<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าปลาคังยักษ์ ในเขตป่า ทุ่งใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮีโร่ทุ่งใหญ่นำกำลังจับ 3 พรานแก๊งคนมีสีลักลอบล่าปลาคังในลำน้ำแควใหญ่ ยึดของกลางได้ทั้งปลาคัง ปลาแข้และปลาแดง ตัวยาวเกือบ 2 เมตรก็มี มูลค่านับแสนบาท พร้อมปืนกล็อกและยาบ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานมีกลุ่มพรานเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่รับผิดชอบโซนโป่งหอม-แก่งน้ำโจน ซึ่งอยู่ในลำน้ำแควใหญ่ เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จึงพร้อมนายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วย นำกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางโดยเรือหางยาวเข้าตรวจสอบเมื่อไปถึง นายวิเชียรได้แยกกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดลาดตระเวนทีมที่ 1 ตรวจพบเรือหางยาว 3 ลำ จอดอยู่ในลำน้ำแควใหญ่ จึงได้ดักซุ่มเฝ้าดู ส่วนชุดลาดตระเวนทีมที่ 2 ได้เตรียมเรือสกัดกั้นบริเวณจุดสกัดห้วยคือล่าง และประสานขอกำลังสนับสนุนจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่พบชาย 3 คน อยู่บนเรือลำละ1คน โดยทั้งสามกำลังง่วนจับปลายกขึ้นเรือ กระทั่งชายทั้ง 3 คนเก็บอุปกรณ์จับปลาเสร็จ ได้ขับเรือเดินทางกลับ เจ้าหน้าที่จึงนำเรือออกสกัดกั้นยึดเรือทั้ง 3 ลำไว้ได้ พร้อมควบคุมตัวนายใจ เป็นชาวเมียนมา อายุ 26 ปี ในเรือพบปลาคังขนาดใหญ่ ปลาแข้และปลาแดง จำนวน 8 ตัว น้ำหนักรวม 99 กิโลกรัม, เรือลำที่ 2 มีนายเรืองกิจ จินจารักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 76/2 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบปลาคังขนาดใหญ่ 4 ตัว ความยาว ตั้งแต่ 80-170 เซนติเมตร น้ำหนัก 75 กก. ยาบ้า 75 เม็ด ปืนพกสั้น ยี่ห้อ Glock รุ่น 19 Gen4 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 10 นัด เลเซอร์สำหรับติดปืนยาว 1 อัน, เรือลำที่ 3 คนขับชื่อนายไชยันต์ วิทยายนต์ พบปลาคัง ปลาแข้ ปลากด และปลาแดง รวม 6 ตัว น้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม โดยเรือทั้ง 3 ลำมีอุปกรณ์จับปลาจำนวนมาก อาทิ เบ็ดราว เบ็ดคัน แห อวน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า พรานทั้ง 3 คนได้ลักลอบเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทางเรือ จากนั้นได้ร่วมกันดักหาปลาในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ส่วนอาวุธปืนพกสั้น นายเรืองกิจอ้างว่ายืมมาจาก ส.จ.คนหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากสืบทราบว่าทั้ง 3 คนเป็นกลุ่มขบวนการล่าสัตว์ป่าและตัดไม้ โดยคนมีสีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุน สำหรับปลาทั้งหมดเป็นปลาขนาดใหญ่ หายาก &amp;nbsp;ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ปลาคังขนาดใหญ่ยักษ์นี้ราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 380-450 บาท ส่วนปลาแข้และปลาแดงขนาดใหญ่ ราคาก็พอกัน โดยปลาทั้งหมดนี้มีมูลค่านับแสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรได้นำผู้กระทำผิดทั้ง 3 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีข้อหา 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิด ตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 3.ร่วมกันเก็บหาของป่า (ซากสัตว์ป่า) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เจ้าหน้าที่ได้ขอให้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับกุม และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รรท.ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี, พ.ต.อ.ภีมพล ศรุตานันทะ ผกก.สภ.ท่าไม้รวก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก นำตัวนายประสิทธิ์ หรือบาส พูลสมบัติ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ บุกรุก และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยเข้าไปฆ่าและขโมยหมูป่าภายในมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเขาลูกช้าง หมู่ 6 บ้านเขาลูกช้าง ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางซากหมูป่า ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก บ่วงดักหมู่ป่า 2 อัน ขวานด้ามเหล็ก 1 อัน ไฟฉายคาดศีรษะ 1 อัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสิทธิ์ให้การว่า เป็นพรานล่าสัตว์ป่าในพื้นที่แก่งกระจาน ใช้บ่วงดักหมูป่าก่อนที่จะใช้ขวานเหล็กตีที่หัวจนตาย ชำแหละเนื้อไปขายและทำอาหารกิน แต่ยืนยันไม่ได้ยิงเก้งและกวางในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ตำรวจบอกว่า ยังมีพวกของนยายประสิทธิ์อีก 2 คนที่ร่วมทำผิดและอยู่ระหว่างหลบหนี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งใหญ่นเรศวร, พ.ต.อ.ภีมพล ศรุตานันทะ, พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส, วิเชียร ชิณวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf1d675d542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัดอั้นตันใจจิงวุ้ยงานนี้!อดีตอัยการสูงสุดบ่น น้ำท่วมปากคดีเสือดำมีเบื้องลึกเบื้องหลังมีอีกเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.61-นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว คดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรระบุข้อความว่า...
116 วันแล้วที่เสือดำ..ถูกฆ่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมค่อยๆ ลืมเลือนคดึนี้ไปเรื่อยๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ &amp;quot;คนนอก&amp;quot; พอจะทราบมาว่า...ศาลทองผาภูมิ...มีคำสั้งให้ส่งสำนวนฯ...ไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า...คดีนี้จะอยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 หรือไม่...(ศาลทองผาภูมิเห็นว่า..เป็นคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่จำเลยที่ 1 (นายเปรมชัย) และจำเลยที่ 2 ถูกฟ้องอยู่ที่ศาลฯทุจริตภาค7 ฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน อันเนื่องมาจากการกระทำผิดในคดีนี้ ตามที่จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 แถลงขอฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานอัยการคัดค้าน!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ศาลให้ส่งฯ ตามที่จำเลยแถลงขอฯ!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และศาลฯให้เลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 27 สิงหาคม 2561 เวลา 9 นาฬิกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. เบื้องลึกเบื้องหลังมีอีกเยอะ แต่พูดไม่ได้ เหมือนน้ำท่วมปาก..เพราะเป็น &amp;quot;คนนอก&amp;quot;..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัดอั้นตันใจจิงวุ้ยงานนี้ !!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10850</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, ตระกูล วินิจนัยภาค, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ศาลทองผาภูมิ, อดีตอัยการสูงสุด, เปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b1898c532966.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดารานักแสดงชวนร่วมกิจกรรม ‘อุ้มวิเชียร’ พิทักษ์ผืนป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.61 -ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง&amp;nbsp; ดารานักแสดงโพสต์ภาพถ่ายขณะอุ้มนายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก Praptpadol Suwanbang PPD ระบุว่า &amp;quot;ไอ้เราก็คิดว่าเค้าเป็นคนดี เราเป็นพี่ก็ต้องคอยอุ้ม และเชื่อว่าคนดีๆ แบบนี้สังคมควรอุ้มชู อย่าปล่อยให้เค้าต้องต่อสู้โดยลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณเป็นยามเฝ้าป่าและสัตว์ป่าสงวนไป พวกเราและสังคมคนเชิดชูคนทำดีจะคอยเป็นยามคอยดูแลคุณเอง ไม่ให้คุณต่อสู้ความถูกต้องอย่างเดียวดายแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เร็วๆ นี้พวกเราทุกคนจะมีส่วนร่วมสนับสนุนคนดีๆ ในโครงการจัดจำหน่ายเสื้อยืด &amp;ldquo;เพื่อนผู้พิทักษ์ป่า&amp;rdquo; ช่วงวันที่ 30 มีนา - 10 เมษานี้ สั่งซื้อได้ที่ 7 eleven ทุกสาขา เพื่อนำเงินไปตั้งกองทุนสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยมูลนิธิร่วมร้อยใจไทย..คุณก็สามารถอุ้มชูคนดีให้สง่าในสังคมไทยได้เหมือนPpd&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5739</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งใหญ่นเรศวร, ปราปต์, พิทักษ์ป่า, วิเชียร์ ชินวงศ์, อุ้มคนดี, เพื่อนผู้พิทักษ์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab74fbd14498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำตีค่า”เสือดำ-ไก่ฟ้า” แค่ 3ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2561 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีการคิดค่าเสียหายทางแพ่งในคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ว่าเสือดำ 1 ตัวอายุราว 5 ปี เป็นเสือดำชนิดย่อย เสือดำอินโดจีน หรือ INDOCHINESE LEOPARD มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PANTHERAPARDUS DELACOURI เป็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ มีสถานะภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส คิดเป็นค่าเสียหายตัวละ 3,012,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดา 1 ตัว เป็นตัวเต็มวัย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า LOPHURANYCTHEMERA เป็นสัตว์ป่าที่พบเห็นได้บ่อย สถานภาพทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกนก ลำดับที่ 6 และเป็นชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คิดค่าเสียหายเป็นเงินตัวละ 22,612 บาท รวมค่าเสียหายทั้งเสือดำและไก่ฟ้า รวมเป็นเงิน 3,034,612บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์เผยอีกว่า การคำนวณค่าเสียหายนั้น ได้นำบรรทัดฐานเปรียบเทียบราคา กับสวนสัตว์ไนซาฟารีที่จัดซื้อเสือดำ เมื่อปี พ.ศ.2549 รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะพันธุ์และอนุรักษ์พันธุกรรมเสือโคร่ง เพื่อคืนสู่ถิ่นกำเนิดในธรรมชาติ บริเวณพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าแก่งกระจาน และกลุ่มป่าอนุรักษ์อื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง กรมอุทยานฯ ส่วนไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดานั้น ก็เปรียบเทียบประเมินราคาการซื้อขายทั่วไป รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะและขยายพันธุ์ไก่ฟ้าหลังขาว เพื่อกิจกรรมเพาะพันธุ์ และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ประจำปีงบประมาณ 2558 สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จ.เชียงราย กรมอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงค่าความเสียหายด้านสัตว์ป่าเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายทั้งระบบ คือระบบนิเวศน์สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ของพืช ซึ่งยังไม่สามารถคำนวณได้ เนื่องจากเป็นการสูญเสียที่นับค่าไม่ได้ แต่การฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งครั้งนี้ ถือว่าเป็นการฟ้องแพ่งความเสียหายด้านสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกของกรมอุทยานฯ&amp;rdquo;ชัยวัฒน์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานฯ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กาญจนบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ล่าสัตว์, เปรมชัย กรรณสูตร, เสือดำ, ไก่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab74395a8e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล พฤกษะวัน&#039;โผล่ให้ปากคำคดี&#039;เปรมชัย&#039;ติดสินบน ยันไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.61- เมื่อเวลา10.00น.ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ปรึกษา บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบมจ.อิตาเลียน-ไทย กับ &amp;nbsp;นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ ถูกกล่าวหาติดสินบนเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. กล่าวว่า เชิญนายนพดล พฤกษะวัน มาสอบปากคำในฐานะพยาน ซึ่งประเด็นที่จะสอบปากคำเป็นพฤติการณ์ตั้งแต่การประสานขอเข้าพื้นที่ให้กับนายเปรมชัยและพวก ไปจนถึงขณะที่นายเปรมชัย และพวกถูกจับกุม กระทั่งถูกแจ้งข้อหา ติดสินบนเจ้าพนักงาน &amp;nbsp;เพื่อประกอบสำนวน หลังการสอบสวนนายวิเชียร ชิณวงษ์ &amp;nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก ที่ระบุว่าขณะจับกุมนายเปรมชัยได้กล่าวอ้างถึงนายนพดลว่าจะมาเคลียร์ให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องพิจารณาอีกครั้งหลังการสอบปากคำนายนพดล ว่าจะกล่าวถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เนื่องจากการที่นายนพดล ประสานขอเข้าพื้นที่ให้นายเปรมชัยนั้น เกี่ยวโยงกับเจ้าหน้าที่หลายคน ซึ่งหากมีการกล่าวพาดพิงถึงใคร ก็อาจจะต้องเชิญมาให้ปากคำเพิ่มเติม ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่านายนพดลมีความผิดในข้อหาใด&amp;quot;พล.ต.ต.กมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายนพดล ระบุเพียงสั้นๆว่า ไม่ทราบว่าตำรวจเรียกตนมาทำไม แต่ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีความผิดอะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5626</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเปรมชัย, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ยิงเสือดำ, วิเชียร ชิณวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab481dfd1f0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียก&#039;หัวหน้าวิเชียร&#039;ให้ปากคำเพิ่ม &#039;เปรมชัย&#039;ปฏิเสธทุกข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 61 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส) เวลา 07.00 น. นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร และกรรมการบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำจัด(มหาชน) พร้อมด้วยนายยงค์ โดดเครือ นางนที เลียมแสน และนายธานี ทุมมาศ&amp;nbsp; 4 ผู้ต้องหาในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้การเพิ่มเติม หลังวานนี้ อัยการภาค7 ได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม 3 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 09.45 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำนายเปรมชัย พร้อมเปิดเผยภายหลังว่า ทุกคนให้ความร่วมมือในการสอบปากคำเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งพฤติการณ์ตั้งแต่เริ่มเข้าไปในอุทยานฯให้กับผู้ต้องหาทราบ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยืนยันถึงคำให้การเดิม รวมถึงให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และให้ผู้ต้องหาลงนามรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในประเด็นที่อัยการสั่งให้ประเมินค่าเสียหายคดีทางแพ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ประเมินมูลค่าความเสียหายในอัตราขั้นต่ำ 3 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แต่หากมีจะต้องให้อัยการเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือเชิญให้นายวิเชียร ชิณวงษ์&amp;nbsp; หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก เข้ามาพบเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมรวมถึงเพื่อยืนยันถึงพฤติการณ์ในคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับผลนิติวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่สมบูรณ์ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์นั้น ตอนนี้ได้ส่งหนังสือเร่งรัดไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแล้ว ขอเวลาในทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตามกรณีนางคณิตา วิทยานันท์ ภรรยานายเปรมชัย จะโดนแจ้งความข้อหาแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการจดแจ้งครอบครองงาช้างเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ได้มีหารือกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแล้ว ซึ่งต้องรอให้อธิบดีกรมอุทยานฯพิจารณาก่อนว่าจะร้องทุกข์ในประเด็นนี้หรือไม่ แล้วขอให้มาร้องทุกข์ภายในวันที่ 23 มี.ค.นี้&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการให้ปากคำนายเปรมชัยพร้อมพวกได้เดินทางกลับโดยทันที และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5477</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ปทส., วิเชียร, ศรีวราห์, เปรมชัย, ให้ปากคำเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1d91c3b5ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดแล้ว100%เจ้าสัวเปรมชัยเปิบ’ไก่ฟ้าหลังเทา’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ก Kanita Ouitavon&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2561 - ดร.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ว่าด้วยเรื่องไก่ฟ้า...? เจ้าเอย...&amp;rdquo; ระบุว่า ในคดีล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่ฯ ครานี้ นอกจาก &amp;quot;เสือดำ&amp;quot; แล้ว ยังมี &amp;quot;ไก่ฟ้า&amp;quot; ตัวหนึ่งที่ตกเป็นเจ้าทุกข์กับเขาด้วย...ซึ่งได้มีการรายงานผลเบื้องต้นไปแล้ว แต่ยังมิได้มีการยืนยันผลที่ถูกต้องกับพนักงานสอบสวน และยังไม่ได้ออกรายงานผลฉบับสมบูรณ์ เนื่องจากแล็บฯ นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าของกรมอุทยานฯ ขอวิเคราะห์ผลใหม่ เพราะพบบางจุดที่ยังทำให้ไม่มั่นใจในการสรุปผล...บัดนี้ เราวิเคราะห์ผลใหม่เสร็จเรียบร้อย และได้ความมั่นใจ 100% แล้ว ขอสรุปผลว่าไก่ฟ้าตัวนี้ เป็น &amp;quot;ไก่ฟ้าหลังเทา&amp;quot; (Lophura leucomelanos) ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....อย่างไรก็ตาม กว่าเราจะสรุปผลได้นั้นมีความท้าทายในการแก้ไขปัญหาหลายอย่างในแล็บฯ ก็จะขออธิบายให้กับท่านที่ยังมีข้อกังขาและข้อสงสัยในการวิเคราะห์ผลของเราอยู่ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าไม่สอดคล้องกับข้อมูลถิ่นอาศัยและเขตการแพร่กระจายนะคะ...ถือว่าเป็นการแบ่งปันความรู้ในประเด็นงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ก็แล้วกัน (ถ้าสนใจ) ค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า (Wildlife Forensics) นั้นมีความท้าทายที่แตกต่างจากงานนิติวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ตรงที่ต้องทำให้แล็บฯ สามารถรองรับการวิเคราะห์ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าแทบจะทุกชนิดในโลกนี้ มิใช่มนุษย์ซึ่งเป็นเพียงแค่ชนิดเดียว โดยปกติแล้วในแล็บฯ นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าทั่วโลก จะใช้เครื่องหมายพันธุกรรมบน Mitochondrial DNA ในการจำแนกชนิดพันธุ์สัตว์เป็นหลัก โดยเข้าไปเปรียบเทียบกับข้อมูลอ้างอิงในฐานข้อมูลพันธุกรรมสากล (GenBank) แล็บฯของเราก็เช่นเดียวกัน เราจะใช้ยีน Cytochrome b ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และจะใช้ยีน Cytochrome Oxides Subunit 1 (COXI) ในกลุ่มสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลาน และในบางกรณีที่ต้องการจำแนกให้ละเอียดขึ้นในระดับชนิดพันธุ์ย่อยหรือในระดับประชากร ก็จะใช้ชิ้นส่วนของ Control Region (หรือ D-loop) เข้ามาช่วยด้วยค่ะ (D-loop ไม่ใช่ยีน แต่ช่วยควบคุมการแสดงออกของยีน เป็นส่วนที่มีความผันแปรทางพันธุกรรมสูง) ทั้งหมดอยู่บน Mitochondrial DNA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้มาดูการวิเคราะห์เจ้า &amp;quot;ไก่ฟ้า&amp;quot; ตัวนี้บ้าง เนื่องจากเขาเป็นสัตว์ปีก เราจึงเลือกใช้ยีน COXI ก่อน แต่ผลการเปรียบเทียบใน GenBank ออกมาเป็นไก่ฟ้าหลังขาว ยังทำให้เราไม่มั่นใจนัก จึงวิเคราะห์ใหม่โดยคราวนี้เปลี่ยนเครื่องหมายมาเป็น Cytochrome b และ D-loop ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบใน GenBank ยิ่งทำให้เราสับสนมากขึ้น เนื่องจากค่าคะแนนความเหมือนของความเป็น &amp;quot;ไก่ฟ้าหลังเทา&amp;quot; และ &amp;quot;ไก่ฟ้าหลังขาว&amp;quot; เท่ากันเลย (ดูภาพประกอบค่ะ) ทำให้ยังไม่สามารถสรุปผลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....ทำยังไงดีล่ะทีนี้ จะเห็นได้ว่าในกรณีนี้ GenBank พึ่งไม่ได้แล้ว ??!!!? เหตุที่ยังพึ่งไม่ได้ก็ไม่แปลกนัก เนื่องจากไก่ฟ้าตัวนี้มีประชากรย่อยในชนิดพันธุ์ด้วย ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลใน GenBank จะมีครอบคลุมถึงตัวที่เป็นชนิดพันธุ์ย่อยในบ้านเราหรือไม่? การประมวลผลออกมาเลยยังแยกชนิดพันธุ์ไม่ได้เช่นนี้!!!...แต่อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้ข้อมูลในเชิงวิจัยว่ายีน Cytochrome b นั้นไม่สามารถใช้แยกชนิดพันธุ์ระหว่างไก่ฟ้าหลังเทา และไก่ฟ้าหลังขาวได้ ส่วนข้อมูล D-loop ใน GenBank ก็อาจเป็นชนิดพันธุ์ย่อยอื่นที่ไม่มีในบ้านเราก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ปัญหา...มีวิธีการเดียว คือ เราต้องหาข้อมูลอ้างอิงจาก&amp;quot;ไก่ฟ้าหลังเทา&amp;quot; และ&amp;quot;ไก่ฟ้าหลังขาว&amp;quot; ที่มั่นใจได้ว่ามีที่มามาจากบ้านเราเอง คือเป็นไก่ฟ้าในประเทศไทย ไม่ใช่มาจากที่อื่น แล้วนำมาเปรียบเทียบกับไก่ฟ้าเจ้าทุกข์ตัวนี้....ซึ่งขอบอกว่าเป็นความโชคดีของเราจริงๆ ที่เราเจอหลังจากที่พยายามค้นหาสุดขีด แถมยังเป็นช่วง D-loop ที่เราทำใหม่ด้วย (ต้องขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลอ้างอิงที่ช่วยงานนี้ไว้ได้ในครั้งนี้คือน้อง Kitichaya Penchart เจ้าหน้าที่ของเราเองค่ะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....การเปรียบเทียบข้อมูลคราวนี้ออกมาในรูปแบบของการสร้างความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ (Phylogenetic Tree) ที่ตัวอย่างที่ได้รับเข้ารวมกลุ่มกับไก่ฟ้าหลังเทา ก็เป็นอันสรุปได้แน่นอนแล้วว่าไก่ฟ้าตัวนี้เป็น &amp;quot;ไก่ฟ้าหลังเทา&amp;quot; (Lophura leucomelanos) นะคะ หวังว่าทุกท่านคงเคลียร์แล้วนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวต่อไป....งานนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าในประเทศไทย อาจดูเป็นสิ่งใหม่ที่เราคนไทยยังไม่คุ้นเคยนัก แต่มันจำเป็นที่จะต้องมีในเดี๋ยวนี้ โดยจะต้องมีงานวิจัยด้านพันธุกรรมสนับสนุนอย่างมั่นคง..เพื่อช่วยตอบปัญหาในคดีอาชญากรรมสัตว์ป่า (ดังตัวอย่างในคดีนี้ เป็นต้น)...กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และจะทำให้ประชาชนคนไทยเห็นว่าเราได้สร้างมาตรฐานในงานด้านนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าด้วยการทำงานอย่างมีหลักการ รอบคอบรัดกุม และมีความถูกต้องมากที่สุด เพื่อการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมสัตว์ป่าในประเทศไทยให้สำเร็จให้จงได้ค่ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5249</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราฟฟิตี้รูปเสือดำ, ดร.กณิตา อุ่ยถาวร, ทุ่งใหญ่นเรศวร, พิสูจน์ดีเอ็นเอ, หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, เปรมชัย กรรณสูตร, เฟซบุ๊ก, ไก่ฟ้าหลังขาว, ไก่ฟ้าหลังเทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae005c95ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
