<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือต้าน&#039;วิษณุ&#039;ส่อใช้ม.44บีบปปช.ยกเว้นบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.61 - ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) , ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) , ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง (ทป.มรภ.), กลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย (สธม.) &amp;nbsp;ร่วมกันออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) &amp;nbsp;เรื่อง ขอคัดค้านรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ในการแทรกแซงที่อาจให้มีการใช้อำนาจมาตรา 44 หรือกดดันให้ ป.ป.ช. กลับมติ เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้และในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ ระบุว่าศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ร่วมกับองค์กรพันธมิตรประกอบด้วย ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง (ทป.มรภ.) และกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย (สธม.) ขอคัดค้านกรณี ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อาจเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจมาตรา 44 หรือกดดันให้ ป.ป.ช. กลับมติ เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายการแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้และในอนาคต ด้วยเหตุผลว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และมุ่งมั่นยืนหยัดในหลักธรรมาภิบาลอย่างถึงที่สุดแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความน่าเคารพและความน่าเชื่อถือในฐานะองค์กรอิสระที่ต้องปราศจากการแทรกแซงของอำนาจทางการเมืองใดๆ แต่การที่รองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ในลักษณะเข้าข่ายการแทรกแซงการทำหน้าที่อย่างโปร่งใสขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. นั้น อาจถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจจากตำแหน่งที่มีทางการเมืองเข้าแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบที่เป็นมาตรฐานตามหลักธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช. ซึ่งรัฐบาลนี้ประกาศมาโดยตลอดการดำรงตำแหน่งว่าจะยึดหลักนิติรัฐในการปกครอง แต่การออกมาให้สัมภาษณ์ล่วงหน้าของรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ แสดงให้เห็นถึงท่าทีชัดเจนที่จะสั่งการและแทรกแซงกระบวนการทำงานอย่างถูกต้องและโปร่งใสขององค์กรอิสระ อันถือได้ว่าเป็นการทำลายหลักนิติรัฐที่รัฐบาลนี้อ้างถึงมาโดยตลอด และส่งผลให้ระบบธรรมาภิบาลของประเทศล้มเหลว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะหวังพึ่งความยุติธรรมจากรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้อย่างไร ในเมื่อการให้สัมภาษณ์ของท่านสื่อไปในทำนองสนับสนุนระบอบอภิสิทธิ์ชนให้ดำรงอยู่ และทำลายหลักความเสมอภาคทางกฎหมายซึ่งเป็นวาระสำคัญหนึ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่รัฐบาลนี้เป็นผู้ร่างขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) และองค์กรพันธมิตร จึงขอแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ต่อรัฐบาลและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินี้ว่า จะต้องไม่เว้นการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาในประเทศนี้เป็นต้นแบบของธรรมาภิบาลอันสมบูรณ์แบบให้แก่สังคมไทยในอนาคตต่อไป.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย, นายวิษณุ  เครืองาม, ปปช., ยื่นบัญชีทรัพย์สิน, ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181104/image_big_5bdf008d2fe86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
