<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;เทพไท-น้องชาย&#039; สู้คดีทุจริตเลือกตั้งนายกอบจ.ในชั้นศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. ศาลอุทธรณ์ภาค8 ได้อนุญาตให้ประกันตัวนายมาโนช &amp;nbsp; เสนพงศ์ จำเลยที่ 1และนายเทพไท เสนพงศ์ จำเลยที่ 2 ด้วยหลักทรัพย์คนละ1.5ล้านบาทเพื่อออกไปทำเรื่องขอสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป (อ่านข่าวประกอบ ศาลอุทธรณ์ฯยืนคุก &amp;#39;เทพไท-น้องชาย&amp;#39; คดีทุจริตเลือกตั้งนายกอบจ. ลุ้นประกันตัวศาลฎีกา)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเลือกตั้ง, มาโนช เสนพงศ์, เทพไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a4bf0793e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายใจยาวๆ&#039;เก่ง-การุณ&#039; กางกฎหมายโต้ &#039;สิระ&#039; ยันไม่ได้มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.พ.64 - นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ดิ้นให้ตายครับสิระ มีอะไรงัดมาอีกครับ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (11) บัญญัติว่าผู้ที่ &amp;ldquo;เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง&amp;rdquo; เป็นผู้ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง นั้น มิได้เป็นผู้มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผล ดังนี้
(1) ผมไม่เคยถูกศาลฎีกาพิพากษาว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง โดยศาลฎีกาในคดีหมายเลขแดงที่ 6604/2556 วินิจฉัยเพียงว่า &amp;ldquo;การกล่าวคำปราศรัยของผมฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 53 (5) จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผมเป็นเวลาห้าปี และให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่&amp;nbsp; 12 ใหม่แทนผม&amp;rdquo;
(2) การกระทำที่ผมถูกกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 53(5) คือการปราศรัยใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งต่อมานายแทนคุณ จิตต์อิสระ ก็ได้ฟ้องผมต่อศาลในความผิดฐานหมิ่นประมาทแต่ได้มีการประนีประนอมยอมความและถอนฟ้องในที่สุด
(3) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 137 ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 53 ที่เป็นการทุจริตในการเลือกตั้งอันเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งจะต้องถูกพิพากษาจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดสิบปี แต่ผมมิได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาสิบปี ดังนั้น การกล่าวคำปราศรัยดังกล่าวจึงไม่ใช่การกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
(4) ความผิดฐานหมิ่นประมาทมิได้เป็นความผิดที่ผู้กระทำต้องมีเจตนาทุจริต ซึ่งต่างจากความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น ฉ้อโกง ที่นายสิระเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกที่ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาทุจริต ปรากฏตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง&amp;rdquo;
(5) คดีที่ผมถูกศาลพิพากษาดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นโจทก์ กรณีจึงไม่ถือว่าผมปกปิดข้อเท็จจริงเพราะ กกต. เป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวเองจึงย่อมรู้ข้อเท็จจริงดีอยู่แล้วว่าคุณสมบัติของผมมิได้ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ กกต. จึงมิได้ตัดสิทธิผมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งต่างจากคดีที่นายสิระถูกศาลแขวงพิพากษาให้จำคุกในคดีฉ้อโกงที่ประชาชนเป็นโจทก์ แต่นายสิระกลับปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงทำให้ กกต. ยินยอมให้นายสิระลงสมัครรับเลือกตั้ง
ดังนั้น ผมจึงมิได้เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง ไม่เป็นบุคคลที่ต้องห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (11) ตามที่นายสิระพยายามกล่าวหาแก้เกี้ยวที่ตัวเองกำลังจะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ถอดถอน
หายใจยาวๆ ท่องพุทโธ พุทโธ ครับ จะได้ถูกถอนอย่างสงบ สำหรับผมแล้วคุณไร้ราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92810</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, ถอดถอนส.ส., ทุจริตเลือกตั้ง, นายสิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970ccd102f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐประหารเมียนมา กองทัพประกาศฉุกเฉิน1ปี/3นิ้วบุกสถานทูตปะทะตร.เจ็บนับสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารควบคุมตัว &amp;quot;อองซาน ซูจี&amp;quot; ตั้งแต่เช้ามืด อ้างการทุจริตเลือกตั้ง และประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 ปีพร้อมคำมั่นจัดเลือกตั้งใหม่ หลังจากนั้นทั่วโลกรุมประณาม-จี้ทหารเคารพผลเลือกตั้ง &amp;quot;เอ็นแอลดี&amp;quot; เผยแพร่แถลงการณ์ที่ซูจีเตรียมไว้ล่วงหน้าเรียกร้องประชาชนออกมาประท้วงต่อต้าน ขณะที่ &amp;quot;ก๊วน 3 นิ้ว&amp;quot; เรียกร้องรัฐบาลไทยไม่รับรองรัฐประหารพร้อมปล่อยตัว&amp;nbsp; &amp;quot;อองซาน&amp;quot; &amp;quot;โตโต้-เพนกวิน-รุ้ง&amp;quot; นำม็อบบุกสถานทูต&amp;nbsp; &amp;quot;เจี๊ยบ-ธนาธร-ช่อ&amp;quot; ผสมโรงด้วย เกิดปะทะกับ ตร.มีเสียงระเบิดดัง ตร.เจ็บ 10 นาย รวบผู้ชุมนุม 4 รายไปสอบปากคำหลังสลายม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำกล่าวของมโย&amp;nbsp; ญุน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ว่า ทหารเมียนมาได้เข้าควบคุมตัวนางอองซาน ซูจี&amp;nbsp; มนตรีแห่งรัฐวัย 75 ปี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา และประธานาธิบดีวิน มยิน ที่กรุงเนปยีดอ ตั้งแต่เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่รัฐสภาเมียนมาจะเปิดการประชุมนัดแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การจับกุมนางซูจีรวมไปถึงสมาชิกพรรคและนักเคลื่อนไหวอีกหลายรายในครั้งนี้ ก่อให้เกิดการคาดเดาว่ากองทัพเมียนมาตัดสินใจก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน หลังจากมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ นับแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่พรรคเอ็นแอลดีของนางซูจีชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายด้วยคะแนนสนับสนุนมากกว่า 80% แต่กองทัพไม่ยอมรับโดยอ้างว่าพบความผิดปกติจำนวนมากของรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 10 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศภายในเมืองหลวงของเมียนมา กองทัพวางกำลังทหาร รถบรรทุกทหาร และยานลำเลียงพลหุ้มเกราะปิดกั้นถนนสายต่างๆ รอบกรุงเนปยีดอ เฮลิคอปเตอร์ทหารหลายลำบินไปทั่ว สัญญาณโทรศัพท์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและนครย่างกุ้งถูกรบกวน&amp;nbsp; สถานีโทรทัศน์ของทางการหยุดการแพร่ภาพ ส่วนที่นครย่างกุ้งประชาชนแห่กันไปตลาดเพื่อซื้อสินค้ากักตุนและต่อแถวถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม โดยธนาคารต่างระงับบริการเนื่องจากปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีรายงานว่าทหารได้เข้าควบคุมศาลากลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมากองทัพเมียนมาประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์เมียวดีของกองทัพ ยืนยันว่ากองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจปกครองจากรัฐบาลพลเรือน พร้อมกับประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี และได้แต่งตั้งพลเอกมยิน ซเว รองประธานาธิบดี รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี ตลอดเวลาการแถลงของกองทัพนั้นได้ให้เหตุผลของการยึดอำนาจครั้งนี้ว่า เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศเนื่องจากการทุจริตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แถลงการณ์ที่ลงนามโดยพลเอกมยิน ซเว กล่าวว่า&amp;nbsp; คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ยูอีซี) ล้มเหลวในการแก้ไขความผิดปกติครั้งใหญ่ของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งทั่วไปแบบหลายพรรคการเมืองที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8&amp;nbsp; พฤศจิกายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เนื่องจากสถานการณ์ต้องได้รับการแก้ไขตามกฎหมาย จึงต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน&amp;quot; คำแถลงกล่าวและว่า ความรับผิดชอบด้าน &amp;quot;นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ&amp;quot;&amp;nbsp; ถูกส่งมอบให้แก่พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำแถลงที่เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊กของกองทัพเมียนมากล่าวด้วยว่า กองทัพจะจัดการเลือกตั้งใหม่ภายหลังพ้นระยะภาวะฉุกเฉินแล้ว &amp;quot;เราจะดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง ด้วยความสมดุลและเป็นธรรมอย่างเต็มที่&amp;quot; กองทัพเมียนมาให้คำมั่น
ซูจีเรียกร้องต้านรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางซูจีได้จัดทำแถลงการณ์ไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะโดนทหารเข้าควบคุมตัว โดยประณามว่า &amp;quot;การกระทำของทหารเป็นการกระทำที่ทำให้ประเทศกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการ&amp;quot; ถ้อยแถลงนี้เผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของวิน เทน ประธานพรรคเอ็นแอลดี ที่เขายืนยันว่าเป็นของจริง แม้นางซูจีจะไม่ได้ลงนามกำกับชื่อท้ายแถลงการณ์ไว้ ยังเรียกร้องให้ประชาชนชาวเมียนมาออกมาประท้วงต่อต้านรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังการยึดอำนาจ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในย่างกุ้งรายงานว่า เห็นรถกระบะหลายคันขนผู้สนับสนุนทหารที่โบกธงชาติและแผดเสียงเพลงชาตินิยมพาเหรดไปตามท้องถนน ขณะที่สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีบางคนบอกว่ากองกำลังความมั่นคงสั่งห้ามพวกเขาออกจากบ้าน เอเอฟพีรายงานด้วยว่า มุขมนตรีรัฐกะเหรี่ยงและรัฐมนตรีในระดับท้องถิ่นอีกหลายคนโดนควบคุมตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การก่อรัฐประหารเกิดขึ้นภายหลังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างกองทัพที่เคยกุมอำนาจปกครองเมียนมานาน 49 ปี กับรัฐบาลของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจีที่ขึ้นเป็นรัฐบาลพลเรือนในปี 2554
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ร่วมในแถลงการณ์ฉบับนี้ด้วย กล่าวประณามการก่อรัฐประหารทันที เจน ซากี&amp;nbsp; โฆษกทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลากรุงวอชิงตันว่า สหรัฐอเมริกาคัดค้านความพยายามใดๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งหรือขัดขวางการเปลี่ยนผ่านตามระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา และจะดำเนินการกับผู้ที่รับผิดชอบหากขั้นตอนเหล่านี้ไม่ย้อนกลับ สหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้กองทัพและทุกฝ่ายยึดมั่นในบรรทัดฐานประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม และปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาปล่อยตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลและแกนนำภาคประชาสังคมทุกคน และเคารพเจตจำนงของประชาชาวเมียนมาตามที่ได้แสดงออกในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานทูตสหรัฐอเมริกาในนครย่างกุ้งออกคำเตือนพลเมืองอเมริกันในเมียนมา ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองและทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของอันโตนีโอ กูเตอร์เรส&amp;nbsp; เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประณามอย่างรุนแรงต่อการควบคุมตัวนางซูจี, ประธานาธิบดีวิน มยิน&amp;nbsp; และผู้นำคนอื่นๆ ส่วนชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ประณามรัฐประหารครั้งนี้อย่างรุนแรงและเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมายทุกคน &amp;quot;ผลการเลือกตั้งต้องได้รับการเคารพ และกระบวนการประชาธิปไตยต้องได้รับการฟื้นฟู&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจีนปฏิเสธจะวิจารณ์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยหวัง&amp;nbsp; เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า จีนเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของเมียนมา จีนหวังว่าทุกฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง ส่วนรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียกำลังติดตามสถานการณ์ในเมียนมา แต่ยังเร็วไปที่จะให้การประเมิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลอีกหลายประเทศประณามรัฐประหารครั้งนี้ หรือแสดงความกังวลอย่างยิ่งและเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัว อาทิ อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา,&amp;nbsp; อินเดีย และญี่ปุ่น ส่วนประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคอาเซียนกับเมียนมา เช่น สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เรียกร้องให้หาทางออกอย่างสันติ แต่ไทยและฟิลิปปินส์แสดงจุดยืนไม่ยุ่งเกี่ยวกิจการภายในของเพื่อนบ้าน
ไทยเชื่อไม่ส่งผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในประเทศไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในเมียนมาจะส่งผลกระทบถึงไทยหรือไม่ว่า เป็นเรื่องภายในของเขา ส่วนจะกระทบไทยหรือไม่ก็เป็นเรื่องของโควิด-19 อย่างเดียว ส่วนกรณีที่จะมีม็อบไปชุมนุมประท้วงที่สถานทูตเมียนมาเป็นเรื่องของเขา เป็นเรื่องของม็อบ และไม่ทำให้กระทบความสัมพันธ์ เป็นเรื่องของสถานทูตของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่กลุ่มวีโวประกาศจะไปร่วมประท้วงที่หน้าสถานทูตเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณว่าไม่เอารัฐประหาร&amp;nbsp; คล้ายกับโยงเหตุการณ์มายังประเทศไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;โยงยังไง แล้วของเรามีเหตุการณ์อะไร มีเหตุการณ์หรือไม่ มีสถานการณ์อะไรที่มันเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวอะไรเลย ส่วนจุดยืนของรัฐบาลไทย เดี๋ยวต้องดูก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3)&amp;nbsp; กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการใหัติดตามสถานการณ์ในเมียนมา&amp;nbsp; ทางชายแดนไทย-เมียนมามีกองกำลังทหารไทยตรึงกำลังอยู่แล้ว ในการป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดฎหมายในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด หากประชาชนจากเมียนมาทะลักข้ามเขตไทยเข้ามาก็จะถูกควบคุมตัว แต่คาดว่าคงไม่ถึงขั้นทะลักข้ามมายังฝั่งไทย จึงไม่ต้องกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเห็นของฝ่ายการเมือง พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ประณามการรัฐประหารของกองทัพเมียนมา และเรียกร้องต่อพรรคการเมืองและรัฐบาลในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ดังนี้ 1.ให้ช่วยกันกดดันกองทัพเมียนมาให้ปล่อยตัวนางซูจี, ประธานาธิบดีวิน มินต์ และผู้ที่ถูกกองทัพควบคุมตัวทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข 2.ให้ช่วยกันกดดันกองทัพเมียนมาไม่ให้ใช้กำลังปราบปรามประชาชนเมียนมาที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหาร และต้องยุติการปิดกั้นการสื่อสารทุกชนิด 3.ให้พรรคการเมืองและรัฐบาลต่างๆ มีมาตรการคว่ำบาตรคณะรัฐประหารเมียนมาทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;รัฐประหารครั้งนี้ ชัดเจนว่ากองทัพทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง กลัวการถูกปฏิรูปจนต้องทำรัฐประหาร ขอร่วมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวเมียนมาทุกคน เรียกร้องประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ และหวังว่ารัฐบาลไทยจะไม่ยอมรับการรัฐประหารครั้งนี้ ไม่ยอมรับรัฐบาลที่ขึ้นสู่อำนาจโดยการปล้นชิงสิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย จะเคยขึ้นสู่อำนาจด้วยวิธีเดียวกันมาก่อนก็ตาม ผมละอายใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยในตอนนี้ไม่อาจทำหน้าที่ประทีปแห่งประชาธิปไตยของอาเซียนได้เหมือนกับที่เคยเป็น เพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้สำหรับคนรุ่นต่อไป เราทุกคนมีภารกิจที่จะต้องช่วยกันประณามการรัฐประหาร อย่าให้พื้นที่แก่เผด็จการ&amp;quot;
จี้ปล่อยตัว &amp;#39;อองซาน&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์เช่นกันว่า &amp;quot;#SaveMyanmar ตอนนี้รอดูว่ารัฐบาลไทยจะทำอย่างไรกับสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมา 1.ออกแถลงการณ์ประณามเรียกร้องให้ทหารคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนเร็วที่สุด 2.ไม่มีแถลงประณาม โดยอ้างว่าไม่แทรกแซงกิจการภายในของเพื่อนบ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;nbsp; เป็นแกนนำ ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ระบบอำนาจนิยม และการสืบทอดอำนาจแบบอำนาจนิยม&amp;nbsp; ไม่ต้องการเห็นประชาชนชาวเมียนมาต้องมีชะตากรรมเหมือนคนไทยที่เผชิญกับการรัฐประหารและอำนาจนิยมมาเกือบหนึ่งศตวรรษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า การจับกุมอองซาน ซูจี&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมืองคนอื่นๆ เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่ง ซึ่งหากไม่มีการตั้งข้อหาต่อผู้ถูกควบคุมตัวตามความผิดอาญาอันเป็นที่ยอมรับในกฎหมายระหว่างประเทศ จะต้องปล่อยตัวบุคคลเหล่านั้นโดยทันที และทางการจำเป็นต้องมีการเปิดให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มที่อีกครั้งโดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่ม &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; หรือม็อบ 3 นิ้ว ออกแถลงการณ์แสดงการต่อต้านและประณามการทำรัฐประหารในเมียนมาเช่นกัน โดยให้ปล่อยตัวนักการเมืองและผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด หยุดการกระทำที่ล้มล้างอำนาจอันชอบธรรมของประชาชน และส่งคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนชาวเมียนมาอย่างไม่มีเงื่อนไขโดยเร็วที่สุด และเรียกร้องไปยังประชาคมอาเซียนให้ออกมาแสดงบทบาทสนับสนุนประชาธิปไตยในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่บริเวณสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา เขตยานนาวา กรุงเทพฯ มีกลุ่มชาวเมียนมาไม่ต่ำกว่า 50 คน เดินทางมาชุมนุมประท้วงการทำรัฐประหารของกองทัพ โดยส่วนใหญ่สวมชุดสีแดง บางส่วนชู 3 นิ้ว&amp;nbsp; สวมหมวกและหน้ากากอนามัยที่มีสัญลักษณ์พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พร้อมถือรูปนางอองซาน ซูจี ในการประท้วงครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวาได้นำรั้วแผงเหล็กมาวางแนวป้องกันที่ด้านหน้าสถานทูตเมียนมาไว้ เนื่องจากกลุ่มมวลชนอาสา หรือ We Volunteer จะเดินทางมาแสดงจุดยืนที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา&amp;nbsp; โดยมีนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ด wevo, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 63, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล,&amp;nbsp; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า มาร่วมชุมนุมเช่นกัน
สลายม็อบ 3 นิ้วหน้าสถานทูต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์ประณามการรัฐประหารในเมียนมา และเรียกร้องประเทศไทยจะต้องไม่รับรองการทำรัฐประหาร หยุดการจับกุมคุมขังประชาชน และเร่งคืนประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงบริเวณหน้าสถานทูตว่า ขอร่วมต่อสู้เพื่อพิสูจน์ระบบประชาธิปไตยที่ไม่มีพรมแดน การรัฐประหารเปรียบเหมือนมะเร็งร้าย หากมีทหารคอยยึดอำนาจ ประเทศจะอยู่ในวังวน เราไม่ต้องการให้พี่น้องประเทศใดเผชิญเหมือนประเทศไทย ต้องการประชาธิปไตยสำหรับทุกชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาบรรยากาศการชุมนุมเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อกลุ่มม็อบราษฎรขนมวลชนเข้ามาชุมนุมมากกว่าชาวเมียนมาที่มาประท้วง ทำให้จำนวนผู้ชุมนุมที่มาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; และกินพื้นที่บนผิวการจราจรถนนสาทร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประกาศขอให้ยุติ แต่การ์ด wevo ของม็อบราษฎรที่นำโดยนายปิยรัฐไม่ยอมเลิก ทั้งยืนกรานจะชุมนุมต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน พร้อมโล่และกระบอง จึงได้เข้าสลายการชุมนุมม็อบราษฎร ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างตำรวจกับกลุ่ม wevo โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้ข้าวของต่างๆ&amp;nbsp; ขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจเคลื่อนขบวนบีบกระชับพื้นที่ และเกิดเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนบาดเจ็บ 2 นาย ขณะเดียวกันตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ 3 คน พร้อมเดินหน้ากระชับพื้นที่ไปบนถนนสาทร ผลักดันผู้ชุมนุมไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์&amp;nbsp; จนเกิดการขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และมีการขว้างระเบิดควันสีใส่ตำรวจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนำกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาขอคืนพื้นที่ แล้วมีเสียงดังคล้ายวัตถุระเบิดขึ้น 3-4 ครั้ง ได้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บประมาณ 10 นาย&amp;nbsp; จากการถูกขว้างปาหินและสิ่งของใส่ ทั้งนี้สามารถคุมตัวผู้ชุมนุมได้ 3-4 ราย ก่อนนำตัวไปสอบปากคำที่ สน.ยานนาวาว่าจะเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนความผิดเช่น การรวมกลุ่มมั่วสุมเกิน 10 คน ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และอื่นๆ นั้นต้องดูข้อเท็จจริงประกอบด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเมียนมา, กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร, ทุจริตเลือกตั้ง, ประกาศภาวะฉุกเฉิน, ประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 ปี, รัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_60181165dfbcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผีรัฐประหาร ผบ.สส.เมียนมาเปรยเรื่องฉีกรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.เมียนมา เตือนว่าในสภาพการณ์บางอย่างอาจจำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2551 ที่เป็นมารดาของกฎหมายทั้งปวง หลังจากโฆษกกองทัพเพิ่งก่อความวิตกเรื่องการก่อรัฐประหารท่ามกลางครหาการทุจริตเลือกตั้งที่พรรคนางอองซาน ซูจี ชนะถล่มทลายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา (Sefa Karacan/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนเพิ่งเป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งที่ 2 ของเมียนมานับแต่สิ้นสุดการปกครองโดยระบอบทหารเมื่อปี 2554 โดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจีกวาดที่นั่งถล่มทลายอีกครั้ง สมาชิกสภาชุดใหม่กำลังจะเริ่มทำหน้าที่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ แต่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพกล่าวหาว่ามีความผิดปกติอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิที่มาลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอังคารที่ผ่านมา พลตรีซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา ปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ของการก่อรัฐประหารยึดอำนาจเพื่อจัดการกับสิ่งที่เขาเรียกว่าวิกฤติทางการเมือง หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ทำตามเสียงเรียกร้องของกองทัพเพื่อให้เปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีคะแนนทุจริตถึง 8.6 ล้านเสียงทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันพฤหัสบดี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ ก็ตอกย้ำความวิตกกังวลเรื่องการก่อรัฐประหารซ้ำอีก ผ่านสุนทรพจน์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์เมียวดีของกองทัพ ซึ่งเขากล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 นั้นเป็น &amp;quot;กฎหมายแม่ของกฎหมายทั้งปวง&amp;quot; และควรได้รับการเคารพ แต่อีกทาง นายพลผู้นี้เตือนว่า ภายใต้สภาพการณ์บางอย่างก็อาจ &amp;quot;จำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ปฏิเสธเรื่องการโกงชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่ามีจุดอ่อนในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีการฉ้อโกงบัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวนางซูจีไม่เคยให้ทัศนะอย่างเปิดเผยต่อคำกล่าวหาของกองทัพเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ทั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่เมียนมาฉีกรัฐธรรมนูญคือเมื่อปี 2503 และ 2531 ทั้งสองครั้งเป็นการยึดอำนาจโดยกองทัพและแต่งตั้งรัฐบาลทหารขึ้นมาแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเลือกตั้ง, ผบ.สส.เมียนมา, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, รัฐประหาร, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012e0deb36e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพเมียนมาไม่ตัดทางยึดอำนาจ บีบ&#039;ซูจี&#039;สอบโกงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเสียว กองทัพเมียนมาไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องการก่อรัฐประหาร ขณะพยายามกดดันรัฐบาลนางอองซาน ซูจี สอบสวนคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งปลายปีก่อนที่พรรคเอ็นแอลดีกวาดชัยชนะถล่มทลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวเมียนมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เมียนมาจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งที่ 2 นับแต่พ้นการปกครองภายใต้ระบอบทหารเมื่อปี 2554 โดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัย แต่กลุ่มสิทธิหลายกลุ่มวิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ที่ตัดสิทธิ์ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในภูมิภาคที่มีการสู้รบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคฝ่ายค้านที่เป็นแนวร่วมของกองทัพ แย้งผลการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายสัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพกล่าวหาว่ามีความผิดปกติอย่างกว้างขวางของผู้ลงคะแนน โดยอ้างว่าพบการทุจริต 8.6 ล้านเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พลตรีซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา กล่าวเรียกร้องอีกครั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่ได้รับการตอบสนองจนถึงเดี๋ยวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไม่แก้ไขเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ก็หมายความว่านี่เป็นวิกฤติทางการเมือง&amp;quot; โฆษกทหารผู้นี้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงเนปยีดอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรีซอ มิน ตุน เสริมด้วยว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เคยชี้ให้เห็นถึง &amp;quot;ความไม่ซื่อสัตย์และความไม่ยุติธรรม&amp;quot; ระหว่างการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อโดนนักข่าวจี้ถามถึงความเป็นไปได้ของการก่อรัฐประหารยึดอำนาจ โฆษกทหารผู้นี้ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ &amp;quot;เราไม่ได้บอกว่ากองทัพเมียนมาจะยึดอำนาจ เราไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ทำเช่นกัน&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;สิ่งที่เราบอกได้ก็คือ เราจะทำตามกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งรวมถึงรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนโดยพฤตินัย ยังไม่เคยตอบโต้คำกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง แต่เมียว ยุนต์ โฆษกพรรคเอ็นแอลดี กล่าวเมื่อวันอังคารว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่อนุญาตให้ทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสันติตามกฎหมาย&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91100</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเมียนมา, ทุจริตเลือกตั้ง, รัฐประหาร, อองซาน ซูจี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa7f9f6d4281.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ยื่นศาลรธน. ตัดสิน &#039;เทพไท&#039; พ้น ส.ส. ปมทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเพียร มารศรี นิติกร สำนักวินิจฉัยและคดีสำนักงานกกต. ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง นำคำร้องกกต.กรณีกกต.มีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ว่าการที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชมีคำพิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ส.ค. จำคุกนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีโดยไม่รอการลงโทษและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี จากเหตุร่วมกระทำผิดทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;คำพิพากษาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งดังกล่าวแม้ยังไม่เป็นที่สุดจะมีผลให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายเทพไทสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;101 (6)&amp;nbsp;ประกอบ มาตรา&amp;nbsp;98 (4)และมาตรา&amp;nbsp;96(2)&amp;nbsp;หรือไม่ ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ทางศาลรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ หากรับไว้วินิจฉัยแล้วก็จะอาจมีคำสั่งให้นายเทพไท ผู้ถูกร้องยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาดว่ากรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณาไม่นานเนื่องจากก่อนหน้านี้ในคดีที่กกต. ยื่นขอให้วินิจฉัยว่าการที่ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาประหารชีวิตนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ในคดีจ้างวานฆ่าอดีตปลัดจังหวัดและมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์&amp;nbsp;เป็นเหตุให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณาก่อนมีวินิจฉัยราว 1 เดือนเศษเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76297</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ทุจริตเลือกตั้ง, นายก อบจ., เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4ef8f4cc38f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุกไม่รอลงอาญา &#039;เทพไท&#039; พร้อมน้องชาย คดีทุจริตเลือกตั้งนายกอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 - ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช อ่านคำพิพากษา คดีที่นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายกอบจ.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ เป็นจำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำความผิด ในการทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อปี 2557 ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดมีรายงานว่าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช พิพากษาให้จำคุกนายเทพไท เสนพงศ์ สส.ประชาธิปัตย์ และนายมาโนช เสนพงศ์&amp;nbsp; 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาและให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง&amp;nbsp;10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้พิจารณาพิพากษาเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายมาโนช เสนพงศ์จำเลยที่ 1 แล้วหลังจากนั้น กกต.ได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับนายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ แต่คดีค้างอยู่ในกระบวนการชั้นพนักงานสอบสวน และชั้นอัยการนานหลายปียังไม่ได้มีการสั่งฟ้องเข้าสู่การพิจารณา จนกระทั่งนายพิชัย บุณยเกียรติ เห็นว่ามีความล่าช้าก่อให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดี พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจึงตัดสินใจในฐานะผู้เสียหาย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยตนเองศาลไต่สวนมูลฟ้องและประทับรับฟ้อง ก่อนที่จะมีกระบวนการพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยมารวม 3 นัด จนกระทั่งมีการนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75794</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;การเมืองถึงระดับโรงเรียน&quot;, ทุจริตเลือกตั้ง, เทพไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f3339518d257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
