<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;แบะท่าเปิดช่องสมาชิกรัฐสภาถล่มที่มาสว.ไม่มีลิมิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62-นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายต้องการอภิปรายที่มา สว.ในที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตนายกรัฐมนตรี วันที่ 5 มิ.ย.นี้ ว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจะให้สิทธิ์สมาชิกอย่างเต็มที่ ส่วนจะทำให้การพิจารณาโหวตนายกนานเกินไปหรือไม่นั้น คิดว่าจะใช้เวลากี่วันก็ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงแคนดิเดตนายกฯที่ถูกเสนอชื่อต่อที่ประชุมจะต้องปรากฏตัวต่อที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมายและข้อบังคับการประชุม ตนแล้วแต่ที่ประชุม เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ ส่วนที่หลายฝ่ายอยากจะเห็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกฯที่ถูกเสนอชื่อนั้น ตนคิดว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย การแสดงวิสัยทัศน์สามารถทำได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ที่มาส.ว., รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0d79e690db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิปสนช.ตอกฝ่ายปชต.ยกประชามติ15ล้านเสียงเห็นชอบที่มา250สว.มีส่วนเลือกนายก-ปฏิรูปประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15มี.ค.62- นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) โพสต์ในเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เรื่อง โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง24มีค.62 มีเนื้อหาดังนี้
พรรคการเมืองที่อ้างตัวว่าเป็นพรรคประชาธิปไตยแต่บริหารแบบเผด็จการ สั่งงานด้วยคนคนเดียวจากแดนไกล หาเสียงเรียกร้องประชาชนให้ออกมาเลือกพรรคตัวเองหรือเครือข่าย เพื่อสกัดการสืบทอดอำนาจของนายกฯพล.อ.ประยุทธ์ และโจมตีว่าสว.250คนที่คสช.เลือกถูกออกแบบมาเพื่อสืบทอดอำนาจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องย้อนไปดูในช่วงการทำประชามติให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทยฉบับนี้ เมื่อวันที่7สค.59&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากคำถามให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมีคำถามพ่วงว่า
&amp;ldquo;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;
ผลการออกเสียงประชามติ ประชาชน
ให้ความเห็นชอบ15,132,050คน=58.07%
ไม่ให้ความเห็นชอบ10,926,648คน=41.93%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรธ.จึงต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับผลการทำประชามติ&amp;nbsp;
เกิดรัฐธรรมนูญ มาตรา270 ที่เขียนว่า&amp;nbsp;
นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภาตามมาตรา 269 มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุกสามเดือน
ร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ให้เสนอและพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ฯลฯ
ครม.ของพล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องมอบให้รมต.ที่เป็นตัวแทนของครม. มาชี้แจงความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศ ต่อสนช.ชุดนี้ที่ทำหน้าที่เป็นสส.หรือสว.ตามมาตรา263วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพิ่งชี้แจงไป2ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือวันนี้ 13มีค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาของสว.250คน ที่ผ่านประชามติรับรองรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยเสียงเห็นชอบจากประชาชนถึง16,820,402คน หรือ61.35%ผ่านคำถามพ่วงรับรองที่มาของสว.250คนเพื่อให้สว.มีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีและติดตามการปฏิรูปประเทศในระยะเวลา5ปีแรกหลังมีสภาชุดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะมีตัวเลขยืนยันขัดเจน นักการเมืองเหล่านั้นก็ยังพร่ำพูดแต่เพียงว่า จะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นเพียงแค่วาทกรรม จากผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ที่ถือธงนำหน้าการปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปที่คนไทยต้องการ ครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่มาส.ว., นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, ปฏิรูปประเทศ, ประชามติ คำถามพ่วง, ฝ่ายประชาธิปไตย, วิปสนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adef91280aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ลงมติผ่านฉลุยกฎหมายเลือกตั้งส.ส.-การได้มาซึ่งส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ตามที่คณะกรรมาธิการร่วม 3ฝ่ายพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้พิจารณาทบทวนแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงมติให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ด้วยคะแนน 211 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ตามที่กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้ง 4 ประเด็นคือ 1.การลดจำนวนกลุ่มการสมัครจาก 20 กลุ่ม เหลือ 10 กลุ่ม โดยปรับแก้เป็นบทหลักมี 20 กลุ่ม ส่วนบทเฉพาะกาล ให้มี 10 กลุ่ม 2. การแบ่งผู้สมัครแต่ละกลุ่มออกเป็น 2 ประเภท คือ อิสระและการเสนอชื่อโดยองค์กร แก้เป็นบทหลัก รับสมัครแบบอิสระอย่างเดียว ส่วนบทเฉพาะกาล ให้รับสมัคร 2 ประเภท คือ อิสระและการเสนอชื่อโดยองค์กร 3.วิธีการเลือกตรงและการเลือกไขว้ ปรับแก้เป็น ในบทหลักให้ใช้การเลือกตั้งและการเลือกไขว้ ส่วนบทเฉพาะกาล ให้ใช้การเลือกตรงเพียงอย่างเดียว และ 4.ปรับแก้ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมสนช.มีมติเห็นชอบเช่นกันด้วยคะแนน 202 ต่อ 1 งดออกเสียง 13 &amp;nbsp;กระบวนการจากนี้จะต้องนำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับส่งให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ บังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย2ฉบับ, ที่มาส.ว., ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส., ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว., ลงมติ, สนช., เลือกตั้งส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa0e4c36b3ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
