<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไซปรัสรับลูกอียู เปลี่ยนกฎคุมเข้มให้สัญชาตินักลงทุนเงินถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลไซปรัสประกาศจะเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาให้สัญชาติแก่ชาวต่างชาติในโครงการเงินลงทุนแลกสัญชาติที่สร้างรายได้อย่างงามเข้าประเทศ ภายหลังโดนคณะกรรมาธิการยุโรปวิจารณ์ว่าเปิดช่องให้อาชญากรแทรกซึมเข้าอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Photo / Times of Malta&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ อ้างคำแถลงของแฮร์ริส จีออร์เจียเดส รัฐมนตรีคลังไซปรัส ว่าคณะรัฐมนตรีของไซปรัสได้ให้ความเห็นชอบเกณฑ์การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เพื่อทำให้โครงการออกหนังสือเดินทางแลกกับเงินลงทุนนั้นมีเป้าหมายมากขึ้นและน่าไว้วางใจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกำหนดใหม่ที่ผ่านคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธนั้น ได้ปรับเพิ่มจำนวนเงินการลงทุนในไซปรัสเพื่อแลกกับพาสปอร์ต ซึ่งรวมถึงการซื้อที่พักอาศัย จาก 2 ล้านยูโร (70.66 ล้านบาท) เป็น 2.5 ล้านยูโร (88.31 ล้านบาท) นอกจากนี้ ผู้ยื่นขอสัญชาติตามโครงการนี้จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานระหว่างประเทศ, นักลงทุนที่จะเข้าโครงการต้องได้วีซ่าเชงเกน และไซปรัสจะไม่อนุมัติ หากผู้ยื่นขอสัญชาติรายนั้นโดนสมาชิกสหภาพยุโรปชาติอื่นปฏิเสธในโครงการแบบเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซปรัสเริ่มโครงการมอบสัญชาติแลกการลงทุนภายหลังประเทศเกาะทางใต้ของยุโรปแห่งนี้ประสบวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2556 จีออร์เจียเดสกล่าวว่า ถึงขณะนี้มีคนได้รับสัญชาติตามโครงการนี้ 1,864 คน นำรายได้เข้าประเทศ 6,600 ล้านยูโร โดยระหว่างปี 2559-2562 รายได้จากโครงการนี้คิดเป็นเกือบ 10% ของการขยายตัวของจีดีพีที่สูงถึง 13%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์เกิดขึ้นหลังจากเดือนที่แล้ว อียูออกรายงานฉบับหนึ่งวิจารณ์ว่าไซปรัสไม่ทุ่มเทมากพอที่จะรับประกันความโปร่งใสเพื่อต่อสู้กับกิจกรรมผิดกฎหมายและอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบรรดาสมาชิกอียู 28 ชาตินั้น มีเพียงไซปรัส, มอลตา และบัลแกเรีย ที่มีโครงการเงินลงทุนแลกสัญชาติ ขณะที่ 20 ประเทศนั้นให้เป็นใบอนุญาตพำนักอาศัย รายงานของอียูกล่าวว่า โครงการทั้ง 2 แบบนี้ก่อความเสี่ยงต่อชาติสมาชิกและอียูโดยรวม ทั้งในด้านความมั่นคง, การฟอกเงิน, คอร์รัปชัน, การหลบเลี่ยงกฎระเบียบของอียู และการเลี่ยงภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังเน้นด้วยว่า ไซปรัส, มอลตา และบัลแกเรีย บกพร่องในการตรวจสอบแหล่งที่มาของทรัพย์สินของบุคคลที่ยื่นขอสัญชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีนิคอส อนัสตาเซียเดส ของไซปรัส กล่าวกับนักข่าวว่า ประเทศของเขาตกเป็นเป้าเพ่งเล็งอย่างไม่ยุติธรรมของพวกนักวิจารณ์ที่มือถือสากปากถือศีล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29165</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนแลกสัญชาติ, พาสปอร์ต, ยุโรป, อียู, ไซปรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c65816029806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
