<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 04:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ฉุน!ลั่นถึงคิวเฆี่ยน&quot;สพฐ.&quot;สั่งแล้วนิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; ฉุน!ประกาศ 5 มิ.ย.อาจมีการดำเนินการผู้บริหารสพฐ.อย่างใดอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;เผยสั่งไปหลายเรื่องแต่นิ่ง ไม่ปฎิบัติตาม เคยให้ตรวจสอบ โครงการการจัดซื้อครุภัณฑ์พัฒนาทักษะชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น &amp;nbsp;ที่ถูกร้องเรียนแต่กลับมีการเซ็นโอนงบฯไปให้เขตพื้นที่อีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนได้หารือกับพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องทุจริตต่างๆ ที่พบใน 11 จังหวัดภาคอีสาน และได้มอบหมายให้พล.ท.โกศลรวบรวมข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นที่มีการร้องเรียนและพบว่ามีข้อมูลชัดเจน เช่น กรณีที่พ่อค้าให้ข้อมูลว่ามีการล็อกสเปก เป็นต้น เพื่อที่จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการดำเนินการกับบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ &amp;nbsp;อีกทั้งในประเด็นการการจัดซื้อครุภัณฑ์พัฒนาทักษะชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชุดอุตสาหกรรม ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ตนได้รับรายงานว่ามีการเซ็นต์โอนงบประมาณรวม 279 ล้านบาท ไปให้เขตพื้นที่การศึกษา &amp;nbsp;ทั้งที่ตนพึ่งมากออกมาเปิดเผยถึงความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินการโครงการนี้ และ สพฐ.น่าจะชะลอเรื่องนี้ &amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง แต่กับเร่งรัดดำเนินการ ซึ่งสวนทางกับนโยบายของตน และตนได้ขอให้มีการระงับการดำเนินการดังกล่าวไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนมีข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนในโครงการดังกล่าวจำนวนมาก แต่ขอไม่เปิดเผยข้อมูลมากไปกว่านี้ เนื่องจากกังวลว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะไหวตัวทัน นอกจากนี้ ตนยังได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการครูหญิงรายหนึ่ง ว่าถูกผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาส่งความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ส่อไปในทางชู้สาว ซึ่งได้มอบให้พล.ท.โกศล ไปตรวจเรื่องนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจว่าหลายเรื่องที่ได้มอบให้ สพฐ.ไปดำเนินการ พบว่าหลายเรื่องกลับนิ่งไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะที่ผ่านมาแต่ละรัฐบาลก็มีแนวทางและวิธีการปฏิบัติที่แนะนำว่าหากมีข้อมูลความผิดที่ชัดเจนก็สามารถดำเนินการสอบวินัยได้ทันที แต่หลายเรื่องที่ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่ามีมูลและมอบหมายให้ สพฐ.ไปดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องก็เงียบหายไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ในวันอังคารที่ 5 มิถุนายนนี้ ผมอาจจะต้องมีการพิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับผู้บริหารของ สพฐ.ก็ได้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ท.โกศล กล่าวว่า นพ.ธีระเกียรติ ได้เรียกนายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาฯ กพฐ. มาชี้แจงกรณีที่มีการเซ็นต์อนุมัติงบประมาณในโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์พัฒนาทักษะ ม.ต้น ชุดอุตสาหกรรมให้เขตพื้นที่การศึกษาแล้ว ซึ่งนายณรงค์ได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องเซ็นต์โอนเงินไปให้เขตฯ ทันที เนื่องจากหากมีการเดินหน้าโครงการดังกล่าว จะสามารถดำเนินการได้ทันทีไม่ล่าช้า แต่ รมว.ศธ.เห็นว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าขัดกับนโยบายที่ต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ในกระจ่างก่อน ดังนั้นตนจึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์พัฒนาทักษะ ม.ต้น ชุดอุตสาหกรรม สำหรับสาเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องบางรายเป็นข้าราชการพลเรือน ดังนั้นจึงต้องมีการสืบสวนหาข้อมูลให้ชัดเจน โดยจะมีการสืบตั้งแต่นายณรงค์ จนถึงข้าราชการรายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีการร้องเรียนผอ.เขตพื้นที่ ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ ส่งข้อความถึงข้าราชการครูในเชิงชู้สาวนั้น ตนได้ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว พร้อมมอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกและรายงานให้ตนทราบโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดยโสธร ได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทักษะมัธยมศึกษาตอนต้นชุด อุตสาหกรรม &amp;nbsp;แต่มีความไม่ชอบมาพากล เพราะเป็นไปในลักษณะท็อปดาวน์ โดยแต่ละโรงเรียนจะได้งบฯจัดซื้อแห่งละ 600,000 บาท &amp;nbsp;มีโรงเรียนได้รับการจัดสรรรวม 458 โรง เป็นงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่ออนุมัติงบฯพบว่า มีการเพิ่มโรงเรียนการขอจัดสรรงบฯจัดซื้อเป็น 600 โรง ซึ่งไม่ตรงกับตัวเลขโรงเรียนที่จัดสรรไป &amp;nbsp;อีกทั้งยังพบว่าโรงเรียนไม่ได้ต้องการครุภัณฑ์ดังกล่าวแต่เขตพื้นที่มีการจัดสรรมาให้เอง และโรงเรียนบางแห่งเสนอครุภัณฑ์มาให้ แต่กลับได้ไม่ตรงที่ต้องการ ทำให้ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10420</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., จัดซื้อครุภัณฑ์ยโสธร, ทุจริตอีสาน, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, พล.ท.โกศล ประทุมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fe46517317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&quot;เขตพื้นที่อีสาน&quot;สุดแสบทุจริตโจ๋งครึ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โกศล&amp;quot; แฉเพฤติกรรม&amp;quot;เขตพื้นที่ฯจังหวัดภาคอีสานสุดแสบ &amp;nbsp;ทุจริตโจ๋งครึ่ม นครราชสีมาของบฯซ้ำซ้อน บุรีรัมย์ ทำเป็นระบบเครือข่าย เรียกเปอร์เซ็นต์ค่าหัวคิวงบปี 62 ล่วงหน้า &amp;nbsp;ขู่โรงเรียนถ้าไม่ให้จะไม่ได้รับการจัดสรรเงิน &amp;nbsp; ส่วนยโสธร ล็อคสเปคคุรุภัณฑ์ จัดซื้อให้เลย ทั้งที่โรงเรียนไม่ได้ต้องการ &amp;nbsp;แถมเพิ่มจำนวนโรงเรียนรับครุภัณฑ์จาก400กว่าโรงเป็น 600โรง &amp;quot;หมอธี&amp;quot;รำพึงสอบสวนความผิดไม่คืบ ชอบแป้กที่สพฐ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวเรื่องการตรวจสอบทุจริตโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดภาคอีกสาน &amp;nbsp;ตามผลที่ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ลงพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบการทุจริตเรื่องต่างๆ ซึ่ง พล.ท.โกศล ได้สรุปรายงานของการลงพื้นที่ดังกล่าวมาให้ตนรับทราบแล้ว ซึ่งพบโครงการทุจริตต่างๆ ของเขตพื้นที่เป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ซึ่งบางเรื่องมีความผิดชัดเจนไม่จำเป็นต้องมีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที &amp;nbsp;ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาทุจริตของ ศธ.หลายฝ่ายมาร้องเรียนกับทีมงานตน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมของตนมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างแท้จริง ดังนั้นจะต้องมองกลับไปว่าฝ่ายข้าราชการประจำและระบบตรวจสอบของ สพฐ.เองมีปัญหาหรือไม่ และตนยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการสืบสวนทีมตนใช้เวลาไม่นาน แต่เรื่องทุกอย่างกลับไปติดกระบวนการที่ สพฐ.ดังนั้นจะต้องได้รับการแก้ไขและมีจะต้องมีผู้รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีทุจริตในภาคอีสาน กรณีเขตพื้นที่การศึกษาในจ.ยโสธร &amp;nbsp;ขอให้ตรวจสอบ เนื่องจากมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ชุด อุตสาหกรรม ในงบประมาณ &amp;nbsp;600,000 บาทต่อโรงเรียนว่ามีล็อคสเปคนั้น เรื่องนี้ถือไม่เป็นไปตามนโยบายของผม เพราะการดำเนินการแบบนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นลักษณะเหมือนเงินท็อปดาวน์ ซึ่งครุภัณฑ์ อุปกรณ์พัฒนาทักษะพิเศษเท่านั้นไม่ใช่ใช้ในชีวิตประจำวัน &amp;nbsp;ซึ่งมีโรงเรียนหลายแห่งไม่ต้องการ และผมมีคำถามว่าชุดพัฒนาทักษะมีเฉพาะแค่ในกลุ่มภาคอีสานเพียงอย่างเดียว และในพื้นที่ภาคใต้หรือภาคอื่นๆไม่ต้องการด้วยใช่หรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้ สพฐ.ต้องมีการตรวจสอบโดยเร็ว เพราะข้อมูลชัดเจนแล้วว่ามีความไม่ปกติเกิดขึ้น อย่ามาอ้างว่ากลัวงบประมาณจะตก ถ้างบจะตกก็ให้มันตกไป คนที่ทำให้ตกก็ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าไปสำรวจแล้วชุดพัฒนาทักษะดังกล่าวมีความจำเป็นจริงๆผมจะทำเรื่องเสนองบสำนักงบฯให้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ท.โกศล กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ภาคอีสานเราพบประเด็นสำคัญ คือ มีเจ้าหน้าที่พัสดุในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 5 วางฎีกาเบิกเงินซ้ำซ้อนกับเงินของโรงเรียน โดยโรงเรียนแรกโดนไป 80,000 บาท และอีกโรงเรียนโดนไป 300,000 บาท ซึ่งมีการใช้ข้อมูลร้านค้าที่โรงเรียนวางฎีกาเบิกเงินด้วยการเปลี่ยนชื่อร้าน ร้านที่โรงเรียนใช้อยู่ที่จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;แต่ร้านถูกเปลี่ยนในระบบอยู่ที่จ.สมุทรสาคร เหมือนกันทั้งสองโรงเรียน นอกจากนี้ยังพบมีการทำฎีกาลอยเบิกงบประมาณ 57 รายการทิ้งไว้ที่เขตพื้นที่ด้วย เมื่อใกล้สิ้นปีงบประมาณจะมีงบเหลือจ่ายกลุ่มคนเหล่านี้ จะใช้ฎีกาลอยที่ตั้งไว้เบิกเงินของโรงเรียนซ้ำเป็นประจำ ซึ่งเรื่องนี้มีการร้องเรียนจากผอ.โรงเรียนและตนบันทึกปากคำไว้หมดแล้ว จึงถือว่ามีพยานหลักฐานและความผิดชัดเจน และการลงพื้นที่ของตนถือว่าเป็นการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะสรุปและเสนอตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงทันที เพราะตนเห็นว่าเขตพื้นที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว แต่เมื่อดูสำนวนกลับไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ตนได้รับ ซึ่งในสำนวนสรุปให้เจ้าหน้าที่พัสดุโดนภาคทัณฑ์และขอให้ยุติเรื่องนี้ &amp;nbsp;โดยเรื่องนี้มีมูลเหตุมากกว่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พัสดุจะทำเองคนเดียวไม่ได้ เนื่องจากการเบิกจ่ายจะต้องมีรหัส &amp;nbsp;e-GP คือระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเลคทรอนิกส์ และรหัสดังกล่าวมีเพียงหัวหน้าแผนกบัญชี กับ ผอ.เขตพื้นที่ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมของผู้บริหารเขตพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์มีการเรียกเปอร์เซนต์จากผู้อำนวยการโรงเรียนที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณร้อยละ 10 &amp;nbsp;โรงเรียนต้องจ่ายก่อนร้อยละ 5 เมื่อได้รับงบแล้วต้องจ่ายอีกร้อยละ 5 ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่ต้องยอม เพราะถ้าไม่ให้โรงเรียนก็จะไม่ได้รับงบประมาณในปีนั้น ซึ่งการดำเนินการแบบนี้ทำเป็นเครือข่าย แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ มีการตกเขียวเงินงบประมาณ โรงเรียนใดอยากได้งบประมาณก็ต้องเอาเปอร์เซ็นต์มาก่อน ปี 62 &amp;nbsp;เรื่องนี้เรามีหลักฐานชัดเจน คงต้องเร่งให้ สพฐ.ดำเนินการตรวจสอบต่อไป &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังพบอีกว่าเมื่อเดือนมี.ค.มีคนมาร้องเรียนกับคณะทำงานของตนว่า ขอให้ตรวจสอบเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดยโสธร เนื่องจากมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ชุด อุตสาหกรรม ในงบประมาณ 600,000 บาทต่อโรงเรียนว่ามีล็อคสเปค ดังนั้นในการลงพื้นที่ของตนเมื่อเร็วๆนี้จึงไปหาข้อมูลพบว่า งบประมาณดังกล่าวแจ้งเป็นการจัดสรรงบประมาณครุภัณฑ์การศึกษาปี 61 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 60 &amp;nbsp;มีโรงเรียนได้รับการจัดสรรรวม 458 โรง งบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่ออนุมัติงบฯพบว่า เพิ่มโรงเรียนการขอจัดสรรมาเป็น 600 โรง ซึ่งไม่ตรงกับตัวเลขโรงเรียนที่จัดสรรไป อีกทั้งยังพบว่าโรงเรียนไม่ได้ต้องการครุภัณฑ์ดังกล่าวแต่มีการจัดสรรมาให้เอง และโรงเรียนบางแห่งเสนอครุภัณฑ์มาให้แต่ไม่ตรงกับที่เสนอ และในกรณีนี้มีบริษัทเข้ามาจัดซื้อจัดจ้างแต่ขั้นจัดสรรงบกลับเปลี่ยนรายการจึงต้องจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ดังนั้นทราบว่างบดังกล่าวจะต้องใช้ให้เสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 61 นี้ &amp;nbsp;ซึ่ง สพฐ.จะต้องไปเร่งพิจารณาว่าจะเดินหน้าต่อหรือหยุด เพราะการดำเนินการแบบนี้เหมือนลักษณะแบบท็อปดาวน์ลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับอดีตเลขาธิการ กอศ.ที่ทางคณะกรรมการสืบฯ สรุปว่าอยู่ในช่วงที่มีการแก้ไขสัญญา คือ นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา แก้ไขสัญญา 1 ครั้ง นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ แก้ไขสัญญา 1 ครั้ง และนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ แก้ไขสัญญา 4 ครั้ง เมื่อปี 54-57 ซึ่งสรุปว่าทำให้ราชการเสียหายแน่นอน และต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย แต่จะเป็นวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ต้องรอผลสรุปการสืบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อน ส่วนจะดำเนินการตามมาตรการ คสช.หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าเป็นอุปสรรคต่อการอบสวนหรือไม่&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ทุจริตอีสาน, นครราชสีมา, พลโทโกศล ประทุมชาติ, ยโสธร, เงินตกเขียว, เบิกงบซ้ำซ้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78463397ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
