<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สมชาย&#039;เปิดข้อมูลสส.สว.ที่ร่วมประชุมร่างพรบ.ประชามติโต้ใครกันแน่ที่ทำสภาล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 -นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติ ไม่ครบองค์ประชุมกระทั่งนายชวน หลีกภัย ประธานที่ประชุมต้องเลื่อนไปพิจารณาในสมัยการประชุมหน้า มีรายละเอียดดังนี้
ฝากตัวอย่างมาตราที่เริ่มมีปัญหาองค์ประชุมครับ. ใครกันแน่ที่ทำสภาล่ม?
หาใช่ตามที่คนรุ่นใหม่ไร้สมองถุยแถลงมั้ย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2664867
@ข้อมูลการร่วมประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาพรบประชามติ 7 เมย64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)สมาชิกลงชื่อเข้าร่วมประชุม 609 คน จาก 738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 238 คนจาก 250 คนคิดเป็นร้อยละ 95.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 371 คนจาก 488 คนคิดเป็นร้อยละ 76.02&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)มาตรา11 สมาชิกลงคะแนน 504 คน จาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 219 คน จาก250คน คิดเป็นร้อยละ 87.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 285คน จาก 488 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)มาตรา12 สมาชิกลงคะแนน 479 คนจาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 214 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 85.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 265 คน จาก488 คน คิดเป็นร้อยละ 54.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)มาตรา15 สมาชิกลงคะแนน 446 คนจาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 208 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 83.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 238 คน จาก488 คน คิดเป็นร้อยละ 48.77&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)มาตรา16/1 สมาชิกลงคะแนน 434 จาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 206 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 82.4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 228 คน จาก 488 คน คิดเป็นร้อยละ 46.72&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6)มาตรา42/1 สมาชิกลงคะแนน 371 จาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 183 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 73.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 188 คน จาก488 คน คิดเป็นร้อยละ 38.52&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)มาตรา42/2 สมาชิกลงคะแนน 387คนจาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 184 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 73.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 203 คน จาก488คน คิดเป็นร้อยละ 41.59
ส่วนวันที่8เมย รอสักครู่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูตามตัวเลขที่ผมส่งมามีสสมาประชุม281 คน ไม่รวมพรรคเล็กๆอีก
สว อยู่ช่วยโหวตตลอดทั้งวันตั้งแต่180-230 เสียง
นับมาตราท้ายๆ มีเสียงแค่277-280 ในนี้มีสว อยู่180
แสดงว่า สส หายไปไหนตั้งเป็นร้อยๆคน
แต่บางคนยังมาโม้โอ้อวดว่า พร้อมเต็มที่ในสภา5555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, ที่ประชุมรัฐสภา, นายสมชาย แสวงการ, สภาล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_60307f26d34e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตผ่านแก้รธน.วาระสองก่อนปิดสมัยประชุมตั้งแต่1มีค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - ช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256/16 เรื่องการทำประชามติ โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า การกำหนดว่าต้องให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงมาออกเสียงลงคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติทั้งหมดนั้น เท่ากับว่าหากมีผู้ไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนประชามติเป็นสัดส่วนจำนวนมาก จะทำให้เป็นการล้มเสียงของผู้ที่ออกมาลงคะแนน และจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำสิ้นผลไป ซึ่งตนคิดว่าคงไม่ถูกต้อง เพราะอาจจะเกิดปรากฏการณ์ผู้มีอำนาจขณะนั้นไม่ต้องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เลยไม่มีการประชาสัมพันธ์ จนทำให้ประชาชนไม่ทราบว่ามีการลงประชามติ หากเป็นแบบนั้นจะเป็นเรื่องที่อันตราย เป็นกับดัก และอาจเป็นประตูที่เปิดให้ผู้มีอำนาจทำลายร่างรัฐธรรมมนูญที่พวกเราช่วยกันทำจนมีส.ส.ร. และจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงขอสงวนว่าหากผู้มีสิทธิออกเสียงมาออกเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งให้กำหนดวันลงประชามติใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า เรื่องการลงประชามติเดิมเขียนไว้ว่าเป็นคะแนนไม่ถึง 1 ใน 5 แต่ขณะนี้มีการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยตามมาตรา 13 ระบุว่าการออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในการจัดทำต้องผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง กมธ.เห็นว่าในเมื่อมีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติอยู่แล้ว เราถือให้ประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้มีสิทธิเท่านั้น แต่ผู้ไม่มีสิทธิออกเสียงก็ถูกกฎหมายนี้ครอบคลุมเช่นกัน หากประชาชนผู้มาใช้สิทธิมาใช้สิทธิลงคะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ส่วนกรณีที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงมาออกเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งแล้วทำให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป โดยมีความกังวลเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่ไม่เพียงพอนั้น ที่ผ่านมาการทำประชามติไม่เคยมีครั้งไหนที่การประชาสัมพันธ์ไม่เพียงพอ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ว่า ในมาตรา 19 จึงกำหนดให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเป็นตัวป้องกันอยู่แล้วว่าเป็นไปตามกฎหมายที่ควรจะเป็น
&amp;nbsp;
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก คือ ให้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านต่อเมื่อมีผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 521 ไม่เห็นด้วย 42 งดออกเสียง 17 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ดำเนินการโหวตเรียงรายมาตรา จนถึงมาตราสุดท้าย และในเวลา 21.50 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานการประชุม ได้แจ้งที่ประชุมว่าการพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว จากนี้ ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้เว้นว่างไว้ 15 วัน จากนั้นจึงค่อยนัดหมายอีกครั้งเพื่อพิจารณาในวาระที่ 3 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนปิดการประชุม เลขาธิการสภาฯได้อ่านพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ที่ประชุมรัฐสภา, นายรังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60365cc6ae14c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปิดฉากที่ประชุมชั่วคราวเคลื่อนย้ายอุปกรณ์-ระบบเทคโนโลยีไปรัฐสภาใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรศักดิ์ เพียรเวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 &amp;nbsp;- นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาในช่วงสัปดาห์หน้า ว่า โดยสัปดาห์หน้านั้นทางสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรจะงดการประชุมรัฐสภาทั้งในส่วนของ ส.ส. และ ส.ว.เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากจะมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์สิ่งของ และระบบเทคโนโลยีต่างออกจากห้องประชุมชั่วคราวสำนักงานใหญ่ทีโอที แจ้งวัฒนะ กลับไปติดตั้งที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่สัปปายะสภาสถาน แยกเกียกกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นในสัปดาห์ถัดไปก็จะเริ่มใช้ห้องประชุมจันทรา ในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในประชุมเป็นครั้งแรก ส่วนความพร้อมของรัฐสภาใหม่เกียกกายนั้นแม้ยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากยังมีหลายเรื่องที่ต้องทดสอบ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อรองรับสมาชิกรัฐสภา และสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์สิ่งของ และระบบอิเล็กทรอนิกส์จากหอประชุมใหญ่ทีโอที แจ้งวัฒนะไปที่ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา เกียกกาย ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในคราวต่อไป ในการนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นสมควรให้มีคำสั่งงดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธที่ 31 ก.ค.และวันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมรัฐสภา, ประชุมสภา, รัฐสภาแห่งใหม่, สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190727/image_big_5d3bbfd92a1c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองบัญชาการตำรวจนครบาลออกคำสั่งด่วน ห้ามม็อบรอบสถานที่ประชุมรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกคำสั่ง เรื่อง ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกินห้าสิบเมตร รอบพื้นที่ซึ่งใช้สถานที่ประชุมรัฐสภา(ชั่วคราว)ภายในบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ตามมาตรา 7 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณณะพ.ศ.2558 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41792</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมรัฐสภา, พรบ.ชุมนุม, ม็อบ, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37c9fe4267a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
