด้านต่ำอย่างมีนัยสำคัญจากการระบาดที่อาจรุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาด โดยการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงที่ใช้เวลา อาจทำให้จำนวนผู้ป่วยใหม่และจำนวนผู้ป่วยวิกฤติเร่งสูงขึ้นเกินระดับที่ศักยภาพของระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรการควบคุมการระบาดมีโอกาสที่จะเข้มงวดและยาวนานมากขึ้น ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบมากขึ้น ส่วนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและภาคครัวเรือนอาจปรับลดลงมากตามแนวโน้มรายได้และส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การระบาดที่ยืดเยื้อทำให้การฟื้นตัวมีความแตกต่างกันมากขึ้นในแต่ละภาคเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(uneven recovery)&amp;nbsp;อีกทั้งยังซ้ำเติมให้ตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวหลังการระบาดสิ้นสุดลง&amp;nbsp;(scarring effects)&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจ้างงานในภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เห็นสัญญาณการลดชั่วโมงทำงาน อีกทั้งยังมีแรงงานเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาสูงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดแรงงานยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า สะท้อนจากกลุ่มผู้ว่างานระยะยาว กลุ่มผู้ว่างงานที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ และกลุ่มผู้ออกนอกกำลังแรงงานที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;rdquo; รายงาน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการ กนง.&amp;nbsp;เห็นว่าโจทย์สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน คือ การเร่งควบคุมการระบาดและป้องกันการระบาดของโรค โดยเฉพาะการเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงทันการณ์ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยให้อยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้ และสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการด้านการคลังควรเร่งเยียวยาและพยุงเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น โดยดูแลการจ้างงานและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นในจุดที่เปราะบางอย่างเพียงพอและทันการณ์ โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้น อาจจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและสูงกว่าระดับเพดานที่&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ต่อจีดีพี แต่จะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการคลังอย่างมีนัยสำคัญ หากเม็ดเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงในระยะสั้น รวมถึงใช้เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย จะเอื้อให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในระยะยาวปรับลดลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นโยบายการเงินต้องสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง ซึ่งเงินบาทล่าสุดปรับอ่อนค่าและไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและอัตราดอกเบี้ยเงินกูู้ของธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับต่ำ แต่ยังมีปัญหาในการกระจายสภาพคล่องที่มีอยู่มากไปสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ ควรเร่งปรับปรุงให้มีประสิทธิผลและเกิดผลเป็นวงกว้างขึ้น แม้ที่ผ่านมาสินเชื่อฟื้นฟูช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการพักชำระหนี้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ได้บางส่วน แต่การระบาดระลอกล่าสุดมีความเสี่ยงที่จะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าคาด จึงต้องเร่งกระจายสภาพคล่องเพิ่มเติม และผลักดันให้สถาบันการเงินลดภาระหนี้แก่ลูกหนี้อย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการ กนง.&amp;nbsp;เห็นว่ามาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยมาตรการสาธารณสุขควรเร่งจัดหาและกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพื่อควยคุมไม่ให้การระบาดยืดเยื้อ ขณะที่มาตรการการคลังควรเร่งเยียวยาและพยุงเศรษฐกิจ นโยบายการเงินต้องสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง ส่วนมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อควรเร่งปรับปรุงให้มีประสิทธิผลมากขึ้น เร่งกระจายสภาพคล่องสู่ผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและลดภาระหนี้ โดยคณะกรรมการ กนง.&amp;nbsp;ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยจะติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ได้แก่ การกระจายและประสิทธิภาพของวัคซีน สถานการณ์การระบาดทั้งในและต่งประเทศ ความเพียงพอของมาตรการการคลัง มาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น&amp;rdquo; รายงานระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุม กนง., ธปท., เศรษฐกิจไทย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d5f071edc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
