<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินไซด์ที่ประชุมครม.ใจถึงใจ ก่อน&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นวาจา&#039;วันนี้ผมขออำนาจครม.ประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุมครม.ซึ่งประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ครั้งแรก เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงแรกว่า วันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันทั้งหมด แต่ใจถึงใจ เพราะครม.ทำงานร่วมกันมานาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเมื่อถึงช่วงท้ายการประชุม นายกฯได้กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;วันนี้ผมก็ขออำนาจ ครม.เพื่อประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพราะขณะนี้สถานการณ์มีความจำเป็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อประกาศใช้ฉุกเฉินแล้วนายกฯจะมีอำนาจมากขึ้นในการประกาศหรือทำอะไร หรือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ทหารตำรวจ อำนาจอยู่ที่นายกฯ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมครม.เพื่อขอมติ และไม่ใช่เป็นการปิดเมือง ปิดจังหวัด ปิดประเทศ เพราะคนไทยยังต้องเดินทางกลับมา โดยที่ประชุมทุกคนเห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯสอบถามที่ประชุมว่าใครมีอะไรจะพูดหรือไม่ โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า อยากให้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพียง 1 เดือนก่อน แม้อำนาจการประกาศจะมีถึง 3 เดือนก็ตาม โดยมาตรการเบื้องต้นในการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพยายามหยุดการเคลื่อนย้ายของผู้คนให้อยู่กับบ้านให้มากที่สุด ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน ควบคู่มาตรการทำงานเหลื่อมเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการเปิด-ปิดสถานที่เสี่ยงยังคงเป็นไปตามประกาศของผู้ว่าฯกทม.และผู้ว่าฯแต่ละจังหวัด และยังคงผ่อนผันให้เปิดตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต &amp;nbsp;ร้านอาหาร และสถาบันการเงิน เป็นต้น ขณะที่การเดินทางของประชาชนนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจโดยเฉพาะรอยต่อของแต่ละจังหวัดอย่างเข้มข้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมครม., บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79e6862d823.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วิษณุ” เผยประชุมครม.ถกร่างพ.ร.บ.งบ63 ก่อนส่งสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 7 ต.ค.จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพราะหากจะไปประชุมกันวันที่ 8 ต.ค. จะทำให้การส่งร่าง. พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไปยังสภาผู้แทนราษฎรช้าไปอีก 1 วัน เราไม่อยากให้ช้า สภาจะได้มีเวลาศึกษานานขึ้น และวันที่ 7 ต.ค.หลังประชุม ครม.จะสามารถส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปให้สภาได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมครม., ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95a9e928c9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ยกกฎหมายให้รมต.ระมัดระวังช่วงมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ระบุขึ้นเวทีปราศรัยได้แต่ห้ามชี้นำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.61- นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับข้อปฏิบัติ และพึงระวังในสถานภาพของ ครม. และเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างการเลือกตั้ง ส.ส. โดย ครม.ชุดนี้จะมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลาตั้งแต่มี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส. จนถึงได้ ครม.ชุดใหม่ สามารถปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการ การอนุมัติโครงการที่ผูกผันต่างๆ สามารถดำเนินการได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังได้ชี้แจงเรื่องการวางตัวของ ครม. รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเป็นกลางทางการเมือง สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่แสดงอาการสนับสนุน หรือคัดค้านผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งคนใดเป็นพิเศษ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆ ที่เป็นคุณ หรือโทษแก่ผู้สมัครนักการเมือง ได้แก่ ไม่สามารถไปปราศรัยหาเสียง ไม่แนะนำ ไม่ชี้แนะ ไม่ให้สัมภาษณ์ให้เลือกหรือไม่เลือกผู้ใด หรือไม่ลงคะแนนโนโหวต ไม่สามารถโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงใดๆ ไม่เลี้ยง หรือไม่รับจัดเลี้ยงให้ผู้ใด ไม่หลอกลวงขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายหรือจูงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดๆ แต่สามารถเชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ โดยต้องละเว้นการพาดพิงไปยังพรรคการเมือง หรือผู้สมัครใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การขึ้นกล่าวใดๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือข้าราชการการเมือง ต้องไม่ไปปนกับการปราศรัยหาเสียง ต้องไม่ติดภาพ หรือเครื่องหมายของพรรคการเมืองใดๆ และเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถกระทำการใดๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดๆ อันอาจจะทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองใด จะครอบคลุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองขาดอิสรภาพไม่ได้&amp;rdquo;นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ค่อนข้างมาก จึงต้องมาย้ำใน ครม.อีกครั้งหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี และตามหลักการกฎหมายเขียนไว้ชัด เช่น เรื่องการระดมทุนสามารถทำได้ แต่ตัวรัฐมนตรีไม่เหมาะขึ้นไปเชิญชวนหรือไปช่วยระดมทุนเพราะยังมีตำแหน่งหน้าที่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นอกเวลาราชการ 4 รัฐมนตรี สามารถขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงได้หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตามที่กฎหมายเขียนไว้ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีตำแหน่งอยู่ต้องพึงปฏิบัติ ไม่สามารถไปพูดเชิญชวนให้ใครเลือกใครเป็นพิเศษ ฉะนั้น รัฐมนตรีคนใดที่จะไปขึ้นเวทีต้องรู้ว่าพูดได้แค่ไหน และเหมาะสมหรือไม่ หากทำแล้วถูกร้องเรียนอาจเป็นปัญหาในอนาคต และอาจมีความเสี่ยงหากจะไปขึ้นเวทีปราศรัย แม้ในข้อเท็จจริงรัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชน สามารถเป็นสมาชิกพรรคได้ ไม่ผิด ทั้งนี้ ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ดำรงตำแหน่งของ 4 รัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทั้ง4 รัฐมนตรี ยังนำเสนอเรื่องนโยบายของพรรคบนเวทีปราศรัยได้ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อสังกัดพรรคแล้วไปพูดเรื่องนโยบายสามารถทำได้ แต่ถ้าเอาตำแหน่งไปพูดว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วบอกว่าถ้าเลือกพรรคนี้แล้วจะได้สานต่อนโยบายต่อไปไม่ได้ เพราะต้องแยกนโยบายพรรคกับรัฐบาลให้ชัดเจน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเอานโยบายรัฐไปหาเสียง แต่ถ้าบอกว่าพรรคนี้สนับสนุนนโยบายนี้ของรัฐบาลนี้เพราะเป็นนโยบายที่ดี และอยากจะสานต่อได้รับเลือกมาเป็นรัฐบาลสามารถทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมครม., นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, นายวิษณุ  เครืองาม, หาเสียงเลือกตั้ง, เจ้าหน้าที่รัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c221f7840aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาครม.ถกร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ไฟเขียวหรือดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ต.ค.นี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมจะนำร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. &amp;hellip; &amp;nbsp;เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. หลังจากผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ได้มีการกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 45 คน มีนายกฯ เป็นประธาน และรองนายกฯ กับ รมว.สาธารณสุข เป็นรองประธาน 2 คน ขณะที่สัดส่วนมีกรรมการมาจากภาครัฐ 12 คน หน่วยงานที่มีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะด้านสุขภาพ 6 คน สภาวิชาชีพ 9 คน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 คน ผู้แทนภาคประชาสังคมและเอกชน 5 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะกรรมการฯดังกล่าว มีอำนาจในการกำหนดทิศทางและนโยบายหลักด้านสุขภาพของประเทศและประชาชน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเอกภาพ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเสนอต่อ ครม.ทุก 4 ปี นอกจากนี้ มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองนโยบายเฉพาะที่สำคัญก่อนนำเสนอ ครม. อาทิ นโยบายด้านระบบบริการสุขภาพ นโยบายกำลังคน ตลอดจนนโยบายด้านการเงินการคลังสุขภาพ รวมทั้งกำกับ ติดตาม ประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของหน่วยงานด้านสุขภาพในการดำเนินงานตามนโยบายหลักและสำคัญด้านสุขภาพ ซึ่งหากหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามมติและข้อสั่งการของคณะกรรมการฯ ให้รายงานต่อ ครม.เพื่อพิจารณา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในการรับฟังความเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานต่างๆ พบว่า มีหลายหน่วยงานที่เห็นท้วงติง เช่น กระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีจำนวนมากเกินไปอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การกำหนดให้คณะกรรมการนเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการทางการเงินหรือการคลังที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสุขภาพนั้น อาจกระทบกับการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินและเงินกองทุนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้จะมีผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.แร่ พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือไม่ นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรียังเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายสุขแห่งชาติกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีความคล้ายคลึงกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ที่ประชุมครม., ร่างพ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbc2c7a87e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติ รถไฟฟ้า&#039;เชียงใหม่- ภูเก็ต- พังงา&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้กระทรวงคมนาคมรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่สามารถดำเนินกิจการได้เพียงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น อันเป็นการเพิ่มรูปแบบการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมือง และขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารของท่าอากาศยานในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน จังหวัดภูเก็ต สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาและออกแบบทางรถไฟสายใหม่เพื่อการท่องเที่ยว เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit หรือ Tramway) มีแนวเส้นทางเริ่มต้นจากบริเวณสถานีรถไฟท่านุ่น จังหวัดพังงา ผ่านท่าอากาศยานภูเก็ตและสิ้นสุดที่บริเวณห้าแยกฉลอง จังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 58.5 กิโลเมตร ซึ่งได้บรรจุไว้ในโครงการตามมาตรา PPP Fast Track ซึ่ง รฟม.ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ 22 ม.ค.-16 ก.พ. 2561 ซึ่งโดยรวมเห็นด้วยกับการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบราง และให้ รฟม.เร่งดำเนินโครงการฯ

ประเมินเงินลงทุน 39,406 ล้านบาท มีโครงสร้างทางวิ่งระดับดินตลอดเส้นทาง ยกเว้นบริเวณสนามบินภูเก็ตจะเป็นสถานียกระดับ มีทั้งหมด 24 สถานี เป็นยกระดับ 1 สถานี ที่สนามบินภูเก็ต และใต้ดิน 1 สถานีที่สถานีถลาง มีศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณ อ.ถลาง

ส่วนระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สนข.ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ โดยเสนอจัดทำระบบหลักเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) ซึ่งเป็นโครงการตามมาตรการ PPP Fast Track และได้นำเสนอผลการศึกษาตามรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2560 มี 3 เส้นทาง รวมระยะทาง 34.93 กม. ได้แก่ สายสีแดง ระยะทาง 12.54 กม. (บนดิน 5.17 กม. ใต้ดิน 7.37 กม.) มี 12 สถานี เส้นทางโรงพยาบาลนครพิงค์-ศูนย์ราชการเชียงใหม่-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (พ้นเขตสนามบิน ใช้ทางวิ่งบนดิน) -กรมการขนส่งทางบก-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีหางดง วงเงินลงทุน 24,256.35 ล้านบาท โดยจะดำเนินการก่อสร้างก่อน&amp;nbsp;

สายสีน้ำเงิน ระยะทาง 11.92 กม. (บนดิน 3.15 กม. ใต้ดิน 8.77 กม.) มี 13 สถานี วงเงินลงทุน 30,514.79 ล้านบาท และสายสีเขียว ระยะทาง 10.47 กม. (บนดิน 2.55 กม. ใต้ดิน 7.92 กม.) มี 10 สถานี วงเงินลงทุน 25,548.54 ล้านบาท

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าฯ รฟม.กล่าวว่า รถไฟฟ้าภูเก็ตนั้น รฟม.ได้จ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษารูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมทุน (PPP) จะสรุปการศึกษาในเดือน พ.ย.และเสนอบอร์ด รฟม.เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ด PPP) ต่อไป เบื้องต้นมีภาคเอกชนภูเก็ตพัฒนาให้ความสนใจที่จะร่วมลงทุน ซึ่งเบื้องต้นจะใช้รูปแบบ PPP Net Cost เพื่อลดภาระการลงทุนภาครัฐ&amp;nbsp;

ส่วนรถไฟฟ้าเชียงใหม่อยู่ในขั้นตอนร่าง TOR จ้างที่ปรึกษาศึกษารูปแบบการร่วมลงทุน คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 1 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมครม., ภูเก็ต-พังงา-เชียงใหม่, รถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97acd866e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติครม.ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61- พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ดังนี้ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ดังนี้ นายธนาคม จงจิระ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวง นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นรองปลัดกระทรวง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายประยูร รัตนเสนีย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน นายระพี ผ่องบุพกิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสยาม ศิริมงคล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพร สิงหวิชัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายศิริพัฒ พัฒกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเกียรติศักดิ์ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชิต ชาตไพสิฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมครม., ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด, โยกย้ายข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b729f91f2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เอาจริงคลอดกม.สั่งยักษ์ออนไลน์จดทะเบียน VAT ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ไฟเขียวหลักการ ร่าง พรบ.เก็บ VAT จากผู้ประกอบการ E-Business ในต่างประเทศ.แม้ยังมีปัญหาเชิงเทคนิค จี้เจ้าของแพลตฟอร์มต้องมาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และตั้งบริษัทตัวแทนในประเทศไทย เพื่อจ่ายค่า VAT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรว่าด้วยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;E-Business ในต่างประเทศ เพื่อให้บริษัทที่เป็นเจ้าของสินค้า เจ้าของแพลตฟอร์ม ต้องมาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และตั้งบริษัทตัวแทนในประเทศไทย เพื่อจ่ายค่า VAT ให้กับประเทศ แม้ว่าในรายละเอียดการปฎิบัติอาจมีปัญหาทางเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกฎหมายฉบับบนี้ออกมาเพื่อเป็นหลักการก่อน ในรายละเอียดการปฎิบัติอาจจะมีปัญหาในทางเทคนิคอยู่บ้าง แต่ควรจะออกมาเป็นหลักการก่อนเพื่อจะได้โอกาสในการพัฒนาต่อไปในวันข้างหน้า โดยหลักๆนั้นในการค้าขายสินค้าแบบอี คอมเมิร์ช ที่ซื้อของผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือระบบออนไลน์ ผู้ประกอบการในต่างประทศมี 2 แบบ 1 คือเป็นเจ้าของผลิตผลิตภัณฑ์ที่ขายของออนไลน์มาให้ลูกค้าในประเทศไทย 2ไม่ได้เป็นเจ้าของ ผลิตภัณฑ์ เช่น เจ้าของแพลตฟอร์ม อย่างกูเกิ้ล,อะเมซอน&amp;nbsp;โดยจะต้องมาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย และต้องมาตั้งบริษัทตัวแทนในประเทศไทยเพื่อจะต้องจ่ายค่า VAT ให้กับประเทศนั้น ๆโดยในหลักสากลทั่วประเทศได้ปฎิบัติกัน จึงได้กำหนดกฎหมายตัวนี้ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ได้ฟังจาก นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังบอกว่ายังมีปัญหาในเชิงเทคนิคอยู่ เพราะบริษัทต่างประเทศแม้จะมีกฎหมาย แต่เราไปบังคับเขาค่อนข้างยาก เพราะเขาอยู่ในต่างประเทศ แต่ปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับประเทศไทยประเทศเดียว ทุกประเทศเกิดปัญหาแบบนี้เหมือนกันทั้งสิ้.เรื่องนี้อาจยังไม่ได้ข้อชัดเจนว่าจะมีผลในเชิงบังคับรูปธรรมได้อย่างไร แต่เห็นชอบว่าควรมีกฎหมายออกมาก่อน เพื่อเป็นหลักการเบื้องต้นสำหรับจะคิดหาวิธีการที่ลงตัวเพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิค แล้วทุกประเทศทำแบบนี้เหมือนกัน&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13620</URL_LINK>
                <HASHTAG>VAT, กูเกิ้ล, จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, ที่ประชุมครม., พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, อะเมซอน, อี คอมเมิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb10ac237.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
