<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟ้องแล้ว 10 อดีตพระผู้ใหญ่-ฆราวาส ฟอกเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 ได้นำสำนวนเอกสาร ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี หรืออดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสระสามพระยา เป็นจำเลย&amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันเดียวกัน&amp;nbsp;พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 ก็ได้ยื่นฟ้องอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ร่วมกับฆราวาส รวม 8 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบันจำเลยทั้งสิบถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง&amp;nbsp;ไม่ได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เหตุที่ระหว่างการฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนไม่ให้ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่า การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนาและมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของพวกกระทำผิด หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินการทุจริตนั้น ที่ผ่านมามีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเพียง 1 สำนวน คือ พระครูกิตติ พัชรคุณ&amp;nbsp;หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค ที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;อท.38/2561 กรณีที่ร่วมกันกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อายุ 59 ปี ซึ่งยังหลบหนีคดี สมคบฟอกเงินทอนวัดต่างๆ&amp;nbsp;ในเขต จ.เพชรบูรณ์, นครสวรรค์,&amp;nbsp; ตากและชุมพร ราว 28 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชั้นฝากขังพระครูกิตติ พัชรคุณ&amp;nbsp;ไม่ได้รับการประกันตัว แต่ก็เพิ่งจะได้ประกันตัวชั้นพิจารณาคดีด้วยหลักทรัพย์ที่ศาลตีราคาประกัน 1.5 ล้านบาท โดยมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้เก็บรักษาหนังสือเดินทางของจำเลยไว้ด้วย ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการรอไต่สวนพยานในชั้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต, พระโกง, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6ad128b1c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างจม.รจนายุจับโกงทุกหน่วยงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างจดหมายเปิดผนึกของ &amp;quot;รจนา สนที&amp;quot; &amp;nbsp; เล่นบท &amp;quot;องคุลิมาล&amp;quot; อุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย สอนมวยรัฐบาลลุงตู่ปราบโกง อย่าแค่จัดอีเวนต์ไฟไหม้ฟาง ให้จับคนโกงในทุกหน่วยงานมาลงโทษ จี้ใจจำขนาดใช้ม.44 ไล่จับยังลงโทษได้ไม่กี่คน ยกกรณีของตัวเองทำให้สังคมได้ประโยชน์ คนกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ขณะที่ &amp;quot;อรรถพล&amp;quot; ไม่ปักใจจดหมายของจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า &amp;nbsp;นางรจนา สนที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 ไม่ได้เข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูลใดๆ หลังจากที่คณะกรรมการสืบฯ ได้ส่งหนังสือเชิญมาให้ปากคำ ซึ่งทางคณะกรรมการสืบฯ ก็ไม่ได้วิตกกำลังวล เนื่องจากข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่ถือว่าสมบูรณ์อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากนางรจนาเข้ามาให้ข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ทั้งนี้ ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับการโอนเงินจากนางรจนานั้น ขณะนี้มีการติดต่อมาที่คณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้ามาให้ข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.นี้ โดยคนหนึ่งเป็นข้าราชการระดับ 8 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอีกคนเป็นข้าราชการของกรมที่ดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่เรียนร่วมกับคุณรจนามาในระดับปริญญาโท เบื้องต้นทั้งสองรายยอมรับว่าได้รับการโอนเงินจริง และพร้อมจะนำหลักฐานต่างๆ มาให้คณะกรรมการฯ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 10 เม.ย. จะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนและกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ตรวจฯ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯ อาจจะต้องขอขยายระยะเวลาในการสืบข้อเท็จจริงไปอีก 15 วัน เนื่องจากขณะนี้มีเอกสารหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอดีตปลัด ศธ. ได้ขอเลื่อนการส่งเอกสารชี้แจงในเรื่องดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีจดหมายเปิดผนึก ที่อ้างว่านางรจนาเป็นผู้เขียนนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะใช่นางรจนาพิมพ์เอง เพราะเท่าที่ตนสืบข้อเท็จจริงเอกสารต่างๆ ของนางรจนา ส่วนใหญ่จะใช้ฟอนต์อังสนา แต่ตัวอักษรในจดหมายเปิดผนึกเป็นฟอนต์ไทย-สารบัญ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีใครแอบอ้างใช้จังหวะนี้เพื่อการเกาะกระแสก็เป็นได้ ดังนั้นตนจะเก็บจดหมายเปิดผนึกชิ้นนี้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วย&amp;nbsp;
มอเตอร์ไซค์มาส่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างนำซองเอกสารสีน้ำตาลจ่าหน้าซองถึงห้องสื่อมวลชน ศธ. ภายในซองเป็นจดหมายเปิดผนึก มีใจความระบุว่า กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี ดิฉันนางรจนา สินที อดีตข้าราชการสำนักงานปลัด ศธ. ระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;ldquo;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;rdquo; ที่กำลังโด่งดังขณะนี้ เพราะถูกพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงโดยถูก &amp;ldquo;ไล่ออกจากราชการ&amp;rdquo; แล้วนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเขียนจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ ดิฉันจะไม่เรียกร้องความเห็นใจใดๆ เพราะถือว่ายอมรับทุกประการกับผลกรรมที่ได้กระทำลงไป ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ แต่มีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อจะเป็นบทเรียนสังคมต่อไป ดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประเด็นเพื่อพิจารณาคือ การพิจารณาโทษทางวินัยของดิฉันที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ รวบรัด การตั้งคณะกรรมการไม่ได้แจ้งคำสั่งเป็นเอกสาร มิได้ให้เวลาดิฉันชี้แจงแม้แต่จำนวนเงินที่เสียหายก็ยังไม่มีข้อยุติ โดยใช้เวลาไม่ถึงเดือน (28 ก.พ.-26 มี.ค.2561) เพื่อลงโทษทางวินัย ทั้งนี้ การพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังกรณีนี้ หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ และกระทำโทษโดยถูกต้องชอบธรรมแล้ว ขอได้โปรดสั่งการกำชับ เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการที่กระทำความผิดทุกระดับอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ดังเช่นที่ดำเนินการกับดิฉันจักได้ไม่เป็นที่ครหาสืบไป รัฐบาลนี้หรือทุกรัฐบาลต้องจัดการตรวจสอบแก้ไขต่อความเสียหายอย่างนี้ให้ยุติ มิใช่เกิดกระแสไฟไหม้ฟางหรือเพียงการจัดงานอีเวนต์รณรงค์สร้างภาพเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่วนประเด็นฝากถึงสังคม ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีได้โปรดเร่งรัด จัดการให้ทุกหน่วยงานที่มีปัญหาการทุจริตทุกงาน ทุกโครงการ ไม่ว่ามูลค่าความเสียหายจะเท่าไหร่ จักต้องดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ มารับผิดชอบ และขอให้สังคมเฝ้าติดตาม เพราะบางคดีเกิดขึ้นเป็นเวลานานแล้ว แต่เกิดความล่าช้า หาคนผิดไม่ได้ และบางคดีอาจลืมหายไป อาทิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หลายคดีความเสียหายหลายพันล้านบาท, 2.2 คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศความเสียหายหลายร้อยล้านบาท, 2.3 โครงการไทยเข้มแข็งของอาชีวศึกษาเสียหายหลายพันล้านบาท, 2.4 ความเสียหายการสร้างอควาเรียม สงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท, 2.5 ความเสียหายโครงการ MOE NET ศธ. เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาทความเสียหาย 2.6 โครงการซีซีทีวีใต้เสียหายกว่า 400 ล้านบาท&amp;nbsp;
ใช้ ม.44 จับได้ไม่กี่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.7 โกงเงินธนาคารกรุงไทยเสียหายเป็นหมื่นล้าน, &amp;nbsp;2.8 ผลาญงบพัฒนาเมืองโบราณ (บางแห่ง) เสียหายเป็นพันล้านบาท, 2.9 ทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สะสม) เสียหายเป็นหมื่นล้านบาท, 2.10 ทุจริตโครงการตำบลละ 5,000,000 บาท เสียหายหลายพันล้านบาท ความเสียหาย 2.11 โครงการจำนำข้าวทุกรัฐบาลเสียหายหลายแสนล้าน, 2.12 โครงการโกงเงินคนจน ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกที่ซึ่งเป็นข่าวก่อนเรื่องของดิฉันเป็นความเสียหายจำนวนมาก และกระทบกับคนด้อยโอกาสมากมายมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องก็ยังหาคนผิดไม่ได้แม้แต่รายเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้โครงการที่มีความเสียหายที่ คสช. รัฐบาลนี้ใช้อำนาจโดยผ่าน ม.44 ในระยะเวลา 3-4 ปีมานี้ บางโครงการมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล ผู้กระทำความผิดจำนวนมาก แต่หาคนผิดมาลงโทษได้กี่ราย หรือแม้แต่โครงการมหาโปรเจ็กต์ที่รัฐเสียหายหลักพัน-หมื่น-แสนล้าน หากสามารถเร่งรัดหาคนผิดมาลงโทษได้ภายในไม่กี่ไม่ถึงเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น กรณีของดิฉันจะทำให้สังคมและบ้านเมืองได้รับประโยชน์ คนกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ขอท่านนายกฯ โปรดอย่าลืม หากกรณีนี้เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการเร่งรัดเอาผิดเพื่อนำผู้กระทำผิดมารับโทษทันได้โดยเร็วและเป็นธรรม ก็ขอภาวนาให้เกิดผลกับทุกคดีทุกหน่วยงาน เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติและเป็นบทเรียนสำคัญให้สังคมติดตามต่อไป ดิฉันขอยืนยันว่าจะยินดีรับในผลที่กระทำ จะไม่หนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของแผ่นดินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายฉบับนี้ ดิฉันขอฝากกราบขอโทษต่อคุณแม่ซึ่งอายุมากแล้ว ขอโทษญาติพี่น้องคนใกล้ชิดทุกคน ที่ดิฉันได้สร้างตราบาปในชีวิตให้กับพวกเขาเหล่านั้น ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยตลอด ทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ที่ทำให้เสื่อมเสียมาสู่องค์กร ซึ่งดิฉันอาจให้เวลากับหน้าที่การงานมากเกินไป จนลืมว่าเวลาของดิฉันนั้นสั้นนัก คำพูดที่สะเทือนใจแต่ทำให้ดิฉันสำนึกได้มากที่สุดคือลูกชายอายุ 30 กว่าปี พูดว่าเกิดเรื่องแม่ติดคุกก็ดี แม่จะได้พักผ่อน เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่เคยได้หยุดพัก ทำแต่งาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ หากชีวิตที่ผ่านมา 59 ปี ดิฉันได้สร้างปัญหาก่อกรรมทำบาปไว้ ก็ขอน้อมรับไว้ แต่หากการกระทำของดิฉันประกอบ คุณประโยชน์และความดีเป็นกุศลดิฉันก็ขอน้อมมอบให้แก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่ดิฉันยึดมั่นเคารพรัก และขอมอบอุทิศให้แม้ชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย?? ขอแสดงความนับถืออย่างสูง &amp;nbsp;
คาดคนทำผิดร่วม 200 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า ได้ส่งสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พร้อมแผนประทุษกรรมที่ตรวจสอบพบ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.หรือบอร์ด ป.ป.ท. พิจารณาเพื่อลงมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับผู้อำนวยการศูนย์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอีกจำนวน 24 จังหวัด ซึ่งหากบอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการออกมา สำนักงาน ป.ป.ท.ก็จะส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ในจังหวัดที่บอร์ดมีมติตั้งอนุกรรมการให้ พม.ในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงของ พม.นั้น อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อนำเสนอบอร์ด ป.ป.ท.ให้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลโยงใยไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.กรทิพย์ระบุด้วยว่า หากรวม 56 ศูนย์ ที่สำนักงาน ป.ป.ท.ตรวจสอบพบความผิด คาดว่าจะพบผู้ร่วมกระบวนการมากถึง 200 คน โดยมีระดับ ผอ.ศูนย์ของทุกศูนย์ร่วมอยู่ด้วย ส่วนจังหวัดที่ยังไม่ปรากฏความผิดนั้น คือ สิงห์บุรี ปราจีนบุรี และนครศรีธรรมราช ซึ่งป.ป.ท.กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบซ้ำอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ป.ป.ท.ได้ประสานขอความร่วมมือไปยัง กอ.รมน.จังหวัดนครพนม และจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ความคุ้มครองพยาน โดยเฉพาะในจังหวัดนครพนม ที่มีพยานรู้สึกไม่ปลอดภัยหลังจากถ่ายคลิปการกระทำความผิดเป็นหลักฐาน ซึ่งป.ป.ท.ต้องทำให้ประชาชนอุ่นใจ และมั่นใจว่าการดำเนินการเรื่องนี้พยานจะไม่ได้รับเภทภัยใดๆ จากการที่ออกมาเปิดโปงผู้กระทำความผิด ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้กระทำความผิดที่จะเข้าไปยุ่งกับพยานหลักฐานในบางจังหวัดนั้น ป.ป.ท.ได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เท่าที่ทราบข้อมูลที่ ป.ป.ท.ส่งมา จะเป็นข้อมูลของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ระดับ 8 ลงไป ส่วนหากจะมีข้อมูลเชื่อมไปสูงกว่านั้น ทาง ป.ป.ท.น่าจะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช.ดำเนินการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย.ทาง ป.ป.ท.ได้ส่งข้อมูลรายชื่อข้าราชการพนักงานนสังกัด พม. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ให้ พส.พิจารณาดำเนินการตามกระบวนการแล้ว ทั้งหมด 96 รายชื่อ ซึ่งยังไม่ได้ดูในรายละเอียด แต่เข้าใจว่าน่าจะมีบางส่วนสอดคล้องกับที่ พส.ดำเนินการ ทั้งสั่งพักราชการและสอบวินัยไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ภายในวันที่ 9 เม.ย.นี้ จะทราบผลว่าจะต้องพิจารณาสั่งย้ายและสอบวินัยใครเพิ่ม รวมถึงกรณีก่อนหน้านี้ที่ ป.ป.ท.ได้ระบุผ่านสื่อว่าขอให้สั่งย้ายผู้บริหารศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 4 จังหวัด เนื่องจากไปยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต, นายอรรถพล ตรึกตรอง, ป.ป.ท., รจนา สนที, ลงโทษทางวินัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องคุลิมาล, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62f287c553.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
