<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ-ประธานอคส.&#039;ฟ้องเลขาฯพรรคเพื่อไทยหมิ่นประมาททุจริตซื้อขายถุงมือยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุชาติ เตชจักรเสมา ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) พร้อมนายประพันธุ์ คูณมี ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย จากกรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 เรื่องปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตทำสัญญาลวง ซื้อขายถุงมือยางของ อคส. มูลค่า 112,500 ล้านบาท สร้างความเสียหายแก่รัฐ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในการอภิปรายมีการพาดพิงมาถึงนายสุชาติทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมายื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ป.อาญา ม.326, 328 และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายประพันธุ์ ในฐานะทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า นายประเสริฐได้กล่าวหานายสุชาติร่วมมือกับรัฐมนตรีวางแผนเตรียมการกระทำการทุจริตโครงการจัดซื้อถุงมือยาง ทำให้นายสุชาติร่ำรวยผิดปกติ และนำคลิปซึ่งไม่เกี่ยวกับนายสุชาติสั่งการใดๆ เรื่องนี้ มาเปิดในสภาโดยมีการตัดต่อข้อความ การอภิปรายเป็นเท็จกล่าวหาใส่ความนายสุชาติ ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการทุจริตเป็นการกระทำของอดีตผู้อำนวยการ อคส. แต่เพียงลำพัง ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของบอร์ด ไม่เคยเสนอเรื่องมา พอประธานรู้ข้อเท็จจริงก็สั่งให้ดำเนินคดีโดยทันที นำไปแจ้งกับดีเอสไอ ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน นายประเสริฐรู้ดีอยู่แล้วแต่กล่าวในสภาด้วยข้อความเท็จ ทำให้นายสุชาติได้รับความเสียหาย เราจึงมาฟ้องศาลเพื่อพิสูจน์ความจริง ถ้านายประเสริฐแน่ใจว่านายสุชาติทุจริต เอาข้อมูลมาพิสูจน์ ส่วนเรื่องที่นายประเสริฐไปร้อง ป.ป.ช. กล่าวหานายกรัฐมนตรี, นายจุรินทร์ และนายสุชาติ ก็เป็นความผิดอีกกระทงหนึ่งซึ่งต้องพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายประพันธุ์ กล่าวด้วยว่า กรณีถุงมือยางไม่เหมือนกรณีจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั่งเป็นประธานนโยบายข้าว (กนข.) รู้เรื่องการทุจริตจำนำข้าวมาตลอด ทุกหน่วยงานท้วงติงก็ไม่ฟัง อย่างนั้นถึงกล่าวหานายกฯ รู้เห็นเกี่ยวข้องไม่ห้ามปราม ไม่ยุติ แต่กรณีนี้นายกฯ ไม่รู้เรื่อง รัฐมนตรีไม่รู้เรื่อง ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่าน นายสุชาติและกรรมการบอร์ดไม่มีใครรู้เรื่องเลย เขาไปดำเนินการโดยลำพัง การร้องปล่อยปละละเลยจึงเป็นคนละกรณีกัน ถ้าจำนำข้าวใช่เลย ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คุก 5 ปี กรณีนี้แค่เกิดเรื่องระแคะระคาย นายกฯ สั่งรักษาการผู้อำนวยการไปประจำสำนักนายกฯ นายสุชาติไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เป็นผู้มาสะสางติดตามเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ รักษาเงิน อคส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ595/2564 นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไปในวันที่ 5 ก.ค. 2564 เวลา 9.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95827</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตถุงมือยาง, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, ประพันธ์ คูณมี, สุชาติ เตชจักรเสมา, องค์การคลังสินค้า (อคส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604aeca1b4255.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; เชื่อปปช.สางคดีอคส.ได้เร็วเรียกคืนเงินมัดจำ 2,000 ล้าน ทุกสัญญาเป็นโมฆะ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ ณ บริเวณหน้าห้องประชุมวายุภักษ์ 3 ช้ัน 4 โรงแรม เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เกี่ยวกับองค์การคลังสินค้าหรือ อคส.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ระบุว่า หัวใจสำคัญที่เป็นภารกิจที่ได้ติดตามมาโดยตลอด คือ การเร่งรัดนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วและทำอย่างไรเอาเงินคืน อคส.ให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ขั้นตอนกระบวนการที่ผู้อำนวยการคนใหม่กำลังเร่งรัดดำเนินการ คือ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยได้ดำเนินการแล้ว และได้รับรายงานล่าสุดว่า คาดว่าจะเสร็จเร็วๆนี้ ถ้ากรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ชี้ลงไปว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 2 ชุดเพื่อชี้โทษและอีกชุดหนึ่งเพื่อชี้ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายว่าใครต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. จำนวนเท่าใด เป็นกลไกที่จะต้องปฏิบัติโดยเร็วให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อคส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องของบอร์ดหรือกรรมการบริหารนั้น ทางผู้อำนวยการคนใหม่ได้ยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 63 ปีที่แล้ว และ ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว รวมทั้งอายัดเงินในบัญชีต่างๆเสร็จสิ้นก่อนหน้านี้นานแล้ว จากนี้ไปเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการพิจารณาชี้มูลว่ามีผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือกระทำการโดยมิชอบบ้าง เพราะ ป.ป.ช.มีอำนาจตั้งแต่ผู้บริหารพนักงานทุกคนรวมถึงบอร์ดหรือรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; สำหรับผมได้สั่งการให้ อคส.ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ว่าต้องให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างเต็มที่ เพื่อเร่งรัดในการเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษและเอาเงินมาคืนให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้โดยไม่มีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น และเป็นเรื่องที่บอร์ดหรือประธานบอร์ดจะต้องพิจารณาว่ายังสมควรที่จะทำหน้าที่อยู่ต่อไปหรือไม่ ส่วนเรื่องการระงับสัญญาได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการคนใหม่ว่าฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาเบื้องต้นแล้วว่าสัญญาทุกสัญญาเป็นโมฆะ เพราะผู้ลงนามในสัญญาลงนามเกินอำนาจหน้าที่เนื่องจากเป็นเงินเกินกว่า 50 ล้านบาทและไม่ผ่านบอร์ดและสัญญาก็ไม่ผ่านอัยการ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเท่าที่ได้รับรายงานนั้นแต่ละสัญญาก็มีข้อบกพร่อง เช่น ผู้ลงนามแทนบริษัทไม่มีอำนาจหรือบางกรณีเซ็นต์ไปแล้วไม่มีตราประทับบริษัทที่จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายส่งผลให้สัญญาเป็นโมฆะนี่เป็นความเห็นเบื้องต้นของฝ่ายกฎหมายเพราะฉะนั้น 125,000 ล้านบาท ที่อยู่ในสัญญาก็เสมือนไม่ได้มีนิติกรรมผูกพันกับอคส. สัญญานั้นไม่เกิดขึ้นภารกิจที่เหลือคือทำอย่างไรที่จะเอาเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อดีตรักษาการผู้อำนวยการโอนไปให้กับบริษัทนั้นคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดโดย ป.ป.ช.ได้อายัดบัญชีเหล่านั้นแล้ว &amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก อคส.ระบุว่า ขณะนี้ได้เงินการันตีคืนมาแล้ว 200 ล้าน ยังเหลือที่อายัดในบัญชีต้องตามคืน &amp;nbsp;1,800 ล้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94332</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ทุจริตถุงมือยาง, ประธานบอร์ดอคส., องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_603873f127869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
