<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนไม่เชื่อน้ำยารัฐ จัดการทุจริต เปิด 5 คดีโกงที่ได้รับความสนใจมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ข่าวการทุจริต &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; ข่าวการทุจริต ที่ประชาชนสนใจมากที่สุด อันดับ 1 อาหารกลางวันเด็กนักเรียน 42.03% &amp;nbsp;อันดับ 2 เงินทอนวัด 40.00% อันดับ 3 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37.00% อันดับ 4 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่าง ๆ 21.06% อันดับ 5 การทุจริตต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา 20.68%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;ldquo;สาเหตุการทุจริต&amp;rdquo;นั้น ประชาชนมองว่า เกิดจาก อันดับ 1 กิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว 68.35% อันดับ 2 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ 28.42% &amp;nbsp;อันดับ 3 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง 19.30% &amp;nbsp;อันดับ 4 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิด ๆ 17.11% อันดับ 5 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ 14.83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;ldquo;วิธีการป้องกันการทุจริต&amp;rdquo; สวนดุสิต ทำการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;อันดับ 1 ปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ &amp;nbsp;จิตสำนึกที่ดี 45.79% อันดับ 2 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรง 38.81% อันดับ 3 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม 31.21% &amp;nbsp;อันดับ 4 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา 21.77% อันดับ 5 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก 13.24%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่? อันดับ 1 &amp;nbsp;แก้ไขไม่ได้ 47.50%เพราะ &amp;nbsp; การทุจริตเกิดขึ้นมานานและมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม &amp;nbsp;คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ อันดับ 2 &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ 32.54% เพราะ &amp;nbsp; ปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp;รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯอันดับ 3 แก้ไขได้ 19.96% เพราะ &amp;nbsp; รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น &amp;nbsp;ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายประชาชนได้ &amp;ldquo;บทเรียน&amp;rdquo; อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้ อันดับ 1 เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก 51.87% &amp;nbsp;อันดับ 2 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง 33.38% อันดับ 3 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข 27.07% อันดับ 4 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย 20.53% อันดับ 5 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึก 17.87%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11493</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, ทุจริตกองทุนเสมา, สวนดุสิตโพล, เบี้ยคนจน, โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25b95f974f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข้าราชการระดับท๊อปศธ.เอี่ยวทุจริต&quot;อความเรียม-MOENet&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;หมอธี&amp;quot;เผยระดับซี8-11ในศธ.เกี่ยวข้องกรณีทุจริตทั้งควาเรียม และMOENet &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; จะส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องซีทั้งหมดให้ในสัปดาห์หน้า &amp;nbsp; ส่วน MOENet พบมีมูลมีข้าราชการซี 7 เข้ามาติดสินบนและข่มขู่ ให้ &amp;ldquo;รองปลัด ศธ.&amp;rdquo; ต่อสัญญาพร้อมส่งเรื่องนี้ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบด้วย เผยมูลค่าความเสียหายยังประเมินไม่ได้ เฉพาะสพฐ.เสียค่าอินเตอร์เน็ตปีละ 2,000 ล้าน &amp;nbsp;ส่วนประเด็นข้อถกเถียงที่อ้างว่าโครงการเป็นมติของ ครม.นั้น จะส่งให้ สตง. ตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หรือ อควาเรียม ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ขณะนี้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ในฐานะประธานสืบข้อเท็จจริงเรื่องได้รายงานมาแล้วว่า พบข้อมูลชัดเจนที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการขอแก้ไขสัญญาขยายงวดงานจากเดิม 26 งวดงานที่ต้องแล้วเสร็จภายในปี 2553 แต่จากการตรวจสอบมีการขยายเพิ่มอีก 6 งวดงานถึงปี 2557 การเบิกจ่ายงบประมาณล่วงหน้า และไม่มีการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ มีการทำผิดระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ตั้งแต่ข้าราชการระดับ 8-11 โดยภายในสัปดาห์หน้า ปลัด ศธ.จะเสนอรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ตน เพื่อพิจารณาใช้แนวปฎิบัติคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ เรื่องแบบนี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมากผู้บริหารระดับสูงจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งถ้ามีมูลความผิดบุคคลนั้นต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่ เช่น &amp;nbsp;ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงก็จะมีการโยกย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรี แต่หากเป็นบุคคลระดับล่างก็ต้องย้ายออกจากพื้นที่ หรือเป็นผู้มีอิทธิพลแต่อยู่ระดับล่างก็ถูกย้ายไปสำนักนายกฯเช่นกัน &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ที่โดนมาตรการ คสช.มีหลายส่วนเพราะโครงการนี้เริ่มมา 10 ปีแล้ว &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ตนต้องตรวจสอบก่อนว่าตามรายงานที่เสนอมาบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องมีข้อผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศธ.กล่าวอีกว่าสำหรับ ความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกระบวนการเช่าสัญญาณอินเทอร์ของระบบ MOENet ของ ศธ. นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับรายงานจากนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ. ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าถูกเสนอสินบนให้ต่อสัญญาของ MOENet &amp;nbsp; ซึ่งนายประเสริฐเอง ก็ไม่เคยเห็นการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต อีกทั้งตั้งแต่ได้รับตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัด ศธ.ก็ถูกมอบหมายให้ดูแลเรื่องระบบ MOENet อีกทั้งนายประเสริฐยังมองว่าระบบเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตควรจะมีการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกวิธี แต่ทุกครั้งจะถูกแรงกดดันและข่มขู่ว่าหากไม่เซ็นต์จะไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้งาน ดังนั้นนายประเสริฐจึงไม่เซ็น และเมื่อไม่เซ็นต์จึงมีข้าราชการระดับ 7 เข้ามาติดสินบนและข่มขู่อีกว่าจะไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้งาน โดยขณะนี้นายประเสริฐถูกกันให้มาเป็นพยานลับ &amp;nbsp;และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ตนเข้ามาปฏิรูประบบ MOENet และขณะนี้นายประเสริฐก็ย้ายข้าราชการคนดังกล่าวออกจากหน่วยงานเดิมไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้จะต้องมีการสืบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อไป เพราะมีการกล่าวหามีอดีตข้าราชการระดับรองปลัด และ ปลัด ศธ.มีการรับเงินสินบนคือ ระดับ 9 และ 11 เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตนยังขอไม่ปรักปรำใคร เพราะยังเป็นประเด็นของการถูกกล่าวหาอยู่ &amp;nbsp;แต่หากการตรวจสอบมีมูลตนจะส่งเรื่องนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบด้วย &amp;nbsp;ส่วนประเด็นข้อถกเถียงอ้างว่าว่าโครงการ MOENet เป็นมติของ ครม.นั้น ตนจะไม่ถกเถียงด้วยแต่จะส่งเรื่องนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พิจาณาตรวจสอบว่าที่ผ่านมาดำเนินการถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ประเทศเรามีอินเตอร์เน็ตและราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมถามมาตลอด และก็ได้คำตอบว่ามันต้องทำไม่เช่นนั้นจะผิดข้อตกลง &amp;nbsp;สำหรับเมูลค่าความเสียหายผมยังไม่สามารถตอบได้ แต่รู้ว่ามีมูลค่ามหาศาล ซึ่งปีๆนึง แค่เฉพาะ สพฐ.ต้องเสียค่าบริการอินเตอร์เน็ตกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ข้าราชการ ระดับ 7 คนดังกล่าว ได้มีการเสนอให้ตนยืดสัญญา MoeNet ออกไปเรื่อยๆ โดยหากไม่มีการดำเนินการโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศจะไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ พร้อมกล่าวข่มขู่ว่าหากโรงเรียนไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ตนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันข้าราชการ ระดับ 7 คนดังกล่าว ยังได้เสนอสินบนร้อยละ 7 ให้แก่ตน โดยกล่าวอ้างว่าอดีตปลัด ศธ. ก็มีการรับเงินจำนวนดังกล่าว อีกทั้งยังคิดว่าเหตุที่ตนไม่ต่อสัญญาเพราะต้องการเรียกรับเงินจำนวนนี้ อย่างไรก็ตาม ตนจึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับ รมว.ศธ. ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ายข้าราชการคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งโดยทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7370</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับผีMoenet, ซี11มีเอี่ยวโกงอควาเรียม, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, ปราบทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d56392373a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง10ข้าราชการฉาวเข้ากรุสพฐ.&quot;บุญรักษ์&quot;ชี้ถือว่าถูกลงโทษรุนแรง โดนตัดเงินเดือน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับรายงานจากนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เกี่ยวกับการดำเนินการให้ข้าราชการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีข้าราชการ สพฐ.ถูกดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทั้งหมด 10 ราย โดยในจำนวนนี้ก็มีทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกับให้ย้ายออกจากหน่วยงานเดิม &amp;nbsp;สำหรับการให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น สพฐ.มีการสืบข้อเท็จจริงมาแล้วว่ามีมูลความผิดชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตามมาตรการดังกล่าวในส่วนของ สพฐ.จะมีการดำเนินการใน 2 ส่วน คือ &amp;nbsp;1.การดำเนินการของสพฐ.ส่วนกลาง และ การแจ้งมาตรการดังกล่าวให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมกับ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) &amp;nbsp;ดำเนินการตามในเขตพื้นที่ของตัวเองในแต่ละจังหวัดที่มีคดีและตั้งคณะกรรมการสอบ &amp;nbsp; โดยในส่วนที่ สพฐ.ส่วนกลางดำเนินการในขณะนี้มีทั้งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง &amp;nbsp;41 ราย และ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 9 ราย &amp;nbsp;ในส่วนที่มีผลการพิจารณาจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว สพฐ.จึงมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามาตรการของคสช. โดยมี ตน เป็นประธาน มีรองเลขาธิการ กพฐ. และ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เป็นกรรมการ ซึ่งมีการพิจารณาข้อมูลแล้วพบเข้าข่ายที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ประมาณ 14 &amp;nbsp;ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม 7 ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิมไปแล้วแต่เป็นกรณีอื่น จำนวน 2 ราย และให้ย้ายมาประจำสพฐ. 1 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนที่ให้ย้ายมาประจำ สพฐ.นั้นอย่าคิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะการย้ายในลักษณะนี้เป็นเรื่องรุนแรงมากถูกลดขั้นเงินเดือน &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;คำสั่งของ สพฐ.ตามาตรการของ คสช.จะออกหลังสงกรานต์ เนื่องจากต้องจัดทำรายละเอียดอย่างรอบคอบ และผู้ที่ถูกดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวมีทั้ง ผอ.เขตพื้นที่ รองผอ.เขตพื้นที่ ผอ.โรงเรียน และครู ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นการล้างท่อ ส่วนจะมีกรณีใดบ้างตนยังไม่ขอพูดถึง&amp;quot;นายบุญรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, สพฐ, เด้ง10ข้าราชการเข้ากรุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a815aef43725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;นายกฯ&quot;เกาะติดโกงกองทุนเสมาฯจี้กระทรวงอื่นติดตามดูปัญหาทุจริตใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.-ประชุมครม.&amp;quot;นายกฯ&amp;quot;เกาะติดโกงกองทุนเสมาฯจี้กระทรวงอื่นติดตามปัญหาทุจริตอย่างใกล้ชิด กำชับ ต้องดำเนินการเร็ว ตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า นายการุณ &amp;nbsp;สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มารายงานให้ตนรับทราบเรื่องการแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับเครือญาติของข้าราชการซี 8 ของ ศธ.กรณียักยอกเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตแล้ว ซึ่งตนได้กำชับให้ดูในส่วนของกองทุนอื่นๆ ของ ศธ. และต้องลงรายละเอียดในส่วนของโครงการต่างๆ ด้วย เนื่องจากในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามเรื่องปัญหาที่เกี่ยวกับการทุจริตอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้ทุกกระทรวงที่มีปัญหาในลักษณะดังกล่าวจะต้องดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วและตรงไปตรงมา เพราะบางที่ข้าราชการตรวจสอบกันเองก็อาจจะทำให้ล่าช้า อีกทั้ง นายกฯ จะส่งคณะทำงานมาติดตามในเรื่องดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนเรื่องการที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้จัดทำข้อมูลและตรวจพบข้อมูลเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่มีการซ้ำซ้อนอยู่ประมาน 1 แสนกว่าคนนั้น เราคงต้องไปดูว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะการดำเนินการที่ผ่านมาเมื่อเกิดการซ้ำซ้อนของเงินอุดหนุนรายหัว ก็จะมีการแจ้งกลับมายัง ศธ. อยู่แล้ว ไม่ใช่การทุจริต ซึ่งก็จะเป็นในส่วนของเงินเหลือจ่าย แต่ก็คงต้องมีการตรวจสอบการดำเนินการที่ผ่านมาด้วย อีกทั้ง ศธ. ต้องการที่จะไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนดังกล่าวจึงต้องมีการแก้ไขในส่วนนี้ เนื่องจากการดำเนินการนี้สอดคล้องกับการของงบประมาณในปีต่อไป และฒยังได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หรือ อควาเรียม เรียบร้อยแล้ว โดยมี ปลัด ศธ. เป็นประธาน และรองประธานฯ เป็นวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมองค์กรหลักของ ศธ. ว่า ตนได้แจ้งขอสั่งการของ นายกฯ เรื่องหารดำเนินการตรวจสอบปัญหาการทุจริตที่ถูกร้องเรียนว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จ นายกฯ จะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาดำเนินการตรวจสอบควบคู่กันไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4898</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, ประยุทธ์ จันทร์โอเค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7ae9a57656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบเงื่อนงำอีก กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต/พบโอนเงิน22บัญชีไม่ใช่สถานศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.-ศธ.&amp;ldquo;ธีระเกียรติ&amp;rdquo; เผยตรวจสอบทุจริตโครงการเสมาพัฒนาชีวิต พบโอนเงินไปบัญชีชื่อบุคคล ไม่ใช่บัญชีสถานศึกษา 22 บัญชี เข้าข่ายไม่ชอบมาพากล สั่งการให้ โรงเรียนไปแจ้งความฐานยักยอกทรัพย์ พร้อมขยายผล ตรวจสอบไปยังกองทุนอื่นๆ มอบ ปลัด ศธ. ประสาน ปปง. ดำเนินการเด็ดขาด ลั่น น่าจะจบได้ภายใน 2 เดือน ส่วนผู้บริหารเกี่ยวด้วยหรือไม่ ต้องตรวจสอบ สำหรับการดำเนินการต่อขอศึกษาวัตถุประสงค์ หากภารกิจตรงกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ก็ยินดีจะยกให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการเสมาพัฒนาชีวิต ว่า จากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ปี 2551-2561 มีการโอนเงินไปตามบัญชีที่เป็นชื่อบัญชีบุคคลไม่ใช่บัญชีของสถานศึกษาล่าสุดเพิ่มเป็น 22 บัญชีที่เข้าข่ายไม่ชอบมาพากล ดังนั้นตนจึงได้สั่งการให้โรงเรียนไปแจ้งความในข้อหายักยอกทรัพย์ พร้อมทั้งให้ขยายผลการตรวจสอบไปยังกองทุนอื่นๆ เช่น กองทุนส่งเสริมการศึกษาสำหรับผู้พิการ กองทุนเทคโนโลยีทางการศึกษา กองทุนหมุนเวียน รวมทั้งเงินอุดหนุนรายหัวทั้งหมดที่โอนเงินจากส่วนกลางไปยังสถานศึกษา ซึ่งต้องระดมคนตรวจสอบหรือไม่ก็สุ่มสอบ โดยในการประชุมองค์กรหลักในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ตนจะกำชับเรื่องนี้อีกครั้ง พร้อมทั้งมอบหมายให้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ประชุมร่วมกับคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เพื่อหามาตรการเยียวยาและเรียกร้องความผิดทางละเมิด รวมทั้งอายัดทรัพย์ผู้ที่ยักยอกทรัพย์ โดยให้ ปลัด ศธ. ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นการด่วนแล้ว ทุกอย่างต้องจัดการให้เด็ดขาด โดยเร่งรัดให้ดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว เรื่องนี้น่าจะจบได้ภายใน 1-2 เดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาบ้านเมืองเราหมักหมมมานานเป็น 10 ปี ต้องมีการปรับปรุงระบบเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็ว และถ้าคนมีปัญหาก็ต้องจับให้เร็วเพราะพบว่าคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตก็ถูกเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ คือใช้บัญชีหลอกโดยไม่ใช่บัญชีของนักเรียนจริง แต่เป็นของญาติพี่น้องที่นำมาใช้โอนเงิน ซึ่งทราบว่าขณะนี้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวก็ไม่มาทำงาน จึงขอให้เร่งดำเนินการเพราะต้องคิดถึงเด็กที่ควรจะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวด้วย&amp;ldquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้มีผู้บริหารเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะงบที่โอนครั้งละเป็นล้านบาททำไมถึงดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เท่านั้น นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบว่าใครมีอำนาจ มีการดำเนินการตามระเบียบหรือไม่ เหตุใดจึงปล่อยให้เจ้าหน้าที่สามารถมีอำนาจในการโอนเงินมากขนาดนี้ โดยที่ไม่มีระบบการตรวจสอบเชื่อว่าเรื่องนี้ดำเนินการเป็นขบวนการอย่างแน่นอน ซึ่งเท่าที่ตนทราบเรื่องนี้มีหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้องด้วย โดยหัวหน้าเป็นผู้นำบัญชีมาเสนอเข้าคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบว่าหัวหน้ารับรู้ด้วยหรือไม่หรือว่าถูกหลอกเช่นกัน ดังนั้นคงต้องขอเวลาตรวจสอบในส่วนนี้ และขอยืนยันว่าไม่มีมวยล้มแน่นอนแต่บางเรื่องต้องใช้เวลาแกะรอย อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้จะยกเลิกกองทุนดังกล่าว แต่ขอดูวัตถุประสงค์ก่อน หากเป็นเรื่องของการช่วยเหลือเด็กยากไร้ ลดความเหลื่อมล้ำ ตนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนฯกำลังอยู่ในสภานิติบัญญัติ ตนยินดีจะยกภารกิจนี้ให้กองทุนฯเพราะเชื่อว่าโปร่งใสกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบพบ ว่ามีผู้อำนวยการโรงเรียนมีส่วยเกี่ยวข้องกับการโกงเงินคนจนนั้น ขณะนี้ผมยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคนยากจนก็ต้องโดนลงโทษไปตามกระบวนการของกฏหมาย ถ้าทาง ป.ป.ท.สอบสวนมาแล้วว่ามีความผิดก็ดูว่าผลสอบเป็นอย่างไรมีความผิดทางวินัยหรือไม่ก็ลงโทษทางวินัย รวมทั้งต้องดำเนินการถอนถอดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในกรณีที่ทำผิดวินัยร้ายแรงด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4812</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, พบโอนเงินเข้าบัญชีไม่ใช่สถานศึกษา, โกงอีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a587e6b59e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
