<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่ให้ประกัน &#039;เจษฎา&#039; นักธุรกิจเมืองคอนผู้ต้องหาโกงเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;ส.ค. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายเจษฎา วงศ์เมฆ ฉายาลุงทอง อายุ 57 ปี ชาวนครศรีธรรมราช นักธุรกิจรับเหมาและเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้องวงจรปิด กล้องติดรถยนต์ฯ ใน จ.นครศรีธรรมราช และเซียนพระ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดล็อตที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่&amp;nbsp;102/2561&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส.ค.2561ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริตและสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 147 ประกอบมาตรา 86 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;วัน ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3-14&amp;nbsp;ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพยานหลักฐานอื่นๆ พร้อมคัดค้านการประกันตัว&amp;nbsp;เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพฤติการณ์ของนายเจษฎา ผู้ต้องหานี้&amp;nbsp;ถูกกล่าวหาร่วมทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือเงินทอนวัด โดยผู้ต้องหาจะเข้าไปตีสนิทกับทางเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ใน จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอให้บริษัทตัวเองได้รับงานซ่อมแซมบูรณะวัด โดยตกลงกับทางวัดว่าจะแบ่งเงินเปอร์เซ็นต์ให้ จากนั้นก็ให้วัดทำหนังสือขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักพุทธฯ วัดละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท กระทั่งงานเสร็จแล้วก็ได้แบ่งเงินให้วัดดังกล่าว ซึ่งชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็นของการฝากขังแล้ว&amp;nbsp;อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาญาติของนายเจษฎา ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาท&amp;nbsp;ขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ กระทั่งเวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับตามพฤติการณ์แห่งคดีการกระทำความผิดที่ถูกกล่าวหามีลักษณะเป็นขบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำและเป็นการทุจตริตต่อเงินงบประมาณของแผ่นดินทำให้รัฐต้องเสียหายเป็นเงินจำนวมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา และพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้ยกคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายเจษฎา&amp;nbsp;ผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างฝากขังต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินถอนวัด, เจษฎา วงศ์เมฆ, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b6446f61b693.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว &#039;พระสังคม&#039; ถูกจับสึกส่งเข้าเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 61 - เวลา 15.10 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ อ่วมเจริญพร พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้ควบคุมตัวพระเมธีสุทธิกร หรือสังคม สังฆะพัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.- 11 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 10 ปาก และต้องรอตรวจประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนอาชญากร สตช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคำร้องของพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ผู้ต้องหาสรุปว่า พศ.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาทให้กับวัดสระเกศฯ โดยวัดสระเกศฯ ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทยในชื่อวัดสระเกศฯ เพื่อการพัฒนา ในการรับเงินประมาณดังกล่าวมาและมีการระบุนำมาเป็นเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญ แต่จากการตรวจสอบไม่มีการเปิดโรงเรียนดังกล่าว โดยผู้ต้องหาและอดีตพระราชกิจจาภรณ์ หรืออดีตเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ได้ร่วมกันเบิกถอนเงินจากบัญชี 5 ครั้งในปี 2558 ซึ่งการกระทำนั้นเป็นการร่วมซุกซ่อนเงินที่ได้จากการกระทำผิดตามความผิดมูลฐานการฟอกเงินที่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีต ผอ.พศ.กับพวก ซึ่งได้กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่โดยการทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157, 162 โดยมีนายทวิช สังข์อยู่ (ฆราวาสซึ่งถูกยื่นคำร้องฝากขังไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2561 โดยตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะไม่ได้รับการประกันตัว) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศเป็นผู้ร่วมการกระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 และวันนี้ (31 พ.ค.) เวลา 12.00 น. ผู้ต้องหาได้ถูกควบคุมตัวไว้ก่อนจะส่งตัวฝากขัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน บก.ป.ก็ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากยังสอบสวนรวบรวมพยานเอกสารไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด จึงเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 16.00 น.ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง โดยสอบถามพนักงานสอบสวนถึงเหตุจำเป็นการฝากขัง ซึ่ง พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ แถลงยืนยันเหตุผลในการฝากขังตามคำร้อง ส่วนทนายความผู้ต้องหาแถลงคัดค้านระบุว่า กรณีของผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเอง ส่วนพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนอ้างตามคำร้อง พฤติการณ์ระบุว่า พศ.จัดสรรงบประมาณให้วัดสระเกศแล้วมีการถอนเงินจากบัญชีโดยกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งการรวบรวมเอกสารดังกล่าวก็น่าจะเสร็จสิ้นเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องฝากขังอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ส่วนที่ทนายความแถลงคัดค้านว่าได้มอบตัวเองนั้น เป็นกรณีเรื่องที่เกี่ยวกับการประกันตัวเพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป ส่วนความจำเป็นของการฝากขังต้องพิจารณาว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่าเมื่อพนักงานสอบสวนยืนยันต้องสอบพยานอีก 10 ปาก โดยจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดังนั้น กรณีนี้จึงมีเหตุจำเป็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 จึงอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องเป็นเวลา 12 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวพระสังคม ผู้ต้องหาที่ศาลอนุญาตฝากขังแล้วลงจากห้องพิจารณาคดี (ห้องเวรชี้) มายังห้องควบคุมชั้นใต้ดินเพื่อรอฟังผลการขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ลูกศิษย์ซึ่งเป็นฆราวาส เตรียมหลักทรัพย์ 500,000 บาท รอยื่นประกันตัวชั้นฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการนำตัวมาฝากขังวันนี้ พระสังคม ผู้ต้องหา ถูกคุมตัวนั่งมาในรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศษ 5832 โดยมีรถตำรวจ บก.ป. นำและติดตามขบวน 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระสังคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ นั้น เป็นพระรูปที่ 7 แล้ว ที่พนักงานสอบสวน บก.ป. นำตัวส่งฝากขังศาลในคดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนการศึกษาโครงการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 17.20 น. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแล้ว ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพระสังคม ผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลเดียวกับผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัดและฟอกเงินอุดหนุนการศึกษาที่กระทำกันเป็นขบวนการ เจ้าหน้าที่ พศ.และราชทัณฑ์ จึงถอดจีวรทำการสึกพระผู้ต้องหา เพื่อนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำระหว่างการฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10411</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสึก, ทุจริตเงินถอนวัด, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราช, พระสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fd499ac561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาเถรสมาคมมีมติรับทราบปลด 3 กรรมการมส.-ถอดถอนสมณศักดิ์พระ 7 รูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61 - ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคมครั้งที่ 15/2561 ที่ มีสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ เป็นประธานในที่ประชุม ร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคมท่านอื่นอีก 14 รูป และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ.สืบเนื่องจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ติดภารกิจ เช่นเดียวกับ พระพรหมเมธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดบูรณศิริ ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช่นกัน
&amp;nbsp;
จากนั้นเวลา 14.30 น. นายสิปป์บวร แก้วงาม รองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมมีมติรับทราบกรณีการให้กรรมการมหาเถรสมาคมทั้ง 3 รูปประกอบด้วย พระพรหมเมธี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดวัดสามพระยา พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ พ้นจากตำแหน่งตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับการให้ พระพรหมสิทธิ พ้นจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมฑูตไปต่างประเทศ ตามที่มส.มีมติแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2558 อีกตำแหน่งหนึ่ง ตามพระบัญชาของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติรับทราบพระราชโองการเรื่องถอดถอนสมณศักดิ์ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ที่ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโอการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ด้วยปรากฎว่า มีกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่า กระทําการทุจริตและถูกดําเนินคดีอาญา ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบหรือโดยทุจริตอาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามความในมาตรา ๕ ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนสมณศักดิ์ จํานวน 7 รูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 แทนพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสรเกศ โดยได้แต่งตั้ง พระเทพวิสุทธิโมลี เจ้าอาวาสวัดจักรรวรรดิ ราชาวาส แขวงสัมพันธวงษ์ เดิมดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 10 ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการณ์เจ้าคณะภาค 10 และได้มีการแต่งตั้ง พระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ดำรงตำแหน่งรักษาการณ์เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เพื่อทดแทน พระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยาและเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และได้แต่งตั้งพระพรหมมุณี เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ เจ้าคณะภาค 14 15 รักษาการณ์ เจ้าคณะภาคธรรมยุต ภาค 4,5,6,7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยาฯ ได้มีการเสนอเรื่องแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส หรือไม่ เนื่องจากทั้ง 2 แห่งเป็นวัดอารามหลวง รองโฆษก พศ. กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ได้มีเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม แต่ทั้ง 2 วัด มีทั้งรองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งโดยปกติ เมื่อเจ้าอาวาสไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจในตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ &amp;nbsp;ทั้งรองเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาสตามลำดับอาวุโส จะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การแต่งตั้งกรรมการ มส. ที่มีตำแหน่งว่างหรือไม่ เขากล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนสมณศักดิ์, ทุจริตเงินถอนวัด, ประชุมมหาเถรสมาคม, มส., มหาเถรสมาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e750fb2664.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
