<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุจริต‘เราเที่ยวด้วยกัน’87ล. ‘บิ๊กตู่’ฉุนประณามโกงชาติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทลายขบวนการทุจริตโครงการ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; ทั่วประเทศ ผงะ! พบประชาชนร่วมกระทำความผิดเกือบหมื่นคน&amp;nbsp; ความเสียหายรวม 87 ล้านบาท โดนหลายกระทง อ่วมแน่เจอพ.ร.บ.ฟอกเงินด้วย ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอบคุณตำรวจ สร้างผลงานชิ้นโบแดง ซัดคนทุจริตโกงชาติ ต้องสำนึกทุกบาทที่ขโมยไปเอาเปรียบคนไทยด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบช.ทท., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.,&amp;nbsp; พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., นายเขมพล อุ้ยตระกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, น.ส.ภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาส รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการคลัง กระทรวงการคลัง, นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกำกับกฎเกณฑ์และกฎหมาย ธนาคารกรุงไทย ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตโครงการ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; ผู้ต้องหา 50 ราย หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปรามกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 55 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ผลการปฏิบัติงาน เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน ในภาวะลำบาก แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งทุจริต ซึ่งมีจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้ออกหมายจับผู้ประกอบการที่อยู่ในขบวนนี้ 2 ที่ ใน จ.ชัยภูมิ มีหมายจับ 41 คน จับได้ 36 คน และ จ.ภูเก็ต จับได้ 14 คน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหากสอบสวนพบว่ายังมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติม จะต้องขยายผลดำเนินคดีเพิ่ม เช่น ประชาชนที่จงใจร่วมใช้สิทธิ์ในลักษณะทุจริต โดยเบื้องต้นคาดมีมากถึง 9,000 คนทั่วประเทศ และเตรียมออกหมายเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ จากการตรวจสอบถึงวันนี้ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า จากการสืบสวนร่วมกันของ บก.ป. ศปอส.ตร.และ บช.ทท. พบมีผู้ประกอบธุรกิจที่กระทำการเข้าข่ายทุจริตหลายรูปแบบ เช่น เปิดให้มีการจองห้องพัก แต่ไม่มีการเข้าพักจริง, นำคูปองที่ได้รับหลังเช็กอินห้องพักไปสแกนใช้จ่ายกับร้านค้าแต่ไม่มีการซื้อสินค้าจริง, บางโรงแรมมีที่ตั้งจริง ลงทะเบียนถูกต้องแต่ยังไม่เปิดให้บริการ กลับมีการเปิดให้จองห้องพัก หรือมีการตั้งราคาจองห้องพักไว้แพงเกินจริง หวังกินส่วนต่างราคาส่วนลด โดยที่ จ.ชัยภูมิ ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. นำกำลังเข้าค้นโรงแรมณัฐชญา รีสอร์ท และผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 41 ราย 38 จุด แบ่งเป็นเจ้าของโรงแรม 1 ราย เจ้าของร้านค้า 22 ราย คนกลางผู้รวบรวมสิทธิ์หรือสวมสิทธิ์ 14 ราย ผู้รับจ้างเปิดบัญชี 3 ราย ผู้รับจ้างบันทึกข้อมูลจองโรงแรม 1 ราย ทั้งนี้ มีการกระจายอยู่ในพื้นที่ 6 จังหวัดคือ ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา, ขอนแก่น, เพชรบูรณ์ และศรีสะเกษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหารวม 36 ราย ซึ่งพบว่ามีพฤติการณ์ลงทะเบียนเป็นรีสอร์ตขนาดเล็ก มีห้องพักเพียง 10 ห้อง นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้สิทธิ์โครงการจำนวน 9,263 ราย ยอดจองห้องพัก 92,028 ห้อง เฉลี่ย 1,000-3,000 ห้องต่อวัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และยังพบว่ากว่าร้อยละ 99 ของการจองห้องพัก 1 คน จะจอง 10 ห้อง เต็มทุกครั้ง และเวลาในการเช็กอินและเช็กเอาต์ทับซ้อนไม่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ยังพบว่าคูปองที่ได้รับหลังจากเช็กอินห้องพักที่ใช้สำหรับสแกนจ่ายกับร้านค้าที่เข้าโครงการมียอดการใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติรวม มูลค่าความเสียหายในส่วนของโรงแรมณัฐชญา รีสอร์ท รวม 14,000,000 บาท และร้านค้าที่ร่วมกระทำผิดจำนวน 101 ร้าน ความเสียหายประมาณรวม 87,000,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.ป.เผยว่า ผู้ต้องหามีการกระทำเป็นขบวนการ โดยจะมีผู้ซื้อสิทธิ์ตามหาซื้อสิทธิ์ในโครงการโดยให้ค่าตอบแทนรายละ 400-500 บาท เมื่อประชาชนขายสิทธิ์ให้แล้ว ผู้ซื้อสิทธิ์จะให้เจ้าของสิทธิ์ติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตังก่อน จากนั้นผู้ซื้อสิทธิ์จะนำเอาโทรศัพท์ของเจ้าของสิทธิ์ไปดำเนินการจองโรงแรมและใช้คูปอง หรืออีกวิธีหนึ่งคือจะนำเอาข้อมูลบัตรประชาชนและซิมการ์ดที่ลงทะเบียนแล้วไปขายต่อให้กับผู้สวมสิทธิ์ โดยจะขายให้ผู้สวมสิทธิ์ในราคา 800-1,000 บาท เมื่อผู้สวมสิทธิ์ได้รับสิทธิ์จากโครงการดังกล่าวแล้ว จะว่าจ้างให้ผู้ร่วมขบวนการกรอกข้อมูลเพื่อจองห้องพักกับทางโรงแรม โดยจะมีกลุ่มที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คอยทำธุรกรรมทางการเงินแทนเจ้าของสิทธิ์ ซึ่งหลังจากที่ผู้สวมสิทธิ์ทำการเช็กอินตามห้องพักที่ได้ทำการจองไว้ทางผู้สวมสิทธิ์จะนำคูปองที่ได้รับหลังจากเช็กอินไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่ตนเองควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนกกล่าวต่อว่า ส่วนที่ จ.ภูเก็ต ชุดปฏิบัติการของ กก.5 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าค้นโรงแรมธาราป่าตอง และเครือข่ายรวม 14 ราย ประกอบด้วย เจ้าของโรงแรม 3 ราย, เจ้าของร้านค้า 2 ราย, คนกลางผู้รวบรวมสิทธิ์หรือสวมสิทธิ์ 5 ราย, ผู้รับจ้างบันทึกข้อมูลจองโรงแรม 4 ราย มีประชาชนร่วมทุจริตรวมกว่า 800 ราย ผลการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหารวม 14 ราย มีพฤติกรรมการทุจริตแตกต่างกันออกไป โดยโรงแรมจะร่วมมือกับผู้จัดทัวร์มีการเชิญชวนว่าหากประชาชนจองห้องพักเต็มสิทธิ์จะให้เข้าร่วมกิจกรรมทัวร์เป็นจำนวน 3 วัน 2 คืนโดยไม่มีการเข้าพักโรงแรมจริง นอกจากนี้ ผู้จัดทัวร์กิจกรรมยังให้ประชาชนชำระค่าบริการในการทำกิจกรรม โดยให้สแกนคูปองที่ได้รับหลังจากการเช็กอินห้องพัก มาสแกนใช้จ่ายกับร้านค้าที่ตนเองควบคุมไว้ พบรัฐเสียหายจากโรงแรม 18 ล้านบาท และร้านค้าที่ร่วมกระทำผิดจำนวน 2 ร้านค้า ความเสียหาย 3.9 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวเตือนว่า สำหรับผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง, ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนฯ และข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ทั้งนี้พฤติกรรมการกระทำความผิดในคดีนี้มีลักษณะของการฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งก็จะได้ประสานไปยัง ปปง.ดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพงษ์สิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารกรุงไทย หลังจากตรวจพบความผิดและมีการอายัดตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2563 มีความเสียหายบางส่วน ส่วนเรื่องพฤติกรรมนั้น ไม่แน่ใจว่าพบมานานหรือยัง จริงๆ พบมาเป็นหลักเดือน แต่ความชัดเจนเพิ่งพบเมื่อตอนสิ้นปี โดยมีสองส่วนที่พบความผิดปกติคือโรงแรม และอีกส่วนคือประชาชนที่ใช้สิทธิ์ ส่วนที่เราอายัดไปมีจำนวนที่เสียหายไม่ได้มากนัก แต่มีผลกระทบกับโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์สิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับมูลค่าที่ตรวจสอบพบประมาณ 1,000 ล้าน แต่ไม่ได้เสียหาย เพราะว่ามีส่วนที่อายัด ต้องเอาสองส่วนมาประกอบกัน แต่ความเสียหายที่เห็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้สุด ส่วนกรณีที่มีการทุจริตเราสามารถตรวจสอบได้แต่ไม่หมด เพราะพฤติกรรมที่เปลี่ยน เราไม่สามารถเปิดเผยแผนประทุษกรรมได้ เดี๋ยวจะมีการเลียนแบบ นอกจากนี้พื้นที่ภูเก็ตและชัยภูมิที่พบความผิดแล้ว ยังพบในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองโดยส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า ขอขอบคุณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., ตำรวจกองปราบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเร่งดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เด็ดขาด และรวดเร็ว ให้ตระหนักอยู่เสมอว่าท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญเพื่อประเทศ เพราะเป็นพฤติการณ์ที่มีผลต่อความอยู่รอดได้ของประชาชนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงเวลาแบบนี้ ใครที่คิดว่าจะทำอะไรก็ตามที่เอาเปรียบพี่น้องร่วมชาติ โกงชาติ โกงระบบที่เราออกมาตรการมาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขอให้สำนึกว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านจะขโมยไปนั้น ส่งผลทำให้คนที่ควรจะได้ กลายเป็นไม่ได้ และพวกท่านกำลังทำลายกลไกและกระบวนการทั้งหมด ทำให้เราต้องสร้างเงื่อนไขและขั้นตอนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการโกง แต่ก็จะส่งผลสร้างความไม่สะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิอย่างถูกต้อง ผมขอให้ทุกคนตระหนักตามนี้ และอย่าทำอะไรที่เป็นการทุจริตและเอาเปรียบพี่น้องคนไทยด้วยกันเลยครับ&amp;quot; นายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตโครงการ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6011781438f91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
