<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4 สั่งย้าย ผบ.ร้อยทพ.4406 พร้อมตั้งกก.สอบใช้ลูกน้องขนย้ายไม้ในป่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 61 - พันเอก ปราโมทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พรหมอินทร์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการร้องเรียน ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4406 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44&amp;nbsp;&amp;nbsp;รับผิดชอบพื้นที่ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ประพฤติมิชอบด้วยการใช้อำนาจหน้าที่สั่งการ กำลังพลในสังกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้ขนไม้จากในพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และอีกหลายๆกรณีดังที่ได้ปรากฏและมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบในเบื้องต้นเกี่ยวกับไม้พบว่าเป็นการ&amp;nbsp;ขอนุญาตซื้อขายและขนย้ายที่ถูกต้องและไม่ได้เป็นไม้หวงห้ามตามประกาศตามกฏหมายโดยซื้อจากราษฎรในพื้นที่ตามรายละเอียดสัญญาซื้อขายและขนย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในประเด็นอื่นๆ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อยู่ในระหว่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การสอบสวนโดยในเบื้องต้นได้สั่งย้าย ผู้บังคับกองร้อยคนดังกล่าวมาช่วยราชการที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 44 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ขอให้มั่นใจว่ากองทัพจะไม่ปกป้องกำลังพลอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยยึดมั่นตามแนวคิดยุทธศาสตร์คนดีอย่างเคร่งครัด และหากพบว่ากระทำผิดจริงก็จะมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่มีการละเว้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้ามีการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องทหารร้อยโท.อ (นามสมมุติ) ผบ.ร้อย 4406 มีพฤติกรรมมิชอบ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตัดไม้ทำลายป่านอกเหนือหน้าที่ทหารจึงอยากให้กรมทหารพรานที่ 44เข้าตรวจสอบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1.กองร้อย 4406 เดิมตั้งอยู่บ้านโคกนิบง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ปัจจุบันย้ายตั้งอยู่ อ.ทุ่งยางแดง ผบ.ร้อย ร้อยโท รายนี้มีพฤติกรรม ออกคำสั่งให้กำลังพลไปช่วยขนไม้บนเขาซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานทางราชการ เป็นไม้ส่วนตัวของ ร้อยโท อ.เพื่อขนกลับบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช หลายครั้งที่ใช้อำนาจบังคับให้กำลังพลที่กลับมาจากลาดตระเวนให้ไปช่วยขนไม้ทันที การขนไม้แต่ละครั้งใช้เวลาขนประมาณครึ่งวัน และหลายครั้งกำลังพลจำต้องทิ้งงานราชการเพื่อไปขนไม้ให้ผบ.ร้อย ตามคำสั่ง ช่วงกันยายน &amp;ndash; ตุลาคม 2561 เป็นช่วงขนไม้จำนวนมากที่สุดและถี่ที่สุดที่สำคัญกว่านั้นได้ใช้รถของทางราชการในการขนไม้ ซึ่งนำมาใช้นอกราชการ แต่ทางร้อยโท อ. ได้อ้างว่าได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว ทั้งเรื่องการขอใช้รถทางราชการและเรื่องการใช้กำลังพลขนไม้ส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผบ.ร้อย มีพฤติกรรมส่อมิชอบโดยการนำญาติของตัวเองมาอยู่ในกองร้อย ชื่อ อส.ทพ.ณัฐวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) มีชื่อในกองร้อยแต่เจ้าตัวไม่เคยประจำในกองร้อย จะมาเฉพาะเวลามีผู้บังคับบัญชามาตรวจเยี่ยมกองร้อยเท่านั้น รับเงินเดือน รับเบี้ยเสี่ยงภัย แต่ไม่ได้ลงมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนกำลังพลคนอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผบ.ร้อย มีพฤติกรรมเป็นผู้มีอำนาจ คัดเกณฑ์กำลังพลที่ตัวเองไว้ใจให้ช่วยสอดส่องภายในกองร้อยว่าใครเอาเรื่องพฤติกรรมมิชอบของตนไปพูด และยังข่มขู่กำลังพลทั้งกองร้อยว่าถ้ารู้ว่าใครไปร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชา ผบ.ร้อยจะปลดกำลังพลคนนั้นทันที ทำให้กำลังพลจึงยอมรับสภาพ ไม่กล้าร้องเรียน ที่ผ่านมาเคยมีชาวบ้านใกล้ฐานได้ไปร้องเรียนถึงพฤติกรรม ร้อยโท อ.แต่เรื่องก็เงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พฤติกรรมของพ่อครัว กองร้อย 4406 มีพฤติกรรมค้าขายยาเสพติด ตั้งแต่พื้นที่ บ้านโคกนิบง อ.ไม้แก่น ผบ.ร้อย รับทราบทุกอย่างแต่ไม่ดำเนินการเนื่องจากเป็นคนสนิท5.กองร้อย 4406 ที่ตั้งเดิม อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ช่วงนั้นผบ.ร้อยได้เก็บเงินกำลังพลทุกนาย เพื่อเป็นค่าสร้างฐานเพิ่มเติม และได้บอกกำลังพลว่าจะแบ่งคืนให้กำลังพล หากขายฐานให้ นย.ได้ จะนำมาคืนกำลังพล แต่ถึงตอนนี้กำลังพลยังไม่ได้รับเงินจากการขายฐานและยังไม่มีคำชี้แจงจาก ผบ.ร้อย แต่อย่างใด ส่วนนี้กำลังพลต้องการทราบรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางกรม 44 ได้มีการเข้ามาสุ่มตรวจยาเสพติดในกองร้อง 4406 พบกำลังพลของกองร้อย 4406 จำนวน 6 นาย ตรวจพบสารเสพติดจากการตรวจปัสสาวะ ประเภทเมทแอมเฟตามีน 5 นาย และกัญชา 1 นาย ผบ.ร้อย ได้ทำการปลดกำลังพลทั้ง 6 นาย แต่เอกสารรายละเอียดปลดกำลังพลทั้ง 6 นาย สร้างความคาใจให้กำลังพล โดยผบ.ร้อย เขียนบันทึกอ้างว่ากำลังพลทั้ง 6 นาย ได้เป็นหนี้สวัสดิการกองร้อย และเป็นหนี้ร้านค้าใกล้ๆ กับกองร้อย แต่กำลังพลทั้ง 6 นาย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นหนี้กองร้อยและร้านค้าแต่อย่างใดตามที่ร้อยโท อ.อ้างอิงในเอกสาร ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าทาง ผบ.ร้อยได้ใช้วิธีด้วยหรือไม่? แต่ที่ชัดเจน คือ กรณีของกำลังพลทั้ง 6 นาย ซึ่งผบ.ร้อย สร้างหลักฐานเท็จ ให้กำลังพลที่ถูกปลดออกโดยนำเงินที่ระบุเข้ากระเป๋าตัวเอง กำลังพลได้มีการร้องเรียนไปที่กรม 44 แต่เรื่องก็เงียบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งยางแดง, ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน, พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4, หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be949a0c1b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่อนทุ่งยางแดง ทำร้ายไทยพุทธ ‘จนท.’ตรวจเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ใบปลิวว่อนทุ่งยางแดง ประกาศทำร้ายชาวไทยพุทธ &amp;quot;ปัตตานี-ยะลา&amp;quot; สั่งคุมเข้มพื้นที่ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกเส้นทาง หวั่นคนร้ายลอบเข้าก่อเหตุ &amp;quot;ผบ.ฉก.ตชด.44&amp;quot; ระบุพบกลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมลอบวางระเบิดเส้นทางสาย 410 ยะลา-เบตง และเขตรอยต่อ 2 อำเภอ จ.ยะลา พุ่งเป้าเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ต.ค.61 ชาวบ้านในอำเภอทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงว่าพบมีการโปรยใบปลิวทิ้งไว้ในเขตทุ่งยางแดง แถวตลาดนัดฆอมิส ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และอีกหลายจุดในพื้นที่ ลักษณะเป็นกระดาษ A4 สีขาว มีข้อความระบุ &amp;nbsp; &amp;quot;ชาวไทยพุทธจะอยู่อย่างไม่สงบสุข ตราบใดที่รัฐสยามใช้กฎหมายรังแกชาวปาตานี&amp;quot; โดยผู้ที่นำมาโปรยใบปลิวใช้ยานพาหนะรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.พัลลภ พรหมแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้นำกำลังออกไปตรวจสอบและเก็บหลักฐานต่างๆ ที่พบในที่เกิดเหตุส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานีตรวจสอบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของคนร้าย ซึ่งใบปลิวดังกล่าวถูกทิ้งไว้ทั่วพื้นที่ของ อ.ทุ่งยางแดง หลังคนร้ายก่อเหตุลอบยิงสองแม่ลูกชาวไทยพุทธในพื้นที่ จ.ยะลา เดินทางไปรับเหมาสร้างมัสยิดในพื้นที่บ้านบาแฆะ ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานีเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ด่านตรวจ กม.23 (ด่านตรวจกิโลเมตร 23) จ.ยะลา เจ้าหน้าที่กำลังตำรวจภูธร ตชด. อส. พร้อมกำลังได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจค้นบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ต้องสงสัยตามเป้าหมายที่แจ้งเตือน รวมทั้งตรวจค้นวัตถุสิ่งของภายในรถยนต์ รถจักรยานยนต์อย่างเข้มงวด ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีการโปรยใบปลิวแจ้งเตือนชาวไทยพุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง กล่าวว่า ในส่วนของ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งมีพื้นที่เขตติดต่อกับ อ.เปิงกาลันฮูลู รัฐเประ ประเทศมาเลเซีย ทางตำรวจภูธรเบตงได้สั่งการกำลังพลเพิ่มความเข้มในมาตรการรักษาความปลอดภัยเส้นทางด้วยการเดินเท้าลาดตระเวน เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่สัญจรไปมา ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจได้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราตามชุมชนไทยพุทธให้มากขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยพุทธที่จะเข้าไปรับงานการก่อสร้างในพื้นที่ห่างไกลและมีอัตราความเสี่ยงสูง ประสานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ประจำการที่ใกล้ที่สุด เพื่อเข้ามาดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้เตือนให้ข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีละหมาดในวันศุกร์ ให้ระมัดระวัง และมีการจัดกำลังหรือบัดดี้ไปดูแลเพื่อป้องกันเหตุร้ายกับตัวเองด้วย&amp;quot; ผกก.สภ.เบตงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.เชษฐวิทย์ นีระฮิง ผบ.ฉก.ตชด.44 กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด จึงได้กำชับให้กำลังพลตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย ตามเป้าหมายที่แจ้งเตือน รวมทั้งตรวจค้นวัตถุสิ่งของภายในรถยนต์ รถจักรยานยนต์อย่างเข้มงวด โดยเน้นกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านด่านตรวจเข้าสู่เขตเมือง ป้องกันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อาจจะฉวยโอกาสซุกซ่อนวัตถุระเบิดขนาดเล็กเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ย่านชุมชน เศรษฐกิจ การค้า เขตเมืองและชุมชนไทยพุทธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน่วยความมั่นคงได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เส้นทางที่สุ่มเสี่ยง และได้เพิ่มมาตรการในการดูแลเฝ้าระวังฐานที่ตั้ง รวมทั้งให้จุดตรวจ จุดสกัด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ เป็นกรณีพิเศษในห้วงนี้ หลังพบความเคลื่อนไหวแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเตรียมการก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการลอบวางระเบิดบริเวณริมไหล่ทาง ท่อลอด และเสาไฟฟ้า โดยเน้นพื้นที่เฝ้าระวังเส้นทางสาย 410 ยะลา-เบตง และเขตรอยต่อพื้นที่ อ.ธารโต อ.ยะหา จ.ยะลา รวมทั้งตำบลใกล้เคียง&amp;quot; ผบ.ฉก.ตชด.44 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจ ทหารพรานที่ 22 และ ชป.ฮันเตอร์ ดำเนินการตามกฎหมายพิสูจน์ทราบเป้าหมายบุคคล บ้านเลขที่ 103/1 ม.1 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังทราบจากแหล่งข่าวในพื้นที่มีบุคคลผู้ต้องสงสัยเคลื่อนไหวในพื้นที่ จึงเข้าปิดล้อมตรวจค้นที่บ้านดังกล่าว ผลการปฏิบัติพบบุคคลผู้มีหมาย ป.วิ (ความมั่นคง) คือ นายยาการียา กือโนะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.2 ต.ตาลีอายร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจในสารบบรายชื่อกลุ่มคนร้าย ทราบว่ามีพฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อการร้ายระดับสั่งการรับผิดชอบพื้นที่ อ.ยะรัง มีหมาย ป.วิ (ความมั่นคง) จำนวน 3 หมาย จึงได้ควบคุมตัวไว้ และนำส่งหน่วยซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อขยายผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมืองฯ จ.นราธิวาส น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้บังคับการ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ให้การต้อนรับคณะคนสยามในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จำนวน 100 คน นำโดยนายชวน เอง ประธานชมรมคนสยาม ในรัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย จากนั้นได้ร่วมประชุมกับตัวแทนคนไทยในพื้นที่ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.ยี่งอ อ.บาเจาะ อ.เมืองฯ จ.นราธิวาส เพื่อปรึกษาและหารือร่วมกัน ตลอดจนรับทราบปัญหา ในวิถีชีวิต พหุวัฒนธรรม ของคนสยามในมาเลเซีย และคนไทยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.นิรัตน์กล่าวว่า การเชิญชาวสยามไทยพุทธในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซียในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กองอำนวยการรักษาความสงบภายในภาค 4 เพื่อนำการปฏิบัติสู่การแก้ปัญหาในการบูรณาการของทุกภาคส่วน สร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสวนาพุทธสยามในมาเลเซีย และคนไทยพุทธในพื้นที่ จะเป็นหนึ่งในการสร้างความเข้าใจร่วมกันในอีกหลายมิติ และจะร่วมกันแก้ปัญหาในอนาคต เพื่อให้พื้นที่เกิดความรัก สามัคคี และการอยู่ร่วมกัน บนความหลากหลายของพหุวัฒนธรรมในสังคมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; ผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ทุ่งยางแดง, ประกาศทำร้ายชาวไทยพุทธ, ปัตตานี-ยะลา, ผบ.ฉก.ตชด.44, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb76615935fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2018 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรียบ 3 ศพทุ่งยางแดง ซ่อนเงื่อนคล้ายคดี &#039;วันดี ศรีตรัง&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐานภายในบ้านเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากเหตุการณ์คนร้าย 4 คน ปิดหน้าขี่ จยย. 2 คัน และ 2 คนร้ายที่ซ้อนท้าย&amp;nbsp; ได้เดินเข้าไปในบ้านเลขที่ 140 ม.4 บ.บือแนยามู ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานีและข่มขู่ถามเรื่องเงิน จากนั้นได้จับมัดมือ 1 คน&amp;nbsp; ก่อนที่จะยิงครอบครัวคนในบ้านเสียชีวิตจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยนายยูโซะ&amp;nbsp; นิและ อายุ 73 ปีเจ้าของบ้าน&amp;nbsp; 2..น.ส.หาสานะ&amp;nbsp; หะมะ อายุ 29 ปี ลูกสาว ซึ่งตั้งครรภ์ท้อง 4 เดือน และ 3 นายนาสรี เจ๊ะแมง อายุ 32ปี ลูกเขย&amp;nbsp; ส่วนคนที่ถูกมัดมือไม่ถูกยิงเหตุ เมื่อคืนวันที่ 10 มค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้นำตัวผู้รอดชีวิต (สงวนชื่อ) นำมาสอบปากคำ ยังอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการร์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำเบื้องต้น ซึ่งเป็นพยานคนเดียวที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้ปากคำเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้&amp;nbsp; ขณะเดียวกันได้รวบรวมพยานหลักฐานที่พบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; ทั้งเชือก ปลอกและ กระสุนปีน 9 มม. พร้อมทั้งดีเอ็นเอที่พบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; ให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี รวบรวมส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานยะลา ไปตรวจสอบและนำมาเทียบเคียงกับ คดีต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มีความเกี่ยวข้องกับชื่อในสารบบของคดีความมั่นคงหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสาเหตุตั้งกว้างๆไว้ 2 ประเด็น เรื่องผลประโยชน์ ภายในครอบครัว กับเรื่องสถานการณ์ชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายอับดุลการีม ยีดำ นายอำเภอทุ่งยางแดง กล่าวว่าคดีนี้เป็นคดีที่ท้าทายความสามารถของพนักงานสอบสวน และผู้เกี่ยวข้อง มั่นใจว่าไม่เกินความสามารถคงสามารถคลี่คลายปมดั่งกล่าวได้&amp;nbsp; เนื่องจากคดีภายในครอบครัวนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551 เสียชีวิตแล้วรวม 10 ศพ ขณะนี้มองว่าสาเหตุ เป็นเรื่องภายในครอบครัว และเป็นเรื่องปัจจับภายนอก ที่คนในครอบครัวไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก&amp;nbsp; ซึ่งจะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพราะคนทุ่งยางแดง เบื่อหน่ายกับเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และคนทุ่งยางแดง อยากก้าวข้าม&amp;nbsp; เชื่อว่าคดีนี้ทุกฝ่ายร่วมมือกันไม่เกินความสามารถ และคลี่คลายปมเหตุการร์ที่เกิดขึ้นได้ เพื่อทำให้อ.ทุ่งยางแดง สงบสันติสุข และจะได้รู้ว่า โจทย์จริงๆของคดีนี้คือใคร และอะไรคือสาเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทางด้านพล.ต.จตุพร กลัมพสูต ผบ.ฉก.ปัตตานี&amp;nbsp; กล่าวว่า กอ.รมน. ได้สรุปว่าไม่เกี่ยวกับคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; ซึ่งเหตุการณ์นี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กับภัยแทรกซ้อนทั้งเรื่องกลุ่มอิทธิพล&amp;nbsp; กลุ่มยาเสพติด&amp;nbsp; กลุ่มแอบแฝงและอื่นๆ และต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน&amp;nbsp; ก่อนที่จะดำเนินการจับกุม เบื้องต้นให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่ดำเนินการก่อน&amp;nbsp; และจะต้องมี ดีเอสไอ ปปง. ร่วมมือมาสืบสวนสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดีดั่งกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ซึ่งคดีนี้คล้ายกับคดี ดัง วันดี ศรีตรังในอดีต&amp;quot;พล.ต.จตุพร ระบุ และว่าคดีนี้ มีผลประโยชน์เรื่องที่ดินและฝูงปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องใช้สถานการณ์ความมั่นคงอำพราง แสวงประโยชน์จากเงินเยียวยาของรัฐอีกด้วย&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอเวลาในการติดตามคดีนี้ โดยเบื้องต้นให้พนักงานสอบสวนดำเนินการก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับ&amp;nbsp;นางสาววันดี ศรีตรัง ชาวจังหวัดตรัง เกิดเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2493 วิกิพีเดียบันทึกข้อมูลไว้ว่า เธอเป็นอดีตนางงามเทศบาล ประจำปี 2510 และนักแสดง ได้เสียชีวิตอย่างปริศนา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2518 สภาพศพไม่มีบาดแผลใด พบเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่หลุดลุ่ย ซึ่งนายสมชาย พงษ์สว่าง ผู้เป็นสามีได้อ้างว่าวันดีเสียชีวิตเพราะกินยาเกินขนาด และศพถูกฝังในมัสยิดมะฮ์บาคูล่านารี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนายสมชาย ก็มิได้สมรสใหม่กับใคร ภายหลังเขาถูกลอบยิงเสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งยางแดง, ปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58b0698f402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2018 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุกอาจ!4คนร้ายบุกยิงดับ3ศพ ครอบครัวอดีตอส.ทุ่งยางแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนร้าย 4 คนบุกฆ่าครอบครัวอดีตอส.ในพื้นที่ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี &amp;nbsp;คาดฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา &amp;nbsp;20 00 น. ของวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จงปัตตานี รับแจ้ง เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงราษฎรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 3 ราย ในบ้านเลขที่ 140 ม.4 บ.บือแนยามู ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี &amp;nbsp;จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนและ ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิ 3 ราย ภายในบ้าน หน้าจอทีวี มีรอบเลือดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณในบ้าน จากการตรวจสอบ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ดังนี้ 1.นายยูโซะ &amp;nbsp;นิและ อายุ 73 ปี/บ้านเลขที่ 140 ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง อดีค อส.ทุ่งยางแดง 2น.ส.หาสานะ &amp;nbsp;หะมะ อายุ 29ปี บ้านเลขที่ 60 ม.1 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ลูกสาว &amp;nbsp;3.นายนาสรี เจ๊ะแมง อายุ 32 ปี สามีของนางสาวหาสานะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบว่า ขณะที่ผู้ตายทั้ง 3 คน กำลังนั่งดูทีวีภายในบ้าน ได้มีคนร้ายจำนวน 4 ราย ใช้ รถ จยย.จำนวน 2 คัน เป็นยานพาหนะ จอดบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นคนร้ายที่ซ้อนท้าย 2 คนเดินเข้าไปภายในบ้าน แล้วใช้อาวุธปืน 9 มม.กระหน่ำยิง ยิงผู้เสียชิวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 3 ราย ตรวจพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน &amp;nbsp;4 ปลอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ ลูกชายนายยูโซะ &amp;nbsp;นิและ ซึ่งเป็น อส. ถูกยิงเสียชีวิตมาแล้ว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรือสถานการร์ใต้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/871</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งยางแดง, ปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/var/www/html/main/uploads/photos/big/20180111/5a56c2fed3e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
