<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดปัตตานีทุบสถิติอีก! ติดเชื้อพุ่ง566ราย ดับเพิ่ม2คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานีรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ตลอดทั้งสัปดาห์พบผู้ติดเชื้อสูงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถควบคุมได้ โดยวันที่ 10 ต.ค. มียอดผู้ติดเชื้อทำลายสถิติใหม่อีก จำนวน 566 ราย จากสถิติเดิมที่เคยสูงสุดที่ 547 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่ เพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้ป่วยสะสม จำนวน 26,692 ราย รักษาหาย 16,706 ราย และเสียชีวิตสะสม 327 ราย ในจำนวนนี้อำเภอเมืองปัตตานีติดเชื้อมากกว่าอำเภออื่น จำนวน 1,264 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จำนวนเตียงผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม ที่สนามกีฬากลางปัตตานี เริ่มมีจำนวนไม่เพียงพอ จากเดิมที่ปิดอาคารบางส่วนไปแล้ว ต้องกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง เช่นเดียวกับโรงพยาลสนาม อาคารหอพัก 3 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต้องกลับมาเปิดอีกครั้ง เพื่อรองรับผู้ป่วยใหม่ ซึ่งสถานการโควิด19 ภาพร่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานีวิกฤติอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังมีการผ่อนปรนมาตรการบางอย่าง ด้านสาธารณสุขปัตตานีกำชับให้ทีมแพทย์ อสม. ปูพรมตรวจเชื้อโควิด19 แบบ ATK ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี หลังสืบทราบว่าประชาชนมีการรวมกลุ่มจัดงานเลี้ยงฉลอง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งรักษาหายใหม่ๆ ก็ยังได้ร่วมกลุ่มเช่นกัน อีกทั้ง ผู้ป่วยhome isolation(แยกกักที่บ้าน) ยังออกมาเดินเพ่นพ่านขณะตรวจ ปรากฏว่ายิ่งตรวจเชื้อก็ยิ่งเจอผู้ติดเชื้อมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลปัตตานีวิกฤตอย่างหนักที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มสูงไม่อยู่ ทำลายสถิติเกือบทุกวัน ทำให้แพทย์หลายคนติดเชื้อโควิด19 เป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลปัตตานี จึงงดใช้ห้องผ่าตัดเป็นเวลา 10 วัน แต่สำหรับกรณีฉุกเฉินผ่าตัดเร่งด่วนโดยโรงพยาบาลปัตตานีจะส่งผู้ป่วยและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปัตตานี ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี อ.สายบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ทุบสถิติ, ปัตตานี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61639f6b070c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดปัตตานีทุบสถิติ! พุ่ง530ราย เปิดรพ.สนามเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานีรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ปัตตานี เริ่มกลับมาพุ่งอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง โดยในช่วงที่ผ่านมามีการติดเชื้อของคิด 19 ในแต่ละวันสูงเป็นจำนวนมากโดยเฉลี่ยจะติดเชื้ออยู่ประมาณ 300 &amp;ndash; 400 คน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อของวันที่ 3 ต.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงถึง 530 ราย ซึ่งถือเป็นการทุบสถิติสูงสุดอีกครั้ง จากเดิมที่เคยสูงสุดที่ 412 ราย ทั้งนี้ไม่ปรากฏผู้เสียชีวิตรายใหม่ โดยอำเภอที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงในวันเดียวคือ อำเภอสายบุรี จำนวน 137 ราย อำเภอเมือง จำนวน 125 ราย&amp;nbsp; อำเภอยะหริ่ง 53 ราย และอีกหลายอำเภอ ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้ป่วยสะสม จำนวน 23,584 ราย รักษาหาย 15,495 ราย และเสียชีวิตสะสม 306 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจเชื้อเชิงรุกแบบ ATK ยังคงเดินหน้าตรวจทุกอำเภอ แต่ปรากฏว่ายิ่งตรวจ ก็ยิ่งเจอผู้ติดเชื้อมากขึ้น จนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงไม่หยุด ซึ่งสาเหตุหลักของเชื้อที่พุ่งสูงขนาดนี้ก็เป็นในส่วนของการเริ่มกลับมารวมตัวทำกิจกรรมรวมกลุ่มของผู้คน และอีกส่วนก็เป็นเรื่องที่สามารถรับประทานอาหารในร้านได้ โดยจะมีช่วงที่ถอดหน้ากากอนามัยออกและพูดคุยกันบนโต๊ะอาหาร&amp;nbsp; อีกทั้งการเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ๆ โดยเฉพาะการไปเดินตลาดต่างๆ การเดินทางไปพักผ่อนริมทะเลเป็นกลุ่มใหญ่ และมีการจัดงานเลี้ยงฉลอง ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าไม่มีการเว้นระยะห่าง อีกทั้งบางรายสวมแมสใต้ค้าง บางรายก็ไม่ได้สวม ทำให้เกิดการติดเชื้อง่าย และนำไปสู่แหล่งชุมชน และครอบครัว&amp;nbsp; ส่วนของคลัสเตอร์กลุ่มใหม่ๆ ยังไม่พบว่าเชื้อที่พุ่งสูงเกิดจากการแพร่ระบาดจากคลัสเตอร์กลุ่มไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 และ 7 ที่ตั้งอยู่ในสนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งรองรับผู้ป่วยในเขตอำเภอเมืองเป็นส่วนใหญ่ มีผู้ป่วยในส่วนของผู้ชายและผู้หญิงรวมกันอยู่ที่ประมาน 370 คน โดยฝั่งชายจะอยู่ที่ 150 คน และหญิง 220 คน ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมรับมือกับผู้ป่วยที่พุ่งสูงอีกครั้ง โดยจะเตรียมการเปิดอาคารใหม่ ซึ่งแต่เดิมจะไว้ใช้รองรับผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลือง ที่ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ แต่ยอดผู้ที่อยู่ในกลุ่มสีเขียวกลับพุ่งสูงมาก จึงจำเป็นต้องรีบเตรียมเปิดอาคารให้สำหรับผู้ป่วยใหม่ไว้รักษาอาการป่วยอย่างทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ทุบสถิติ, นิวไฮ, ปัตตานี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a65e6c061e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบสถิติ! ซีพีเอฟขายหุ้นกู้ แบบออนไลน์ 100% วงเงิน 1.5 หมื่นล้านเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2564 นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน &amp;nbsp;CPF กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ลงทุนที่ไว้วางใจและให้ความสนใจจองซื้อหุ้นกู้ ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) ทำให้การเสนอขายครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมทั้งขอขอบคุณ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเฉพาะระบบ Online ของธนาคารผู้จัดจำหน่ายที่สามารถรองรับการจองซื้อของผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีจำนวนมากได้ &amp;rdquo; นายไพศาล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่ายเปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ CPFTH เมื่อวันที่ 20 &amp;ndash; 22 กันยายน 2564 ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี ทำให้ CPFTH สามารถออกหุ้นกู้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการเสนอขายให้ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดาเป็นการจองซื้อผ่านระบบ Online และโทรศัพท์บันทึกเสียง ซึ่งมีขนาดธุรกรรมใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ CPFTH สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในศักยภาพการเติบโตและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ CPFTH ซึ่งการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของ CPFTH โดยทริสเรทติ้งที่ระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; นั้นสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมรอบด้านและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพดำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ รวม 3 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 6 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.50 % ต่อปี จำนวน 4,470 ล้านบาท อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.18 % ต่อปี จำนวน 6,010 ล้านบาท และอายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70 % ต่อปี จำนวน 4,520 ล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117620</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุบสถิติ, หุ้นกู้, เสนอขายหุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6143fb9a1adf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ทุบสถิติรายวัน! ติดเชื้อพุ่ง421ราย ลุยเปิดรพ.สนามเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 1 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า ยังคงน่าเป็นห่วง วันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 421 ราย เป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์ อีกครั้งต่อเนื่อง แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 6 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 415 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 4,426 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 446 ราย ยังรักษาอยู่ 3,973 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 421 ราย กระจายใน 19 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอพลับพลาชัย 20 ราย (ในพื้นที่ 4 ราย ), อ.เฉลิมพระเกียรติ 15 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย ), อ.ชำนิ 53 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย ), อ.เมือง 28 ราย, อ.นางรอง 18 ราย, อ.พุทไธสง 28 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1 ราย, อ.สตึก 24 ราย, อ.กระสัง 111 ราย, อ.ละหานทราย 32 ราย, อ.บ้านกรวด 16 ราย, อ.คูเมือง 17 ราย, อ.หนองหงส์ 10 ราย, อ.นาโพธิ์ 6 ราย, อ.ห้วยราช 1 ราย, อ.โนนสุวรรณ 1 ราย, อ.โนนดินแดง&amp;nbsp; 13 ราย, อ.บ้านด่าน 14 ราย และ อ.แคนดง 13 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.กระสัง 511 ราย รองลงมา อ.เมือง 469 ราย, อ.สตึก 427 ราย, อ.ประโคนชัย 354 ราย, อ.บ้านกรวด 276 ราย และ อ.คูเมือง 256 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 1,902 ราย แยกเป็นรายใหม่ 40 ราย และรายเก่า 1,862 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 29,969 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 22,918 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 7,051 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ยังมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp; ก็ยังมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งมีประชาชนสนใจลงทะเบียนในระบบ Buriram IC ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลบริการวัคซีนของจังหวัดบุรีรัมย์ แสดงความจำนงประสงค์รับวัคซีน จำนวน 680,812 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนสะสม 824,319 คน เพื่อให้ครบ 70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร โดยผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทุกคนจะได้รับ เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน และสติ๊กเกอร์แสดงสถานะของการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 810 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 422 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทางและส่งรถไปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จังหวัดบุรีรัมย์เดินหน้าเปิดโรงพยาบาลสนาม ระดับอำเภออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เพื่อรองรับประชาชนที่มีภูมิลำเนาใน จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; แต่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ไม่มีที่รักษากลับมารักษาที่บ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งเป็นการแก้ปัญหาเตียงของ รพ.ไม่เพียงพออีกด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยล่าสุด ทางอำเภอหนองกี่&amp;nbsp; ได้ร่วมกับภาคเอกชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเขียว อาการไม่วิกฤตที่ผ่านการประเมินจาก รพ.แล้ว&amp;nbsp; เข้าพักรักษาเพื่อลดความแออัดและเตียงของ รพ.ไม่เพียงพอ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิรัตน์&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลิ่นขจร&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำเภอหนองกี่&amp;nbsp; ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการจัดสถานที่&amp;nbsp; ที่ตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งได้รับความการสนับสนุนจากบริษัทเอกชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า&amp;nbsp; แต่เนื่องจากประสบปัญหาโควิดระบาดต่อเนื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้โรงงานต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางโรงงานจึงอนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่ฟรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคาดว่าโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะรองรับผู้ป่วยสีเขียวได้ไม่ต่ำกว่า 400 เตียง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นการขานรับโครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้านของทางจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อรับลูกหลานชาวบุรีรัมย์กลับมารักษายังภูมิลำเนา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ทุบสถิติ, บุรีรัมย์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107725a04064.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายคาบ้าน21ราย ติดเชื้อ1.7หมื่นดับ165 กลุ่มโคม่าทะลุหลักพัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุเพดานรายวัน &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; เปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อทุบสถิติเละทั้งรายใหม่และเสียชีวิต โดยติดเชื้อใหม่ 17,669 ราย ดับ 165 ราย อึ้ง! &amp;nbsp;เสียชีวิตคาบ้านถึง 21 ราย ส่วนกลุ่มโคม่าทะลุหลักพัน &amp;ldquo;ปากน้ำ&amp;rdquo; ตัวเลขน่าห่วง สุดสลดหนุ่มใหญ่นอนตายคาห้องเพราะรอเตียง &amp;ldquo;โคราช&amp;rdquo; ผวาพบคลัสเตอร์เก็บขวดเก่าของผู้ติดเชื้อไปขายลามอื้อ &amp;ldquo;สวิตเซอร์แลนด์&amp;rdquo; ใจดีมอบชุดตรวจ ATK ให้ไทย 1.1 ล้านชุด&amp;nbsp;
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,669 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 17,391 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 14,782 &amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,609 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง &amp;nbsp;261 ราย มาจากต่างประเทศ 17 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม &amp;nbsp;561,030 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 9,798 ราย หายป่วยสะสม 370,492 &amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา 185,976 ราย อาการหนัก 4,511 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 1,001 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 165 ราย เป็นชาย 94 ราย หญิง 71 ราย กระจายตัวในหลายจังหวัด โดยมากสุดอยู่ใน กทม. 58 ราย รองลงมาเป็น จ.สมุทรปราการ 32 ราย ปทุมธานี 17 ราย &amp;nbsp;นนทบุรี 9 ราย อายุน้อยที่สุด 22 ปี อายุมากที่สุด 99 ปี นอกจากนี้พบผู้เสียชีวิตที่บ้าน 21 ราย อยู่ที่สมุทรปราการ 12 ราย, ปทุมธานี 7 ราย, &amp;nbsp;ร้อยเอ็ด 1 ราย และฉะเชิงเทรา 1 ราย ให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;4,562 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 3,963 ราย, &amp;nbsp;สมุทรสาคร 1,172 ราย, นครปฐม 984 ราย, ชลบุรี 982 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 810 ราย, นนทบุรี 633 ราย, ฉะเชิงเทรา 589 ราย, &amp;nbsp;ระยอง 394 ราย, ปทุมธานี 313 ราย และอุดรธานี 303 ราย โดยมีคลัสเตอร์ใหม่ 10 แห่งอยู่ที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 4 แห่ง คือ &amp;nbsp;บริษัทค้าส่งอาหารทะเล พบผู้ติดเชื้อ 23 ราย, โรงงานเนื้อปลาบด 16 &amp;nbsp;ราย, บริษัทอาหารสัตว์ 11 ราย และโรงงานปลาป่น 14 ราย, โรงงานบรรจุภัณฑ์พลาสติก อ.สามพราน จ.นครปฐม 621 ราย, บริษัทแผงวงจร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี 12 ราย, บริษัทเครื่องพิมพ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง &amp;nbsp;10 ราย, บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 17 &amp;nbsp;ราย, บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 29 ราย และชุมชนรอบโรงงาน อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ 32 ราย ขณะที่ กทม.มีคลัสเตอร์เฝ้าระวังทั้งสิ้น 142 ราย &amp;nbsp;
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์และรับทราบถึงข้อกังวลของประชาชนถึงความเพียงพอของการผลิตก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบและประเมินภาพรวมความต้องการและกำลังการผลิต ซึ่ง รมว.อุตสาหกรรมได้ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศหารือด้านกำลังการผลิต และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้จัดประชุมประเมินความต้องการแล้ว ยืนยันว่าศักยภาพการผลิตของโรงงานยังรองรับความต้องการของประชาชนได้แน่นอน
สวิสมอบ ATK ให้ไทย 1.1 ล้านชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาพรวมกำลังการผลิตทั้งประเทศอยู่ที่ 1,860 ตันต่อวัน และกรณีฉุกเฉินยังเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 2,200 ตันต่อวัน ขณะที่ปริมาณการใช้ก๊าซออกซิเจนทั้งทางการแพทย์และอุตสาหกรรมปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ &amp;nbsp;1,260 ตันต่อวัน&amp;rdquo; นายอนุชากล่าวและว่า ประชาชนบางส่วนที่จัดหาและเก็บท่อก๊าซออกซิเจนไว้ใช้ที่บ้านขอให้จัดเก็บอย่างระมัดระวัง เนื่องจากท่อก๊าซออกซิเจนเป็นท่อที่มีความดันสูง หากจัดเก็บหรือใช้งานอย่างผิดวิธีอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งรัฐบาลประเทศสวิตเซอร์แลนด์บริจาคให้ โดยมีนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ &amp;nbsp;อาร์ทิเอดา เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์มอบเวชภัณฑ์ดังกล่าว ประกอบด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit จำนวน 1.1 ล้านชุด และเครื่องช่วยหายใจ 102 เครื่อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากชุดตรวจ Antigen Test Kit ที่ได้รับบริจาคแล้ว &amp;nbsp;รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการจัดหาชุดตรวจอีก 8.5 ล้านชุดเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้อนุมัติการจัดหาภายใต้วงเงิน 1,014 ล้านบาท โดยขณะนี้กรมควบคุมโรคกำลังวางแผนกระจายชุดตรวจให้ประชาชนได้ใช้ต่อไป&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม &amp;nbsp;(อว.) นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.เป็นประธานรับมอบระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียงจากนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่ร่วมกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด จำนวน 2 เครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเมินกันว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะรุนแรงไปอีก 4-6 &amp;nbsp;สัปดาห์ จากนั้นทุกอย่างจะดีขึ้น หน้าที่ของคนไทยในวันนี้คือต้องช่วยกัน&amp;rdquo; นายเอนกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.อ.อิทธินันท์ โชติช่วง รองผู้อำนวยการกองวิทยาการ กรมแพทย์ทหารบก กล่าวถึงภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับภูมิลำเนาด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 ว่า วันนี้จะทำการบิน 2 เที่ยวบิน เที่ยวบินแรกมีผู้ป่วย 20 คน และเที่ยวบินที่ 2 อีก 20 คน ไปยังสนามบินจังหวัดนครพนม ซึ่งไม่มีเส้นทางรถไฟผ่าน จากนั้นจะกระจายไปยังสถานที่รักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ต่อไป โดยใช้ระยะเวลาบิน 1 &amp;nbsp;ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งในอนาคตการขนส่งผู้ป่วยวิกฤติทางอากาศก็มีโอกาสที่จะใช้รูปแบบนี้เพื่อลำเลียงผู้ป่วยเช่นเดียวกัน
เศร้า! หนุ่มใหญ่บุรีรัมย์ดับรอเตียง
สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดต่างๆ นั้น ที่ จ.สมุทรปราการ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 810 ราย ทำให้ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบันมี 36,315 ราย เสียชีวิต &amp;nbsp;32 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 343 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 ก.ค. มีชายเสียชีวิตภายในห้องเช่าไม่มีชื่อ &amp;nbsp;เลขที่ 3/13 หมู่ที่ 13 ซอยกิ่งแก้ว 21/2-1 ถนนกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งทราบภายหลังว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ชื่อนายไม ศรีคณายุรักษ์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ที่พื้นห้องข้างโซฟา โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ มีอาการป่วยโควิด-19 ซึ่งตรวจสวอบตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.และผลเป็นบวก โรงงานจึงให้หยุดงานและทำการกักตัวอยู่ที่ห้องพัก รอรถพยาบาลมารับไปรักษาอยู่เนื่องจากยังหาเตียงไม่ได้ ทำให้เสียชีวิตในห้องพัก นอกจากนี้ห้องที่อยู่ใกล้กันอีก 2 ห้องยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันนอนรอเตียงเพื่อไปรักษาอีก 3-4 รายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางรายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 75 ราย เป็นผู้ป่วยจากโครงการระบบรับคนลำปางกลับบ้าน 45 &amp;nbsp;ราย และผู้ติดเชื้อในจังหวัด 30 ราย ทำให้ยอดสะสม 888 ราย เสียชีวิตสะสม 1 ราย ส่วนผู้ป่วยรายใหม่ที่ตรวจพบติดเชื้อในพื้นที่ จ.ลำปางนั้น พบเป็นคลัสเตอร์ใหม่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยพนักงานของห้างติดเชื้อรวม 4 คน เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนโรคอย่างละเอียดหาต้นทางสาเหตุการติดเชื้อ ซึ่งพนักงานภายในห้างมีทั้งหมด 352 คน จะมีการให้มาตรวจหาเชื้อโควิดเพื่อคัดกรองโรคและประเมินความเสี่ยง เพื่อจะได้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่อีก 188 ราย กระจายใน 15 อำเภอ รวมยอดผู้ป่วยสะสม 3,062 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 427 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 2,628 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญรายงานว่า มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 59 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที มีผู้เสียชีวิตสะสม 6 ราย
ผงะ! คลัสเตอร์ขายของเก่า
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงกว่าสถิติการติดเชื้อของจังหวัดอยู่ที่ 426 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตทุกวันติดๆ กัน ล่าสุดเสียชีวิตอีก 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 54 &amp;nbsp;ราย โดยในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 212 &amp;nbsp;ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 5,815 ราย &amp;nbsp;รักษาอยู่ 3,261 ราย และรักษาหาย 2,502 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีการตรวจพบคลัสเตอร์ใหม่ โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากการเก็บขวดน้ำเก่าที่ปนเปื้อนโควิด-19 มาขาย โดยเป็นคุณตาขับซาเล้ง วัย 73 ปี ติดโควิด-19 จากการเก็บขวดน้ำมาขาย ล่าสุดแพร่เชื้อสู่ครอบครัวแล้ว 8 ราย&amp;nbsp;
ที่ตลาดสดศรีเมืองทอง ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตลาดได้ติดป้ายปิดตลาดชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน หลังพบพ่อค้าแม่ค้าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ของจังหวัด โดยที่ตลาดแห่งนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 65 ราย แบ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ติดเชื้อยืนยันล่าสุด 36 คน และคนในครอบครัวของพ่อค้าแม่ค้าที่ติดเชื้อ 29 คน&amp;nbsp;
ส่วนที่ จ.ตราด มีผู้ติดเชื้อใหม่ 39 ราย และรอการยืนยันอีก 21 ราย &amp;nbsp;ซึ่งการติดเชื้อยังมาจากคลัสเตอร์ห้างโกลบอลเฮาส์, โรงพยาบาลตราด, โรงงานสยามเดย์มองเต้ และกลุ่มผู้ปฏิบัติศาสนกิจของชาวอิสลาม รวมทั้งที่ซอยลุงโพย ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด ซึ่งสถานการณ์มีแนวโน้มลดลงและควบคุมได้
นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวถึงกระแสข่าวทางโซเซียลและทางเน็ตที่ระบุว่า ขณะนี้ระบบสาธารณสุขเมียนมาล่ม มีชาวเมียนมาติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากจะอพยพหนีข้ามมาฝั่งชายแดนไทยว่า การสั่งปิดพรมแดนนั้นเป็นอำนาจของศูนย์สั่งการชายแดนอยู่แล้วที่ทำได้เลย ซึ่งความจริงแล้วระบบสาธารณสุขของเมียนมาไม่ได้ล่มตามข่าว แต่คือระบบสาธารณสุขเมียนมามีน้อยหรือไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่มีพ่อค้าเมียนมามีการสั่งซื้อถังออกซิเจนจากไทยจำนวนมากขึ้นนั้น เท่าที่ทราบไม่ได้เป็นสินค้าควบคุมสามารถซื้อขายได้ &amp;nbsp;แต่หากไทยเริ่มขาดแคลนเราก็จะใช้มาตรการของความมั่นคงดำเนินการห้ามส่งออกทันที
จ.ปัตตานี มียอดผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม​ 211 คน ทำให้ยอดสะสม &amp;nbsp;8,409 คน และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม​ 1 ​ราย ​ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 113 คน และล่าสุดที่ท่าเทียบเรือปัตตานี บริเวณสะพานปลา ต.บานา อ.เมืองปัตตานี หลังพบผู้ติดเชื้อกว่า 70 ราย เจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจเชื้อผู้เกี่ยวข้องกว่า 600 คน ปรากฏว่าพบผู้มีผลเป็นบวก 38 ราย&amp;nbsp;
นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ประธานกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า พบติดเชื้อใหม่ 215 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 11,378 ราย เสียชีวิตสะสม 62 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 45/2564 โดยมี นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เข้าร่วมเพื่อพิจารณาถึงทิศทางโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยหลังประชุมระบุว่า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังเดินต่อได้และจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ประเมินว่าเอาอยู่หรือไม่ และจะดูทิศทางผู้ป่วยในพื้นที่ภูเก็ตเท่านั้นว่าจะไปต่อหรือไม่ไปต่อ โดยจะประเมินใน 1-2 เดือนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111563</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะลุเพดานรายวัน, ทุบสถิติ, สุดสลดหนุ่มใหญ่นอนตายคาห้องเพราะรอเตียง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6101f6e2a81f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบสถิติอีก! ติดเชื้อใหม่พุ่ง11,784 ราย คร่าเพิ่ม81คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2564 ว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 รวม 11,784 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 11,684 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 100 ราย ผู้ป่วยสะสม 386,307 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยกลับบ้าน 5,741 ราย หายป่วยสะสม 262,225 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) เสียชีวิต 81 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ทุบสถิติ, นิวไฮ, ศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4cb5c0f378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อใหม่เฉียดหมื่น นายกฯสั่งสกัดโควิดในเรือนจำระบาด15แหง่ รวม10,384ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยติดเชื้อใหม่พุ่งทุบสถิติเฉียดหมื่น! รั้งอันดับ 92 ของโลก นายกฯ สั่ง ยธ.-สธ.เข้มมาตรการสกัดโควิดในเรือนจำ ศบค.พบ 25 เขตระบาดมากเพิ่มเร็ว ห่วงคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างหลักสี่ &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; เผยโควิดระบาดคุก 15 แห่ง ผู้ต้องขังติดแล้วรวม 10,384 คน วางกฎเข้ม 10 ข้อ ปัดเด้งอธิบดีราชทัณฑ์-ผบ.เรือนจำเชียงใหม่ แค่คาดโทษย้ำห้ามปิดข้อมูล ขอ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เร่งฉีดวัคซีนนักโทษทุกคน คุกเชียงใหม่ยันคุมอยู่ 28 พ.ค.คืนพื้นที่ปลอดภัย &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; พระราชทานเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่พร้อมระบบ Ai แก่เรือนจำเชียงใหม่ช่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 12.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,635 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,773 ราย ติดเชื้อจากเรือนจำ 6,853 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 111,082 ราย หายป่วยสะสม 67,200 ราย อยู่ระหว่างรักษา 43,268 ราย อาการหนัก 1,226 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 400 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 25 ราย&amp;nbsp; อยู่ใน กทม. 18 ราย สุพรรณบุรี, สุโขทัย, สมุทรสาคร,&amp;nbsp; สมุทรปราการ, นนทบุรี, นครสวรรค์, ชัยนาท จังหวัดละ 1&amp;nbsp; ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง เบาหวาน&amp;nbsp; หลอดเลือดสมอง โรคไต ไขมันในเลือดสูง หัวใจ ภาวะอ้วน&amp;nbsp; ปอดเรื้อรัง มะเร็ง ปัจจัยเสี่ยงติดจากคนในครอบครัว เดินทางไปสถานที่ระบาด สถานที่แออัด อาชีพเสี่ยง ขับรถรับจ้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 614 ราย ส่วนสถานการณ์โลก ไทยอยู่อันดับ 92 ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 163,691,053 ราย เสียชีวิตสะสม 3,392,588 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศจำนวน&amp;nbsp; 9 ราย ในจำนวนนี้มี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 60 ปี อาชีพรับจ้าง ลักลอบเข้ามาจากกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ ยืนยันว่าเราจะคุมเข้มชายแดนเต็มที่ หากเป็นคนไทยไม่ต้องลักลอบเข้ามา ขอให้เข้ามาช่องทางปกติ เราพร้อมดูแลอย่างดี ขอให้แสดงตัว โดยตัวเลขเมื่อวันที่ 16&amp;nbsp; พ.ค. พบว่ามีผู้ลักลอบเข้ามารวมทั้งสิ้นถึง 87 ราย นอกจากนี้ในส่วนของเรือนจำ ขณะนี้มีการตรวจเชื้อในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 8 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 24,357 ราย&amp;nbsp; พบติดเชื้อ 10,748 ราย รอรายงานผล 2,235 ราย โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการโดยตรงให้กระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงสาธารณสุขจับมือดูแลอย่างใกล้ชิด ให้มีมาตรการเข้มข้นที่จะต้องดูแลผู้ต้องขังหลายแสนคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 5 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม.&amp;nbsp; 1,843 ราย สมุทรปราการ 155 ราย ปทุมธานี 146 ราย&amp;nbsp; นนทบุรี 129 ราย สมุทรสาคร 53 ราย โดย กทม.และปริมณฑลมีผู้ติดเชื้อรวมกัน 2,362 ราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp; 411 ราย อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมศูนย์บูรณาการการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้พุ่งเป้าไปที่พื้นที่ กทม. โดยสำนักอนามัยได้รายงานว่า กทม.ชั้นใน ได้แก่ เขตหลักสี่, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, คลองเตย,&amp;nbsp; ราชเทวี และห้วยขวางมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ทั้งนี้ มีการเปรียบเทียบความเร็วและขนาดการแพร่ระบาด แยกรายเขตและที่อยู่เป็น 4 กลุ่ม คือ ปริมาณการระบาดไม่มากแต่เพิ่มเร็ว 17 เขต, ปริมาณการระบาดไม่มากและเพิ่มช้า เฝ้าระวังตามระบบ 2 เขต, ปริมาณการระบาดมากและเพิ่มเร็ว&amp;nbsp; 25 เขต, การระบาดมากแต่เพิ่มช้า 6 เขต และมีทั้งหมด&amp;nbsp; 28 คลัสเตอร์ กระจายอยู่ใน 19 เขต ซึ่งคลัสเตอร์ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นต่อวันของผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่&amp;nbsp; แคมป์ก่อสร้างเขตหลักสี่, แฟลตดินแดงเขตดินแดง, ตลาดห้วยขวางเขตดินแดง คลองถมเซ็นเตอร์และวงเวียน 22 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และแคมป์คนงานก่อสร้างเขตวัฒนา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. มีการตรวจค้นหาเชิงรุกใน กทม.ไป 6 จุด จำนวน 5,642 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบเชื้อ 371 ราย หรือร้อยละ 6.58 ในที่ประชุมยังได้หยิบกรณีแคมป์คนงานก่อสร้างเขตหลักสี่มาหารือ ขณะนี้ตรวจหาเชื้อไป 1,667 ราย พบติดเชื้อ 885 ราย ในที่ประชุมมีความกังวลเพราะพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวยังมีบริษัทที่เป็นซับคอนแทรกต์อีก 11 บริษัท และแคมป์อื่นๆ ของบริษัทอื่นๆ ในเขตดังกล่าวอีก 8 แคมป์ เขตหลักสี่จึงออกมาตรการควบคุมโรคและติดตามบริษัทซับคอนแทร็กต์ 11&amp;nbsp; บริษัทและสถานที่ก่อสร้าง 2 แห่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีชุมชนรอบข้างที่ติดเชื้ออีก 6 ชุมชน&amp;nbsp; ได้แก่ ชุมชนแฟลตตำรวจอิสระ, ชุมชนอยู่แล้วรวย, ชุมชนแฟลตตำรวจส่วนกลาง, ชุมชนกองบัญชาการศึกษา,&amp;nbsp; ชุมชนคนรักษ์ถิ่น และชุมชนเปรมสุขสันต์ โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp; (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ได้มีการพูดคุยเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เน้นย้ำไปที่ผู้นำชุมชนต้องช่วยให้คนในชุมชนมาช่วยกันดูแลความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคลได้
ปรับทีมโต้เฟกนิวส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมทีมที่ปรึกษานายกฯ หารือที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงกรณีตัวเลขระบาดในเรือนจำที่สูงมาก ซึ่งก่อนหน้านี้นายกฯ สั่งกำชับให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมและรักษาผู้ติดโควิด-19&amp;nbsp; ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งเร่งคัดกรองเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานงานว่า ในการหารือครั้งนี้คณะแพทย์และที่ปรึกษานายกฯ แสดงความความกังวลในเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในสถานการณ์โควิด-19 ช่วงนี้ โดยเสนอให้มีการสื่อสารที่รวดเร็วและสร้างความเข้าใจกับประชาชนมากที่สุด เช่น การชี้แจงข่าวปลอมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งวางแนวทางทีมยุทธศาสตร์สื่อสารของรัฐบาลใหม่ โดยมี&amp;nbsp; ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา&amp;nbsp; คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค) นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยงานให้การสื่อสารเป็นไปอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครได้หารือถึงสถานการณ์การระบาดใน กทม. โดยพบการระบาด 27 คลัสเตอร์ ใน 17 เขต อยู่ระหว่างดำเนินการควบคุมโรค 20 คลัสเตอร์ และสามารถควบคุมได้แล้ว 7 คลัสเตอร์ โดยเขตที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุด&amp;nbsp; 10 อันดับแรก คือ&amp;nbsp; ดินแดง ห้วยขวาง บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว บางแค คลองเตย วังทองหลาง วัฒนา บางกะปิ&amp;nbsp; นอกจากนี้เห็นควรให้ปิดตลาดคลองเตยต่อไปจนถึงวันที่&amp;nbsp; 31 พ.ค. และเห็นชอบให้ 50 สำนักงานเขตสำรวจจำนวนคนงานก่อสร้างในแคมป์ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน นอกจากนี้จะมีการจัดประชุมผู้ประกอบการก่อสร้างในพื้นที่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองประธาน คสช.เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบแนวทางตัดวงจรโควิดระบาดในชุมชน ด้วยการขยายการจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์พักคอยใกล้บ้านใกล้ใจ&amp;rdquo; ออกไปยังชุมชนแออัดทุกพื้นที่ใน กทม. ปริมณฑลและทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นสถานที่พักพิงรอการส่งตัวเข้ารักษา และพักฟื้นรับการส่งตัวกลับจากโรงพยาบาล รวมทั้งฟื้นฟูสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ สังคม ให้ผู้ติดเชื้อโควิดในชุมชน ซึ่งนำร่องแห่งแรกที่วัดสะพานในชุมชนแออัดคลองเตย ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมราชทัณฑ์ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังอยู่กว่า 3 แสนคน และมีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกว่า 1.3 หมื่นคน ซึ่งตั้งแต่เกิดการระบาด กรมราชทัณฑ์ได้ใช้นโยบายในการสกัดกั้นไม่ให้เกิดภาวะการติดเชื้อในเรือนจำ โดยสั่งห้ามเข้าออก, กักตัวผู้ต้องขังใหม่ กลับมาจากการรักษา หรือกลับมาจากไปศาล 14 วัน ก่อนจะปล่อยกลับเข้าแดนปกติ&amp;nbsp; โดยจะมีการตรวจหาเชื้อโควิด 2 ครั้ง หากพบเชื้อจะได้พาไปรักษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรือนจำทั่วประเทศที่มีทั้งหมด 143 แห่งนั้น&amp;nbsp; เป็นสถานที่ปิด ไม่มีคนเข้าออก น่าจะควบคุมโรคได้ง่าย&amp;nbsp; แต่แท้จริงแล้วมีเจ้าหน้าที่ต้องควบคุมผู้ต้องขังไปรักษา หรือขึ้นศาลบ้าง ขณะที่สภาพภายในเรือนจำค่อนข้างคับแคบ มีปริมาณนักโทษจำนวนมาก เกือบจะเข้าสู่ภาวะนักโทษล้นคุก ดังนั้นในเรื่องของสุขภาพอนามัยและการป้องกันโรคติดต่อต่างๆ จึงทำได้อย่างจำกัด แต่ยืนยันว่าจะดูแลผู้ต้องขังที่อยู่ในความดูแลอย่างดีที่สุด
นักโทษหมื่นคนติดโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวถึงสาเหตุที่มีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดดว่า เนื่องจากเมื่อพบเชื้อแล้วได้มีการตรวจหาเชิงรุกตามแนวทางการสอบสวนโรค&amp;nbsp; และจากรายงานพบว่ามีเรือนจำประมาณ 15 แห่งทั่วประเทศที่พบผู้ต้องขังป่วยโควิด โดยมี 8 เรือนจำใน กทม.และปริมณฑลที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษซึ่งกำลังแก้ไข ส่วนที่เหลือเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ส่วนเจ้าหน้าที่มีติดเชื้อ 33 ราย&amp;nbsp; เหลือที่ยังไม่หาย 17 ราย นอกจากนี้ราชทัณฑ์ได้ประสานงานกับศาลด้วย ซึ่งศาลเข้าใจและอำนวยประโยชน์ทุกทาง&amp;nbsp; ตนต้องขอขอบคุณประธานศาลฎีกาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลใจ หลังการติดเชื้อในเรือนจำที่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่าภายนอกหลายเท่า&amp;nbsp; เพราะเราอยู่กันอย่างแออัด ซึ่งเราจะได้ปูพรมในการตรวจหาเชื้อ คาดว่าอาจจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอีก แต่อยากให้มั่นใจว่าผู้ที่ติดเชื้อจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี&amp;quot; นายอายุตม์กล่าวและว่า ได้มีการจัดตั้งศูนย์ที่เป็นส่วนกลางขึ้นมาในการติดตามตัวเลขผู้ต้องขังที่ติดเชื้อและรักษาหายแล้ว พร้อมสั่งให้เรือนจำทั่วประเทศจัดเจลแอลกอฮอล์ สบู่ฆ่าเชื้อโรคไว้ให้ผู้ต้องขัง ที่สำคัญคือผู้บัญชาการเรือนจำจะต้องบริหารงานให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ได้มีการสั่งให้สวอบตรวจหาเชื้อ 100% ทุก 7 วัน ขณะที่ในเรือนจำที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อนั้น ให้ประสานสาธารณสุขจังหวัดในการเข้าตรวจหาเชื้อทั้งหมดต่อไป ในส่วนของวัคซีนจะได้ทำการฉีดในเจ้าหน้าที่กว่าหมื่นคน พร้อมขอสนับสนุนเพิ่มเติมจากกรมควบคุมโรค ซึ่งจะฉีดให้ผู้ต้องขังครบทุกคนต่อไป พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปกปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แถลงว่า&amp;nbsp; โควิด-19 เข้าไปอยู่ในเรือนจำมากมาย ทั้ง กทม.และต่างจังหวัด รวมตัวเลขแล้วผู้ต้องขังติดเชื้อ 10,384 คน เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจอย่างเต็มที่ อะไรที่หย่อนยานต้องเร่งปรับปรุง ตอนนี้มีมาตรการ 10 ข้อ คือ 1.ให้แถลงจำนวนผู้ต้องขังที่ได้ตรวจเชิงรุกไปแล้วมีจำนวนเท่าไร 2.ตรวจเชิงรุกให้ครบทุกเรือนจำ ทั้งผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำ และเจ้าหน้าที่ส่วนกลางทุกคน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกรมราชทัณฑ์ 55,000 คน 3.ในส่วนของที่มาของเชื้อให้เร่งสืบข้อเท็จจริงและสาเหตุการติดเชื้อครั้งนี้ และถ้าได้ความแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบโดยไม่ปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp; 4.การรักษาและการเฝ้าดูอาการคนไข้จะทำตลอดเวลาไม่มีวันหยุด 5.ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาวิธีการรักษาที่เร็วและได้ผลดีที่สุด โดยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งการใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจรเข้าช่วยรักษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ผู้ต้องขังต้องอยู่ในเรือนจำไปไหนไม่ได้ 100%&amp;nbsp; เป็นอุปสรรคอย่างมหาศาลในการแก้ไข้ปัญหา 7.มีความจำเป็นที่ต้องเอาผู้ต้องขังและผู้คุมที่ไม่ติดเชื้อรับการฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วน 8.จะมีการติดประกาศหน้าเรือนจำทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อกี่คนและไม่ติดเชื้อกี่คน หายแล้วกี่คน จะมีการแจ้งเช่นนี้เป็นระยะๆ&amp;nbsp; อย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; 9.ผู้บัญชาการเรือนจำทุกคนจะทำรายชื่อผู้ติดเชื้อ และปรับปรุงเป็นรายวันเพื่อให้ญาติผู้ต้องขังทุกคนสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่ 08.00-18.00 น. 10.จะรีบเร่งวางแผนรับมือการระบาดครั้งนี้ และครั้งหน้าที่จะมีมาได้ทุกเมื่อ โดยจะรีบเร่งประชุมพิจารณาในเรื่องของบุคลากรที่ต้องเพิ่ม นอกจากนี้ กระทรวงจะพิจารณานโยบายการพักโทษในรูปแบบพิเศษ เช่น การติดกำไล EM ให้ละเอียดรอบคอบ
คาดโทษอธิบดี-ผบ.คุกเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ รักษา 10,000 คน หัวหนึ่ง&amp;nbsp; 5,000 บาท จะใช้เงินถึง 50 ล้านบาท แต่หากใช้วัคซีนกับผู้ต้องขัง 300,000 คน หัวละ 1,000 บาท จะใช้ 300 ล้านบาท จะหยุดเชื้อในเรือนจำได้ทั้งหมด ผมจะเสนอไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; ดำเนินการให้เรียบร้อย ซึ่งหวังว่าทางนายอนุทินจะเข้าใจและเร่งดำเนินการให้ ส่วนสถานการณ์ที่ จ.เชียงใหม่ ได้ใช้บับเบิลแอนด์ซีลควบคุมในเรือนจำ โดยมีการร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัด ในเรื่องตัวเลขต้องแจกแจงให้ชัด เราไม่ได้ปิดบังหรือปกปิด แต่หากไม่สามารถทำให้ถูกต้องได้ต้องมีคนรับผิดชอบ เราจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้&amp;quot; รมว.ยุติธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีมีกระแสข่าวการสั่งย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์&amp;nbsp; รวมถึงนายสุรศักดิ์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่นั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ไม่ได้สั่งย้ายใครใดๆ ทั้งสิ้นในขณะนี้ มีเพียงการคาดโทษไว้ และเร่งให้ทำงานแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 อย่างเร็วที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่เชียงใหม่ รวมทั้งผู้บัญชาการเรือนจำทุกคน ซึ่งได้คุยกับนายสุรศักดิ์แล้ว แม้ว่าการควบคุมโรคใน จ.เชียงใหม่ ไม่ใช่หน้าที่ของเขาโดยตรง ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เขาจะต้องรู้เรื่องในบ้านด้วย ซึ่งหากชี้แจงไม่ได้ตรงนี้คงต้องมีบทลงโทษกันบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; พร้อมด้วย พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3&amp;nbsp; พล.ต.วุฒิไชย อิศระ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก? ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์ภายในเรือนจำกลางเชียงใหม่ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายสุรศักดิ์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงการดำเนินงานเกี่ยวกับโรงพยาบาลสนามในเรือนจำกลางเชียงใหม่ และยืนยันข้อกังวลใจหลังมีข่าวยอดติดเชื้อ?พุ่งสูงกว่า? 3,900 ราย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายเจริญฤทธิ์กล่าวว่า ได้นำระบบบับเบิลแอนด์ซีลมาใช้บริหารจัดการในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ซึ่งมีกำหนดเวลาดำเนินการ 28 วัน การดูแลจะคล้ายการล็อกดาวน์ในทุกห้องทุกแดน และค้นหาผู้มีอาการเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ พร้อมตรวจหาภูมิคุ้มกันโรคในทุก 14 วัน ทั้งนี้คาดว่าในรอบสุดท้ายจะมีผู้ต้องขังที่ไม่มีภูมิคุ้มกันเพียง 10% ซึ่งจะมีการคัดกรอง?ตรวจสุุขภา?พทั้งหมดและจะสามารถส่งคืนพื้นที่ปลอดภัยให้แก่เรือนจำกลางได้ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ขณะนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีข้อกังวลการแพร่ระบาดสู่ภายนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จตุชัยกล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องขังที่อาการหนักถูกส่งตัวออกมารักษาภายนอกที่ รพ.เพียงแค่ 6 ราย เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.วุฒิไชยเปิดเผยว่า ตัวเลขล่าสุดในขณะนี้มีผู้ต้องขัง 6,311 คน ติดเชื้อโควิดแล้ว 3,793 คน หรือคิดเป็น&amp;nbsp; 60% ของผู้ต้องขังทั้งหมด ยังคงเหลือผู้ต้องขังที่ไม่ติดเชื้ออีก 923 คน รวมทั้งมีผู้ต้องขังเข้าใหม่ 172 คน โดยที่ผ่านมาเรือนจำใช้การรักษาผู้ติดเชื้อด้วยการให้ยาสมุนไพรรับประทาน เช่น ฟ้าทะลายโจร, กระชายขาว จนผู้ป่วยกว่า&amp;nbsp; 3,000 คนมีสุขภาพ?ที่ดีขึ้นมาก คาดว่าสถานการณ์จะกลับมาสู่ปกติได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ เผยแพร่ภาพและข้อความว่า &amp;quot;เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ พร้อมระบบ Ai แก่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมีนายสุรศักด์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ เข้ารับพระราชทานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพสกนิกรทุกหมู่เหล่า รวมทั้งผู้ต้องขังให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงยังสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ จะได้นำไปตรวจรักษาแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ ฯ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; หรือโควิด-19 ในขณะนี้&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103253</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง, ฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีนนักโทษ, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ทุบสถิติ, มาตรการสกัดโควิดในเรือนจำ, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a281e0ecd5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
