<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สุวัจน์”ประเมินปี 63 ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเมือง แต่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ธ.ค.62 ที่บ้านพักเลขที่ 333 ซ.ราชวิถี 20 &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวอวยพรช่วงปีใหม่ให้กับประชาชนว่า ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนไตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญและขอให้เศรษฐกิจของประเทศชาติเดินไปได้ด้วยความเรียบร้อย ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข มีสุขภาพแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นให้สัมภาษณ์โดยวิเคราะห์การเมืองช่วงที่ผ่านมา และมองการเมืองในปี 2563 เป็นอย่างไรว่า ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแรกของรัฐบาล ก็จะมีเสียงปริ่มน้ำซึ่งก็กังวลกันว่ารัฐบาลจะอยู่ในลักษณะใด แต่ก็ถือว่ารัฐบาลยังสามารถประคับประคองสถานการณ์ทางการเมืองท่ามกลางเสถียรภาพเสียงปริ่มน้ำผ่านมาได้แม้ว่าจะไม่ราบรื่นนักจากเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งมาไม่กี่เสียงแต่ก็แสดงให้เห็นว่าภายในพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเป็นปึกแผ่น ไม่มีปัญหาอะไรที่ไปกระทบความไม่เข้าใจกันในระดับรุนแรง ซึ่งจะมีอะไรบ้างก็เหมือนเป็นแค่ลิ้นกระทบกับฟัน ดังนั้น 1 ปีที่ผ่านมาเสถียรภาพของรัฐบาลโดยรวมยังถือว่าใช้ได้ และจากบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้ายที่ได้พบปะกันในแกนนำ และระหว่าง ส.ส.ด้วยกัน ก็ได้แสดงออกถึงความชัดเจนว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังบริหารจัดการได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวว่า ส่วนในปีหน้า 2563 หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการเสถียรภาพทางการเมืองได้เหมือนที่เคยแสดงให้เห็นว่ามีรูปแบบการบริหารจัดการที่ทำให้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพการเมือง ลดน้อยลงไปโดยถ้ามีเหตุการณ์ทางการเมืองอะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้น ก็สามารถมาเติมเสียงให้รัฐบาลสร้างความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงมองว่าเสถียรภาพเสียงปริ่มน้ำจะไม่เป็นภาระหนักเพราะรัฐบาลผ่านมาและเข้าใจถึงวิธีการบริหารจัดการ ซึ่งหากปีหน้าก็จะมีเรื่องงบประมาณที่เป็นเรื่องสำคัญ หรือจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็น่าจะผ่านได้เหมือนการรักษาจัดการเสถียรภาพทางการเมืองเสียงปริ่มน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าจะถามว่าปีหน้ามีอะไรที่น่าเป็นห่วง ผมคิดว่าเมื่อเสถียรภาพทางการเมืองเป็นเรื่องบริหารจัดการได้แล้ว ซึ่งปีนี้ถือเป็นรัฐบาลใหม่ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็บริหารจัดการได้ และยังต้องบริหารทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ก็เหมือนปั้นยักษ์ทีละตัว ปีหน้าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องสู้เรื่องเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำงานหนักเรื่องเศรษฐกิจ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงสภาพการณ์เศรษฐกิจในปี 2563 ว่า ต้องยอมรับว่าในปีนี้เศรษฐกิจไม่สดใสนัก เพราะต้องเจอทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าโลกที่ถดถอยจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน หรือการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปหรือ EU ที่เรียกว่าเบร็กซิต ก็ทำให้ไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย เช่น การส่งออกที่ปีนี้คาดการณ์น่าจะติดลบ 2% จากปี 2561 ที่โต 6% หรือการท่องเที่ยวแม้ว่าจะยังดีอยู่แต่ก็ต่ำกว่าเป้าหมาย หรือจีดีพีไม่ถึง 3% ดังนั้นสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจเราไปผูกกับเศรษฐกิจโลก ปี 2563 จึงน่าจะเป็นปีที่เราทุ่มเทสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปีหน้า IMF ก็ประเมินมาแล้วว่าคงจะดีขึ้น อย่างปีที่ผ่านมาจีดีพีเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 3.1 ปีหน้าก็น่าจะโตขึ้นเป็น 3.3-3.4 และปัญหากระทบกระทั่งการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนคาดว่าช่วง ม.ค. อาจจะบรรลุข้อตกลงของเฟสหนึ่งของการยุติสงครามการค้า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นปัญหาเศรษฐกิจโลกจะเบาลง ส่วนเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างตนเห็นว่าก็น่าจะกระเตื้องขึ้นตามสภาพของเศรษฐกิจโลก โดยหากปัญหาการค้าสหรัฐ-จีนดีขึ้น กำลังซื้อก็น่าจะดีขึ้นแล้วปัญหาการส่งออกของเราที่เคยติดลบก็น่าจะกลับมามีแรงบวก 2-3% และปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจีนหายไปหรือลดลงไปก็น่าจะกลับคืนมาในสภาพที่ดีกว่าเดิมด้วย สำหรับเรื่องค่าเงินบาทของไทยนั้นขณะนี้ก็แข็งค่าถึงที่สุดแล้ว 6-7% เป็นอันดับหนึ่งในเอเชียเลย ดังนั้นในปีหน้าค่าเงินบาทของไทยก็ไม่น่าจะแข็งค่าขึ้นอีกแล้วปัญหาผลกระทบเรื่องการส่งออกจากค่าเงินบาทแข็งตัวก็คงไม่รุนแรงกว่านี้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากเรื่องงบประมาณของเรา สามารถที่จะประกาศใช้ได้ในเดือน ก.พ.63 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ก็จะทำให้มีการลงทุนภาครัฐสูงขึ้น 5-6% ขณะที่งบประมาณนี้ที่จริงควรจะประกาศใช้ก่อน 30 ก.ย.62 แต่เมื่อประกาศได้ล่าช้า ช่วงเวลาก็จะมาใกล้เคียงกับงบฯ ปี 2564 ที่จะออกต่อไป ดังนั้นปีหน้าจึงเหมือนกับงบประมาณ 2 เด้งมารวมกันเป็นเงินกว่า 6 ล้านล้านบาท ก็ถือว่าเป็นก้อนเงินมหาศาลที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้วทำให้เกิดการลงทุนภาครัฐมากขึ้น มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นแล้วภาคเอกชนจะอยู่ในสภาวะลงทุนตาม เหมือนช่วงมีมาตรการชิมช้อปใช้ หรือการส่งเสริม Street food ในการท่องเที่ยว หรือการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ตนเห็นว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วในการกระตุ้นการบริโภค ขณะที่หากรัฐบาลสามารถพยุงเสถียรภาพทางการเมืองได้ก็จะทำให้มีพละกำลังในการที่จะเข้าไปทำงานด้านเศรษฐกิจให้ดีกว่าปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อที่ควรระมัดระวังเรื่องเศรษฐกิจคือ 1.เราต้องดูแลเสถียรภาพของเงินบาทให้เหมาะสมที่ส่งเสริมการส่งออกและการท่องเที่ยวโดยให้มีมาตรการดูแลที่เป็นสากล 2.เราต้องดูแลเรื่องหนี้สาธารณะ ที่ขณะนี้ระดับหนี้เราอยู่อันดับที่ 2 ในเอเชียซึ่งถือว่าสูงมาก ดังนั้นต้องดูแลภาคเกษตร , SME &amp;nbsp;ซึ่งถ้าเราดูแลตลาดการส่งออกได้เพิ่ม ดูแลค่าเงินให้เหมาะสม &amp;nbsp;ดูแลหนี้สาธารณะไม่ให้สูง ดูแลเรื่องการรีแทรนนิ่งแรงงาน และการจ้างงาน การปรับโครงสร้างด้านการแข่งขันของประเทศให้มีต้นทุนการผลิตให้ต่ำ ขณะที่ทั่วโลกก็กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์เรื่องเขตการค้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเราต้องติดตามให้ทัน ซึ่งเศรษฐกิจที่ประชาชนกังวล มองว่าปีหน้าจะดีกว่าจากผลเศรษฐกิจโลกและมาตรการที่รัฐบาลเราได้ทำ&amp;rdquo;นายสุวัจน์​ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา, ประเมินสถานการณ์ปี 63, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e083d6d3f7c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039; บอกอย่าซีเรียสฉายา &#039;รัฐเชียงกง&#039; ชี้อะไหล่เก่า-ใหม่ก็ขอให้เป็นรถวิ่งถึงฝั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.62​ - ที่บ้านเลขที่ 33 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสื่อมวลชนตั้งฉายารัฐบาลว่า&amp;nbsp;รัฐเชียงกง ว่าถือว่าเป็นสีสันทางการเมืองที่ในแต่ละปีนักข่าวจะตั้ง และพอหลังปีใหม่ไปแล้วก็เตรียมตั้งปีถัดไป มองว่าเป็นสีสันสิ้นปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเองก็เคยโดนไป 2 ครั้ง ครั้งหนึ่ง หอกข้างแคร่ ที่บอกว่าไปอยู่กับใคร ใครก็เดือดร้อน อีกครั้งหนึ่ง สุวัจน์ 25 ชั่วโมง ผมโดนแล้วก็คิดว่าเราเพื่อนกันหยอกล้อกัน เป็นเรื่องปกติและเป็นเสียงสะท้อนของสื่อในลักษณะทีเล่นทีจริงหยอกเย้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าชื่อ รัฐเชียงกง เป็นแหล่งรวมของนักการเมืองรุ่นเก่าอย่างนั้นหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงของสภาพการเมืองไทย ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่ได้เก่าล้วนๆ และไม่ได้ใหม่ล้วนๆ มีหลายเจเนอเรชั่นที่รวมกันอยู่ ดังนั้นเป็นองค์ประกอบทางการเมืองที่ต้องมีทั้งคนเก่าคนใหม่ มีทั้งอะไหล่เก่าอะไหล่ใหม่ มีทั้งรถเก่ามีทั้งรถใหม่ เป็นธรรมชาติของการเป็นรัฐบาลผสมที่มีเสียงปริ่มน้ำ จึงมีขีดจำกัดทางการเมืองอย่างมาก ถ้าจะให้มีแต่อะไหล่ใหม่ๆก็บริหารจัดการไม่ง่ายนัก เป็นข้อเท็จจริงของสภาพผลของการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น คงไม่ต้องไปซีเรียสอะไรจะเป็นของใหม่หรือของเก่าให้รถยนต์วิ่งได้ก็แล้วกัน ถ้ารถยนต์คันนี้วิ่งครบ 4 รอบ วิ่งถึงฝั่งนั่นถือเป็นความสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายารัฐบาล, ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา, นักการเมืองหน้าเก่า, รัฐบาลผสม, รัฐเชียงกง, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e042ca8c5f6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่น้องลิปตพัลลภเข้าคูหาหย่อนบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;เวลา 09.30 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 157 สถานที่ศาลาหลังหอระฆัง วัดหลักร้อย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายเทวัญ &amp;nbsp;ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยนายสุวัจน์มีรายชื่อผู้มีสิทธิ์อยู่ในลำดับที่ 284 ส่วนนายเทวัญมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์อยู่ในลำดับที่ 285 &amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองต้องยืนต่อแถวรอใช้สิทธิ์นานประมาณ 30 นาที เนื่องจากมีผู้มาใช้สิทธิ์ก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์กล่าวภายหลังว่า ดีใจที่เห็นประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก และอยากให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลตามสูตรต่างๆ ที่ออกมานั้น ยังไม่ทราบ และขอดูผลหลังการเลือกตั้งก่อนตัดสินใจว่าจะออกมาอย่างไร และยังไม่ได้รับการทาบทามหรือพูดคุยจากพรรคการเมืองใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชพน., ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา, เทวัญ  ลิปตพัลลภ, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97048e4b4c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
