<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก&quot;วัฒนา&quot;ทุจริตบ้านเอื้ออาทร  เปิดแฟ้มคดียุคทักษิณ ใครบ้างไม่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสี่ยไก่-วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 99 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญาให้จำคุกได้สูงสุด 50 ปี ในคดีทุจริตการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ ที่อยู่ในการดูแลของ ก.พัฒนาสังคมฯ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินไปเมื่อ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัฒนา เป็นหนึ่งในนักการเมืองอาวุโสของพรรคเพื่อไทย นักการเมืองสายตรงทักษิณ ซึ่งเขาไม่ใช่นักการเมือง-อดีตข้าราชการระดับสูงที่ทำงานในยุครัฐบาลทักษิณ หรือรัฐบาลไทยรักไทยช่วงปี 2544-2549 คนแรกที่ต้องโทษในคดีอาญา จนต้องเข้าเรือนจำในคดีทุจริต-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ยังมีอดีตรัฐมนตรีที่มีตำแหน่งในรัฐบาลทักษิณ รวมถึงอดีตข้าราชการประจำอีกหลายคน ที่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในช่วงทักษิณเป็นนายกฯ และถูกศาลตัดสินว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริตฯ เช่นเดียวกับวัฒนา เมืองสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่เรียงกันให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น หมอเลี้ยบ-นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีต รมว.คลัง-อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกในคดีสมัยเป็นอดีต รมว.ไอซีที ยุครัฐบาลทักษิณ จากกรณีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด ในเครือชินคอร์ป สมัยตระกูลชินวัตรถือหุ้นใหญ่ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ไม่รอลงอาญา และปัจจุบันหมอเลี้ยบมาเคลื่อนไหวการเมืองกับกลุ่ม CARE&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย ยุครัฐบาลทักษิณ ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินคดีทุจริตรับซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. มูลค่า 6 พันกว่าล้านบาท เป็นเวลา 12 ปี แต่ประชาหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่สืบพยานคดีในชั้นศาลจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และวิทยา เทียนทอง อดีตเลขานุการ รมว.เกษตร โดยทั้งสองคนดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวในยุคแรกๆ ของรัฐบาลทักษิณ ซึ่งทั้งชูชีพ-วิทยา เวลานั้นเป็นสองอดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น ไทยรักไทย และต่อมาถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกคนละ 6 ปี เมื่อปี 2559 ในคดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกรมส่งเสริมการเกษตร วงเงิน 367 ล้านบาท ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ-ทุจริตและฮั้วประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.มหาดไทย ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่นายยงยุทธถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตัดสินจำคุกกรณีสมัยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยในช่วงรัฐบาลทักษิณ แล้วใช้อำนาจโดยมิชอบในการเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อเอื้อประโยชน์บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด เจ้าของสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของ และต่อมามีการตั้งนายยงยุทธเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยก่อนเกษียณไม่กี่วัน หลังออกคำสั่งดังกล่าว ต่อมาเขาได้รับการสนับสนุนจากตระกูลชินวัตรให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รองนายกฯ รมว.มหาดไทย ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตัดสินจำคุกในคดีที่สมัยนางเบญจารับราชการเป็นรองอธิบดีกรมสรรพากร โดยร่วมกับพวกรวม 5 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเอื้อประโยชน์ให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ลูกทักษิณ เสียภาษีอากรน้อยกว่าที่จะต้องเสีย กรณีการซื้อหุ้นชินคอร์ปฯ ให้เทมาเส็ก เมื่อปี 2549 จนทำให้รัฐเสียหาย โดยศาลอาญาฯ ทั้งชั้นต้นและอุทธรณ์ ตัดสินยืนจำคุกนางเบญจาเป็นเวลา 3 ปี และคดีอยู่ระหว่างฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - คดีปล่อยกู้กรุงไทย ซึ่งเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกอดีตบอร์ดธนาคารกรุงไทย เช่น วิโรจน์ นวลแข กรณีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทในกลุ่มของบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด 9.9 พันล้านบาทโดยมิชอบ ศาลจึงตัดสินจำคุกอดีตบอร์ดกรุงไทยคนละ 18 ปี รวมถึงผู้บริหารกลุ่มกฤษดามหานครด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดคือตัวอย่างที่ยกมาพอสังเขป ที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์ได้ดีว่า การเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการประจำ หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา ไม่ยึดหลักสุจริตเป็นที่ตั้ง สุดท้ายอาจต้องรับชะตากรรมแบบเดียวกับบุคคลตามชื่อที่ลิสต์มาข้างต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78543</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คุก&quot;วัฒนา&quot;ทุจริตบ้านเอื้ออาทร  เปิดแฟ้มคดียุคทักษิณ ใครบ้างไม่รอด, ทุจริตบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6cb6f2c116c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่เอื้ออาทร&#039;ร้องศาลฎีกาฯไต่สวนอ้าง&#039;ปปช.&#039;ตัดสาระสำคัญคำให้การพยานในชั้น&#039;คตส.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษานัดไต่สวนพยานโจทก์คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 และสมาชิกพรรคเพื่อไทย , นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548&amp;ndash;2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลยที่ 1-14&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 , 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้อัยการโจทก์นำพยานเข้าไต่สวนรวม 5 ปาก ประกอบด้วย นายประสาน ตันประเสริฐ ประธาน กคช., นางอมรพรรณ พงศ์พิโรดม ผอ.ฝ่ายการคลังและนโยบายการเงิน กคช., นายสรวุฒิ ตังกาพล รองผู้ว่า กคช., นางปิยะศิริ นาโคศิริ รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ กคช. และนายธนากร หอวณิช ผอ.กองจัดหาที่ดิน กคช. (ทั้งหมดตำแหน่งขณะเกิดเหตุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมของการไต่สวนพยานทั้งเช้าและบ่าย เป็นการซักถามเนื้อหาหลักๆ เกี่ยวกับขั้นตอนที่บริษัทต่างๆ เสนอเข้าร่วมโครงการบ้านเอื้ออาทร, หลักเกณฑ์ตามประกาศเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2548, การเปลี่ยนเงื่อนไข TOR รวมถึงการเบิกเงินล่วงหน้า ซึ่งในช่วงที่ทนายความจำเลยซักถามพยานโจทก์ พยานโจทก์ต่างยืนยันได้ปฏิบัติทุกอย่างตามระเบียบหลักเกณฑ์ ไม่ได้รับเงินหรือเอื้อประโยชน์ผู้ใด นายวัฒนา จำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้ามาแทรกแซง และไม่ได้รู้จักพูดคุยกับนายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวัฒนายังได้ยื่นคำร้องต่อศาล กรณีตรวจพบว่าบันทึกคำให้การของพยาน 2 ราย คือนายพิทยา เจริญวรรณ กับนายพรศักดิ์ บุณโยดม ในชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ถูกตัดตอนข้อความของพยานในสาระสำคัญ ขอให้ไต่สวนผู้กระทำ โดยโจทก์คัดค้าน ศาลจึงให้โจทก์ส่งคำคัดค้านในวันที่ 18 ก.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการยื่นคำร้องว่า บันทึกคำให้การของพยานจะต้องตรงกับที่เคยให้การในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ คตส. ไม่มีสิทธิไปแต่งคำให้การ ตัดทอน ต่อเติมข้อความ แต่มีการไปตัดข้อความสาระสำคัญที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน แล้วปล่อยให้คลุมเครือ คำให้การในชั้น คตส. มีทั้งหมด 25 หน้า แต่ 9 หน้า ไม่มีลายเซ็น ตนจึงร้องว่ามีการยัดไส้ เอาอันใหม่มาเปลี่ยนเลยไม่มีลายเซ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนา ยังกล่าวถึงการไต่สวนวันนี้ว่า เห็นได้ว่า 1.เราไม่เคยไปแทรกแซง 2.เป็นการทำงานตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน 3.ไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับ กคช. ทำงานสำเร็จ และ 4.ตนกับเสี่ยเปี๋ยงไม่เคยเชื่อมโยงอะไรกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40815</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, โครงการบ้านเอื้ออาทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bffab5a8194d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โบว์&#039;แชร์โพสต์&#039;วัฒนา&#039;แจงคดีโกงบ้านเอื้ออาทร ไม่มีอะไรสร้างความเจ็บปวดให้มนุษย์ได้มากเท่าความอยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.62- น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana แชร์โพสต์ของนายวัฒนา เมืองสุข ที่ชี้แจงคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร พร้อมระบุข้อความว่า &amp;nbsp;สำหรับใครก็ตามที่ถูกกลั่นแกล้ง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือการเปิดเผยความจริงให้สังคมได้รับรู้ไปพร้อมๆกัน เพราะไม่มีอะไรจะสร้างความเจ็บปวดให้มนุษย์ได้มากเท่าความอยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าว &amp;#39;วัฒนา&amp;#39;แท็ก&amp;#39;เจี๊ยบ&amp;#39;แจงคดีโกงบ้านเอื้ออาทร ไม่ซับซ้อนแค่ฟังพยานให้การก็บอกได้ว่าจริงหรือเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐา มหัทธนา, ทุจริตบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1d47b6b19c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;แท็ก&#039;เจี๊ยบ&#039;แจงคดีโกงบ้านเอื้ออาทร ไม่ซับซ้อนแค่ฟังพยานให้การก็บอกได้ว่าจริงหรือเท็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.62- &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook พร้อม แท็กไปยังร้อยเอกหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือเจิ๊ยบ ว่า &amp;nbsp;คดีบ้านเอื้ออาทรจะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาล โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นัดไต่สวนพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ตั้งแต่เวลา 9.30-16.00 นาฬิกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจข้อเท็จจริงของคดีผมขอสรุปสาระสำคัญเพื่อทราบ ดังนี้จากการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 คณะรัฐประหารได้แต่งตั้ง คตส. ให้ดำเนินคดีกับ ครม. ของรัฐบาลทักษิณโดยคดีบ้านเอื้ออาทรเป็นหนึ่งในคดีที่ถูกตรวจสอบและดำเนินคดี ส่วนผมถูก คตส. กล่าวหาและดำเนินคดีทั้งคดีอาญาและคดีปกครองรวม 5 คดี โดย 4 คดีแรกศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว เหลืออีกหนึ่งคดีคือคดีบ้านเอื้ออาทรที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ คตส. และ ป.ป.ช. กล่าวหาผมว่า (1) ผมใช้อำนาจหน้าที่ รมว.พม. แทรกแซงการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ให้ออกทีโออาร์การจัดทำโครงการบ้านเอื้ออาทรตามแนวทางที่ผมต้องการเพื่อจะใช้เป็นเครื่องมือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (2) ผลของการออกทีโออาร์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ กคช. ต้องรับซื้อโครงการแพงขึ้น และ (3) ผมรู้เห็นเป็นใจให้มีการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการในโครงการบ้านเอื้ออาทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อหาโดยมีข้อเท็จจริงที่ให้การต่อศาลโดยสรุป ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การปรับปรุงทีโออาร์มิได้เกิดขึ้นตามอำเภอใจของผมและมิได้มีการแทรกแซงใดๆ เพื่อสร้างช่องทางให้มีการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ แต่ได้ดำเนินการโดยคณะกรรมการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการตามข้อเสนอแนะของ ครม. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผลของการปรับปรุงเป็นประโยชน์ต่อดำเนินงานของ กคช. ทำให้ทำงานได้รวดเร็ว สามารถควบคุมต้นทุนได้ตลอดโครงการ ลดการขาดทุน ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ได้ทำให้ กคช. ต้องซื้อโครงการแพงขึ้นตามข้อกล่าวหาและทีโออาร์ยังคงถูกใช้จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ทีโออาร์ดังกล่าวออกมาเพื่อตัดช่องทางการใช้ดุลพินิจจนไม่มีช่องทางใดที่จะก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์เพื่อนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ได้ ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. จึงไม่ปรากฏว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและ กคช. ไม่ได้รับความเสียหายมีแต่ได้รับประโยชน์ ไม่มีหลักฐานหรือเส้นทางการทุจริตเกิดขึ้นในโครงการและไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐรวมถึงผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ตามข้อกล่าวหา นั่นคือเหตุผลที่คดีนี้จึงใช้เวลาในการไต่สวนถึง 12 ปี โดย ป.ป.ช. ที่มาตามรัฐธรรมนูญปกติไม่สามารถหาย้อยุติเพื่อดำเนินคดีกับผมได้ ต้องรอ ป.ป.ช. ชุดที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. มาลงมติจึงทำให้คดีมาถึงศาลได้เพราะการรัฐประหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงเป็นช่องทางเดียวที่ผมจะใช้พิสูจน์ความบริสุทธิ์เพื่อคืนความชอบธรรมให้กับตัวเอง โดยศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนไว้ ดังนี้ วันที่ 10 มิถุนายน วันที่ 8, 12, 15 และ 19 กรกฎาคม วันที่ 5, 16, 19 และ 26 สิงหาคม และ วันที่ 4, 14, 20 และ 27 กันยายน ตามลำดับ ตั้งแต่เวลา 9.30-16.00 นาฬิกาทุกวันนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์และเป็นสักขีพยานรับฟังการไต่สวนร่วมกันกับผมตามวันและเวลาดังกล่าว ขอเรียนย้ำว่าคดีนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนให้ต้องตีความ แค่รับฟังที่พยานให้การก็บอกได้ว่าจริงหรือเท็จ มารับรู้ร่วมกันครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37942</URL_LINK>
                <HASHTAG>คตส., ทุจริตบ้านเอื้ออาทร, นายวัฒนา เมืองสุข, รัฐประหาร, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5ac4bd4a3ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!เปิดคำฟ้องอัยการสั่งฟ้อง &#039;วัฒนา-พวก&#039; โกงบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 61 - นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ที่กระทำผิดในการดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2551 คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้ส่งสำนวนการตรวจสอบไต่สวนการกระทำกรณีกล่าวหานายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับพวกซึ่งเป็นเอกชน ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเอกชนโดยการเคหะแห่งชาติในโครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามหมายเลขดำที่ 07-3-079/2551 มายังอัยการสูงสุดในยุคที่นายชัยเกษม นิติสิริ ดำรงตำแหน่ง เพื่อพิจารณาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งรายงานการไต่สวนเป็นคดีหมายเลขดำที่ 07-3-079/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 346-3-3/2559 &amp;nbsp;ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวข้างต้น โดยขอให้พิจารณารวมกับสำนวนของ คตส. ที่ได้รับไว้แล้วต่อไป อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วให้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ และมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดกับผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์เพื่อหาข้อยุติในการดำเนินคดี ต่อมาระหว่างปี 2560-2561 อัยการสูงสุดในยุคที่นายเข็มชัยดำรงตำแหน่งพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูลพอฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 19 รายในคดีนี้ จึงมีคำสั่งรับดำเนินคดี โดยดำเนินการฟ้องตามฐานความผิดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม 1 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พม. ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 83, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม 2 นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548 &amp;ndash; 19 ก.ย. 2549 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือ มิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนาฯ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม 3 นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเด้นฯ, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเด้นฯ, บริษัท เพรซิเด้น อะกริเทรดดิ้ง จำกัด ประกอบกิจการสีข้าวที่เสี่ยเปี๋ยงเป็นประธานกรรมการ, บริษัท พาสทิญ่า ไทย จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างที่พักอาศัย ผู้รับเหมาโครงการบ้านเอื้ออาทร, นายซาร์นน บินยาขอบ, นายโมฮ์ด ฮานาเปียร์ บิน อับดุล อาซิล, นายอาฮ์มัด บิน ฮารอน, นายศักดิ์สิทธิ์ หรือเดชวรกุล อลังการกุล, บริษัท นามแฟทท์คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, นายลาว ซี ฮุง, บริษัท ไทย เฉนหยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่นดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, บริษัท พรินซิพเทคไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการและผู้มีอำนาจทำการแทน บจก.ไทยเฉนหยู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานสนับสนุนนายวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 86, 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่นัดมายื่นฟ้องเป็นจำเลยในวันนี้ (9 พ.ค.) จำนวน 9 ราย คือนายวัฒนา เมืองสุข, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา, บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และบริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นจำเลยที่ 1-9 แต่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาที่มาพบอัยการวันนี้มี 4 คน คือนายวัฒนา, นายพรพรหม, บจก.เพรซิเดนท์ฯ โดยนายปกรณ์ และ บจก.ซิลเวอร์ โดยนางพิมพ์วรา ส่วนนายอภิชาตหรือเสี่ยเปี๋ยง และ น.ส.รัตนา ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง ปัจจุบันถูกจำคุกในคดีร่วมทุจริตระบายข้าวจีทูจี ขณะที่นายมานะ, น.ส.กรองทอง และ น.ส.รุ่งเรือง ยังไม่มาพบอัยการในวันนี้ ดังนั้นเมื่อเวลา 11.30 น. คณะทำงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตจึงได้นำคำฟ้องที่ลงนามโดยนายเข็มชัย อัยการสูงสุด พร้อมสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ช. และเอกสารหลักฐานจำนวน 6 ลังใหญ่ ใส่รถเข็นไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวัฒนา, นายพรพรหม, นายปกรณ์ และนางพิมพ์วราในนามบริษัท ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำฟ้องของอัยการระบุข้อหาจำเลยทั้ง 9 ว่า นายวัฒนา จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 157, 83, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ จำเลยที่ 2 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ จำเลยที่ 3, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 4, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 5, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว จำเลยที่ 6, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา จำเลยที่ 7, บริษัท เพรซิเด้น อะกริเทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ 8, &amp;nbsp;บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) จำเลยที่ 9 เป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 86, 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8830</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, ทุจริตบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, เสี่ยไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af271ff9476d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
