<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.แจงปมใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุวัดพระศรีมหาธาตุ ยังอยู่ชั้นอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - พลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า จากกรณีสำนักข่าวอิศราได้นำเสนอข่าว ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 321/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1037/2558 ลงวันที่ 29 มี.ค.2564 พิพากษาให้เพิกถอนหมายเหตุในทะเบียนที่ราชพัสดุ แปลงเลขทะเบียนที่ กท.1436 ที่ให้กองทัพอากาศใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุบริเวณสุสานและฌาปนกิจสถาน บริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ที่ดินพิพาทจำนวน 7 แปลง (บริเวณฌาปนสถาน กองทัพอากาศ) เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา 1304 (3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นที่ราชพัสดุ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา และมีกองทัพอากาศเป็นผู้ใช้ประโยชน์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ค่าใช้จ่ายการในการณาปนกิจผู้ที่เสียชีวิตมีความเป็นธรรมและมีการแสดงราคาค่าใช้อย่างชัดเจน รวมทั้งเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกบริการหรือจัดหาสิ่งของบางอย่างมาเองได้ตามอัธยาศัย มิได้มีการบังคับแต่อย่างใด รวมทั้งเน้นการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส โดยมีกองการฌาปนกิจสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารอากาศ เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อไว้เป็นสถานที่ในการฌาปนกิจศพทหารผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเป็นสถานที่ให้กำลังพลกองทัพอากาศ ทั้งในและนอกประจำการ ตลอดจนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กองทัพอากาศได้ใช้เป็นที่ฌาปนกิจศพ รวมทั้งบริการด้านสุสานในการเก็บศพและเก็บอัฐิในราคาสวัสดิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้จะนำเข้ากองทุนฌาปนสถานกองทัพอากาศ เพื่อไว้ใช้จ่ายในกิจการฌาปนสถาน อาทิเช่น ค่าบุคลากร ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายในการสร้าง รักษา ซ่อมแซม และบูรณะอาคารสถานที่ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้มีการพัฒนาการปรับปรุงและก่อสร้างเมรุเผาศพขึ้นใหม่เพื่อให้ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่านเกณฑ์การตรวจจากกรุงเทพมหานคร เพื่อการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คดีพิพาทดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ของศาลปกครองสูงสุด หากศาลมีคำพิพากษาเป็นประการใด กองทัพอากาศยินดีปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โฆษกกองทัพอากาศยืนยันว่า &amp;ldquo;กองทัพอากาศมีความพร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ราชพัสดุ, พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ, วัดพระศรีมหาธาตุ, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bda39938b72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;จับมือ บจธ. เชื่อมโยงข้อมูลที่ดินหวังดึงที่ราชพัสดุใช้ปล่อยเช่าต่อเกษตรกร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการการบูรณาการข้อมูลด้านที่ดินกับสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านที่ดินระหว่างกัน และจะมีการขยายความร่วมมือในการนำที่ราชพัสดุ ไปให้ บจธ.บริหารจัดการปล่อยเช่าต่อให้เกษตรกรในราคาที่ไม่แพง เพื่อช่วยเปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อยเข้ามาใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุง่ายขึ้น
&amp;ldquo;หลังจากนี้กรมฯ จะตั้งคณะทำงานร่วมกับ บจธ.เพื่อหารือขยายความร่วมมือในการบริหารที่ราชพัสดุฯด้วยกัน โดยยืนยันว่าการรวมมือจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยเข้ามาเช่าที่ราชฯ เพื่อทำการเกษตรได้ง่ายขึ้น ส่วนค่าเช่าก็จะคิดราคาที่เหมาะสมไม่แพงเกินไป เพราะเราเป็นหน่วยงานต้องการช่วยแก้ปัญหาที่ทำกินให้เกษตรกร&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนากล่าวถึงการบริหารจัดการที่ราชพัสดุอื่นๆ ว่า กรมฯ กำลังหารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อหาแนวทางการบริหารจัดการที่ราชพัสดุประมาณ 6 แสนไร่ที่ กฟผ.ครอบครองอยู่ เพราะตามพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 ระบุว่า รัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินต้องส่งกลับคืนกรมฯ ไม่เช่นนั้นจะต้องจ่ายค่าเช่าสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท โดยทาง กฟผ.กำลังพิจารณาว่าจะส่งคืนเท่าไร หรือเก็บไว้บริหารเองเท่าไรซึ่งน่าจะชัดเจนในปีงบประมาณหน้า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่เตรียมหารือเพื่อส่งมอบที่ราชพัสดุกลับคืน เช่น การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ขอปรับลดค่าเช่าที่ราชพัสดุ 1 ปีเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะได้ข้อสรุปว่าจะลดค่าเช่าได้เพียงใด รวมถึงการลดค่าเช่าให้กับเอกชนรายใหญ่เกี่ยวกับสนามบิน และท่าเรือ อีกกว่า 10 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมฯ พร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกราย เพียงแต่ให้ส่งข้อมูลผลกระทบมาให้ชัดเจน &amp;nbsp;เพื่อดูว่าจะลดเท่าไรถึงจะเหมาะสม ส่วนธุรกิจรายเล็กที่รายได้หายไปทั้งหมด กรมฯ ก็พร้อมยกเว้นค่าเช่าให้ อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือลดค่าเช่า แม้จะทำให้รายได้ของกรมปีนี้ลดไปบ้าง แต่มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรม เพราะจะมีการนำรายได้ส่วนอื่นมาทดแทน ทำให้ปีนี้จะเก็บรายได้เกิน 1 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;สูงกว่าเป้าหมาย 8.7 พันล้านบาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายยุทธนา กล่าว
นอกจากนี้จะเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน 1.3 แสนรายให้เสร็จภายในปี 2565 โดยในปีนี้จะมีการแจกสัญญาเช่าที่ทำกินให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัยและทำเกษตรอย่างถูกต้อง 4 หมื่นราย ปี 2564 จะแจกสัญญาเพิ่มได้อีก 6 หมื่นราย และปี 2565 จะแจกครบทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ราชพัสดุ, ยุทธนา หยิมการุณ, สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน), อธิบดีกรมธนารักษ์, เช่าที่ราชพัสดุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนารักษ์ลุยดึงที่ราชพัสดุกองทัพบกมาบริหารเชื่อดันรายได้ทะลุหมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการที่ราชราชพัสดุในเชิงพาณิชย์ที่อยู่ในการดูแลของกองทัพบก (ทบ.) มาบริหารจัดการ ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากติดปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ ทบ. ไม่สามารถส่งข้อมูลการสำรวจพื้นที่เชิงพาณิชย์ของของ ทบ. ทั้งหมดมาให้กรมได้ ยังเหลืออีกหลายหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อรอประเมินราคาค่าเช่าให้เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม กรมยังเชื่อว่า การนำพื้นที่ราชพัสดุดังกล่าวมาบริหารจัดการ และเซ็นสัญญาเช่าเองนั้น จะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2563 ตามแผนที่วางไว้ และจะทำให้กรมมีรายได้ในปีงบประมาณ 2564 สูงถึงประมาณ 10,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ได้รับที่ 8,500 ล้านบาท ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ติดเรื่องโควิด-19 ทางเราจึงต้องรอข้อมูลการสำรวจพื้นที่ของ ทบ.เพื่อจัดส่งมาให้กรมคำนวณอัตราค่าเช่า และทำสัญญาต่าง ๆ ได้ แต่เชื่อว่าจะแล้วเสร็จตามแผนได้ เพราะเหลือไม่กี่แห่งแล้ว ซึ่งก็จะทำให้รายได้ของกรมในปีงบประมาณ 2564 ได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ได้ 8,500 ล้านบาท&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับที่ราชพัสดุที่อยู่ภายใต้การดูแลของทบ.ที่กรมธนารักษ์สามารถนำมาบริหารจัดการในเชิงพาณิชย์ได้ มีประมาณ 1 ล้านไร่ โดยล่าสุดในส่วนของพื้นที่สวัสดิการในเชิงธุรกิจกรณีพิเศษ อย่างโรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรมได้ทำการประเมินค่าเช่าและเงื่อนไขต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนสนามกอล์ฟศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกอ(รามอินทรา) หรือ สนามกอล์ฟ ทบ. และสนามมวยลุมพินี อยู่ระหว่างการดำเนินการด้านเอกสาร และประเมินราคาค่าเช่าต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถสรุปแผนการเช่าได้ในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่พื้นที่สวัสดิการในเชิงธุรกิจทั่วไป อาทิ ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟต่าง ๆ อยู่ระหว่างการคำนวณอัตราค่าเช่า ซึ่งหากแล้วเสร็จ กรมจะเรียกผู้ค้ามาเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่กับกรมโดยตรงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้กรมยังอยู่ระหว่างการประเมินพื้นที่และราคาค่าเช่าในส่วนของพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยราชการอื่น ๆ ด้วย อาทิ กรมชลประทาน กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นต้น ซึ่งก็คาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในปี 2563 นี้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เตรียมช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ได้รับผกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยในส่วนของผู้ที่เช่าที่ราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย และทำการเกษตร กรมธนารักษ์ได้มีการเว้นเก็บค่าเช่าไปแล้ว 1 ปี สำหรับค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะช่วยลดภาระให้ผู้เช่าได้อย่างไร แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีการเลิกจ้างงาน ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้ประกอบการจ้างงานแรงงานไว้ให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีการลดเงินเดือนไปบ้างก็ดีกว่าเลิกจ้าง ซึ่งแนวโน้มอาจจะลดค่าเช่าถึง 50%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ราชพัสดุ, ที่ราชพัสดุกองทัพบก, ยุทธนา หยิมการุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าประชิดเมืองเชียงใหม่! ลุกไหม้ติดรั้ว &#039;หมู่บ้านป่าแหว่ง&#039; เสียหาย 150 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 - เมื่อช่วงคืนวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ​ของทหาร มทบ.33​ เหนือบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่​ สถานที่ท่องเที่ยวดัง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เกิดไฟไหม้ป่า พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ด้านหลังบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5​ ที่เป็นจุดถูกวิจารณ์​อย่างมากว่าเป็นบ้านป่าแหว่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดเชียงใหม่ได้ระดมกำลังกว่า 200 นายจากสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ ชุดเสือไฟ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายชาวบ้านจิตอาสาบริเวณห้วยตึงเฒ่า รวมกว่า 200 นาย โดยมีเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนบินทิ้งน้ำช่วยดับไฟต่อเนื่องจนค่ำ พื้นที่เสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 150 ไร่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าควบคุมไฟอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เข้าถึงพื้นที่ยาก รวมทั้งมีใบไม้แห้งเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ไฟลุกลามเป็นแนวยาว ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสลมแรงพัดเสริมเข้ามายังจุดที่เกิดไฟป่า ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นอีก จนท้องฟ้าแดงไปด้วยเปลวเพลิง ปกคลุมด้วยกลุ่มควันไฟบริเวณ​กว้าง​ มองเห็นได้ชัดเจน และไฟได้ลุกลามจนมาประชิดกับรั้วของหมู่บ้านพักข้าราชการ​ศาลอุทธรณ์​ภาค​5​ หรือบ้านป่าแหว่ง ที่ถูกวิจารณ์​ก่อนหน้าและหมู่บ้านสวัสดิการทหาร และยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทำให้เพียงเข้าทำแนวกันไฟในจุดที่เพลิงยังลุกลามมาไม่ถึง และเข้าใช้รถน้ำสกัด แต่ด้วยลมแรงทำให้เปลวไฟโหมรุนแรงเป็นระยะๆด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปดับไฟได้ยาก จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น.กระแสลมเริ่มเบาลง ทำให้เปลวไฟที่ลุกลามเริ่มลดน้อยลง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังและรถน้ำเข้าไปควบคุมไฟอย่างต่อเนื่อง เพราะกลัวไฟที่ยังไม่ดับสนิทจะประทุขึ้นมาได้อีก​ ด้วยพื้นที่สูงชันเข้ายากเจ้าหน้าที่ต้องจัดเวรเพื่อเฝ้าระวังใกล้ชิดไม่ให้ไฟลามเข้าพื้นที่อาศัยใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60237</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ที่ราชพัสดุ, ปัญหาหมอกควันไฟป่า, หมู่บ้านป่าแหว่ง, อุทยานดอยสุเทพ-ปุย, ไฟป่าเชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e72d7ed0e445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธนารักษ์” เตรียมไล่บี้ส่วนราชการใช้ที่ราชฯผิดวัตถุประสงค์ หาเงินเชิงพาณิชย์ต้องส่งเข้าคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค. 2562 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในฐานะอธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่ ได้ตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท โดยจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ราชพัสดุที่ให้หน่วยงานราชการ แต่นำไปใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ใช้พื้นที่เพื่อเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งการเปิดสถานีบริการน้ำมัน เปิดร้านสวัสดิการ ร้านกาแฟและให้เช่าช่วงต่อในอัตราสูง ซึ่งหน่วยงานราชการดังกล่าวไม่เคยนำส่งเงินรายได้เข้ารัฐ ซึ่งกรมฯ จะสั่งการให้ธนารักษ์พื้นที่ลงไปสำรวจพื้นที่เหล่านี้และติดตามความคืบหน้าผ่านศูนย์ข้อมูลที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ โดยจะสำรวจให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกรมธนารักษ์ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พื้นที่ราชพัสดุมีทั้งหมด&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ล้านไร่ ต้องไปสำรวจว่าแต่ละหน่วยงานใช้พื้นที่วัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใด แต่ในเบื้องต้น มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ บางแห่งไปทำเป็นปั้มน้ำมันขนาดใหญ่ แต่ไม่เคยส่งรายได้เข้ารัฐเลย เก็บไว้เองทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้อง หรืออย่างเช่น กรมควบคุมโรค ปกติต้องจ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุให้กรมธนารักษ์เดือนละ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาท แต่เอาไปให้เช่าช่วงต่อเดือนละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท แต่เงินจ่ายเราแค่&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาทที่เหลือเขาเก็บไว้เอง ก็ไม่ถูก จริงๆ ต้องให้เรา&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท ก็ต้องเข้าไปดูตรงนี้ อุดช่องโหว่ตรงนี้&amp;rdquo;นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เกณฑ์การจัดเก็บรายได้ที่ราชพัสดุของหน่วยงานราชการนั้น หากหน่วยงานราชการนำพื้นที่ไปใช้ในเชิงพาณิชย์จะต้องเแบ่งสัดส่วนรายได้เข้ารัฐ&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของรายได้ที่ได้รับ และเก็บไว้บริหารจัดการเองในหน่วยงาน&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐได้รายได้ดังกล่าวไปทั้งหมด&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;โดยไม่ส่งเงินเข้ารัฐ ส่วนอัตราค่าเช่าของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหลังจากมี พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;บังคับใช้นั้น จะมีการจัดเก็บค่าเช่า จากเดิมที่ยกเว้นค่าเช่าให้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งว่ามีรายได้มากน้อยเพียงใด เพื่อนำมาคำนวณการคิดอัตราค่าเช่าที่เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ เตรียมส่งหนังสือไปยังทุกหน่วยงานราชการ ให้จัดสรรพื้นที่ให้ชุมชน หรือวิสาหกิจชุมชนมีพื้นที่จำหน่ายสินค้าและทำกิจกรรมในระดับตำบล อำเภอ และระดับจังหวัด เพื่อดำเนินงานตามโครงการประชารัฐสร้างไทยของรัฐบาล ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณและทำได้เลย โดยจะเป็นการเปิดพื้นที่ใช้สอยแบบหมุนเวียนเพื่อให้ประชนได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งตั้งเป้าภายในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จะให้ประชาชนมีพื้นที่ดังกล่าวให้ไดทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การลงทุนในพื้นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์นั้น จะสานต่อโครงการที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยภายใน&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ปีข้างหน้า จะมีการลงทุนคิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;60,000-70,000&amp;nbsp;ล้านบาท อาทิ พื้นที่ราชพัสดุศูนย์ประชุมสิริกิติ์ วงเงินลงทุน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท ที่ขณะนี้เริ่มก่อสร้างแล้ว จะแล้วเสร็จ ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องทันต่อการประชุมเอเปกที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี,&amp;nbsp;ที่ดินบริเวณหมอชิต วงเงินลงทุน&amp;nbsp;26,000&amp;nbsp;ล้านบาท จะเร่งเจรจากับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยุติข้อปัญหาด้านการออกแบบก่อนลงนามทำสัญญาในเดือน ก.ค.2563&amp;nbsp;หลังจากที่มีปัญหามานาน และไม่สามารถเดินหน้าโครงการได้,&amp;nbsp;โรงแรมร้อยชักสาม วงเงินลงทุน&amp;nbsp;1,600&amp;nbsp;ล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในเร็วๆ นี้,&amp;nbsp;ศูนย์ราชการโซน&amp;nbsp;C&amp;nbsp;วงเงินลงทุน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท ที่ได้ผู้ออกแบบโครงการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47097</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ที่ราชพัสดุ, ส่วนราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สท.ขอนแก่น&#039; ฟัด &#039;นายกเล็ก&#039; ใช้อำนาจมิชอบให้ติดตั้งป้ายโฆษณาในที่ราชพัสดุ ผิดวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สท.ขอนแก่น&amp;quot; ดับเครื่องชน&amp;nbsp;&amp;quot;นายกเทศมนตรี&amp;quot; หอบเอกสารหลักฐานสาวไส้คณะผู้บริหารใช้อำนาจมิชอบด้วยกฎหมาย นำที่ราชพัสดุใจกลางเมืองไปจัดหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยให้นายทุนติดตั้งป้ายโฆษณาจอแอลอีดีมานานกว่า 5 ปี เคยท้วงติงมาตลอดแต่ไม่เป็นผล ล่าสุดกรมธนารักษ์สั่งรื้อป้ายโฆษณาพร้อมปรับพื้นที่ให้คงสภาพเดิมภายใน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62 -&amp;nbsp;นายธนภณ กิตติวิมลชัย สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) นครขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานคำสั่งของกรมธนารักษ์ เรื่องการติดตั้งป้ายโฆษณาแบบจอไฟ LED ในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ขก.3 และ เอกสารรวมกว่า 100 หน้า เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อร้องขอความเป็นธรรม จากการดำเนินงานของนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและกระทำผิดกฎหมายทั้งที่ถูกสมาชิกสภาฯท้วงติงหลายครั้ง จนกระทั่งมีคำสั่งที่ชัดเจนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งระงับโครงการดังกล่าวที่เทศบาลฯดำเนินการมานานกว่า 5 ปี และอาจจะส่งผลให้สวนสาธารณะประตูเมืองที่เป็นที่ราชพัสดุและเป็นหัวใจสำคัญของคนเมืองขอนแก่นนั้นตกไปเป็นของนายทุนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนภณ กล่าวว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์รวม 20 ไร่ บริเวณสวนสาธารณะประตูเมืองเขตเทศบาลนครขอนแก่น เดิมเป็นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ได้มอบให้ทางราชการเมื่อปี 2497 โดยมีหนังสือรับรองสำหรับที่หลวงเลขที่ ขก.1640 และ หนังสือสัญญาให้ที่ดิน ที่ 1/46 ลงวันที่ 8 ก.ย.2497 ซึ่งที่ดินดังกล่าวได้กลายเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้มอบให้กรมวิชาการเกษตรได้ใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี 2548 ขณะที่นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่นในขณะนั้น ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ในที่ดินแปลงดังกล่าวจัดทำสวนสาธารณะโดยสงวนไว้ใช้ประโยชน์ในทางราชการและให้ประชาชนได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยห้ามนำไปจัดหาประโยชน์จากที่ที่ดินดังกล่าว แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2557 นายธีระศักดิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้ประชุมร่วมในการประชุมจัดหาประโยชน์เบื้องต้นในทรัพย์สินของเทศบาลนครขอนแก่น ครั้งที่ 1/2557 โดยในรายการประชุมหน้าที่ 25 หัวข้อระเบียบวาระอื่นๆ มีการเสนอเรื่องขอสิทธิ์ปรับปรุงหอดับเพลิงเทศบาลนครขอนแก่นเพื่อติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์แบบจอ LED เนื่องจากมีเอกชนให้ความสนใจ แต่นายธีระศักดิ์กลับเสนอให้มีการจัดหาประโยชน์ติดตั้งป้ายโฆษณาในที่ดินราชพัสดุ ที่บริเวณสวนสาธารณะประตูเมืองทั้งที่ไม่ได้มีการกล่าวถึงในรายงานหรือวาระการประชุมแต่อย่างใด จากนั้นก็มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างทันที ทั้งๆที่บริษัทเอกชนที่มอบที่ดินให้กับทางราชการมีการสลักหลังฉโนดและลงในเอกสารชัดเจนว่า ห้ามนำที่ดินแปลงนี้ไปจัดหาประโยชน์โดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สท.ขอนแก่น กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2557 ตนต่อสู้เรื่องนี้โดยท้วงติงมาตลอด ทั้งในการประชุมสภาเทศบาลฯและสอบถามส่วนตัว แต่คณะผู้บริหารก็ยังคงเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างทำการประมูล จนกระทั่งได้บริษัทฯผู้รับเหมาให้ติดตั้งป้ายโฆษณาในจุดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน จนกระทั่งเมื่อการประชุมในเดือน ส.ค.2561 ตนได้ยื่นกระทู้ถามอีกครั้งแต่กลับกลายเป็นว่าในที่ประชุมไม่พร้อม หรือมีการวอร์คเอาท์ทำให้ประชุมล่ม ตนจึงตัดสินใจยื่นเรื่องร้องเรียนด้วยการเดินหน้าสู้คนเดียวในการหาเอกสารหลักฐานต่างๆและยื่นเรื่องไปยังศาลคดีทุจริตภาค 4 , ปปช. , คสช. , สำนักนายกรัฐมนตรี , ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะกำกับดูแล อปท. รวมทั้งกรมธนารักษ์ ในเดือน ธ.ค.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในวันที่ 1 มี.ค.2562 ที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ได้ตอบหนังสือกลับการร้องเรียนและมีคำสั่งไปยังนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้ยุติการใช้ประโยชน์ป้ายดังกล่าวและรื้อถอนป้ายโฆษณาออกจากที่ราชพัสดุ พร้อมทั้งการปรับพื้นที่ให้คงสภาพเดิมให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยเหตุผลชัดเจนว่า ที่ดินราชพัสดุบริเวณสวนสาธารณะประตูเมืองนั้นเป็นการยกให้ ซึ่งทางราชการยังคงมีพันธะที่ต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เป็นไปตามเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรภณ กล่าวต่ออีกว่า การตัดสินใจสู้กับเรื่องที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปีนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาฯและในฐานะของคนขอนแก่นที่ต้องการให้สวนสาธารณะประตูเมืองแห่งนี้อยู่คู่กับชุมชนต่อไป ซึ่งกรมธนารักษ์เป็นหน่วยงานแรกที่ตอบกลับชัดเจนว่า ทำไม่ได้ แต่ทำไม 5 ปีที่ผ่านมา ที่คณะผู้บริหารนั้นทราบอยู่แล้วว่า เจ้าของที่ดินห้ามนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพราะหากผิดเงื่อนไข ทายาทโดยชอบธรรมของเจ้าของที่ดินสามารถที่จะยื่นเรื่องขอที่ดินกลับคืนมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ชัดเจนว่าว่าเทศบาลโดยคณะผู้บริหารนั้นกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจากนี้ไปเทศบาลฯคงต้องทำตามที่กรมธนารักษ์สั่งการมา สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ การดำเนินคดีทั้งอาญาและทางวินัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สท.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองไม่อยากที่จะมองว่าใครได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ในเรื่องนี้ เพราะค่าเช่าติดตั้งป้ายและค่าภาษีป้ายนั้นปีละประมาณ 2 ล้านบาทที่บริษัทฯจะต้องจ่ายให้กับเทศบาลฯ เรื่องนี้ก็ต้องชี้แจงกันไป ส่วนการออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับคนขอนแก่น การให้มีปอดใจกลางเมืองนั้นได้อยู่คู่กับชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น โดยไม่อยากจะคิดว่าพื้นที่ตรงนี้หากประเมินเป็นมูลค่าก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทที่ถือเป็นย่านทำเลทองในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารางเบาผ่านในจุดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแกน กล่าวว่า ขอไม่ให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้ เนื่องจากเรื่องยังไม่จบ เป็นการร้องเรียนจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำลายตัวเองในฐานะนายกฯซึ่งจะขอให้รายละเอียดเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ที่ราชพัสดุ, นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายธนภณ กิตติวิมลชัย, นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์, สท.ขอนแก่น, สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น, สวนสาธารณะประตูเมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c935d681f279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนารักษ์ ตามหาเจ้าของ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนารักษ์&amp;rdquo; รับยังมึนใครเป็นเจ้าของ &amp;ldquo;อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ&amp;rdquo; แจงพื้นที่ก่อสร้างไม่ใช่ที่ดินราชพัสดุ พร้อมเตรียมนั่งหัวโต๊ะถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนสรุปเพื่อส่งมอบให้เจ้าของดูแลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีสืบหน้าว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ หรือผู้ดูแลอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กล่าว ก่อนหน้านี้สำนักงานผังเมืองได้ทำหนังสือสอบถามมายังกรมฯ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมในการก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และภายหลังการก่อสร้างได้มีการมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบดูแล ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่า พื้นที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น เดิมเป็นพื้นที่เวนคืนของกรมทางหลวง ซึ่งเบื้องต้นกรมทางหลวงเองก็ยังไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าพื้นที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไม่ใช่ที่ดินราชพัสดุ และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบอีกว่า ตัวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีการใช้งบประมาณในการก่อสร้างส่วนหนึ่ง เงินจากมูลนิธิส่วนหนึ่ง และเงินจากการรับบริจาคอีกส่วนหนึ่ง ทำให้จนถึงขณะนี้จึงยังไม่มีความชัดเจนและระบุได้ว่าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะเป็นของกรมธนารักษ์ดูแลหรือไม่ และเบื้องต้นก็ไม่มีความชัดเจนอีกว่าพื้นที่นี้เป็นของใคร&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวอีกว่า หลังจากนี้กรมธนารักษ์ก็จะเป็นเจ้าภาพในการเรียกประชุมส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กรมศิลปากร สำนักผังเมือง สำนักการโยธา กรมทางหลวง เป็นต้น เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน และกำหนดให้ชัดเจนว่าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิหน่วยงานใดเป็นเจ้าของรับผิดชอบดูแลก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อ ๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปรับปรุงพัฒนาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร สำนักผังเมือง สำนักการโยธา สำนักงานเขตราชเทวี สำนักงานเขตพระนคร และกรมศิลปากร เป็นต้น ได้มีการหารือเพื่อหาข้อสรุปว่ากรมหรือหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ ผู้ดูแลอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกรมศิลปากรชี้แจงว่าไม่ใช่เจ้าของ และมีอำนาจเพียงอนุมัติเห็นชอบในการบูรณะเท่านั้น ขณะที่กรุงเทพมหานคร สำนักการโยธา สำนักงานเขตก็ชี้แจงว่าไม่เคยมีหนังสือมอบให้กรุงเทพมหานครดูแลอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน รัฐบาลมีมติให้สร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้เป็น &amp;lsquo;รัฐปิยานุสสรณ์&amp;rsquo; โดยให้หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เป็นผู้ออกแบบ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้อำนวยการปั้นหล่อรูปวีรชน มีรัฐพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2484
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ที่ราชพัสดุ, พชร อนันตศิลป์, หาเจ้าของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b95dad8f14f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
