<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงคลังอนุมัติงบฯ25ล้าน เยียวยาเหยื่อกองทุนเสมาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30พ.ย.61- บอร์ด กองทุนเสมาฯ เห็นชอบในหลักการ ทำหนังสือขออนุมัติเยียวยา ผู้ที่มีสิทธิได้รับทุนแต่ยังไม่ได้รับเงิน &amp;nbsp;เสนอกระทรวงการคลัง อีกครั้ง รวม 25 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;&amp;quot;ปลัด ศธ.&amp;quot; เผย ตั้ง คกก.สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องการทุจริตแล้ว 3 ราย พร้อมตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 รายเป็นข้าราชการระดับ 8 และ 9 ขณะเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ส่วนคดีอาญาทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ดำเนินการก้าวหน้าไปมากคาดว่าจะรายงานความก้าวหน้าในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายการุณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงกรณี ศธ.ทำหนังสือหารือไปยังกระทรวงการคลังในการเยียวยาผู้ที่มีสิทธิได้รับทุนแต่ไม่ได้รับทุนเนื่องจากเกิดเหตุการณ์ทุจริตขึ้น โดยผู้แทนจากกระทรวงการคลังและผู้แทนจากสำนักงบประมาณเห็นว่าไม่ควรใช้คำว่าเยียวยา แต่ให้ใช้คำว่าขออนุมัติทุนให้แก่ผู้ที่มีสิทธิได้รับทุนแต่ยังไม่ได้รับเงิน ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติอนุมัติในหลักการให้ใช้เงินกองทุนเสมาฯ และให้ทำหนังสือขออนุมัติทุนให้แก่ผู้ที่มีสิทธิได้รับทุนแต่ยังไม่ได้รับเงินทุนไปที่กระทรวงการคลังอีกครั้ง รวม 25 ล้านบาทเศษ โดยเป็นส่วนของนักเรียนพยาบาล ของวิทยาลัยพยาบาล 25 แห่ง รวมเงินประมาณ 18.9 ล้านบาทเศษ และครูจ้างชั่วคราวในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 49 คน รวมเงิน 7.2 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้ ถึงแม้ผู้ที่ได้รับเงินทุนจะจบการศึกษาไปแล้ว แต่ทราบว่าบางคนก็ไปกู้ยืมเงินมาเรียน ดังนั้น ผู้มีสิทธิได้รับทุนก็ควรได้รับเงินตามสิทธิ โดยที่ประชุมได้มอบให้กรรมการที่มาจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สพฐ. และผู้บริหารกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตไปจัดทำรายละเอียดรายชื่อเด็กที่มีสิทธิได้รับทุนแต่ไม่ได้รับเงิน รายชื่อครูพร้อมเลขประจำตัว 13 หลัก ซึ่งคาดว่าไม่มีปัญหาเพราะเป็นการดูแลสิทธิของผู้ที่มีสิทธิได้รับทุนจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23179</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, การุณ สกุลประดิษฐ์, ทุจริตกองทุนเสมา, เยียวยาเหยื่อกองทุนเสมาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c0126faba9ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกงจัดซื้อครุภัณฑ์-กองทุนเสมาฯคืบใกล้สรุป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;โกศล&amp;quot; เผยผลตรวจสอบ โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น คืบหน้ากว่า 90% คาดสรุปเสนอ &amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; ได้ ภายในเดือน ก.ค.นี้ แย้มพบความไม่ชอบมาพากลโยงมาถึงสพฐ.หลายอย่าง ส่วนโกงเงินเด็กกองทุนเสมาฯ &amp;nbsp;คืบกว่า 80% ป.ป.ง เดินหน้า ยึดทรัพย์ &amp;quot;รจนา&amp;quot; &amp;nbsp;เผย ส่วนใหญ่ติดจำนองแทบทั้งสิ้น &amp;nbsp; แย้ม คงต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดขึ้น เบื้องต้น เสนอ ข้อมูล &amp;quot;ปลัด ศธ.&amp;quot; แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ก.ค.61-พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทุจริตภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน วงเงิน 279 ล้านบาท ของเขตพื้นที่การศึกษาในภาคอีสาน ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้มารายงานว่าเรื่องนี้มีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 แล้ว อีกทั้งยังได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประเด็นสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อสั่งการของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ใน 4 ประเด็น คือ 1.การจัดสรรงบค่าครุภัณฑ์เป็นไปตามความต้องการของโรงเรียนหรือไม่ 2.การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ 3.มีการล็อคสเปกรายการครุภัณฑ์ตามที่มีผู้ร้องเรียนหรือไม่ และ 4.มีความบกพร่องในการบริหารงบประมาณหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวทั้ง 4 ประเด็น พบว่าเข้าข่ายมีมูลความไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะข้อมูลงบประมาณการจัดสรรค่าครุภัณฑ์ฝึกทักษะ ปี 2561 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นั้น ที่สพฐ.ได้มีการสำรวจโรงเรียนที่เปิดสอนสายอาชีพผ่านแอพพลิเคชั่นว่ามีโรงเรียนใดบ้าง มีนักเรียนจำนวนเท่าไร โดยมีโรงเรียนได้รายงานข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าวทั้งหมดทั่วประเทศ จำนวน 717 โรง แต่เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับพบ สพฐ.จัดสรรงบฯ ดังกล่าวในโรงเรียน 458 โรง และในจำนวนนี้ไม่ได้เกิดจากการร้องขอครุภัณฑ์แม้แต่โรงเรียนเดียว ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่าเหตุใด สพฐ.ถึงไม่นำฐานข้อมูลจากแอพลิเคชั่นนี้ มาใช้เป็นฐานในการจัดสรรงบฯ ขณะเดียวกันเรื่องนี้คณะกรรมการตรวจสอบก็พบมีการล็อกสเปกเกิดขึ้น เพราะเขตพื้นที่ได้มีการเรียกประชุมจัดทำแพ็คเกจครุภัณฑ์ให้โรงเรียนไว้แล้ว และโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรไม่ตรงกับความต้องการ อีกทั้งโรงเรียนหลายแห่งได้รับการจัดสรรครุภัณฑ์มากกว่า 2 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ตั้งข้อสังเกตระบบการจัดสรรงบประมาณของ สพฐ.พบว่าไม่มีฐานข้อมูลในการจัดสรรงบฯ ต่างๆ และการจัดสรรงบก็ทำล่าช้า เช่น &amp;nbsp;การจัดสรรงบจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 เพราะในวันที่ 2 ตุลาคม 2560 จะเป็นวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 มีผลบังคับใช้ แต่จากการตรวจสอบพบ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2560 สพฐ.กลับแจ้งเฉพาะรหัสงบประมาณไปยังเขตพื้นที่เท่านั้นบัญชีการจัดสรรงบประมาณกลับไปตามลงไปด้วย และเพิ่งมาแจ้งบัญชีการจัดสรรในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ทั้งๆ ที่มาตรการ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่าต้องก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 &amp;nbsp;อีกทั้ง ครม.ยังมีมติขยายเวลาให้จัดสรรงบให้แล้วเสร็จอีกในไตรมาสสอง คือ 31 มีนาคม 2561 แต่พบ สพฐ.กลับคิดเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปทำอย่างอื่นแล้วก็ไม่ทำ ดังนั้นการลงพื้นที่ของคณะกรรมการฯจึงไม่แปลกใจว่าทำไมงบ สพฐ.ถึงต้องตกไปจำนวนมาก เพราะมีการบริหารงบล่าช้า และเวลาการแจ้งบัญชีจัดสรรงบ กับ การทำคู่มือการบันทึกข้อมูลรหัสงบประมาณและแหล่งของเงินในระบบ e-GP เพื่อรองรับมาตรการเร่งรัดเบิกจ่าย ไม่ได้ไปพร้อมกัน และไม่ยอมทำความเข้าใจกับเขตพื้นที่ ลากเกมมาเรื่อยๆ จนเมื่อมีการแจ้งบัญชีจัดสรรกลับทำเรื่องหาย เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้อ้างว่านายสั่ง ซึ่งในที่สุดก็จัดสรรงบจริงในวันที่ &amp;nbsp;26 ธันวาคม 2560 แต่เอาข้อมูลไหนมาจัดสรร ทั้งนี้คณะกรรมการฯ จะสรุปข้อมูลทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือน กรกฎาคมนี้ จากนั้นจะเสนอ รมว.ศธ.พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีกองทุนเสมาฯ กล่าวว่ามีความคืบหน้า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) ได้มีการดำเนินการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนแล้ว ซึ่งมีความคืบหน้า 80% เพราะมีผู้ถูกกล่าวหาบางคนติดคุกไปแล้วในคดีอื่น และในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง) ก็กำลังดำเนินการยึดทรัพย์สินของนางรจนา สินที อดีตข้าราชระดับ 8 &amp;nbsp;ศธ. ซึ่งทรัพย์ที่ยึดได้จากนางรจนามีมูลค่า 3 ล้านบาท และส่วนใหญ่ทรัพย์สินของนางรจนาและเครือข่ายติดจำนองแทบทั้งสิ้น &amp;nbsp; ดังนั้น ในประเด็นนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดขึ้น ซึ่งตนได้ทำข้อมูลเสนอนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.แล้ว เพราะผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการหลายสังกัด &amp;nbsp;แบ่งเป็นหลายกลุ่มคือ ระดับ 11 รัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา ซึ่งก็มีทั้งในสังกัด ศธ.และสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่ระดับ 8-10 เป็นอำนาจของผู้บริหารองค์กรหลักใน 2 องค์กร &amp;nbsp;ซึ่งนายการุณจึงได้ทำหนังสือขอคำแนะนำไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อพิจารณาให้คำแนะนำ และ ก.พ. ตอบกลับมาแล้วว่าให้ผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้งเป็นคนออกคำสั่งแยกกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับการตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดชอบนั้นก็เพื่อหาว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนเท่าไหร่ แต่ดูสถานการณ์แล้วผู้รับผิดชอบน่าจะเป็นผู้เกี่ยวข้องเป็นหลักที่เซ็นอนุมัติงบกองทุนเพื่อเบิกจ่ายเป็นทุนให้แก่นักเรียนในแต่ละครั้ง เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นคงเรียกจากตัวการคือนางรจนาไม่ได้&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษดา สุโกศล, ทุจริตกองทุนเสมา, นายอรรถพล ตรึกตรอง, โกงจัดซื้อครุภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78463397ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนไม่เชื่อน้ำยารัฐ จัดการทุจริต เปิด 5 คดีโกงที่ได้รับความสนใจมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ข่าวการทุจริต &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; ข่าวการทุจริต ที่ประชาชนสนใจมากที่สุด อันดับ 1 อาหารกลางวันเด็กนักเรียน 42.03% &amp;nbsp;อันดับ 2 เงินทอนวัด 40.00% อันดับ 3 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37.00% อันดับ 4 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่าง ๆ 21.06% อันดับ 5 การทุจริตต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา 20.68%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;ldquo;สาเหตุการทุจริต&amp;rdquo;นั้น ประชาชนมองว่า เกิดจาก อันดับ 1 กิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว 68.35% อันดับ 2 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ 28.42% &amp;nbsp;อันดับ 3 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง 19.30% &amp;nbsp;อันดับ 4 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิด ๆ 17.11% อันดับ 5 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ 14.83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;ldquo;วิธีการป้องกันการทุจริต&amp;rdquo; สวนดุสิต ทำการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;อันดับ 1 ปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ &amp;nbsp;จิตสำนึกที่ดี 45.79% อันดับ 2 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรง 38.81% อันดับ 3 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม 31.21% &amp;nbsp;อันดับ 4 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา 21.77% อันดับ 5 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก 13.24%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่? อันดับ 1 &amp;nbsp;แก้ไขไม่ได้ 47.50%เพราะ &amp;nbsp; การทุจริตเกิดขึ้นมานานและมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม &amp;nbsp;คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ อันดับ 2 &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ 32.54% เพราะ &amp;nbsp; ปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp;รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯอันดับ 3 แก้ไขได้ 19.96% เพราะ &amp;nbsp; รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น &amp;nbsp;ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายประชาชนได้ &amp;ldquo;บทเรียน&amp;rdquo; อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้ อันดับ 1 เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก 51.87% &amp;nbsp;อันดับ 2 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง 33.38% อันดับ 3 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข 27.07% อันดับ 4 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย 20.53% อันดับ 5 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึก 17.87%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11493</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, ทุจริตกองทุนเสมา, สวนดุสิตโพล, เบี้ยคนจน, โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25b95f974f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 01:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>25ขรก.เอี่ยวกองทุนเสมาระดับซี8-11 /สถานศึกษามีพิรุธส่อร่วมด้วยช่วยโกง /&quot;ป.ป.ท.-สตง.&quot;เคยท้วง-ปชช.เคยร้องทำเนียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าผลสืบสวนกองทุนเสมาฯ &amp;nbsp;เผยมีบุคลากร ศธ. เอี่ยว 25 คน ยังรับราชการอยู่ 7 คน ระดับ 8-11 และพ้นจากราชการไปแล้ว &amp;quot;อรรถพล&amp;quot;เผยพบช้อมูลใหม่ สถานศึกษามีพิรุธด้วย ส่อเงินอาจไม่ถึงมือเด็ก และมีบางสถานศึกษาโอนต่อไปให้อีกสถานศึกษา &amp;nbsp;ระบุ ป.ป.ท. -สตง.เคยทักท้วงการจ่ายเงิน และมีผู้ร้องเรียนความไม่ขอบมาพากลกับทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว แต่&amp;quot;รจนา&amp;quot;ชี้แจงยันทำถูกต้อง &amp;nbsp;เรื่องจึงไม่ถึงปลัดศธ .ส่วน 68บัญชีลึกลับ แบงก์กรุงไทยกำลังเร่งหาข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า ตนได้สรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเสนอให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. รับทราบเรียบร้อยแล้ว โดยจากการสืบสวนพบว่ามีผู้ที่มีการกระทำซึ่งมีมูลอันควรกล่าวหาว่าทำความผิด ทำให้ราชการเสียหาย มีจำนวน 25 คน ที่เป็นบุคลากรสังกัด ศธ. ทั้งหมด มีทั้งบุคคลที่รับราชการอยู่ ประมาณ 7 ราย ตั้งแต่ระดับ 8 จนถึง ระดับ 11 และบุคคลที่พ้นจากราชการแล้ว ซึ่งจำนวนนี้มีทั้งกลุ่มที่ควรถูกกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการ กลุ่มไม่ปฏิบัติตามแบบแผนและธรรมเนียมของทางราชการ กลุ่มที่ทุจริตถึงแม้จะไม่ใช่หน้าที่ กลุ่มรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา และกลุ่มประมาทเลินเล่อ โดยส่วนใหญ่ผิดอยู่ในฐานประมาทเลินเล่อ ทั้งนี้เมื่อมีการเสนอให้ ปลัด ศธ. แล้วขั้นตอนต่อไปคือ การดำเนินการรายบุคคล ตามความผิดที่พบ ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับใครบ้าง อย่างบุคคลที่พ้นจากราชการแล้วก็จะใช้เอกสารหลักฐานที่ชี้มูลความผิดดำเนินการทางแพ่ง รวมถึงดำเนินการความผิดทางละเมิด ส่วนจ้าราชการในสังกัดอื่นๆ ทางคณะกรรมการสืบฯ ไม่ได้ดำเนินการชี้มูลความผิดเพราะทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังอยู่ระหว่างเรียกเพื่อสอบถามข้อมูล และพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการสืบหาบัญชีที่ไม่ทราบเจ้าของ 68 บัญชี ขณะนี้ทางธนาคารกรุงไทยกำลังเร่งหาข้อมูลจากสาขากว่า 40 สาขา ซึ่งเมื่อคณะกรรมการสืบฯ ได้ข้อมูลตรงนี้ก็อาจจะทำให้ทราบว่ามีผู้กระทำผิดที่เป็นข้าราชการเพิ่มหรือไม่ หากพบก็จะต้องดำเนินการต่อ นอกจากนี้ ทางสถานศึกษาบางแห่งก็ยังไม่ได้ส่งสเตทเมนท์ หรือ รายการเคลื่อนไหวทางบัญชี ฉบับสมบูรณ์ โดยอ้างว่าส่งรายการสเตทเมนท์ตามที่คณะกรรมการสืบฯ ขอ ซึ่งตนคิดว่าส่วนหนึ่งทางสถานศึกษา อาจจะไม่ต้องการให้เห็นสเตทเมนท์ เพราะที่ผ่านมาระบบการโอนเงินไม่มีความเข้มงวด ดังนั้นการโอนเงินของบางสถานศึกษาก็ถูกโอนเข้าบัญชีอื่นๆ เช่น บัญชีเงินสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ บัญชีเงินรายได้สถานศึกษา &amp;nbsp; บัญชีเงินค่าสมัครสอบ เป็นต้น ทำให้คณะกรรมการสืบฯ ตั้งข้อสงสัยว่าเงินที่โอนไปนั้นถูกใช้กับเด็กตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหรือไม่ คงต้องมีการสืบสวนต่อในกรณีนี้ อีกทั้งตนยังได้เสนอให้สำนักงานส่งเสริมกิจการการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัด ศธ. ว่า ก่อนที่จะโอนเงินงวดต่อไป จะต้องมีการเปิดบัญชีเฉพาะ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ อีกทั้งในช่วงปี 2557-2559 คณะกรรมการสืบฯ ยังพบหนังสือสั่งการจากส่วนกลางให้สถานศึกษาแห่งหนึ่งโอนเงินไปให้สถานศึกษาอีกแห่งหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการสืบสวนทำให้ผมพบว่าที่ผ่านมาที่ป.ป.ท. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยทักทวงแล้ว และมีการส่งเอกสารไปชี้แจงเป็นเอกสารเท็จ โดยเฉพาะหนังสือร้องเรียกจากศูนย์ร้องเรียนประชาชน ทำเนียบรัฐบาลที่ได้รับเยอะสุด และผู้ที่ชี้แจงก็คือนางรจนา สินที โดยการทำเป็นหนังสือภายในที่ใช้การประทับตราแทนการลงชื่อ &amp;nbsp;เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้เรื่องขึ้นไปถึงข้าราชการตำแหน่งรองปลัด ศธ.ลงนาม ผู้บังคับบัญชาไม่ได้รับรู้ เพราะผมเชื่อว่าหากปลัด ศธ. ทุกยุคได้เห็นหนังสือร้องเรียนก็คงไม่มีการปล่อยเรื่องนี้ไปแน่นอน&amp;rdquo;ประธานคณะกรรมการสืบฯ กล่าวและว่า สำหรับข้อมูลเส้นทางการเงินที่คณะกรรมการสืบฯ ให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ช่วยตรวจสอบนั้น ขณะนี้ ปปง.ได้รายงานกลับมาแล้วส่วนหนึ่ง ในช่วงปี 2554 จนถึงปัจจุบันเท่านั้น ผลสรุปคือ เส้นทางการเงินของบุคคลที่คณะกรรมการสืบฯ ส่งให้ตรวจสอบมีทั้งที่เชื่อมโยงกับกองทุนฯ และไม่มีความเชื่อมโยง อย่างไรก็ตาม การรายงานครั้งนี้ถือว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถือว่าเป็นการรายงานครั้งแรกเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมา, ทำเนียบรัฐบาล, ทุจริตกองทุนเสมา, ป.ป.ท., ส.ต.ง., อรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1623ccb659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 05:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปกองทุนเสมาฯเสียหาย77ล้าน  &quot;อรรถพล&quot;สงสัยทำไมกองสลากฯโอนเงินให้อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบงก์กรุงไทย พร้อมให้ข้อมูลบัญชีผู้โอนและผู้รับโอนเงินกองทุนเสมาฯ ที่ยังตรวจสอบไม่ได้ 68 บัญชี &amp;ldquo;อรรถพล&amp;rdquo; เผยให้ส่งตรง ป.ป.ท. แล้ว &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการโอนเงินเข้าบัญชีปลอม เมื่อปี 60 ทางแบงก์กรุงไทยจะเร่งตรวจสอบให้ &amp;nbsp;ตั้งข้อสังเกตุอีก ได้รับงบฯอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน แต่ทำไมสำนักงานกองสลากกินแบ่งฯ ยังโอนเงินมาให้กองทุนอีก &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเลขความเสียหายอยู่ที่ 77 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ได้ประชุมร่วมนายสุชาติ เดชอิทธิรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อมูลที่ทางคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ ต้องการจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้และยินดีที่จะสนับสนุนข้อมูลทั้งหมด แต่ในส่วนไหนที่มีข้อกฎหมายบังคับไว้ก็จะต้องดำเนินการตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการหารือใน 2 ประเด็น คือ 1.จากการสืบข้อเท็จจริง พบว่า มีบัญชีจำนวน 68 บัญชี ที่เป็นทั้งผู้โอนและผู้รับโอนเงินของกองทุนฯ ที่หาเจ้าของไม่พบ ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยก็ไม่ได้นิ่งเฉย ดังนั้นคณะกรรมการสืบฯ จึงได้เสนอให้ธนาคารกรุงไทยส่งข้อมูลของทั้ง 68 บัญชี ไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) &amp;nbsp;เนื่องจากทางป.ป.ท.เองก็มีข้อมูลเดียวกับ ศธ. และทางธนาคารกรุงไทยก็รับเรื่อง และจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด 2.เรื่องการโอนเงินกองทุนในช่วงปี 2560 ที่มีการโอนจาก ศธ. 2 ครั้ง &amp;nbsp;ซึ่งใส่ชื่อบัญชีกับเลขบัญชีครบถ้วน แต่พบว่าเป็นบัญชีปลอมหลายรายการ ซึ่งทางนายสุชาติ ก็รับเรื่องดังกล่าวและจะนำไปติดตามตรวจสอบการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งรัด ว่าเกิดอะไรขึ้นเกิดได้อย่างไร อีกทั้งจะต้องไปดูในบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างธนาคารกรุงไทยและหน่วยงานราชการด้วยว่า กรอบการทำงานมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งคงยังไม่ได้สรุปว่าเป็นความผิดของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นของการสืบข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ตนได้ข้อมูลมาร้อยละ 99 แล้ว เหลือเพียง ข้อมูลจากวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี &amp;nbsp;และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช และอาจจะมีข้อมูลส่วนย่อยจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์บางแห่ง &amp;nbsp; โดยข้อมูลล่าสุด พบหลักฐานการโอนเงิน 34 ครั้ง จำนวน 240,173,163 บาท โอนถูกต้อง จำนวน 134,425,281 บาท คิดเป็นร้อยละ 56 และจะต้องมีการเยียวยารวมทั้งสิ้น จำนวน 19,573,869.50 บาท และตัวเลขความเสียหายของกองทุนฯ นี้อยู่ที่ 77,340,907.90 บาท เนื่องจากบางส่วนมีการโอนเงินคืนมายังกองทุนฯ ซึ่งตนกำลังเตรียมการที่จะสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงและเสนอนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้พิจารณาการดำเนินการของกองทุนฯ ต่อไป ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้ตรวจฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนและต้องมีการสืบสวนต่อ เช่น ในปี 2547 &amp;nbsp;พบหลักฐานว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จ่ายเช็คเลขที่ 0097627 จำนวน 31 ล้านบาท มาให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์กองทุนเสมาฯ จึงต้องสืบต่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้มีการนำมาสมทบกับเงินกองทุนเสมาฯ หรือไม่ , &amp;nbsp;ส่วนเงินกองทุนฯ &amp;nbsp;ที่ได้รับจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ปี 2547 จำนวน 45 ล้านบาท ปี 2548 จำนวน 30 ล้านบาท ปี 2549 จำนวน 45 ล้านบาท และปี 2550 จำนวน 15 ล้านบาท จึงตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อได้รับเงินกองทุนจากงบประมาณมาแล้ว ทำไมสำนักงานสลากจึงต้องจ่ายเงินของกองทุนฯไปให้อีก เนื่องจาก ผู้ที่ดำเนินการรับผิดชอบก็เป็นกลุ่มคนเดียวกันกับที่ทำงาน &amp;nbsp;จึงมีข้อสังเหตว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8358</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, ทุจริตกองทุนเสมา, ธนาคารกรุงไทย, บัญชีปลอม, อรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1623ccb659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>    &quot;กองทุนเสมา&quot;รูรั่วพรุนไปหมด  ปีหลังๆโกงแหลกมากกว่าครึ่งดำเนินการห่วยสุดๆขาดความรัดกุมสิ้นเชิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; ปลื้ม คกก.สืบข้อเท็จจริงทุจริตกองทุนเสมาฯ ทำงานไว เผยนำข้อผิดพลาดในอดีตมาปรับใช้กับการดำเนินการในกองทุนอื่นๆ พร้อมซักซ้อม &amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; เตรียมดำเนินการความผิดทางละเมิด ด้าน &amp;ldquo;อรรถพล&amp;rdquo; เผยอัตราการโกงเงินกองทุนฯ เพิ่มขึ้นทุกปี และในปี 54-57 และ 60 มีการโกงเงินเกินกว่าครึ่งของจำนวนเงินทั้งหมด ส่วนการดำเนินการอนุมัติ จ่ายเงิน ตรวจสอบขาดความรัดกุมทุกข้ั้นตอนอย่างสิ้นเชิง ลั่น กองทุนฯ จะต้องหาเงินโปะเพิ่มอีกประมาณ 42 ล้านบาท ปะส่วนที่ถูกโกง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ครั้งที่ 1/2561 ว่า ในที่ประชุมนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ได้รายงานความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต และถือว่าระยะเวลา 1 เดือน กระบวนการสืบข้อเท็จจริงต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างก้าวหน้าอย่างมาก ซึ่งทำให้เห็นรอยรั่วและความผิดพลาดของกระบวนการดำเนินการ เช่น การจ่าย รับเงินที่ไม่มีใบเสร็จ การเสนอคณะกรรมการกองทุนพิจารณาในเรื่องต่างๆ และเรื่องการปลอมแปลงเอกสารโดยบุคคลคนเดียว เป็นต้น ซึ่งเราจะนำข้อผิดพลาดตรงนี้มาปรับใช้กับการดำเนินการในกองทุนอื่นๆ ด้วย รวมถึงเรื่องการรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย และการดำเนินการความผิดทางละเมิด ซึ่งตนได้ทำการซักซ้อมกับนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. ว่าตัวแทนผู้เสีย เช่น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจาก ศธ. ได้อย่างไร โดยดำเนินการตามกระบวนกฎหมายเรื่องละเมิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ผมยังได้รายงานความคืบหน้าเรื่องสืบข้อเท็จจริงกระบวนการเช่าสัญญาณอินเทอร์ของระบบ MOENet ของ ศธ. ในที่ประชุมรับทราบด้วย รวมถึงเรื่องแก้ปัญหาโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หรือ อควาเรียม และก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ของโรงเรียน 11 แห่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รายงานโดยพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.ด้วย เพราะผมต้องการให้ทุกคนใน ศธ. รับรู้ ไม่ใช่ว่าจะอ่านตามข่าวอย่างเดียว และยังชี้แจงให้ข้าราชการ ศธ.ทราบว่าไม่ต้องกุ้มใจ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะคนที่ไม่ได้ทำผิดและรู้เห็นก็จะให้เป็นพยาน คนที่ยังอยู่ระหว่างสืบฯ ว่าจะเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ ก็จะต้องเข้าอีกกระบวนการหนึ่ง&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ตนได้รายงานข้อมูลสรุปล่าสุดให้ที่ประชุมรับทราบว่า จากข้อมูลที่สรุปเมื่อวันที่ 18 เมษายน พบว่า จำนวนเงินที่กองทุนได้จ่ายให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 41 แห่ง วิทยาลัยพยาบาล 26 แห่ง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัด 3 แห่ง และโอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 39 คน และโอนเข้าบัญชีที่ไม่ทราบเจ้าของ 68 บัญชี รวมเป็นเงินที่ใช้โอนไปตั้งแต่ปี 2548 จำนวน 230,251,144 ล้านบาท และจากข้อมูลจะพบว่ามีอัตราการโกงเงินเพิ่มขึ้นทุกปี และในปี 2554, 2555, 2556, 2557 และ 2560 มีการโกงเงินเกินกว่าครึ่งของจำนวนเงินทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ถือว่าเราได้ข้อมูลจำนวนมากแล้ว แต่ก็ยังรอข้อมูลในหลายส่วน เช่น คำชี้แจ้งของอดีตผู้บริหารระดับสูงที่หลายรายมีการขอยืดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังพบว่าบางรายปรากฏลายเซ็นต์หลายครั้ง ซึ่งต้องมีการชี้แจงใหม่ ผลการตรวจสอบยืนยันจำนวนผู้ได้รับและไม่ได้รับเงินจากกองทุนจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) อีก 12 จังหวัด ที่ยังไม่ได้ส่งข้อมูลมา ข้อมูลสเตทเมนท์ของสถานศึกษา เพราะที่ผ่านมามีบางสถานศึกษาได้ส่งสเตทเมนท์มาให้ตรวจ ทำให้คณะกรรมการสืบฯ พบว่าถ้าเป็นการโอนจากสำนักงานปลัด ศธ. จะมีชื่อเป็นภาษาไทยขึ้นในสเตทเมนท์ทันที แต่ในกรณีที่โอนจากบัญชีอื่นจะมีเพียงหมายเลขบัญชีเท่านั้น ซึ่งมีการโอนจากบัญชีอื่นค่อนข้างเยอะ&amp;nbsp; ดังนั้นเมื่อได้เสตทเมนท์มาครบแล้ว จะสามารถขยายผลไปยังเลขที่บัญชี เพื่อนำสืบต่อและอาจจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้นก็ได้ และสำเนาหนังสือแจ้งการโอนเงินจากสถานศึกษา 65 แห่ง ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ที่พบว่าเกินครึ่งเป็นหนังสือปลอม โดยเริ่มปลอมตั้งแต่ปี 2551 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประเด็นความผิดเพิ่มตนจะรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทันที และที่ตนทราบขณะนี้ ป.ป.ท.ได้ส่งหนังสือไปยังผู้เกี่ยวข้องเกือบทุกคนแล้ว และในส่วนของคณะกรรมการสืบฯ เองก็จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รอยรั่วที่เราพบถือว่ามีหลายจุด โดยผมได้แบ่งสภาพปัญหาเป็น 4 กระบวนงาน คือ 1.ปัญหาจากการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ที่ไม่มีการแจ้งผลการอนุมัติกองทุนให้สถานศึกษา 2.การเสนอเพื่อขออนุมัติโอนเงินตามมติ ที่มีการอนุมัติคราวเดียวแต่ขออนุมัติโอนเงินหลายครั้ง โดยไม่ได้อธิบายเหตุผล และบันทึกการเสนอขออนุมัติ บางครั้งไม่ชัดเจน 3.การโอนเงินกองทุนไปสถานศึกษา ขาดการควบคุม ตรวจสอบขั้นสุดท้าย รับหลักฐานการจ่ายไม่สมบูรณ์มาประกอบบัญชี และ 4.การติดตามและประเมินผล ไม่มีการติดตามประเมินผลการดำเนินการ&amp;rdquo;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีบางวิทยาลัยพยาบาทที่รับเงินเกินและยังไม่ได้มีการเรียกเงินคืน จำนวน 60,000 บาท และโรงเรียนสังกัด สพฐ. จำนวน 2,114,633 บาทด้วย โดยหลังจากนี้คงต้องมีการดำเนินการเรียกเงินคืน และในส่วนของจำนวนเงินที่ จะต้องจ่ายเพิ่มให้กับวิทยาลัยพยาบาล เบื้องต้นจำนวน 30,414,000 บาท แต่ต้องรอข้อมูลจากวิทยาลัยพยาบาลอีก 12 แห่ง และสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. เบื้องต้น ขาดเงิน 11,447,181 บาท และต้องรอข้อมูลยืนยันจาก ศธจ.อีก 18 โรง ดังนั้น กองทุนฯ จะต้องหาเงินเพิ่มอีกประมาณ 42 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้วจะมีการเสนอเข้าคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาเยียวยาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, ทุจริตกองทุนเสมา, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adabdf9a9137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็งชั่ว-ข้าเลว!อ้างจดหมาย&#039;รจนา&#039;ฉบับที่2ซัด&#039;อรรถพล&#039;เคลมเร็วไป ชี้เป้ามีโกงอีกเยอะช่วยหาคนผิดลงโทษหน่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.61-ที่กระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงายว่า มีผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนำซองเอกสาร จ่าหน้าถึงผู้สื่อข่าวทุกสำนัก มาส่งยังห้องสื่อมวลชน ศธ.โดยพบว่า เป็นจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ของนางรจนา สินที อดีตข้าราชการที่ถูกไล่ออกจากราชการกรณี ทุจริตกองทุนเงินเสมาพัฒนาชีวิต ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ขับจักรยานยนต์ดังกล่าว บอกเพียงว่ามีผู้ว่าจ้างจากเมืองทองธานีให้นำเอกสารดังกล่าวที่ห้องสื่อมวลชน ศธ. โดยไม่รู้รายละเอียดอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อความในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่2 ระบุว่ากราบเรียน นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ตามที่ดิฉันนางรจนา สินที อดีตข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการระดับชำนาญการพิเศษซึ่งรับผิดชอบ &amp;quot;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;quot; ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีตามจดหมายเปิดผนึก ฉบับก่อนไปในหลายประเด็น ซึ่งพบว่าทางรัฐบาลได้มีการเร่งรัดบางคดีที่เกิดการทุจริตได้อย่างดีซึ่งทำให้ยุติความเสียหายต่อราชการและประชาชนได้ทันท่วงทีและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ &amp;quot;อย่างรวดเร็ว&amp;quot; และเป็นธรรมได้บางอันจะทำให้เกิดความยำเกรงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การที่ดิฉันได้ออกจดหมายฯ ฉบับที่2 นี้ก็เพื่อนำกราบเรียนข้อความจริงที่สังคมควรจะต้องรับรู้และมีประเด็นที่บ้านเมืองจะได้ประโยชน์จากการนำเสน
อข้อมูลข่าวสารในช่วงเวลานี้กล่าวคือ
1.กรณีของดิฉันที่ได้กราบเรียนไปว่าการพิจารณาโทษทางวินัยนั้น กระทำการโดย เร่งด่วน รวบรัดประเด็นการพิจารณาโทษทางวินัยของดิฉันที่กระทำการโดยเร่งด่วน รวบรัด ผิดหลักการขาดความชอบธรรม ไม่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเรียกสอบสวน ตามที่ควรจะเป็น และเร่งรีบสรุปผลสอบวินัยทันที จำนวนเงินยังไม่ได้ข้อยุติต้องสืบค้น ทั้งนี้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ในกรณีนี้ก็ส่อพฤติกรรมมีข้อสงสัยให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนและยังลุแก่อำนาจในบางประการอาทิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 ในการให้ข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และฉบับอื่นๆฉบับวันที่ 6 เมษายน 2561 หน้าที่ 13 ของนายอรรถพล ตรึกตรอง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงระบุว่ามีการนัดหมาย นางรจนา สินที ให้ปากคำในวันที่ 5 เมษายน 2561 และกล่าวว่า &amp;quot;ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้โทรไปคุยกับนางรจนา สินที เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนางรจนา พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ไม่สดชื่น พร้อมยังยืนยันว่าการดำเนินการเพียงคนเดียว&amp;quot; ซึ่งนายอรรถพล กล่าวเท็จทั้งสิ้น เพราะว่าดิฉันไม่เคยได้รับการติดต่อไปให้ปากคำแต่อย่างใด ส่วนที่แจ้งว่าโทรหาดิฉันนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะโทรศัพท์ของดิฉันได้ถูกเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.เก็บไปในวันที่บุกค้นบ้านของดิฉันเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 และในช่วงนี้ดิฉันถูกโทษวินัยร้ายแรงไล่ออกจากราชการแล้ว จะให้ไปสอบอะไรอีกท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว &amp;quot;โปรดอย่าพูดปด เอาดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ในช่วงเวลาต่อมา นายอรรถพล ก็ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อว่าดิฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโอนเงินไปให้บุคคล หน่วยงานอีกหลายแห่ง แม้กระทั่งว่าบังคับให้เด็กเปิดบัญชีเอาเงินผ่านเพื่อ &amp;quot;โกงรัฐ&amp;quot; อย่างน่าอับอาย ซึ่งไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 ขณะเดียวกัน ก็ใช้อำนาจเรียก โดยวาจาให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีของดิฉันมารายงานตัวให้ข้อมูล ทั้งที่คนเหล่านี้ยังบริสุทธิ์และบางคนไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพต่ออดีตผู้บังคับบัญชาดิฉันกล้ารับถูก รับผิด ถ้าเรากระทำจริง แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคนที่เข้ามาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์รัฐและพิทักษ์ความเป็นธรรมแล้วมีพฤติกรรมดังกล่าวที่ว่า &amp;quot;บุคคลใดกล่าววาจาเป็นเท็จนอกจากจะไม่สุจริตแล้ว จะหาความเที่ยงธรรมก็ลำบากเหลือประดา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีโปรดพิจารณาตรวจสอบพฤติกรรมของข้าราชการท่านดังกล่าวเหมาะสมในการทำหน้าที่ตรวจสอบให้ความเป็นธรรมหรือไม่&amp;quot;และอาจเข้าข่ายทำผิดระเบียบวินัยและกฎหมายกรณีการให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆซึ่งอาจทำให้ราชการเสียหายด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในกรณี คดีทุจริตคอรัปชั่นในกระทรวงศึกษาธิการจำนวนมากที่ผ่านมาโปรดสั่งให้ตรวจสอบด้วยว่าความเสียหายเป็นอย่างไร เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา( สกสค.)หลายคดีความเสียหายหลายพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศ เสียหายหลายร้อยล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3 โครงการไทยเข้มแข็งของอาชีวศึกษา เสียหายหลายพัน ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.4 ความเสียหายการสร้างอควาเรียมสงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.5 ความเสียหายโครงการ MOE NET ศธ.เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.6ความเสียหายโครงการ CCTVใต้ เสียหายกว่า400ล้านบาท ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณีการทุจริต &amp;quot;โกงเงินคนจน&amp;quot; ในกระทรวงพม. เป็นปรากฎการณ์เกิดขึ้นแทบบุกจังหวัดทั่วประเทศ ผู้กระทำผิดจำนวนมา ความเสียหายจำนวนมาก และส่งผลต่อผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก หลักฐานชัดเจน แต่การลงโทษทางวินัยข้าราชการระดับสูง &amp;quot;ให้ออกชั่วคราว&amp;quot; ทำไมไม่กระทำเป็นบรรทัดฐานเดียว กับกรณีของดิฉันซึ่งโทษถึงขั้น&amp;quot;ไล่ออกจากราชการแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ ดิฉันขอยืนยันว่า จะไม่หนี จะสู้ตามกระบวนการยุติธรรมของไทย และกรณีมีผู้สงสัยว่าจดหมายเปิดผนึก ฉบับลงวันที่5 เมษายน 2561 นั้น เป็นของดิฉันหรือไม่นั้น ดิฉันยืนยันอีกครั้งว่า เป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะเสนอข้อมูลที่จะเกิดประโยชน์กับสังคมเช่นนี้เป็นระยะ เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของดิฉันและของเพื่อนข้าราชการทุกคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดทั้งเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประเทศให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวลงชื่อ ขอแสดงความนับถือ รสนา สินที 11 เมษายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นจดหมายฉบับดังกล่าว แต่ตามที่ในจดหมายดังกล่าวได้ระบุว่า เรื่องที่ตนเองได้โทรไปพูดคุยกับนางรจนา ไม่เป็นความจริงนั้น ต้องยืนยันว่าโทรไปหานางรจนาจริง เพียงแต่จำวันที่ที่แน่ชัดไม่ได้ ซึ่งไม่ต้องการที่จะโต้เถียงในประเด็นใดๆ ต้องการเพียงแค่ให้นางรจนา มาให้ข้อมูลมากกว่า มาช่วยกันหาวิธีการที่จะนำเงินกลับมาคืน เพราะตอนนี้มีเด็กที่ยังรอเงินของกองทุนฯ อยู่จำนวนมาก อีกทั้งตนเองก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายใคร การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ส่วนตัวก็รู้จักกับนางรจนา เพียงแต่ไม่ได้สนิทเท่านั้น อีกทั้งในส่วนที่มีการระบุว่าบังคับให้เด็กเปิดบัญชีเอาเงินผ่าน เพื่อโกงรัฐนั้น เรื่องนี้ตนไม่ได้เป็นคนพูด เพราะเด็กเป็นคนให้ข้อมูลทั้งหมด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, จดหมายฉบับที่ 2, จดหมายปริศนา, ทุจริตกองทุนเสมา, นางรจนา สินที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8cb809818b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
